ห้าวันถัดมาเธอก็ออกมาวาดรูปที่สวนสาธารณะด้วยท่าทางหงอยๆ เพราะไม่มีเจ้าซีซาร์ข้างกาย ที่สำคัญคือไร้เงาของมหรรณพ เขาไม่ได้มาส่งเธอ แต่เป็นบอดี้การ์ดของเขาที่พามา และมานั่งเฝ้าอยู่ห่างๆ แทน “มอร์นิ่งจ้ะพิกกี้”“คุณยาย!” น้ำเสียงตื่นเต้นละล่ำละลักออกมา แต่ไม่นานแววตาก็หมองหม่น “วันนี้หนูดูเศร้าๆ นะ” ท่าทางหงอยๆ ทำให้อีกฝ่ายเอ่ยทัก “เอ่อ หนูเผลอทำร้ายจิตใจใครคนหนึ่งค่ะ”“หมายความว่าหนูไม่ได้ตั้งใจ?”“ใช่ค่ะ หนูก็แค่ เอ่อ…หึงเขากับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งมันบ้ามาก น่าอายชะมัด” ปานระพีหลุดสารภาพเสียงอ้อมแอ้ม แก้มแดงซ่าน จากนั้นก็ยกมือขึ้นลูบหน้าด้วยความกระดากอาย “ยายเชื่อว่าถ้าเขารู้ความจริงเขาต้องดีใจแน่ๆ”“ถ้าเป็นอย่างที่คุณยายว่าก็ดีสิคะ ว่าแต่คุณยายหายไปไหนมาคะ?” “ช่วงนี้ยายไม่สบายน่ะ ยายถูกแทง” เสียงแหบเครือของคนที่นั่งอยู่ไกลจากเธอกว่าปกติทำให้ปานระพีขมวดคิ้วมุ่น แล้วเอ่ยถาม“คุณยายว่ายังไงนะคะ?” “เอ่อ ยายเป็นไข้จ้ะ”ว่าแล้วอีกฝ่ายก็ไอโขลกๆ เสียงดังหลายครั้ง จนปานระพีต้องควานหาขวดน้ำข้างตัวยื่นให้ แต่ในใจก็ยังนึกสงสัยเพราะเมื่อกี้เหมือนจะได้ยินว่าอีกฝ่ายถูกแทง แต่มันคงไม่ใช่หรอ
Last Updated : 2025-11-08 Read more