All Chapters of สัมผัสร้าย สัมผัสรัก: Chapter 51 - Chapter 60

124 Chapters

สัมผัสร้าย 9 ออกอาการ (5)

เทียนออกไปส่งไอ้แฮคเพิ่งจะกลับเข้ามาในบ้าน เธอชะงักกึกเมื่อเห็นหน้าผม รอยยิ้มบนหน้าก็หายไปเช่นกัน เดินผ่านผมไป ทำเหมือนผมไม่มีตัวตน ยิ่งกระตุ้นให้ผมไม่สบอารมณ์ ความรู้สึกไม่พอใจที่สั่งสมมาตั้งแต่ตอนบ่ายพรั่งพรูราวกับลาวาเดือด ผมรั้งแขนเรียวบางเอาไว้ทันที ออกแรงกระตุกนิดเดียวเทียนก็เซถลามายืนตรงหน้าผมแล้ว“นี่ฉันเจ็บนะ” เทียนแกะมือที่กุมแน่นของผมออก ใบหน้าสวยหวานที่เคยโปรยเสน่ห์ให้ทุกคนบนโต๊ะอาหาร กำลังขมวดตึง เหลือบมองแขนตัวเองที่ขึ้นรอยแดงอย่างไม่พอใจ ผมหรี่ตาลงมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาเย็นเยือกทิ่มแทงเข้าไปถึงกระดูกดำทำให้ยัยนั่นลอบกลั้นหายใจแล้วถลึงตากลับมา“ทำไม! มีอะไรก็รีบพูดมาสิ จ้องอยู่นั่นแหละ” “ชุดดีๆ กว่านี้ไม่มีแล้วหรือไง”“ชุดนี่ไม่ดีตรงไหน” เทียนก้มลงมองสำรวจตัวเองรอบหนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้นเถียงเสียงแข็ง แววตาแสนจะภูมิใจกับชุดที่ตัวเองใส่ ผมไม่วายถมทับความมั่นใจนั้นด้วยสายตาเหยียดหยัน“ถ้าจะขนาดนี้ทำไมไม่เอาบิกินีมาใส่ซะเลยล่ะ” เทียนอึ้งนิดๆ แต่แทนที่จะอับอายก็ตอบกลับมาหน้าด้านๆ “ได้เหรอ” ผมควันออกหู “เธอนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ”
Read more

สัมผัสร้าย 9 ออกอาการ (6)

ฉันต้องซักมือ ตอนนี้จากมือนุ่มๆ ก็เริ่มกร้านหมดแล้ว แถมที่ตากไม่มีต้องซื้อแบบราวมาประกอบเอง โดยมีแฮคเป็นคนช่วยซะส่วนใหญ่คนส่งของที่หน้าเด็กพอๆ กับไอ้ธูป หันมาผงกหัวทักทายฉันที่โผล่ออกมากะทันหัน ฉันยิ้มตอบตามมารยาท แต่ฉันกลับถูกเรซมองด้วยสายตาดุๆ แทน อะไรของเขา“ถูบ้านเสร็จแล้วเหรอ” เสียงเข้มถามเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ฉันขมวดคิ้ว ตอบกลับเสียงฉุนสั้นๆ ว่า “ยัง”จากนั้นเรซก็ส่งสายตาไล่ฉันให้กลับไปทำงานต่อ แต่ฉันแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ มองเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ตรงหน้าด้วยแววตาตื่นเต้น“นายสั่งเครื่องซักผ้าเหรอ”“อือ”“ให้เอาไว้ตรงไหนครับเฮีย” คนส่งของร้องถาม คนหนึ่งยกลังกระดาษออกเผยให้เห็นหน้าตาเครื่องซักผ้าที่ทั้งสวยและดูแพง ส่วนอีกคนกำลังด้อมๆ มองๆ หาทำเลที่เหมาะสมเรซไม่ได้ตอบทันทีแต่หันมาพูดกับฉัน “อยากไว้ตรงไหน”“อืม… ตรงนั้นก็ดีนะ” ฉันชี้ให้เขาดูก่อนเดินเข้ามาดูรอบๆ บริเวณ ตรงที่ฉันเล็งไว้พอเหมาะมาก แต่…“ตรงนั้นไม่มีปลั๊กครับ” เด็กส่งของท้วง“อืม” ฉันพยักหน้า นั่นแหละปัญหา ขบคิดแป๊บหนึ่งก็พูดออกมาอย่างไม่เรื่องมาก “งั้นก็เอาไว้ใกล้ปลั๊กเถอะ”“ปริ๊นซ์”“ครับเฮีย”“มีเครื่องมือหรือเปล
Read more

สัมผัสร้าย 10 ระยะห่างที่สั้นลง (1)

RACE – 5 ผมไม่รู้ตัวเองเป็นอะไร ความรู้สึกกระวนกระวายทำให้ต้องเร่งเคาะบุหรี่ออกมาจุดสูบ อัดนิโคตินเข้มข้นเข้าสู่ปอดหวังให้อารมณ์ที่คลุมเครืออยู่ตอนนี้คลี่คลาย และก็เป็นดังคาด หลังจากสูดควันเข้าปอดไปสองสามรอบจิตใจก็เริ่มสงบ ผมเหม่อมองใบไม้ตรงหน้าไหวเอนตามแรงลม ไม่วายครุ่นคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นผมเกือบจะกดยัยนั่น... จริงๆ ก็รุกไปแล้ว สัมผัสหนุบหนับยังติดอยู่ที่ปลายนิ้ว คิดแล้วถึงกับกลืนน้ำลาย ร่างกายเย้ายวน เต็มมือเต็มไม้ทั้งท่อนบนท่อนล่างขนาดนั้นใครบ้างจะไม่อยาก ขนาดไอ้แฮคยังเทียวไล้เทียวขื่อแทบทุกวัน แล้วผมที่อยู่บ้านหลังเดียวกันมีเหรอจะไม่คิดอยากจับปล้ำวันละสามเวลาหลังอาหาร แน่นอนว่าผมได้แค่คิด ตั้งแต่วันที่พลั้งปากพูดไม่ดีออกไป รู้สึกว่าเทียนเว้นช่องว่างกับผมแปลกๆ แม้ปกติเราจะไม่ค่อยคุยกันอยู่แล้วเพราะผมไม่ใช่คนพูดมากแต่ว่าตอนนี้นอกจากยัยนั่นจะประหยัดคำพูดที่ใช้พูดกับผมแล้วยังทำตัวห่างเหินกว่าเดิม ขนาดเรื่องจิปาถะอย่างราวตากผ้ายังให้ไอ้แฮคเป็นธุระจัดหาให้ ทั้งที่ผมก็อยู่ไม่เห็นบอกอะไรผมสักคำ ทำแบบนี้ก็เหมือนข้ามหน้าข้ามตากันนั่นแหละ จะไม่ให้ผมฉุนได้ยังไง จำได้
Read more

สัมผัสร้าย 10 ระยะห่างที่สั้นลง (2)

พลั่ก!“โอ๊ย สัสเฟม กูเจ็บ”“เฮียได้ยินโว้ย”“เชี่ย...” ปริ๊นซ์หันกลับมามองก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ แล้วพวกมันสองคนก็รีบเดินเร็วๆ ไปที่รถโดยไม่กล้าซุบซิบอะไรกันอีกคล้อยหลังสองคนนั้น ผมหันกลับมามองเทียน ยัยนั่นมองส่งท้ายรถพวกไอ้ปริ๊นซ์จนพ้นขอบรั้ว ไหวดวงหน้ามาทางผมแล้วหลุบตาลงอย่างรวดเร็ว “แค่กินข้าวไม่เห็นต้องงกเลยนี่นา” เทียนพึมพำเสียงเบาจนแทบฟังไม่ออกว่าพูดอะไร ผมมองสีหน้าที่อ่านไม่ออกนั่นก่อนคว้าข้อมือที่กำลังจะเปิดประตูเข้าบ้านเอาไว้ “ไปดูเครื่องซักผ้าหน่อย”“อ๊ะ จริงสิ” ยัยนั่นพยักหน้าเบาๆ แล้วดึงมือออกจากการจับกุม รีบหมุนตัวลงบันไดบ้านที่สูงจากพื้นแค่สองขั้น เดินเร็วๆ ไปทางเครื่องซักผ้าที่อยู่ในอู่เก่าเมื่อก่อนที่นี่เคยเป็นอู่เล็กๆ ที่พวกเราใช้ปรับแต่งรถแข่ง ช่วงนั้นพวกผมยังเป็นนักเรียนมอปลายกันอยู่ จะทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวก คนที่เป็นหัวแรงสำคัญจึงไม่พ้นฮานกับเฮียหมู ส่วนผม ริกกี้ และไอ้แฮคใช้เวลาเกือบครึ่งอยู่โรงเรียน อีกครึ่งหมดไปกับการฝึกขับรถ น้อยมากที่จะได้ลงสนามจริง คนเปิดเกมและปิดเกมในฐานะเรดซันคือเฮียหมูกับฮาน สมัยนั้นคนที่มีประโยชน์กับทีมมากที่สุดในพวกผมสามคนคือแฮ
Read more

สัมผัสร้าย 10 ระยะห่างที่สั้นลง (3)

รสจูบที่เต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่ยังคงแผดร้อนอยู่ในอก ฉันเอามือบีบหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความรู้สึกว้าวุ่น พอเห็นว่าเรซไม่ได้ตามมาทันทีก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมานิดหนึ่ง เมื่อกี้เล่นเอาใจแทบแตกแหนะ ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร ทั้งเรื่องที่ซื้อเครื่องซักผ้าและจูบ“ซื้อให้ใช้” คำนี้ฟังครั้งแรกก็แทบสะกดกลั้นอาการลิงโลดของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเขากำลังใส่ใจฉัน แต่พอมาคิดอีกทีก็อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ บางทีเรซคงอยากซื้ออยู่แล้ว และอนุญาตให้ฉันใช้ของเขาได้ นั่นแหละ มันต้องเป็นอย่างหลังอยู่แล้ว ไม่มีทางที่เขาจะซื้อเครื่องซักผ้าเพื่อฉันหรอก มันแปลกเกินไป แต่แล้วฉันก็สะดุดความคิดตัวเองอีกรอบ เอามือแตะริมฝีปาก รู้สึกหวิวไหวอยู่ข้างใน เวลานึกจะทำก็ทำ นึกจะจูบก็จูบ อยากรู้จริงๆ ว่าเวลาอยู่กับคนอื่นเรซเป็นแบบนี้หรือเปล่า หรือมีแค่ฉันที่ถูกทำเหมือนเป็นของเล่น เพราะแบบนี้ฉันถึงไม่มีใจตอบรับจูบของเรซ ต่อให้หวานหอมสักแค่ไหน แต่สุดท้ายก็คือยาพิษดีๆ นี่เอง ฉันว่าจะเลิกหวังกับเรซแล้วล่ะ ไว้หาที่อยู่ได้เมื่อไหร่บางทีฉันอาจจะย้ายออก ยังไงที่นี่ก็ไกล เดินทางไม่ค่อยสะดวก รบกวน
Read more

สัมผัสร้าย 10 ระยะห่างที่สั้นลง (4)

เรซ : อะไรของมึงแฮค : แย่งกระต่ายกูเรซ : สัส คนไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแฮค : อ้าว คนเหรอ กูนึกว่าสัตว์เลี้ยงมึงเรซ : เดี๋ยวกูเอาแชทมึงให้เค้าอ่านดีมั้ย?แฮค : มึงไม่ทำหรอกเรซ : ต้องการอะไรปลายทางเลิกเล่น ถามกลับมาห้วนๆ แฮคสัมผัสได้ถึงบรรยากาศจริงจังที่สะท้อนอยู่ในตัวอักษรแถวสั้นๆ บนจอโทรศัพท์ มุมปากแฮคกระตุกยิ้ม แค่นเสียง ‘หึ’ ในลำคอแฮค : ถ้ามึงจะจริงจังก็ดีกับเค้าเยอะๆ หน่อย เรซแค่อ่านแต่ไม่ตอบกลับมา แฮคคอยอยู่ครู่เดียวก็เก็บโทรศัพท์ลง พอหันกลับมาอีกทีก็เห็นว่าลูกน้องสองคนกำลังจ้องเขาอยู่“อะไรวะปริ๊นซ์ เฟม”“คุยกับสาวเหรอครับเฮีย เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” ปริ๊นซ์แซว“ฮ่าๆ สาวเหรอ ไม่ใช่อย่างที่พวกมึงคิดหรอก ทำงานๆ” แฮคตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเตือนเด็กๆ รวมทั้งตัวเองให้สนใจงานตรงหน้า “เมื่อเช้าผมกับไอ้เฟมเอาเครื่องซักผ้าไปส่งที่เซฟเฮาส์ คนที่อยู่กับเฮียเรซนั่นใครเหรอครับเฮีย” ปริ๊นซ์หันมาจ้องแฮคด้วยสายตาสงสัย แฮคเลิกคิ้ว หันไปมองหน้าเด็กอู่แววตาเบิกกว้าง“เครื่องซักผ้า?”“ครับ เฮียเรซสั่งให้พวกเราไปรับที่ร้านแล้วก็เอาไปส่งที่เซฟเฮาส์” เฟมช่วยปริ๊นซ์ชี้แจง “แล้วอาเจ้ที่อยู่กับเฮียเรซแบบสุ
Read more

สัมผัสร้าย 10 ระยะห่างที่สั้นลง (5)

“อย่าเรียกแฟนเล้ย ก็แค่ของแก้ขัด เนอะพี่แสง” พะแพงยังทำปากยื่นไม่หยุด หันไปกระเซ้าพี่แสง ฉันแทบจะพุ่งเข้าไปข่วนหน้ายัยนั่นแต่เรซรั้งข้อมือเอาไว้อย่างรู้ทัน พี่แสงปรายตามาทางฉันแวบหนึ่งก่อนหันกลับไปด้วยสีหน้าว่างเปล่า เหมือนฉันไม่มีค่าพอให้เขาพูดถึงความรู้สึกปวดหนึบแผดซ่านไปทั้งใจ “ไปเถอะ” ระหว่างที่ฉันกำลังรู้สึกเหมือนโดนคำพูดพะแพงและสายตาพี่แสงฉีกเป็นชิ้นๆ คนจิตใจเย็นชาก็กระตุกข้อมือเตือนให้เข้าไปในร้านเดียวกันราวกับไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น“นายไม่เห็นเหรอว่าพวกนั้นพูดกับฉันยังไง แล้วยังจะให้ฉันเข้าไปเพื่ออะไร”“กลัวเหรอ” เรซถามกลับมาคำเดียวทำเอาฉันพูดไม่ออกอยู่ชั่วขณะ “ไม่… ไม่ใช่ ฉันกลัวว่าจะเผลอพลั้งมือตบคนมากกว่า”“งั้นฉันก็จะจับมือเธอไว้ไม่ปล่อย”เรซกุมมือฉันเอาไว้แน่น นิ้วทั้งสิบสอดประสานแนบชิด ฉันมองสบตาเรซอย่างอึ้งๆ ก่อนหลุบมองมือที่โดนประกบ หัวใจสั่นระรัว สมองโล่งกะทันหัน ลืมไปแล้วว่ากำลังโมโหเรื่องอะไรอยู่ เรซพาฉันเข้ามาในร้านโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือ ทันทีที่พนักงานเห็นพวกเราก็รีบเดินออกมาต้อนรับอย่างสุภาพ เรซเปิดภาพในโทรศัพท์ให้พนักงานดู แล้วพูดสั้นๆ “เอาใบนี้”“อ๋อ รอ
Read more

สัมผัสร้าย 10 ระยะห่างที่สั้นลง (6)

“เสร็จแล้วเหรอ” “อื้อ ทำไมไม่ไปจ่ายตังค์”“ก็รอ…” สายตาคมกริบเหลือบมองลงที่ตะกร้า ถามเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ “อยากได้อะไรอีกหรือเปล่า”ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบ กำหูตะกร้าแน่น มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร แต่ทำไมพอถูกสายตาคมๆ ของเรซจ้องฉันก็ร้อนรุ่มจนเกือบจะหลอมละลายลงตรงนั้น“เอามาใส่รถเข็นสิ”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแยกจ่าย”“แยกทำไม จ่ายทีเดียวจะได้เสร็จๆ”“แต่… เรซ”ยังไม่ทันจะแย้งหมอนั่นก็แย่งตะกร้าในมือฉันไปวางในรถเข็นหน้าตาเฉย ฉันเม้มปาก อยากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะพูดไม่ออก ช่วงเวลาที่อยู่ซุปเปอร์มาร์เกตฉันรู้สึกได้ว่าแววตาเย็นชาของเรซหายไป ระยะห่างของเราหดเล็กลง เขาทำให้ฉันไม่รู้สึกว่าเป็นคนอื่น ส่วนฉันเป็นอะไรสำหรับเรซ เรื่องนั้นฉันก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้กว่าจะกลับมาถึงเซฟเฮาส์ก็มืดพอดี “เอ๊ะ เรซไฟไม่ติด”ฉันเปิดประตูเข้ามาแล้วกดสวิตช์ไฟสองสามครั้งแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันไปตะโกนบอกเรซที่เพิ่งเดินตามหลังมา หิ้วของเต็มมือ“หืม” ดวงตาคมกริบเปล่งประกายประหลาดใจท่ามกลางความสลัว เรซวางของในมือลงแล้วลองเปิดปิดสวิตช์ไฟดู แต่ไม่ติด“เกิดอะไรขึ้น ตอนเที่ยงยังใช้ได้อยู่เลย” ฉันถาม“ส
Read more

สัมผัสร้าย 11 ไม่มีสถานะ (1)

ในห้องนอนอากาศไม่โกรกเท่าระเบียงหลังบ้าน ถ้าอยู่เฉยๆ ก็ไม่ร้อนมาก ฉันไม่ได้นอนอยู่บนเตียงแต่นั่งเหยียดขาอยู่กับพื้นติดหน้าต่างพลางเล่นโทรศัพท์ ตอนแรกตั้งใจจะคุยกับแฮค แต่พอเปิดเข้าไปก็ไม่รู้จะคุยอะไร สุดท้ายฉันก็ไม่ได้พูดอะไรกับแฮค กดเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ ดูโน่นดูนี่กระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฉันเดินมาเปิดประตูก่อนจะเห็นเรซยืนหน้าตึงอยู่ด้านนอก“เรซ?” ฉันทั้งสงสัยทั้งแปลกใจ “มีอะไรหรือเปล่า” “ไปค้างข้างนอก”“ห๊ะ!?” ฉันอึ้งและมึนไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกเรซกำชับมาอีกรอบถึงได้สติ รีบร้อนเข้ามาเก็บของแล้วตามเขาออกไปถึงจะบอกเก็บของ แต่สิ่งที่ฉันได้ติดตัวมาก็มีแค่เสื้อคลุม กระเป๋าสะพายกับโทรศัพท์เท่านั้น เราช่วยกันดับเทียนทุกเล่มก่อนนั่งรถจากเซฟเฮาส์ที่มืดสนิทสู่ท้องถนนที่พร่างพราวด้วยแสงไฟ“นายจะพาฉันไปไหน”ฉันจ้องใบหน้าด้านข้างของเรซอย่างรอฟังแต่เรซกลับเงียบใส่ ท่าทางเคร่งขรึมเหมือนจมอยู่ในความคิดของตัวเอง บางทีเขาอาจจะไม่ได้ยินเสียงฉันเลยก็ได้ ฉันทอดถอนใจ ความเงียบเหมือนเป็นสัญญาณประจำตัวเรซไปแล้ว เป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ขี้เกียจพูดซ้ำ ฉันเบือนหน้าออกมามองนอกกระจก ไม่อย
Read more

สัมผัสร้าย 11 ไม่มีสถานะ (2)

เพราะตื่นเช้าจนชิน ฉันลืมตาขึ้น ภายในห้องยังคงมืดสลัว เอื้อมมือขึ้นหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงมาเปิดดูเวลา ตีห้าครึ่งความหนักอึ้งที่พัวพันอยู่รอบเอวทำให้ฉันขยับตัวไม่ถนัดนัก หลังจากปล่อยมือจากโทรศัพท์บนหัวเตียงฉันก็เคลื่อนตัวกลับมานอนท่าเดิม เรซยังคงกอดฉันอยู่ แต่ไม่แน่นและแนบชิดเหมือนก่อนหน้านี้ ถึงแบบนั้นก็ทำให้หัวใจฉันสับสนได้ ฉันลังเลอยู่พักหนึ่งว่าจะลุกหรือนอนต่อ วงแขนของเรซทำให้ฉันอยากซุกตัวเข้าหาและหลับต่อ แต่ความหวั่นไหวเป็นเหมือนของหวานที่ผสมไปด้วยยาพิษ ล่อลวงให้คนติดแล้วสุดท้ายก็ต้องทนทุกข์ ฉันหักห้ามใจตัวเองแล้วลุกขึ้น แต่ถูกแรงกระตุกที่เอวรั้งตัวกลับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนบนเตียง“เรซ!”ฉันเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างตกใจ แรงขนาดนี้ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ตัว และมันก็เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ ด้วย ทันทีที่เงยหน้าขึ้นก็สบสายตาเข้ากับดวงตาคมกริบที่มองลงมา หัวใจฉันกระตุกวูบ “ตื่นแล้วเหรอ”เรซไม่ตอบ แต่สายตาที่จ้องลงมาแฝงเร้นความนัยบางอย่างที่ลึกซึ้ง ฉันราวกับโดนแช่แข็ง แม้ไม่ได้ถูกมัดแต่ก็ลืมความคิดที่จะขยับ เฝ้ามองระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ อย่างใจจดใจจ่อ จวบจนริมฝีปากอ่อนนิ่มสัมผัสกัน ฉันเ
Read more
PREV
1
...
45678
...
13
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status