บททั้งหมดของ เดินวิถีเซียน (Walking the Immortal Path): บทที่ 211 - บทที่ 220

243

นักบุญคนที่ 5

ณ ดาวสีดำที่ใช้ค่ายกลกักขังหลินเซียนไว้ เหล่าเซียน 2 สมาพันธ์มากมายมารุมล้อมอยู่ โดยมีสืออันและลูกสาวครูฝึกร่วมอยู่ด้วย“ดาวสมาพันธ์ไหม้ทั้งดวง เพราะมันเป็นต้นเหตุ!”เซียนชราคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจ นั่นทำให้ลูกสาวครูฝึกหันมามองค้อนใส่“ท่านพ่ออยู่ข้างในนั้นท่านไม่รู้เรื่องอะไร จะกล่าวหากันก็ให้มันน้อยๆหน่อย!”“พวกท่านเลิกทะเลาะกันก่อนได้ไหม ค่ายกลจะแตกแล้ว รีบๆช่วยกันซ่อมเดี๋ยวนี้!”แล้วทุกคนก็รวมพลังกันซ่อมค่ายกลนั้นแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นหลินเซียนชุดดำ 12 คนแหวกมิติออกมา หากไม่นับชุดสีดำแล้วเขาเหมือนหลินเซียนไม่ผิดเพี้ยน“ระ...ระดับ 12!!”เหล่าเซียนอาวุโสทั้ง 2 สมาพันธ์ต่างตกตะลึง จักรวาลกว้างใหญ่มีเซียนระดับ 12 เป็นโหลแบบนี้เชียวหรือ เป็นไปได้ยังไง? แถมหน้าตาเหมือนกันทั้งหมดด้วย!เซียนทั้งหมดถอยห่างและนิ่งเงียบ ไม่กล้าขยับตัว ส่วนหลินเซียนชุดดำทั้ง 12 คนต่างมองไปที่ทรงกลมสีดำ(ที่ร่างหลินเซียนอยู่ในนั้น)ตาไม่กระพริบสืออันมองหลินเซียนชุดดำเป็นโหลอย่างประหลาดใจ แม้นพวกเขาจะมีรุปร่างหน้าตาเหมือนท่านพ่อ แต่ข้าไม่รู้สึกเลยว่าพวกเขาจะมีจิตใจดั่งมนุษย์ สืออันลอยเข้าไปอยู่ข้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-20
อ่านเพิ่มเติม

ทัณฑ์เต๋า(เหนือกว่าทัณฑ์สวรรค์)

(500 ปีผ่านไป)รอบดาวแห่งความมืดมีพาหนะเซียน, เรือเหาะ และเหล่าเซียนมากมายหลายสิบล้านคนอาศัยอยู่รอบดาวแห่งความมืด ต่อแพกันไปมาจนเป็นชุมชน ซึ่งส่วนมากเป็นเซียนปราณวารีและเซียนธาตุแสงพวกเขาล้วนแล้วแต่มารอท่านนักบุญคนที่ 5 นักบุญแห่งวารีถือกำเนิดรอบๆดาวพลังปราณวารีหนาแน่น เซียนหลายคนถือโอกาสนั่งสมาธิเข้าฌานจนบรรลุเลื่อนขั้นไปหลายคนหลิงเอ๋อ(ระดับ 9 เทียนเว่ยขั้นต้น) สร้างพาหนะเซียนเป็นโรงแรมใหญ่ลอยกลางอวกาศได้เปิดให้เช่าที่พัก(หารายได้ตั้งใจจะมอบให้หลินเซียน เพราะรู้ว่าอาจารย์เธอจน) และทุกวันเธอจะลงไปหอมแก้มหลินเซียนหลิวเซี่ยง(ระดับ 10 เทียนจุนขั้นต้น)สูงสุดของสำนักวารีนิรันดร์ แม้เธอจะไม่ยอมรับตำแหน่งเจ้าสำนัก(ยังให้อดีตฮ่องเต้ ซึ่งเป็นระดับ 8 อวี๋เทียน เป็นเช่นเดิม) แต่ก็ได้รับการยอมรับเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเหล่าเซียนเห็นเหล่าศิษย์หลินเซียนเป็นระดับ 8 ทุกคนยิ่งรู้สึกอยากจะฝากตัวเป็นศิษย์ท่านนักบุญผู้นี้ให้จงได้วันนี้ผู้ที่มาเป็นซีหมิงและสัจจเทพธาตุดินจากโลก(ซีหมิงยังระดับ 8 อวี๋เทียนขั้นกลาง อยู่เดินทางช้า จึงอาศัยเกาะเอวสัจจเทพธาตุดินซึ่งเป็นระดับ 11 ขั้นต้นพาเหาะมา)“สุดยอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-20
อ่านเพิ่มเติม

[ภาค 5 สะสาง] 213 ข้าไม่ใช่คนจดบัญชี ข้าคือคนปิดบัญชี

(500 ปีต่อมา)....ณ หมู่ดาววารีนิรันดร์ โดยมีสำนักวารีนิรันดร์อยู่ตรงกลาง ดาวต่างๆแบ่งปกครองจากหัวหน้ากลุ่มสีทั้ง 8 (เขียว, ม่วง, ทอง, น้ำเงิน เหลือง, แดง, ขาว และดำ) โดยกลุ่มสีแดงหลินเซียนให้ชางไห่ที่อยู่คนเดียวเป็นหัวหน้ากลุ่ม (สีแดงที่จากไปแล้ว ผลที่ประชุมไม่ยอมให้กลับมา หลินเซียนจึงตามที่ประชุม)ส่วนกลุ่มสีเหลืองหลินเซียนให้อภัย ถึงเขาจะลุ่มหลงในอำนาจไปนิดบอกว่าอย่างน้อยในวันที่เดือดร้อนเขาก็ไม่หนีจากสำนักเรานะ ทุกคนจึงไม่ว่า แต่หัวหน้ากลุ่มสีเหลืองละอายใจ เขาลงไปหุบเหวน้ำแข็งสำนึกตัว 1,000 ปีด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ไม่มีใครลงโทษสีดำให้หลิวเซี่ยงเป็นหัวหน้ากลุ่ม(ฝึกธาตุมืด) และกลุ่มสีขาวให้จางหลิงเป็นหัวหน้ากลุ่ม(ฝึกเรื่องสมุนไพร,ปรุงยาโดยเฉพาะ)อย่างไรก็ดี หลินเซียนไม่เป็นเจ้าสำนักแล้ว อดีตฮ่องเต้ยังเป็นเจ้าสำนักรุ่นที่ 2 เช่นเดิม โดยหลินเซียนให้เหตุผลว่าข้าเป็นผู้บำเพ็ญเต๋า ไม่ใช่นักบริหาร ให้อดีตฮ่องเต้ดูแลนั่นแหละดีแล้วเสี่ยวหมิงสำนึกผิดที่ทำให้เฟิงเตียนตายขอลาออกจากรองเจ้าสำนัก ที่ประชุมจึงให้หลี่ม่อและจางหลิงเป็นรองเจ้าสำนักแทน (ตอนแรกจะให้สืออัน แต่สืออันไม่รับ บอกสมองข้ามีแต่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

ความเมตตาที่ไร้ขอบเขต คือการฆ่าคนทั้งสำนักในอนาคต

(30 ปีผ่านไป)...หลินเซียน(ชื่อปลอม เฟิงหลิน) ฝึกสอนวิชากระบี่เซียนเฟิงเตียนในสำนักเฟิงหลัวมาจนมีศิษย์มากมายมาร่ำเรียน บัดนี้กระบี่เฟิงเตียนมิใช่เพียงท่ารำออกกำลังกายยามเช้า,เย็นอีกต่อไปแล้ว มีลูกศิษย์หลายคนไปสร้างชื่อเสียงในยุทธภพผู้คนต่างยกย่องเฟิงหลินว่าเป็นปรมาจารย์ของเมือง แต่เฟิงหลินบอกว่าตนเองคืออันดับ 2 ส่วนอันดับ 1 ยกให้แก่เฟิงเตียน นั่นยิ่งสร้างความประทับใจให้แก่คนในเมืองมากแต่นั่นก็สร้างความไม่พอใจให้ 5 สำนักเซียนใหญ่แห่งเมืองหลวงฉิน โดยเฉพาะสำนักกระบี่อหังการ(ป้าเจี้ยน) ซึ่งเป็นสำนักอันดับ 1 เป็นอย่างมากเรื่องเริ่มเดือดขึ้นเมื่อศิษย์ทั้ง 2 สำนักทะเลาะกันบ่อยครั้งขึ้น แต่ก็น่าแปลกว่าหลินเซียนไม่ไปช่วยห้ามเลยสักครั้ง หากมีใครถามเขาก็จะพูดเพียงว่า“น้ำที่ถูกคนกวน ย่อมไม่ใส แต่หากปล่อยไว้ มันจะใสเอง”“ความเมตตาที่ไร้ขอบเขต คือการฆ่าคนทั้งสำนักในอนาคต”แน่นอนว่าฉินผิงก็โดนถาม เพราะเขาเป็นคนพาหลินเซียนไป ซึ่งฉินผิงตอบมาว่า“ถ้าพวกเจ้าจะให้ข้าช่วยแก้ปัญหานี้ ข้าจะไม่ดับไฟ ข้าใช้ไฟ…เผาสิ่งที่ควรเผา และหลอมเหล็กที่ควรหลอม”(จริงๆฉินผิงส่งคนไปแอบสังเกตคนที่มีหน่วยก้านดีทั้ง 2 สำน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

สำนักเสวี่ยเจี้ยน(กระบี่เลือด)

....ตำหนักมืดมัวกลางป่า ด้านหน้ามีบึงน้ำใหญ่สีดำทางเข้าออกมีทางเดียวคือต้องเดินบนโซ่ใหญ่ขึ้นสนิมมาที่ประตูทางเข้าหลินเซียนกระโดดเหยียบบนโซ่ใหญ่เพื่อเริ่มเดินเขาก้มมองเบื้องล่าง สิ่งมีชิวิตใต้น้ำนั้นเป็นอสูรอะไรสักอย่างตัวยาวๆ ครีบกลางหลังแหลมคมน่ากลัว หากโซ่แกว่งมีเสียงดังมันอาจโผล่ขึ้นมาเพื่อจับผู้ยืนบนโซ่กินก็เป็นได้หลินเซียนเดินช้ามาก ค่อยๆเดินกว่าจะมาถึงปลายโซ่ด้านหน้าประตูทางเข้าสำนักก็ใช้เวลาไปถึง 1 ชั่วยาม(2 ชม.)“มาทำไม!”หลินเซียนมองหน้าผู้เฝ้าประตู เขาตาบอดไปข้างหนึ่ง แต่ดาบ 2 เล่มข้างหลังเขานั้นมีปราณโลหิต ไม่ผิดแน่นี่เป็นวิชาที่มีรากฐานมาจากกระบี่ปราณเพลิงโลหิต ศิษย์สายกลุ่มสีแดงของข้าหลินเซียนแหงนหน้ามองป้ายสำนักเสวี่ยเจี้ยน(กระบี่เลือด) แล้วยิ้มบางๆเมื่อถามแล้วไม่ตอบดาบข้างหลัง 1 เล่มก็ถูกชักออกมา“มาทำไม!”หลินเซียนมองหน้าผู้เฝ้า เขาคงไม่ถามซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 3 แน่ จึงตอบเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง“ข้ามาพบเจ้าสำนัก”“ท่านไม่อยู่! กลับไป!”“ท่านไปไหน?”คำตอบเป็นดาบเล่มที่ 2 จี้ไปที่หน้าหลินเซียนทั้งคู่มองตากันไม่กระพริบตา เพราะหากกระพริบตานั่นคือสัญญาณฟาดดาบใส่กันเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

เฮยเจี้ยนซื่อ (นักดาบดำ)

....ทั้ง 3 คนเดินมาถึงซากหมู่บ้านไฟไหม้แห่งหนึ่ง ควันยังมีอยู่เลย ซากคนตายดำเป็นตอตะโกมากมาย บางศพมีร่องรอยการถูกดาบขนาดใหญ่ฟันทีเดียวขาดครึ่ง“โหดร้ายมาก!”ศิษย์พี่ร่างกำยำพูดด้วยใบหน้าไม่พอใจ หลินเซียนหันมองศิษย์พี่ตาเดียว เขาหลับตายืนแผ่เมตตาให้ดวงวิญญาณ“นี่ฝีมือนักดาบดำหรือขอรับ?”“ใช่! ดูศพนั่น ฟันร่างขาดครึ่งทีละหลายคนได้ในดาบเดียว มีแค่ดาบยักษ์ของมัน”“ดาบนั่นมีชื่อไหม?”“ไม่มี แต่มันเป็นดาบที่สร้างขึ้นมาจากเหล็กมารโกลาหล”“เหล็กมารโกลาหล!”หลินเซียนเผลออุทาน เป็นข้าเองที่เอาเหล็กมารนั่นทิ้งไป(ตอนดาบหมิงไฉหักแล้ว แต่หลินเซียนแยกเอาฮุ่นตุ้นออกมาแล้ว)“มีคนเอาไปตีดาบได้หรือนี่?”“อยากเจอช่างตีเหล็กคนนี้จริงๆ บางทีเขาอาจหาวิธีตีเจ้าแร่เหลวแก่นมืดแห่งภูตผีที่หลินเอ๋อตีไม่ได้ก็เป็นได้”“เจ้าบ่นอะไร!”ศิษย์พี่หันหน้าถามหลินเซียนๆหลับตาเอามือวางหลังศรีษะหัวเราะแหะๆกลบเหลื่อนศิษย์พี่ตาเดียวหันบอกทั้งคู่“รีบไปเถอะ ดูจากไฟที่ยังไหม้ไม่หมด ข้าว่าเขาไปไม่ได้ไกล”....ในป่าลึก เริ่มมีฝนปรอยๆ นักดาบดำผู้ถือดาบเหล็กยักษ์ทื่อๆ เขาเป็นชายตัวใหญ่ร่างกำยำ แขนเขาล่ำใหญ่กว่าคนทั่วไปมาก แต่ก็ไม่แป
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

ฝีมืออสูรแพนด้าน่ะขอรับ แหะๆ

....ในถ้ำชื้นๆไม่มีแสงสว่าง นักดาบคลั่งหลบอยู่ในนั้น เกราะบริเวณศรีษะไม่มีนอกนั้นอยู่ครบ เขามีอาการเหนื่อยหอบชัดเจน เกราะต้องสาปนี้แม้ทำให้ใช้ร่างกายไ้ด้เหนือมนุษย์แต่ก็ต้องแลกมาด้วยยอมให้มันกัดกินร่างกายไปจนถึงจิตวิญญาณ กล่าวคือวันใดที่สิ้นสติไปแล้วก็จะเป็นเพียงร่างทรงที่มีชีวิตของเกราะเท่านั้นหลินเซียนแอบมองอยู่ด้านนอกถ้ำ เขาเรียกน้ำวิญญาณคร่ำครวญออกมาแล้วปล่อยละอองเข้าไปในถ้ำ สักพักนักดาบดำก็ร้องอย่างทรมาน เพราะเขาเห็นดวงวิญญาณคนที่เขาฆ่าไปมากมายรายรอบเขานั่นเองเสียงเหวี่ยงดาบดังไม่หยุด แต่สักพักก็ค่อยๆช้าลง บ่งถึงเขาเริ่มอ่อนแรงลงแล้ว และในที่สุดดาบก็กวัดแกว่งได้ช้ามากจนแทบจะยกไม่ขึ้นอีกแล้วหลินเซียนจึงเดินเข้าไป เมื่อนักดาบดำเห็นหลินเซียนเขาก็กัดฟันเรียกพลังจากเกราะต้องสาปขึ้นมาครอบศรีษะเขาไว้ พลันร่างกายเขากลับมากระฉับกระเฉงว่องไวดังเดิม หลินเซียนประดาบด้วยไม่นาน มันก็กระโดดหนีไปเพราะสู้ไม่ได้ หลินเซียนแค่มองไม่ไล่ตามเขาไป"ปล่อยเขาไปดีกว่า ข้าไม่ควรบีบเขาใ้ห้จนตรอก เมื่อกี้นึกว่าเขาหมดแรงแล้วจะได้คุยกันง่ายๆแล้วแท้ๆแต่นี่อะไรกัน!""เกราะนั่นมันอะไร? ทำไมมันถึงทำให้คนที่หมดแร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

กลุ่มจู้อี้เหมิง (พันธมิตรสังหารสิ่งแปลกปลอม)

....เมื่อหลินเซียนและศิษย์พี่ทั้ง 3 กลับมาที่สำนัก ผู้อาวุโสก็รีบสั่งคนล้อมจับตัวศิษย์พี่ใหญ่(นักดาบดำ) แต่เป็นหลินเซียน+ศิษย์พี่ทั้งสอง และผู้เฒ่าที่มีดาบ 4 เล่มลอยรอบตัวเข้ามาขวางไว้ผู้เฒ่าหันไปมองหน้ารองเจ้าสำนัก"ถึงเวลาต้องบอกความจริงแก่ทุกคนแล้ว"เมื่อทุกคนรู้ความจริงก็ตกใจมาก บางคนร้องไห้เพราะเป็นห่วงเจ้าสำนัก แต่บางคนสติแตกกลัวถูกกลุ่มจู้อี้เหมิงมาถล่มสำนักผู้เฒ่าและรองเจ้าสำนักพาทุกคนเข้าไปห้องลับ ที่นั่นเจ้าสำนักในสภาพผีดิบไม่ได้สติถูกขังในกรงอาคม ตาเขามีแต่สีขาวไม่มีตาดำ ใช้ปากพยายามกัดแทะกรงหลินเซียนเดินเข้าไปใกล้กรงนั้นด้วยความสนใจ โดยไม่เกรงกลัวผีดิบนั้นเหมือนที่ทุกคนกลัว"กรงนี่สุดยอดเลยนะขอรับ ทำได้ยังไง?""เจ้าสำนักค่ายกลวิวัฒน์วารี(สุ่ยเหยี่ยนเจิ้นจง) เพื่อนท่านมาสร้างให้น่ะ""พวกท่านเคยเป็นศิษย์ของบรรพจารย์หลินเซียนที่ดวงดาววารีนิรันดร์"หลินเซียนเอามือจับคาง มืออีกข้างตีที่กรงดังเกร๊งๆ"สุดยอด นี่มันยอดมากๆ!"แต่เมื่อหลินเซียนหันมามองทุกคน ก็แปลกใจ โดยเฉพาะใบหน้าท่านผู้เฒ่าและรองเจ้าสำนัก"จ่ะ...เจ้าทำได้ไง?""กรงนั่นไม่มีใครสัมผัสได้เลยนะ!"ศิษย์พี่ใหญ่หลับตาถอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

ข้าไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงลงมือ

...พอคำว่า "อาจารย์" หลุดจากปากเจ้าสำนักเท่านั้นแหละ ศิษย์ทุกคนต่างตกใจรีบคุกเข่าคำนับตามเจ้าสำนักทันทีศิษย์พี่ตาเดียวและศิษย์พี่ร่างกำยำน่าจะตกใจมากที่สุดเพราะทั้งดื่มเหล้ากอดคอเฮฮา ทั้งลุยป่าเดินทางด้วยกันหลินเซียนยิ้ม เขาถอยหลังไปนั่งเก้าอี้เจ้าสำนัก และให้ทุกคนลุกขึ้น มือเขาเอาอุปกรณ์สื่อสารของหลิงเอ๋อออกมา"หลิวเซี่ยงๆ ยังอยู่โลกไหม?""อยู่เจ้าค่ะ ศิษย์แวะมาดูสามีที่เผ่าเสือเจ้าค่ะ" (ปีศาจเสือ สามีหลิวเซี่ยงแก่มากแล้วจนฉี่รดที่นอนบ่อย จำใครไม่ได้แล้ว)"มานี่หน่อยสิ"แล้วหลินเซียนก็บอกพิกัดไป ไม่กี่ลมหายใจหลิวเซี่ยงก็มาถึง พลังเซียนระดับ 10 ขั้นกลางสูงกว่าจักรพรรดิสวรรค์บน 1 ขั้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์บนโลกจะจินตนาการได้(จักรพรรดิสวรรค์บนระดับ 10 ขั้นต้น)พลังปราณมหาศาลแผ่ไพศาลไปทั่ว และของหลิวเซี่ยงเป็นพลังมาร(และตอนนี้มีพลังเผ่ามังกรร่วมด้วย) แม้เมืองหลวงแคว้นจะห่างไกลแต่เซียนทั้งแคว้นต่างตื่นตระหนก ส่วนบรรพาจารย์แคว้นและทุกๆคนในกลุ่มจู้อี้เหมิงต่างตกใจมากรีบแยกย้ายกันหนีอย่างกลัวตายสุดขีดหลิวเซี่ยงค่อยๆลอยตัวเข้ามาทางประตูช้าๆ ทุกคนกลืนน้ำลายอึ่กใหญ่ แม้แต่จอมมารโลหิตบรรพกา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

เพียงคนดีขึ้นสู่ที่สูง ใต้หล้าย่อมสงบสุข

....หลินเซียนเหาะขึ้นไปสวรรค์ชั้นที่ 6 ไท่ซ่างเทียน(แดนสวรรค์ล่างชั้นสูงสุด) แต่ไม่ได้ไปที่ตำหนักใหญ่ เขาไปที่ตำหนักส่วนพระองค์ของราชาสวรรค์เพื่อเข้าไปสอบถามเรื่องราชวงศ์สวรรค์ที่กลายเป็นผีดิบ พอรู้แล้วจึงไปกับราชาสวรรค์เป็นการส่วนตัวหลินเซียนเอาหยดเลือดมังกรหยดสุดท้ายให้ดื่ม สักพักพอกลับมาเป็นปกติเขาก็ร้องไห้ขอบคุณหลินเซียน ภรรยาของเขาก็เข้ามาขอบคุณเช่นกัน หลินเซียนจึงถามถึงพวกเซียนรับจ้าง เธอก็บอกว่าชาวสวรรค์มีเส้นสายมากมายหลายเผ่า หลายเรื่องไม่ทำเองก็จะจ้างเซียนพวกนี้มารับงานจนเป็นเรื่องปกติ หลินเซียนถามว่าแล้วสามีท่านไปติดโรคผีดิบนี่มาได้ยังไง? เธอก็ยอมรับตรงๆว่าสามีแอบไปเที่ยวเมืองมนุษย์แล้วติดโรคมา หลินเซียนยังสอบถามข้อมูลอีกหลายอย่าง เพราะเขาอยากรู้ว่าไอ้เจ้าโรคผีดิบนี้มันแพร่มาจากไหนกันแน่หลังเสร็จธุระแล้วหลินเซียนกลับไปตำหนักกับราชาสวรรค์ ถามหาภรรยาเขา ราชาสวรรค์อ้ำๆอึ้งๆ หลินเซียนจึงไม่ถามต่อ แต่เปลี่ยนเรื่องไปว่านี่ก็นานแล้ว พระองค์ยังขึ้นระดับ 8 อวี๋เทียน(ผู้โอบฟ้า)ไม่ได้อีกหรือ? (ราชาสวรรค์ยังคงระดับ 7 เจินเสินขั้นปลายเท่ากับตอนที่หลินเซียนช่วยเลื่อนขั้นให้ครั้งก่อน)ไ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
202122232425
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status