ฉีซือหนานวางแก้วน้ำในมือลง ก่อนจะค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนหันหน้ามาทางฉีเวินเหยียน “ก็เพราะมีพวกนายอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไงล่ะ? ฉันคิดว่าพวกนายเอาไหวอยู่แล้วซะอีก”ฉีเวินเหยียนหันไปส่งสายตาเป็นสัญญาณให้ถังจวิ้นออกไปก่อน จนกระทั่งภายในห้องทำงานเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคน เขาจึงเดินตรงไปนั่งลงที่หลังโต๊ะทำงาน “เรื่องของป้าใหญ่ฉันจะไม่พูดถึงแล้วกัน แต่เรื่องที่แม่ของนายเกิดเรื่องขึ้นมาเนี่ย ดูเหมือนนายเองก็ไม่ได้นึกห่วงใยหรือสนใจเลยงั้นสินะ?”“แม่ของฉันทำตัวเองทั้งนั้นแหละ” ฉีซือหนานทอดถอนใจออกมาเบา ๆ พลางก้าวเท้าเดินไปที่ชั้นหนังสือ ก่อนจะหยิบหนังสือเกี่ยวกับทางด้านการเงินออกมาเล่มหนึ่ง “ฉันเคยเตือนเธอแล้วแต่ไม่ยอมฟังเอง ในเมื่อเลือกที่จะแอบไปนัดพบกับเจ้าห้า เรื่องมันก็ต้องมีวันแดงแจ๋ออกมาเข้าสักวันอยู่ดีนั่นแหละ”น้ำเสียงของเขาฟังดูราวกับกำลังพูดถึงเรื่องของคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยสักนิด แม้แต่บนใบหน้าก็ไม่ได้แสดงกระแสความรู้สึกสะท้อนใจออกมาเลยแม้แต่เสี้ยวเดียวปลายนิ้วของฉีเวินเหยียนเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับจับจ้องไปยังแผ่นหลังของฉีซือหนานเขารู้ดีว
Read more