บททั้งหมดของ ลุ้นรักพี่ชายร่วมห้อง: บทที่ 51 - บทที่ 60

60

บทที่51

บทที่51Good:Sayผมสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มที่เด็กดื้อนอนอยู่ แล้วก็รั้งคนตัวหอมเข้ามากอดจากทางด้านหลัง วันนี้น้องผิดปกติตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว ไม่พูด ไม่เถียงซึ่งมันผิดวิสัยของแซนด์เอามากๆ พอกลับถึงห้องเจ้าตัวก็ยังมีอาการไม่พอใจแล้วเหมือนจะโกรธอะไรสักอย่างด้วย ถึงปากจะบอกว่าเหนื่อย อยากพักผ่อน แต่ผมก็ดูออกว่ามันไม่ใช่จนกระทั่งผมจัดการอาบน้ำเรียบร้อย หวังจะคุยกับไอ้ตัวดื้ออีกครั้ง แต่ปรากฏว่าน้องล็อคห้องใส่ผมเสียอย่างนั้น มันยิ่งเหมือนแซนด์ต้องการหลบหน้ากันชัดๆแต่ไอ้ตัวดื้อมันคงจะลืมนึกไปว่าผมมีกุญแจสำรอง การล็อคห้องเพื่อหลบหน้ากันเลยไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม และวันนี้ผมก็ต้องรู้ให้ได้ว่าแซนด์โกรธอะไรผมกันแน่“อื้อ...อึดอัด” เสียงเด็กน้อยในอ้อมกอดพูดอู้อี้ เหมือนคนละเมอ ผมเลยกระชับอ้อมกอดคนตัวเล็กแน่นเข้าไปอีกก็รู้อยู่ว่าต้องนอนกอด ยังจะล็อคห้องไม่ยอมให้นอนด้วยอีก จะกอดให้หายใจไม่ออกเลยคอยดู“พี่กู๊ด อึดอัด” เหมือนเด็กจะรู้ตัวแล้ว เพราะเสียงดูใสกว่าตอนแรก“ตอบมาก่อนโกรธอะไรพี่” คนถูกปลุกหันหน้ามาเผชิญหน้ากับผม ท่ามกลางความมืดภายในห้อง แต่ผมกลับมองเห็นแววตาคู่นั้นชัดเจน อาจเป็นเพราะแสงจากหน้าต่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่52

บทที่52“แล้วทำไมจะจูบไม่ได้ล่ะ?”“ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ จะจูบได้ไงเล่า”“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเป็นอะไรกันเถอะนะ” ผมแกล้งทำท่าจะเข้าจู่โจม“พี่กู๊ดออกไปเลย” คนตัวเล็กเลยทั้งผลัก ทั้งดัน ทั้งถีบสารพัด จนตัวผมขยับไปอยู่อีกฝั่งของเตียงนอนเลย ตัวแค่เนี้ยเอาแรงมาจากไหนนักหนาก็ไม่รู้“พี่กู๊ดกลับห้องไปเลย แซนด์จะนอนคนเดียว”“ไม่กลับ ถ้ายังคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ก็อยู่มันแบบนี้แหละ ไม่ต้องนอนมันแล้ว” ให้มันรู้กันไปว่าจะปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไรก็เอาเลย ผมไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว เพราะยังไงเสียคืนนี้ผมก็ยึดห้องนี้อยู่ดี จะยึดทั้งห้อง ยึดทั้งเตียง แล้วก็ยึดเจ้าของห้องด้วย คอยดูละกันไอ้ตัวดื้อมันหนีไปนอนที่โซฟาอีกมุมของห้อง ปล่อยให้ผมครองเตียงนอนอยู่คนเดียว เรียกให้มานอนด้วยก็ทำเมิน แถมยังมาทำปากคว่ำใส่อีกเดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะแซนด์!“เตียงนุ่มจัง ท่าทางจะหลับสบายกว่าโซฟา” ผมแกล้งพูดลอยๆ แอบดูปฏิกิริยาของคนตัวเล็กที่ยังคงนอนขดตัวนิ่งอยู่ที่โซฟา แถมยังหันหลังให้กันอีก“ไปนอนที่โซฟา ระวังตื่นมาจะปวดหลังนะ” ยังคงนิ่งเหมือนเดิม“หลับแล้วจริงดิ?” เงียบ สงสัยจะหลับจริงๆ ถ้าปล่อยให้นอนอยู่อย่างนั้น มีหวั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่53

บทที่53Sand : Say วันนี้เป็นวันงานของทางมหาลัย ทางคณะของเราต่างก็วุ่นกับการจัดเตรียมงานเพื่อที่จะแสดงในวันนี้กันอย่างตื่นเต้น ผมมาสแตนบายกับพี่กู๊ดตั้งแต่เช้า เพราะเราต้องมาเตรียมความพร้อมกันที่นี่ ส่วนด้านนอกก็มีการจัดบูทงานต่างๆ มากมาย ให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมกับงานนี้กันอย่างเต็มที่ มีทั้งการจัดบูทขายของกิน พวกน้ำดื่ม ขนม แล้วก็อาหารต่างๆ มีเสื้อผ้าด้วย ซึ่งก็เป็นนักศึกษาของแต่ละคณะนี่แหละที่นำของมาขาย ผมกับไอ้ภีมออกมาเดินเล่นดูนั่นนี่ด้านนอก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ต้องแสดง อีกอย่างพี่กู๊ดเขาเห็นว่าถ้าผมช่วยพี่ๆ เตรียมงานกันตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ก็เลยให้ผมออกมาหาอะไรกินด้านนอก “เป็นไงบ้างมึงเห็นวุ่นๆ อยู่หลังเวที ได้กินอะไรบ้างหรือยังเนี่ย” ไอ้ภีมเอ่ยถาม เมื่อเราทั้งคู่ออกมาเดินเล่นที่ด้านนอกโรงละคร“ก็วุ่นจริงแหละ พี่กู๊ดเลยให้ออกมาหาอะไรกินเนี่ย”ผมกับไอ้ภีมได้ของกินติดไม้ติดมือมาคนละสองอย่าง ก่อนที่จะมานั่งกินที่โต๊ะม้าใกล้ๆ “กูตื่นเต้นแทนพวกพี่ๆ เขาเลยว่ะแซนด์” ไอ้ภีมเอ่ยขึ้น อย่าว่าแต่มันเลยที่ตื่นเต้น ผมเอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่54

บทที่54 “ครับ พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมเอ่ยถามพี่สาวคนสวยออกไป ซึ่งผมจำได้ว่าผมไม่เคยเจอ และไม่รู้จักพี่เขามาก่อน “มีคนฝากพี่มาบอก ให้น้องไปหาที่ตึกนิเทศน่ะ เขารออยู่ที่โถงบันไดชั้นสาม แต่เขาให้น้องไปคนเดียวนะ” “อ้อ ครับ ขอบคุณมากครับ” พี่คนสวยเดินไปแล้ว ผมเลยได้แต่มองหน้าไอ้ภีมแบบงงๆ ว่าใครให้ผมไปหาที่คณะ เพราะตอนนี้พี่ๆ คนอื่นก็น่าจะอยู่ที่โรงละครกันหมดแล้ว แต่ก็ช่างเถอะ ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ ผมมาที่ตึกของคณะ แต่ทุกอย่างกลับเงียบเชียบ ไม่เห็นจะมีใครสักคน เพราะช่วงเวลานี้นักศึกษาส่วนใหญ่จะไปรวมตัวกันที่โรงละครกันหมด หรือไม่ก็ไปร่วมกิจกรรมอยู่ด้านนอก ผมเดินขึ้นบันไดมาที่โถงบันไดชั้นสามตามที่พี่คนสวยบอกเอาไว้ และผมก็เจอกับพี่แคลีนที่เวลานี้อยู่ในชุดที่พี่เขาจะต้องใส่แสดงละคร “พี่แคลีน?” “ใช่ ฉันเอง” “พี่มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ” ผมเอ่ยถามออกไปอย่างสงสัย ที่อยู่ ๆ พี่เขาก็นัดให้ผมมาหาที่ตึก แทนที่จะคุยกันตั้งแต่ที่โรงละคร แถมเวลานี้ก็ใกล้ที่จะแสดงแล้วด้วย “ฉัน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่55

บทที่55Good : say“อะไรนะ? แซนด์ตกบันไดเหรอ?”“ครับ ตอนนี้อยู่ที่ห้องพยาบาล”“แล้วตกได้ยังไง?” ผมถามไอ้ภีมออกไปอย่างร้อนใจ ทำไมอยู่ดีๆ แซนด์ถึงตกบันไดได้ ก่อนหน้านั้นยังนั่งอยู่ที่ด้านหลังของโรงละครอยู่เลย“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ แต่ก่อนหน้านั้นมีคนมาบอกกับมันว่า มีใครบางคนอยากคุยกับมันเป็นการส่วนตัว รออยู่ที่ตึกคณะ แล้วมันก็ออกไป มารู้อีกทีก็ตอนที่พี่ดีนโทรมาบอกว่าแซนด์มันตกบันได”“ไอ้ดีนเหรอ?”“ครับ พี่ดีนเป็นคนพาแซนด์ไปที่ห้องพยาบาล แล้วโทรศัพท์แซนด์มันก็แบตหมดด้วย มันก็เลยให้ผมมาบอกพี่ก่อน กลัวพี่จะเป็นห่วง”ถึงว่า ผมมองหาแซนด์ที่หน้าเวทีเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ทีแรกผมคิดว่าน้องน่าจะยุ่งอยู่ด้านหลังเวที เลยไม่ได้ออกมาดูผมแสดง ที่แท้ก็เกิดเรื่องนี่เองดีนะที่ตอนนี้งานก็เลิกแล้ว ละครเวทีก็เพิ่งจะจบ ทีมงานกำลังนัดแนะที่จะพานักแสดงกับทีมงานเบื้องหลังไปเลี้ยงฉลองกันต่อ“มีอะไรหรือเปล่ากู๊ด” จีนที่เดินเข้ามาเอ่ยถาม“กูไม่ไปงานเลี้ยงด้วยนะ มีธุระน่ะ” ผมเอ่ยบอก เพราะไม่มีอารมณ์จะไปแล้วตอนนี้ ซึ่งความจริงก็ตั้งใจว่าจะไม่ไปอยู่แล้วนั่นแหละ พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยตัดสินใจไม่ยาก“อ้าว ทำไมล่ะ แล้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่56

บทที่56สรุปแซนด์เอ็นข้อเท้าฉีก ดีนะที่ผมพามาตรวจอย่างละเอียดอีกที ส่วนเจ้าตัวพอรู้ว่าตัวเองเอ็นข้อเท้าฉีกเท่านั้นแหละ คนที่ปากแข็งว่าไม่ได้เป็นอะไร ก็บ่นปวดข้อเท้าขึ้นมาทันทีเลยคุณหมอใส่เฝือกแล้วก็จัดยาสำหรับทานแก้ปวดมาให้ พร้อมกับไม้เท้าหนึ่งอัน ไอ้ตัวดื้อมันเดี้ยงแบบนี้เลยไม่มีฤทธิ์เดชอะไรกับผมมาก เพราะแค่จะเดินด้วยตัวเองยังทำไม่ได้เลย ต้องให้ผมช่วยประครองอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำก็ต้องให้ผมพาเข้าไปส่ง“สรุปว่าเมื่อวานพี่กู๊ดโทรคุยอะไรกับพี่ดีนที่โรงพยาบาลครับ” เมื่อวานหลังจากที่ปล่อยให้คุณหมอใส่เฝือกให้แซนด์ ผมก็เลยออกมาโทรหาไอ้ดีน เพราะอยากรู้เรื่องราวทั้งหมด“เรื่องแคลีน ดีนมันเล่าให้ฟังว่ามันได้ยินแคลีนคุยกับแซนด์ที่บันได เสียงดังมาก เลยเดินไปดู” ผมบอก“ว่าแต่ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงไปที่นั่นได้ พี่เห็นแค่ว่าก่อนการแสดงแคลีนก็หายตัวไป จีนมันโทรตามให้วุ่นแต่ไม่คิดว่าจะไปก่อเรื่อง แถมหลังแสดงละครจบก็หายตัวไปเลย”“คือมีพี่คนหนึ่งมาบอกกับแซนด์ว่ามีคนอยากคุยด้วย ให้แซนด์ไปหาที่โถงคณะ พอแซนด์ที่นั่นก็เจอกับพี่เขา”“คราวหน้า อย่าไปพบใครโดยที่พี่ไม่ได้ไปด้วย และถ้าเกิดเรื่องอะไรแบ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่57

บทที่57ในช่วงเย็นหลังจาที่พี่กู๊ดไปรับที่คณะ เราทั้งคู่ก็หาอะไรกินกันก่อนกลับ พอถึงห้องผมจึงอดไม่ได้ที่จะถามเรื่องพี่แคลีน“พี่กู๊ด วันนี้ไอ้ภีมมันเล่าเรื่องพี่แคลีนให้แซนด์ฟัง”“เล่าว่าอะไร” พี่มันถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทั้งที่เรื่องที่ผมบอก พี่มันก็รู้อยู่เต็มอก“พี่อย่าถามเหมือนไม่รู้เรื่องสิ แซนด์รู้ว่าพี่รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แถมรู้ดีอีกต่างหาก”“ถ้าเป็นเรื่องที่แคลีนถูกไล่ออก เรื่องนั้นพี่รู้แล้ว สรุปแซนด์จะบอกกับพี่เรื่องนี้เหรอ”“ก็เรื่องนี้แหละ ความจริงไม่ต้องถึงกับไล่ออกก็ได้ แค่พักการเรียนก็พอ ทำแบบนี้เหมือนเป็นการตัดอนาคตพี่เขาเลย” ที่ผมพูดไม่ใช่ว่าตัวเองเป็นคนดีอะไรหรอกนะ ผมแค่คิดว่ามันไม่น่าจะถึงขั้นไล่ออก“แคลีนก่อเรื่องไว้เยอะขนาดนั้น ก็ถูกแล้วที่ต้องโดนแบบนี้ อีกอย่างไม่ใช่แค่กับแซนด์เท่านั้นที่เขาก่อเรื่องเอาไว้ มีคนอื่นที่ถูกแคลีนเล่นงานเอาไว้อีกหลายคน” พี่กู๊ดหันมาคุยกับผม“ไม่ต้องเป็นห่วงคนอื่นหรอก ห่วงตัวเองดีกว่าไหม”“แซนด์ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่ หายดีไปเรียนได้ตามปกติแล้ว”“หายดีก็ดีแล้ว พี่จะได้นัดกับพ่อแม่ เขาให้พี่พาแซนด์ไปทานข้าวด้วย แต่พี่บอกไปว่าขา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่58

บทที่58 “แซนด์ครับ ตอนนี้ขาแซนด์ก็หายเป็นปกติแล้ว จะยอมพี่ได้หรือยังครับ” คำพูดและสายตาที่มองมา ทำเอาผมแทบใจละลายเลย แล้วอยู่ดีๆ พี่มันวกมาเรื่องนี้ได้ยังไงวะ? แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่พี่กู๊ดคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่คิดเรื่องนี้ ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความต้องการไม่ต่างกันนั่นแหละ “ให้พี่ได้ไหมครับ” พี่กู๊ดถาม มองเข้ามาในแววตาของผมอย่างต้องการคำตอบ ผมมองแววตาที่เว้าวอนของคนตรงหน้า ก็แทบจะละลายอยู่บนตักแล้ว แววตาแบบนี้ผมจะปฏิเสธได้เหรอ? “ครับ..” สิ้นสุดคำพูด ร่างของผมก็ถูกอุ้มลอยขึ้นมาทั้งตัวในท่าเจ้าสาว ก่อนที่จะถูกพามาที่ห้องนอนของพี่กู๊ด ร่างของผมถูกวางลงที่เตียงนอนอย่างทะนุถนอม เหมือนกลัวว่าผมจะบุบสลาย ก่อนที่ร่างของพี่กู๊ดจะตามลงมาคล่อมทับร่างผมเอาไว้ “พี่รักแซนด์ รักมากที่สุด” มือหนาของพี่กู๊ดเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผมออก ก่อนที่ปากร้อนชื้อของพี่เขาจะทาบทับลงมาที่เรียวปากของผม “พร้อมไหม?” พี่กู๊ดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “พะ พร้อมครับ” ผมบอกออกไปด้วยใจเต้นรัว ก่อนที่เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่59

บทที่59 “อื้มม” ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงพี่กู๊ดเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงแล้วหยิบกล่องถุงยางอนามัยออกมา ผมไม่คิดว่าพี่มันจะเตรียมพร้อมขนาดนี้ “แซนด์คงไม่คิดว่าคนเป็นแฟนกันจะแค่นอนจับมือกันหรอกนะ” พี่กู๊ดคงเห็นสายตาที่ตกใจของผมนั่นแหละ “แซนด์ไม่คิดว่าพี่จะมีอยู่ที่ห้องตลอดเวลาต่างหากล่ะ” “พี่ซื้อเอาไว้ตั้งแต่ได้จูบแซนด์ครั้งแรกแล้วล่ะ เพราะยังไงก็ต้องได้ใช้” พี่กู๊ดฉีกซองออกอย่างลวกๆ ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผม “พี่กู๊ด” โอ้ย ผมไม่รู้เลยว่าพี่มันจ้องจะฟันผมอยู่ตลอดเวลา ให้ตายเถอะกางเกงชั้นในของเรามั้งคู่ถูกถอดออกไปแล้ว ขาของผมทั้งสองข้างถูกจับให้ตั้งขึ้น พี่กู๊ดก้มลงจูบที่หัวเขาของผมอย่างอ่อนโยน “พี่จะถนอมแซนด์ที่สุดนะครับ” ใจของผมเต้นแรง คาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่าพี่กู๊ดมันจะทำอะไรต่อ แล้วความคับแน่นก็จู่โจมที่ช่องทางด้านหลังของผม มันทั้งเจ็บทั้งจุก ทุกอย่างเหมือนมันใกล้จะระเบิดเต็มที ถึงพี่กู๊ดจะพยายามไล่จูบเพื่อปลอบประโลม แต่ผมก็อดที่จะเกร็งไม่ได้อยู่ดี “เด็กน้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่60

บทที่60 Sand : say วันนี้เป็นวันที่จะจะต้องไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่กู๊ด ผมเตรียมตัวตั้งแต่เช้า ทั้งที่เรามีนัดกันช่วงเย็นที่บ้านของพี่กู๊ดแท้ๆ จนถูกพี่กู๊ดมันแซว แต่คนมันตื่นเต้นนี่นา จะได้เจอพ่อกับแม่ของแฟนเป็นครั้งแรกเชียวนะ ไม่รู้ว่าท่านจะว่ายังไงบ้างที่ผมคบกับลูกชายคนเดียวของตระกูลแบบนี้ ถึงพี่กู๊ดจะบอกว่าท่านโอเคกับเรื่องของเรา แต่ผมก็อดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี ช่วงเย็นผมกับพี่กู๊ดมาที่บ้านของเขาที่อยู่แถบชานเมือง และสิ่งปลูกสร้างที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้อย่าเรียกว่าบ้านเลยเถอะ ต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก “พร้อมไหม?” พี่กู๊ดกุมมือของผมเอาไว้ “โห มือเย็นเชียว ตื่นเต้นมากเลยเหรอเนี่ย” พี่กู๊ดเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “ก็นิดหน่อย แต่แซนด์โอเคครับ” ผมบอก พยายามฝืนยิ้มเข้าสู้ เพราะไม่อยากให้พี่กู๊ดต้องเป็นห่วง “ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” พี่กู๊ดจูงมือของผมเดินเข้ามาภายในบ้าน และคนที่เดินออกมาต้อนรับเราสองคนก็คือคุณแม่ของพี่กู๊ด “มากันแล้วเหรอลูก” พี่กู๊ดโผเข้ากอดคุณป
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status