All Chapters of เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส: Chapter 101 - Chapter 110

171 Chapters

บทที่ 100 ตามล่าอวิ๋นโซ่ว

พระราชโองการถูกประกาศออกจากท้องพระโรงในเช้าวันอึมครึม เสียงกลองราชสำนักดังหนักแน่นราวกับสะท้อนความตึงเครียดที่ปกคลุมทั่ววังหลวง ฮ่องเต้จิ้งอู่ประทับยืนหน้าบัลลังก์ พระพักตร์เคร่งขรึม ดวงเนตรฉายแววเด็ดขาด พระสุรเสียงหนักแน่นดังไปทั่วท้องพระโรง“อวิ๋นโซ่ว สมคบคิดกับสำนักเงารัตติกาล ลอบทำร้ายราชสำนัก ก่อการร้ายบ้านเมือง ผู้นี้เป็นกบฏต่อแผ่นดิน” จิ้งอู่เหล่าขุนนางคุกเข่าพร้อมกัน บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ“มีพระราชโองการ ให้กองกำลังองครักษ์หลวง กองสืบราชการลับ และทหารทุกหัวเมือง ร่วมกันตามล่าอวิ๋นโซ่ว ไม่ว่าผู้นั้นจะหลบหนีไปถึงที่ใด” จิ้งอู่ฮ่องเต้ทรงหยุดชั่วครู่ ก่อนตรัสต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“ผู้ใดให้ที่พักพิง ปิดบัง หรือช่วยเหลือ ถือว่ามีความผิดเทียบเท่ากบฏ ฆ่าไม่ละเว้น” จิ้งอู่ยามอรุณยังไม่ทันคลี่คลาย หมอกขาวปกคลุมลานหน้าพระราชวัง เสียงกลองศึกดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่น ประกาศการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของราชสำนักอีกระลอก พระราชโองการถูกส่งตรงถึงตำหนักของ ท่านอ๋องสาม และ ท่านอ๋องห้าให้ทั้งสองนำกำลังออกตามล่า อวิ๋นโซ่ว กบฏหลวง ผู้หลบหนีและยังคงเป็นภัยต่อแผ่นดินท่านอ๋องสาม
Read more

บทที่ 101 มู่เทียนหลางล้างบางสำนักเงารัตติกาล

ยามค่ำคืนคลี่ตัวลงเหนือเมืองหลวงราวม่านสีดำสนิท ลมหนาวพัดผ่านตรอกซอกซอย เสียงกระดิ่งยามดังแผ่วไกล แต่ภายใต้ความสงบจอมปลอมนี้ เมืองทั้งเมืองกำลังกลั้นหายใจเพราะทุกคนรู้ว่ามู่เทียนหลางกำลังจะลงมือหลังหลักฐานทั้งหมดเชื่อมโยงอย่างแน่นหนาว่าสำนักเงารัตติกาลคือรากเหง้าของการลอบสังหาร การใส่ร้าย และการกบฏ ฮ่องเต้จิ้งอู่ทรงมีพระราชโองการเด็ดขาดเพียงหนึ่งเดียว“ล้างบางให้สิ้น”ไม่ใช่การปราบปรามครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่คือการถอนรากถอนโคนมู่เทียนหลางยืนอยู่ในตำหนักบัญชาการ แผนที่เมืองหลวงขนาดใหญ่คลี่อยู่ตรงหน้า หมุดเหล็กสีดำและแดงปักแน่นทั่วพื้นที่โรงน้ำชา ร้านยา คลังสินค้า เรือนเช่า ศาลร้าง ไปจนถึงอุโมงค์ใต้ดินที่ซ่อนอยู่ใต้ตลาดใหญ่ เขามองมันอย่างนิ่งเฉย ดวงตาคมกริบไร้อารมณ์ “เงารัตติกาลฝังตัวมานาน” เทียนหลางเขากล่าวเสียงต่ำ “ถ้าเราฟาดเพียงจุดเดียว ที่เหลือจะหนี” เทียนหลางคำสั่งจึงถูกวางอย่างละเอียดรัดกุม สามชั้นสามจังหวะ ไม่มีช่องว่างชั้นแรกกองสืบราชการลับ แฝงตัวเข้ายึดเอกสาร ผู้นำ และแหล่งข่าว ชั้นที่สององครักษ์หลวง ปิดล้อมเส้นทางหนีทุกทิศ ชั้นสุดท้ายกองทัพหลัก บุกกวาดล้างฐานที่มั่นทั้งหมดในเ
Read more

บทที่ 102 เงาร้ายยังไม่หมด

รุ่งสางของวันนั้น ท้องฟ้าเหนือช่องเขาหลงซานหม่นเทาราวกับถูกเมฆหนักกดทับ ลมหนาวพัดแรง เสียงใบไม้เสียดสีกันดังแผ่วเหมือนเสียงคร่ำครวญของผืนป่า การไล่ล่าที่ยืดเยื้อมาหลายวัน หลายคืน เดินทางมาถึงปลายทางในที่สุดอวิ๋นโซ่วชายผู้เคยเป็นทั้งยอดฝีมือ ผู้ภักดีและในที่สุดกลายเป็นกบฏต่อแผ่นดินกำลังหมดแรง เลือดซึมจากบาดแผลเก่าที่ยังไม่ทันสมาน เสื้อคลุมสีดำขาดวิ่นร่างกายอ่อนล้าจนแทบทรงตัวไม่อยู่ เขาพยายามฝืนก้าวต่อไปตามทางแคบริมหน้าผา แต่ขาทั้งสองกลับไม่เชื่อฟังอีกแล้ว เสียงหอบหายใจดังชัดในอกราวกับเตือนว่าทางหนีได้สิ้นสุดลงจริง ๆ เสียงเกือกม้าดังขึ้นจากด้านหลังไม่ใช่เสียงเดียวแต่เป็นหลายสิบหลายร้อยวงล้อมปิดสนิทอวิ๋นโซ่วทรุดตัวลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ เมื่อเงาทหารปรากฏขึ้นจากหมอกหนา คมดาบสะท้อนแสงยามเช้าเป็นแนวเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีช่องว่าไม่มีทางหลบ มู่เทียนหลางก้าวออกมาจากแนวหน้า เขาสวมเกราะแม่ทัพเต็มยศสีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองชายที่เคยเป็นสหายร่วมสนามรบในอดีต“อวิ๋นโซ่ว” เทียนหลางเสียงของเขาหนักแน่น “ถึงเวลาหยุดได้แล้ว” เทียนหลางอวิ๋นโซ่วเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า ใบหน้าซูบซีด แต
Read more

บทที่ 103 เงาร้ายกลุ่มใหม่

ค่ำคืนหนึ่งหลังการประหารอวิ๋นโซ่วไม่นาน เมืองหลวงดูสงบเกินไปโคมไฟริมถนนส่องแสงนวล ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เสียงหัวเราะจากโรงน้ำชา กลิ่นอาหารจากตลาดยามค่ำ ล้วนทำให้หลายคนเชื่อว่าความมืดได้ถูกกวาดล้างไปจนสิ้นแล้ว แต่ความมืดไม่เคยหายไปมันเพียงเปลี่ยนที่ซ่อนในตรอกแคบหลังตลาดเก่า ประตูไม้ผุพังบานหนึ่งถูกเคาะสามครั้ง หยุดหนึ่งจังหวะ แล้วเคาะอีกสองครั้ง เสียงเบาแทบกลืนไปกับลม กลอนด้านในถูกปลดอย่างระมัดระวัง ชายร่างผอมสวมผ้าคลุมสีเทาเลื่อนตัวเข้าไปในความมืดภายในห้องใต้ดิน แสงตะเกียงสั่นไหว เผยให้เห็นเงาคนหลายร่างนั่งล้อมวง ไม่มีใครเอ่ยนามไม่มีใครถามถึงอดีต สิ่งเดียวที่ทุกคนมีร่วมกันคือสายตาที่ไม่ยอมก้มหัวให้แผ่นดิน“สำนักเงารัตติกาลถูกทำลาย” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นต่ำ ๆ “แต่เงา…ยังคงอยู่”ชายอีกคนหัวเราะแผ่ว “พวกเขาคิดว่าการตัดหัว จะทำให้ร่างกายตาย แต่ลืมไปว่า เงาไม่ต้องการหัว”คำพูดนั้นทำให้หลายคนยิ้มบาง ๆ ความเงียบแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ก่อนชายผู้สวมหน้ากากครึ่งหน้าผู้ที่นั่งสูงกว่าเล็กน้อยจะยกมือขึ้น“เราจะไม่เดินรอยเดิม” เขากล่าว “ไม่ใช้ชื่อเดิม ไม่ใช้โครงสร้างเดิม และจะไม่ให้ใครรู้ว่าเร
Read more

บทที่ 104 ซูเหวินอี้

ค่ำคืนนั้น เมืองหลวงเงียบงันผิดปกติ ลมหนาวพัดผ่านกำแพงวัง เสียงธงราชสำนักกระทบเสาไม้ดังแผ่วราวลางร้าย มู่เทียนหลางยืนอยู่ในตำหนักบัญชาการเพียงลำพัง แสงตะเกียงส่องเงาเขาทอดยาวบนพื้นหิน รายงานลับฉบับล่าสุดวางอยู่ตรงหน้ากระดาษบางแต่หนักอึ้งราวหินผาชื่อที่เขาไม่อยากเห็นถูกเขียนอย่างชัดเจนซูเหวินอี้ มหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ชายผู้อยู่ในราชสำนักมานานกว่าสองทศวรรษ ผู้มีภาพลักษณ์ซื่อสัตย์ สุขุม และเป็นเสาหลักของแผ่นดิน กำลังถูกระบุว่าซ่องซุมกำลัง เตรียมก่อกบฏมู่เทียนหลางไม่ได้เชื่อรายงานง่าย ๆ เขาอ่านทุกบรรทัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่เส้นทางเงินที่ไหลออกจากคลังเงา ไปจนถึงการเคลื่อนไหวของทหารนอกบัญชี “ถ้าคือซูเหวินอี้” เทียนหลางเขาพึมพำ “เขาจะไม่ลงมือหากยังไม่มั่นใจว่าจะชนะ” เทียนหลางหลักฐานเริ่มชัดขึ้นทีละชิ้นเรือนพักนอกเมืองที่ถูกซื้อผ่านนอมินี การย้ายเสบียงในนามบรรเทาภัยแล้ง แต่ปลายทางคือคลังลับ การแต่งตั้งขุนนางชั้นผู้น้อยที่จงรักภักดีต่อเขาเข้าสู่ตำแหน่งคุมด่านสำคัญ และการเรียกตัวทหารกองหนุนจากหัวเมืองห่างไกลภายใต้เหตุผลการฝึก ทั้งหมดถูกวางอย่างประณีต ไม่มีรอยฉีก ไม่มีเสียงดังนี่ไม่ใช่การกบ
Read more

บทที่ 105 เกลี่ยกล่อม

ยามรุ่งสางเมฆสีหม่นลอยต่ำเหนือหลังคาวังตะวันออก ลมเย็นพัดผ่านทางเดินหิน เสียงระฆังยามเช้าดังแว่วราวเตือนสติผู้คนว่าความสงบของราชสำนักนั้นเปราะบางเพียงใด มู่เทียนหลางก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้าสู่ตำหนักรัชทายาท ชุดแม่ทัพของเขาเรียบสงบ แต่แฝงแรงกดดันหนักอึ้งข่าวที่เขานำมานั้น มิใช่เรื่องเล็กรัชทายาทจิ้งไฉกำลังทรงอ่านฎีกา เมื่อเงยพระพักตร์ขึ้นก็เห็นมู่เทียนหลางคุกเข่าคำนับอย่างเป็นทางการ สีพระพักตร์ขององค์รัชทายาทเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที “ท่านแม่ทัพมาเช้าเช่นนี้ ต้องมีเรื่องสำคัญนัก”“หม่อมฉันขอถวายรายงานลับ” เทียนหลางมู่เทียนหลางกล่าวเสียงหนักแน่น “เกี่ยวกับมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ซูเหวินอี้”เพียงได้ยินชื่อนั้นดวงตาของจิ้งไฉก็ไหววูบเล็กน้อย ซูเหวินอี้ไม่ใช่เพียงขุนนางผู้ใหญ่ หากแต่เป็นลุงแท้ ๆ ผู้เลี้ยงดูพระองค์มาตั้งแต่เยาว์วัย เป็นคนที่สอนให้รู้จักอักษร การเมืองและการอดกลั้น พระองค์ทรงสูดพระลมหายใจลึก เขารู้อยู่แล้วว่าท่านลุงทำอะไรไว้ต้องมีคนรู้เห็น รวมถึงตอนนี้ที่คิดจะสังหารตนด้วย “ว่ามา” จิ้งไฉมู่เทียนหลางถวายเอกสารทีละฉบับ เขาอธิบายอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การซ่องซุมกำลัง เส้นทางเงินลับ
Read more

บทที่ 106 ซูเหวินอี้เริ่มเดินหมาก

ฤดูใบไม้ผลิปีนั้น เมืองหลวงแต่งแต้มด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ กลิ่นหอมอ่อนลอยอบอวลไปทั่วสวนหลวง งานชมดอกไม้ประจำปีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ขุนนาง ข้าราชบริพาร และเชื้อพระวงศ์ต่างพร้อมหน้าพร้อมตา เสียงดนตรีขับกล่อมแผ่วเบา คล้ายกลบความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มและถ้อยคำสุภาพภายใต้ความงดงามนั้น เงามืดกำลังเคลื่อนไหว ซูเหวินอี้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน สีหน้าเรียบสงบไม่ต่างจากทุกวัน เสื้อคลุมสีเข้มปักลายเรียบหรู ดวงตาฉายแววครุ่นคิด ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเบื้องหลังท่าทีสุขุมของมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย กำลังมีคำสั่งหนึ่งถูกส่งออกไปอย่างเงียบเชียบคำสั่งที่เด็ดขาดและไร้ทางย้อนกลับหากเขายังมีชีวิตอยู่ แผ่นดินจะไม่เป็นของข้าเขาไม่ได้ออกคำสั่งต่อหน้าผู้ใด เพียงสายตาที่สบกับข้ารับใช้คนสนิทในชั่วขณะ ทุกอย่างก็เข้าใจตรงกัน แผนการลอบสังหารถูกเตรียมมานาน ยาพิษชนิดหนึ่ง ละลายง่าย ไร้สี ไร้กลิ่น ออกฤทธิ์ช้า แต่รุนแรงเหมาะอย่างยิ่งกับสุราหวานในงานเลี้ยง และเป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียวรัชทายาทจิ้งไฉจิ้งไฉเสด็จมาถึงสวนหลวงพร้อมขบวนเล็ก พระพักตร์สงบ สุภาพเช่นเคย แต่ในดวงตาแฝงความระมัดระวัง หลังจากการสนทนาในคฤหาสน์คืน
Read more

บทที่ 107 ฮ่องเต้เตรียมแผนรับมือ

ค่ำคืนหลังเหตุลอบสังหาร ราชสำนักเงียบงันราวถูกกดทับด้วยเงาหนัก ฮ่องเต้จิ้งอู่ประทับอยู่ในห้องทรงงาน แสงตะเกียงส่องพระพักตร์ที่สงบนิ่ง แต่ดวงพระเนตรกลับเย็นเฉียบกว่าทุกครา แผนที่เมืองหลวงและหัวเมืองโดยรอบถูกกางเต็มโต๊ะ เส้นทางคมนาคม คลังเสบียง ด่านทหาร และคฤหาสน์ขุนนางสำคัญถูกทำเครื่องหมายไว้หมดแล้วนี่ไม่ใช่การตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่เป็นการกวาดล้างที่ต้องจบในคราวเดียว มู่เทียนหลางคุกเข่ารายงานอยู่เบื้องหน้า รัชทายาทจิ้งไฉนั่งเงียบอยู่ด้านข้าง พระวรกายยังอ่อนแรงจากพิษ แต่พระเนตรแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิม “ซูเหวินอี้เลือกเปิดศึกกับแผ่นดิน” จิ้งอู่ฮ่องเต้ตรัสช้า ๆ“เราจะไม่ปล่อยให้ไฟลามไปถึงประชาชน” จิ้งไฉพระองค์ทรงสั่งตั้งคณะบัญชาการลับ ประกอบด้วยแม่ทัพและเสนาบดีที่เชื่อถือได้ แยกการทำงานออกเป็นสามสายการเมือง การทหารและการข่าวเพื่อบีบเครือข่ายกบฏจากทุกทิศโดยไม่ให้รู้ตัว แผนการถูกเรียกว่า ล้อมเงา มิใช่บุกพรวด แต่ค่อย ๆ ปิดทุกทางหนีสายการเมืองเริ่มก่อน ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการโยกย้ายตำแหน่งเล็กน้อยภายใต้เหตุผลปกติ ขุนนางที่ซูเหวินอี้ดึงไว้เริ่มถูกย้ายออกจากกรมสำคัญโดยไม่ให้สะดุดตา ขณะเดียวกัน ผู
Read more

บทที่ 108 กวาดล้างกบฏซูเหวินอี้

รุ่งอรุณของวันที่ฟ้าหม่น เมฆสีเทาปกคลุมเหนือพระราชวังหลวง ราวกับสวรรค์เองก็รับรู้ว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์สำคัญที่สั่นสะเทือนแผ่นดิน ระฆังวังถูกตีขึ้นช้า ๆ หนักแน่น สามครั้งติดกัน เสียงนั้นกังวานไกลไปทั่วเมืองหลวง เป็นสัญญาณที่ขุนนางทุกคนรู้ดีนี่ไม่ใช่พิธีมงคลหากคือพระราชอาญาในท้องพระโรง ฮ่องเต้จิ้งอู่ประทับเหนือบัลลังก์มังกร พระพักตร์สงบนิ่ง เย็นเฉียบ ดวงพระเนตรทอดมองเบื้องล่างอย่างหนักแน่น รัชทายาทจิ้งไฉประทับอยู่ด้านข้าง สีพระพักตร์ยังซีดจากพิษที่เพิ่งถอน แต่พระวรกายตั้งตรง แววตาแน่วแน่ มู่เทียนหลางคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า มือกุมตราพยัคฆ์บัญชาการสูงสุด แน่นราวกับรู้ว่าคำสั่งต่อไปจะเปลี่ยนชะตาของผู้คนจำนวนมาก ขันทีหลวงก้าวออกมากลางท้องพระโรง คลี่ราชโองการ เสียงอ่านดังก้อง ชัดถ้อยชัดคำ“ซูเหวินอี้ มหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ลอบสังหารรัชทายาท ซ่องสุมกำลัง ก่อกบฏต่อแผ่นดิน บ่อนทำลายราชบัลลังก์และความสงบของประชาชน มีโทษสถานหนักตามกฎหมายหลวง”เมื่อชื่อของซูเหวินอี้ถูกเอ่ย ขุนนางทั้งท้องพระโรงก้มศีรษะแตะพื้น ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน ความเงียบหนักอึ้งราวภูผาทับลงบนอก ฮ่องเต้จิ้งอ
Read more

บทที่ 109 ประหารซูเหวินอี้

ฟ้ายามเช้าขมุกขมัว เมฆสีเทาหนักอึ้งปกคลุมเหนือเมืองหลวง ราวกับสวรรค์เองก็ไม่อาจส่องแสงในวันที่แผ่นดินต้องชำระบาป ระฆังหลวงถูกตีขึ้นช้า ๆ สามครั้ง เสียงกังวานสะท้อนผ่านกำแพงวังและตรอกซอย เป็นสัญญาณที่ผู้คนรู้กันดีวันนี้คือวันพิพากษาลานประหารด้านตะวันตกถูกจัดเตรียมอย่างเงียบงัน ธงดำปักเรียงรายเป็นระเบียบ ทหารหลวงยืนรักษาการณ์แน่นหนา ผู้คนยืนดูอยู่ห่าง ๆ ไม่มีเสียงโห่ร้อง ไม่มีความสะใจ มีเพียงความเงียบและลมหายใจที่หนักอึ้ง เพราะผู้ถูกนำมาประหาร ไม่ใช่คนสามัญ หากคืออดีตเสาหลักของราชสำนักซูเหวินอี้ถูกนำตัวออกมาในชุดนักโทษ สีหน้าเขาสงบกว่าที่ใครคาดคิด ผมขาวที่เคยจัดอย่างประณีตปล่อยสยายเล็กน้อย แต่แววตายังแน่วแน่ เขามองไปรอบลานประหารอย่างช้า ๆ ราวกับกำลังมองอดีตของตนเองตำแหน่ง อำนาจ และความเชื่อมั่นว่าเขาคู่ควรกับการกำหนดชะตาแผ่นดิน ขันทีหลวงก้าวออกมาอ่านคำพิพากษาดังก้อง“ซูเหวินอี้ อดีตมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ลอบสังหารรัชทายาท ซ่องสุมกำลังก่อกบฏ ทรยศต่อราชบัลลังก์ มีโทษประหารตามกฎหมายหลวง”เมื่อเสียงอ่านจบลงลมหนาวพัดผ่านเหมือนถอนหายใจ ซูเหวินอี้ยืนนิ่งไม่ขอร้องไม่ปฏิเสธ เขาหลับตาลงเพียงครู่หนึ
Read more
PREV
1
...
910111213
...
18
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status