Mag-log inเมื่อแซนด์ต้องย้ายไปอยู่กับกู๊ด พี่ชายสมัยเด็กที่ตนเคยสร้างวีรกรรมเอาไว้ และไม่ได้เจอกันอีกเลยเป็นเวลาหลายปี การกลับมาเจอกันอีกครั้ง และต้องมาอยู่ร่วมห้องกันอีก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นหรือแย่ลง
view moreบทที่1
Sand:Say
เปิดเรียนได้แค่หนึ่งอาทิตย์ แต่ทำไมผมเหมือนเรียนมาแล้วเป็นเดือนๆ เลยหว่า? มันทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย แถมยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ทำไมการเป็นนักศึกษามันถึงได้เหนื่อยขนาดนี้นะ นี่ขนาดแค่ปีหนึ่งผมยังรู้สึกว่าใช้พลังชีวิตไปจนเกือบหมดแล้วเลย เหมือนต้องชาร์จแบตทุกวัน กว่าจะจบปีสี่ผมไม่ต้องแบตเสื่อมไปเลยเหรอ?
บ่นมาเสียยืดยาว ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อนายพีรวิชญ์ หรือแซนด์ เรียนอยู่คณะนิเทศปีหนึ่งแห่งมอดังที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นคนหน้าตาดีมาก ฮ่าๆๆๆ ชมตัวเองแล้วหนึ่ง แต่มันก็เถียงไม่ได้จริงๆ เพราะใครๆ ก็บอกแบบนั้น
ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษา มันโคตรจะเพลียเลยจริงๆ ขอนอนพักสักงีบก็แล้วกัน
แกร๊ก!
“แซนด์จ๋า”
เสียงเรียกที่หวานเจี๊ยบ และร่างบางที่เดินเข้ามาในห้องทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง รีบดันตัวลุกจากที่นอนแทบจะทันที เป็นพี่ซีพี่สาวคนสวยของผมเองที่เข้ามา
ประตงประตูก็ไม่เคาะ นี่ถ้าเกิดผมแก้ผ้าอยู่จะทำยังไง?
แต่บ่นไปก็เท่านั้นแหละครับ พี่แกไม่เอาไปใส่ใจหรอก เพราะครั้งต่อไปก็ทำเหมือนเดิม เพราะพี่ซีเขาถือว่าได้รับอภิสิทธิ์จากแม่ให้ดูแลทุกอย่างภายในบ้านซึ่งรวมทั้งผมด้วย พี่ซีเลยทำตัวใหญ่คับบ้านเลยไง ผมเท่านั้นที่ต้องฟังพี่เขา เพราะพ่อกับแม่ของผมท่านทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ เราเลยต้องอยู่กันสองคนพี่น้อง
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ซีทำให้ผม มันก็เพราะพี่เขารักผมมากนั่นแหละ ถึงบางทีอาจจะดูมากจนล้นจนเกินพอดีไปสักหน่อย อันนี้ผมก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งครับ
อนาถชีวิตจริงๆ แซนด์เอ้ย!
“มีอะไรกับแซนด์เหรอพี่ซี” พี่ซีนั่งลงที่ปลายเตียง พร้อมทั้งวางกล่องอะไรก็ไม่รู้ลงบนเตียงด้วย
“พี่มีของดีจะมานำเสนอแหละ”
ของดี? ผมควรเชื่อได้กี่เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะของดีที่พี่ซีแกว่าในแต่ละครั้งมันทำให้ผมเสียวสันหลังทุกที
“อะไรเหรอครับ เอาไว้ดูวันหลังไม่ได้เหรอ วันนี้แซนด์เหนื่อยมากๆ เลย” อ้อนไว้ก่อนเผื่อจะได้ผล
“ไม่ได้ ต้องดูและก็ทดลองวันนี้เลย เพื่อนพี่เพิ่งส่งตรงจากญี่ปุ่นมาให้เลยนะแซนด์”
อื้อหือ! จากญี่ปุ่นด้วย งานหนักสิคราวนี้แซนด์เอ้ย!
พี่ซีจัดการเปิดกล่องที่วางอยู่บนตียง ในกล่องมีซองอะไรก็ไม่รู้อยู่หลายซอง หน้าตาสวยเชียวแหละ แต่ดูแล้วเหมือนจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับการบำรุงผิวตามเคย ซึ่งผมน่าจะชินกับมันได้แล้วนะ แต่ผมก็ไม่ชินว่ะ และจะไม่มีวันชินกับมันด้วย
พี่ซีชอบมีอะไรแปลกๆ มาให้ผมทดลองตลอด และแต่ละอย่างก็เป็นของที่บรรดาสาวๆ เขาใช้กันแทบทั้งสิ้น เป็นเพราะความอยากมีน้องสาวของพี่ผมนั่นแหละ แต่กลับได้น้องชายแทน กรรมเลยมาตกอยู่ที่น้องชายที่สุดแสนจะโคตรแมนอย่างผมนี่ไง แต่ผมเป็นผู้ชายไงพี่ซี!
“โคลนมาส์กหน้าจากญี่ปุ่น ช่วยให้หน้าใส หน้าเด้งเต่งตึง เพื่อนพี่บอกว่าใช้แล้วหน้าจะนิ่มเหมือนก้นเด็ก” พี่ซีเริ่มบรรยายสรรพคุณทันที
“แซนด์เริ่มโตเป็นหนุ่มแล้วก็ต้องดูแลรักษาผิวหน้าด้วย หน้าจะได้ใสอยู่ตลอดเวลารู้มั้ย?”
นั่นไง ว่าแล้ว ผมจะต้องเป็นคนทดลองไอ้มาส์กจากญี่ปุ่นบ้าบอนี่ด้วยใช่ไหมเนี่ย?
“นอนลง!” จู่ๆ พี่ซีก็สั่งให้ผมนอนลงดื้อๆ เสียอย่างนั้น
“นอนทำไม ไม่เอานะพี่ซี แซนด์ไม่พอกไอ้โคลนบ้าบอนี่นะ แซนด์เหนื่อยอยากนอนแล้ว”
หัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่ยอมให้พี่ซีเอาไอ้โคลนบ้าบอนี่มาแปะหน้าผมเด็ดขาด
“ก็มาส์กหน้าเอาไว้แล้วก็นอนสักยี่สิบนาทีไง แซนด์จะได้รู้สึกผ่อนคลาย มานอนลงดีๆ พี่จะมาส์กให้” ผมส่ายหน้าพรืดไม่ยอมท่าเดียว พี่ซีเลยมองมาที่ผมด้วยสายตาพิฆาต
“จะขัดใจพี่เหรอแซนด์?” เอาอีกแล้ว ถามด้วยประโยคนี้อีกแล้ว
เพราะมันเป็นคำถามที่จะชี้ชะตาชีวิตของผมยังไงล่ะ เพราะถ้าผมขัดใจพี่ซี ผมอาจจะหมดโอกาสออกไปอยูข้างนอกอย่างที่ตั้งใจเอาไว้แน่ๆ ถึงแม้จะต้องออกไปอยู่กับคนที่ผมไม่ค่อยจะอยากไปอยู่ด้วยก็ตาม
เพราะถ้าพี่ซีไม่ช่วยพูดกับแม่ให้ แม่ก็จะไม่มีทางยอมให้ผมออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวแน่ๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมเซ็งมาก ผมโตแล้ว และก็อยากใช้ชีวิตอิสระแบบวัยรุ่นทั่วไป อีกอย่างบ้านก็อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยตั้งเยอะ ผมไม่อยากต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเผชิญกับรถติดไปมหาวิทยาลัยทุกวัน
แต่แม่กลับยื่นข้อเสนอให้ผมต้องไปอยู่กับลูกชายของเพื่อนท่าน ถ้าผมไม่ทำตามผมก็จะไม่ได้ออกไปอยู่ตามลำพังข้างนอก และพี่ซีเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ด้วย
ซึ่งลูกชายของเพื่อนแม่ผมที่ว่านั่นก็คือ ไอ้พี่กู๊ด ไอ้หน้าโหด ไอ้หน้าดุ ไอ้คนใจร้าย ผมจำฝังใจที่โดนมันดุเอาเมื่อสามปีก่อน มันทำให้ผมไม่เหลือความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อมันไว้เลย ไม่เหลือเลยจริงๆ
แต่ผมกลับต้องไปอยู่กับมันไง ต้องไปอยู่กับไอ้คนใจร้ายนั่น ซึ่งผมก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะอยู่กับไอ้พี่กู๊ดแค่ระยะหนึ่งเท่านั้นแหละ แล้วค่อยหาเรื่องออกมาอยู่คนเดียวตามลำพัง
ผมจะทำทุกวิถีทางให้มันทนผมไม่ได้ แล้วก็ไล่ผมออกมาอยู่ข้างนอก คราวนี้ผมก็ไม่ต้องหาข้ออ้างที่จะออกมาอยู่คนเดียวแล้วแหละ ให้เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของไอ้พี่กู๊ดใจโหดมัน
ฉลาดไหมล่ะผม
ส่วนตอนนี้ผมเลยต้องนอนนิ่งๆ ให้พี่ซีมาส์กหน้า อย่างสงบเสงี่ยม...
เอาที่พี่สบายใจก็แล้วกัน แซนด์จะไม่ขัดขืน...
บทที่60 Sand : say วันนี้เป็นวันที่จะจะต้องไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่กู๊ด ผมเตรียมตัวตั้งแต่เช้า ทั้งที่เรามีนัดกันช่วงเย็นที่บ้านของพี่กู๊ดแท้ๆ จนถูกพี่กู๊ดมันแซว แต่คนมันตื่นเต้นนี่นา จะได้เจอพ่อกับแม่ของแฟนเป็นครั้งแรกเชียวนะ ไม่รู้ว่าท่านจะว่ายังไงบ้างที่ผมคบกับลูกชายคนเดียวของตระกูลแบบนี้ ถึงพี่กู๊ดจะบอกว่าท่านโอเคกับเรื่องของเรา แต่ผมก็อดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี ช่วงเย็นผมกับพี่กู๊ดมาที่บ้านของเขาที่อยู่แถบชานเมือง และสิ่งปลูกสร้างที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้อย่าเรียกว่าบ้านเลยเถอะ ต้องเรียกว่าคฤหาสน์ถึงจะถูก “พร้อมไหม?” พี่กู๊ดกุมมือของผมเอาไว้ “โห มือเย็นเชียว ตื่นเต้นมากเลยเหรอเนี่ย” พี่กู๊ดเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “ก็นิดหน่อย แต่แซนด์โอเคครับ” ผมบอก พยายามฝืนยิ้มเข้าสู้ เพราะไม่อยากให้พี่กู๊ดต้องเป็นห่วง “ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” พี่กู๊ดจูงมือของผมเดินเข้ามาภายในบ้าน และคนที่เดินออกมาต้อนรับเราสองคนก็คือคุณแม่ของพี่กู๊ด “มากันแล้วเหรอลูก” พี่กู๊ดโผเข้ากอดคุณป
บทที่59 “อื้มม” ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงพี่กู๊ดเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงแล้วหยิบกล่องถุงยางอนามัยออกมา ผมไม่คิดว่าพี่มันจะเตรียมพร้อมขนาดนี้ “แซนด์คงไม่คิดว่าคนเป็นแฟนกันจะแค่นอนจับมือกันหรอกนะ” พี่กู๊ดคงเห็นสายตาที่ตกใจของผมนั่นแหละ “แซนด์ไม่คิดว่าพี่จะมีอยู่ที่ห้องตลอดเวลาต่างหากล่ะ” “พี่ซื้อเอาไว้ตั้งแต่ได้จูบแซนด์ครั้งแรกแล้วล่ะ เพราะยังไงก็ต้องได้ใช้” พี่กู๊ดฉีกซองออกอย่างลวกๆ ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผม “พี่กู๊ด” โอ้ย ผมไม่รู้เลยว่าพี่มันจ้องจะฟันผมอยู่ตลอดเวลา ให้ตายเถอะกางเกงชั้นในของเรามั้งคู่ถูกถอดออกไปแล้ว ขาของผมทั้งสองข้างถูกจับให้ตั้งขึ้น พี่กู๊ดก้มลงจูบที่หัวเขาของผมอย่างอ่อนโยน “พี่จะถนอมแซนด์ที่สุดนะครับ” ใจของผมเต้นแรง คาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่าพี่กู๊ดมันจะทำอะไรต่อ แล้วความคับแน่นก็จู่โจมที่ช่องทางด้านหลังของผม มันทั้งเจ็บทั้งจุก ทุกอย่างเหมือนมันใกล้จะระเบิดเต็มที ถึงพี่กู๊ดจะพยายามไล่จูบเพื่อปลอบประโลม แต่ผมก็อดที่จะเกร็งไม่ได้อยู่ดี “เด็กน้
บทที่58 “แซนด์ครับ ตอนนี้ขาแซนด์ก็หายเป็นปกติแล้ว จะยอมพี่ได้หรือยังครับ” คำพูดและสายตาที่มองมา ทำเอาผมแทบใจละลายเลย แล้วอยู่ดีๆ พี่มันวกมาเรื่องนี้ได้ยังไงวะ? แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่พี่กู๊ดคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่คิดเรื่องนี้ ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความต้องการไม่ต่างกันนั่นแหละ “ให้พี่ได้ไหมครับ” พี่กู๊ดถาม มองเข้ามาในแววตาของผมอย่างต้องการคำตอบ ผมมองแววตาที่เว้าวอนของคนตรงหน้า ก็แทบจะละลายอยู่บนตักแล้ว แววตาแบบนี้ผมจะปฏิเสธได้เหรอ? “ครับ..” สิ้นสุดคำพูด ร่างของผมก็ถูกอุ้มลอยขึ้นมาทั้งตัวในท่าเจ้าสาว ก่อนที่จะถูกพามาที่ห้องนอนของพี่กู๊ด ร่างของผมถูกวางลงที่เตียงนอนอย่างทะนุถนอม เหมือนกลัวว่าผมจะบุบสลาย ก่อนที่ร่างของพี่กู๊ดจะตามลงมาคล่อมทับร่างผมเอาไว้ “พี่รักแซนด์ รักมากที่สุด” มือหนาของพี่กู๊ดเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผมออก ก่อนที่ปากร้อนชื้อของพี่เขาจะทาบทับลงมาที่เรียวปากของผม “พร้อมไหม?” พี่กู๊ดเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “พะ พร้อมครับ” ผมบอกออกไปด้วยใจเต้นรัว ก่อนที่เ
บทที่57ในช่วงเย็นหลังจาที่พี่กู๊ดไปรับที่คณะ เราทั้งคู่ก็หาอะไรกินกันก่อนกลับ พอถึงห้องผมจึงอดไม่ได้ที่จะถามเรื่องพี่แคลีน“พี่กู๊ด วันนี้ไอ้ภีมมันเล่าเรื่องพี่แคลีนให้แซนด์ฟัง”“เล่าว่าอะไร” พี่มันถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทั้งที่เรื่องที่ผมบอก พี่มันก็รู้อยู่เต็มอก“พี่อย่าถามเหมือนไม่รู้เรื่องสิ แซนด์รู้ว่าพี่รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว แถมรู้ดีอีกต่างหาก”“ถ้าเป็นเรื่องที่แคลีนถูกไล่ออก เรื่องนั้นพี่รู้แล้ว สรุปแซนด์จะบอกกับพี่เรื่องนี้เหรอ”“ก็เรื่องนี้แหละ ความจริงไม่ต้องถึงกับไล่ออกก็ได้ แค่พักการเรียนก็พอ ทำแบบนี้เหมือนเป็นการตัดอนาคตพี่เขาเลย” ที่ผมพูดไม่ใช่ว่าตัวเองเป็นคนดีอะไรหรอกนะ ผมแค่คิดว่ามันไม่น่าจะถึงขั้นไล่ออก“แคลีนก่อเรื่องไว้เยอะขนาดนั้น ก็ถูกแล้วที่ต้องโดนแบบนี้ อีกอย่างไม่ใช่แค่กับแซนด์เท่านั้นที่เขาก่อเรื่องเอาไว้ มีคนอื่นที่ถูกแคลีนเล่นงานเอาไว้อีกหลายคน” พี่กู๊ดหันมาคุยกับผม“ไม่ต้องเป็นห่วงคนอื่นหรอก ห่วงตัวเองดีกว่าไหม”“แซนด์ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่ หายดีไปเรียนได้ตามปกติแล้ว”“หายดีก็ดีแล้ว พี่จะได้นัดกับพ่อแม่ เขาให้พี่พาแซนด์ไปทานข้าวด้วย แต่พี่บอกไปว่าขา











