Semua Bab เชลยรักสองพยัคฆ์: Bab 111 - Bab 120

302 Bab

บทที่ 46 หมอกมรณะและเงาอดีต 1

          ความเงียบคือสิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อก้าวข้ามธรณีประตูสู่เขตป่าชั้นใน มันไม่ใช่ความเงียบสงบยามราตรีที่ชวนให้ผ่อนคลาย แต่มันคือความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวประหนึ่งสรรพสำเนียงแห่งชีวิตถูกสูบหายไปในความว่างเปล่าของขุมนรก ไม่มีเสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีก ไม่มีเสียงนกกลางคืนขยับตัว แม้แต่เสียงลมพัดยอดไม้ก็ยังแผ่วเบาและวังเวงราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณคนตายที่วนเวียนหาทางออกไม่เจอ          ต้นไม้ในเขตนี้มิใช่เพียงแค่ต้นไม้ แต่มันคือซากดึกดำบรรพ์ที่มีขนาดมหึมาและบิดเบี้ยวผิดรูป กิ่งก้านสาขาสีดำทะมึนแผ่ขยายเกี่ยวพันกันจนหนาทึบ บดบังท้องฟ้าเบื้องบนจนมืดสนิท ราวกับพวกเขากำลังเดินอยู่ในอุโมงค์ที่ไร้ก้นบึ้ง เกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้ามิอาจสัมผัสพื้นดินได้โดยตรง เพราะต้องลอดผ่านหมอกพิษสีขาวขุ่นที่ลอยเรี่ยพื้นดินสูงระดับหน้าแข้ง          หมอกนี้มิใช่ไอน้ำธรรมดา แต่มันส่งกลิ่นฉุนเอียนเหมือนซากพืชเน่าเปื่อยผสมกำมะถันจาง ๆ ทุกครั้งที่สูดดมเ
Baca selengkapnya

บทที่ 46 หมอกมรณะและเงาอดีต 2

          นางเห็นเว่ยกัวเฉินที่นอนหมดสภาพ เห็นเสี่ยวเหลียนที่นั่งขดตัวกอดเข่าหนาวสั่น เห็นมู่ตานที่มีใบหน้าเปื้อนโคลน มือไม้ถลอกปอกเปิก และสุดท้ายสายตาของนางไปหยุดอยู่ที่แผ่นหลังของหลี่เฉียง ผ้าพันแผลสีขาวที่มู่ตานพันให้ บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉานอีกครั้ง เลือดนั้นไหลซึมออกมาจนย้อมเสื้อตัวในของเขาจนแดงฉาน          ความทรงจำต่าง ๆ ไหลย้อนกลับมาดั่งเขื่อนแตก ภาพการต่อสู้ ภาพที่หลี่เฉียงเอาตัวบังมีดให้ ภาพที่เว่ยกัวเฉินแบกนางวิ่ง ภาพที่มู่ตานเอาตัวเข้าแลกกับหมาป่า...          น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่โศกของลี่อิน นางรู้สึกราวกับตัวเองเป็นก้อนหินหนักอึ้งที่ผูกติดขาของทุกคนไว้ ลากพวกเขาสู่ความตาย          “เฉียงเกอ...” นางสะอื้นเรียกชื่อเขา เสียงสั่นเครือ “ท่าน...ท่านบาดเจ็บหนักขนาดนี้...เลือด...เลือดท่านไหลไม่หยุดเลย...”     &nb
Baca selengkapnya

บทที่ 46 หมอกมรณะและเงาอดีต 3

          ในขณะเดียวกัน ที่ชายป่าเขตชั้นนอก กองทัพม้าของอิงเฟิงกำลังเผชิญกับหายนะ สภาพอากาศที่เลวร้ายและกับดักธรรมชาติในป่าร้อยอสูรเริ่มเล่นงานผู้บุกรุกอย่างโหดร้าย ทางเดินที่แคบและลื่นเพราะน้ำแข็ง ทำให้ม้าหลายตัวลื่นไถลตกจากหน้าผาชันพร้อมกับทหารบนหลัง เสียงร้องโหยหวนดังระงมก้องหุบเขา สร้างความขวัญผวาให้กับผู้ที่ยังอยู่ บางส่วนถูกงูพิษที่ตื่นจากจำศีลฉกกัดจนล้มตาย ทหารเริ่มเสียขวัญ กำลังใจถดถอยลงทุกที          “ท่านอิงเฟิง! เราไปต่อไม่ได้แล้วขอรับ!”          นายกองคนหนึ่งควบม้าเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เนื้อตัวสั่นเทา “ข้างหน้าหมอกหนาจัด ทัศนวิสัยเป็นศูนย์ ทหารของเราหลงทางและบาดเจ็บล้มตายไปเกือบยี่สิบนายแล้ว! ป่านี้มันต้องคำสาปแน่ ๆ! สัตว์ป่าที่นี่ดุร้ายผิดปกติ!”          อิงเฟิง นั่งอยู่บนหลังม้าสีขาวปลอด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำราวกับคนเสียสติที
Baca selengkapnya

บทที่ 47 ปากเหวมรณะ 1

          เสียงน้ำตกเบื้องล่างคำรามกึกก้องประดุจสัตว์ร้ายที่กำลังหิวกระหาย ไอเย็นยะเยือกจากก้นเหวพวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้า ผสานกับหมอกหนาที่เริ่มจางลงเมื่อแสงแรกแห่งทิวาวารพยายามจะแทรกตัวผ่านม่านเมฆสีเทาดำลงมาสู่ผืนป่า          ณ ริมหน้าผาสูงชันที่ไร้ทางไปต่อ คณะผู้หลบหนีทั้งหกชีวิตยืนหันหลังชนกัน ต้อนรับแสงเช้าด้วยความสิ้นหวัง          เบื้องหน้าของพวกเขา คือกำแพงมนุษย์และม้าศึกที่เคลื่อนตัวออกมาจากม่านหมอกราวกับภูตผี กองทัพม้าเกราะหนักของอิงเฟิงแผ่ขยายออกเป็นรูปครึ่งวงกลม ปิดล้อมทุกทิศทาง ตัดขาดเส้นทางหนีทุกสาย ทหารนับร้อยนายถือหอกดาบและหน้าไม้ เล็งเป้ามาที่กลุ่มคนเล็ก ๆ ตรงกลางที่บาดเจ็บสาหัส          เสียงเกือกม้ากระทบพื้นหินดังกึกก้องสะท้อนไปมาในหุบเขา สร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศดูเหมือนจะหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก          “พวกมันมา
Baca selengkapnya

บทที่ 47 ปากเหวมรณะ 2

          “เจ้าอิจฉาข้า” หลี่เฉียงย้ำ “เจ้าอิจฉาที่ท่านพ่อรักข้ามากกว่า เจ้าอิจฉาที่ทหารรักข้ามากกว่า และเจ้าอิจฉา...ที่สตรีที่เจ้าต้องการ ไม่เคยมีใจให้เจ้าเลยแม้แต่น้อย”          หลี่เฉียงเหลือบมองมู่ตานและลี่อิน          “ดูสิ แม้แต่ในวาระสุดท้าย พวกนางก็ยังเลือกที่จะตายพร้อมข้า ดีกว่าไปอยู่กับคนจิตใจบิดเบี้ยวอย่างเจ้า”          “ข้าบอกให้หุบปาก!” อิงเฟิงกรีดร้องเสียงหลง สติขาดผึง ความเยือกเย็นที่สร้างมาพังทลายลง “ข้าคือผู้ชนะ! ข้าคือตัวจริง! ข้าไม่ใช่เงาของใคร!”          เขาชักดาบออกมา ชี้ปลายดาบไปที่หลี่เฉียง มือสั่นระริกด้วยความแค้น          “ฆ่ามัน! ฆ่าพวกมันให้หมด! พลธนู! ยิง! ยิงให้พรุน!”          สิ้นเสียงคำสั่งบ้าคลั
Baca selengkapnya

บทที่ 48 ลมหายใจในความมืด 1

          ความมืดคือสิ่งแรกและสิ่งเดียวที่โอบล้อมทุกสรรพสิ่ง มันไม่ใช่ความมืดของรัตติกาลที่มีแสงดาวหรือแสงจันทร์คอยปลอบประโลม แต่มันคือความมืดมิดอนธการที่หนาทึบราวกับน้ำหมึกสีดำข้นคลั่กที่ถูกเทราดลงมาปิดทับดวงตา ตัดขาดการรับรู้ทางสายตาจนสิ้นเชิง ไม่ว่าจะลืมตาหรือหลับตา ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ต่างกัน          มู่ตานรู้สึกตัวตื่นขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าที่เหน็บหนาว ความเจ็บปวดร้าวระบมแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดขยี้ นางพยายามขยับตัว แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงด้วยหมุดเหล็ก ความรู้สึกเปียกชื้นและเย็นยะเยือกกัดกินผิวหนังจนชาด้าน เสียงเดียวที่ดังก้องอยู่ในหูคือเสียงซู่ซ่าของสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากอยู่ไม่ไกล และเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบหินติ๋ง...ติ๋ง...เป็นจังหวะที่เชื่องช้าและวังเวง          ‘ข้า... ตายแล้วหรือ?’          ความคิดแรกผุดขึ้นในสมองที่มึนงง นางจ
Baca selengkapnya

บทที่ 48 ลมหายใจในความมืด 2

         แค่ก! แค่ก!          เสียงไอโขลกดังขึ้น ร่างกายของหลี่เฉียงกระตุกเกร็ง เขาสำลักเอาน้ำออกมาจากปอด          “ท่านแม่ทัพ!”          มู่ตานรีบพลิกตัวเขาให้นอนตะแคง เพื่อให้น้ำไหลออกมาได้สะดวก หลี่เฉียงอาเจียนเอาน้ำและเลือดเสียออกมาจนหมดแรง เขาหอบหายใจเฮือกใหญ่ พยายามสูดอากาศเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม          “แฮ่ก...แฮ่ก...”          เสียงลมหายใจของเขากลับมาแล้ว แม้จะยังแผ่วเบาและไม่สม่ำเสมอ แต่มันคือเสียงสวรรค์สำหรับมู่ตาน          “ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณ...” มู่ตานทรุดตัวลงกอดเขาแน่น ร้องไห้ด้วยความโล่งใจ          แต่ทว่าวิกฤตยังไม่จบลง แม้หลี่เฉียงจะหายใจได้แล้ว แต่ร่
Baca selengkapnya

บทที่ 49 ความหิวโหยและศรัทธา 1

          แสงตะวันยามรุ่งอรุณที่พยายามสาดส่องผ่านม่านน้ำตกหนาทึบเข้ามา กลายเป็นเพียงละอองแสงสีทองจาง ๆ ที่เต้นระบำวิบวับอยู่บนผนังถ้ำหินปูนที่เปียกชื้น ละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ ก่อเกิดเป็นม่านหมอกบางเบาที่ห่มคลุมบรรยากาศภายในให้ดูเร้นลับและวังเวง ความชื้นในอากาศหนาวเหน็บเสียดแทงผิวเนื้อจนแสบชา          ทว่าภายใต้กองเสื้อผ้าบุรุษที่เปียกชื้นและเริ่มแห้งหมาด ร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งยังคงขดตัวแนบชิด พยายามถ่ายทอดไออุ่นจากเรือนกายของตนสู่ร่างที่เย็นเยียบของบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ นางกอดเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายอ้อมแขนเพียงชั่วพริบตา เขาจะสลายหายไปกับสายน้ำ          มู่ตานค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากนิทราอันเหนื่อยล้า เปลือกตาของนางหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตะกั่ว ขนตายาวงอนเปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตาที่แห้งกรัง ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาในห้วงความคิดดั่งกระแสน้ำเชี่ยว หน้าผาสูงชัน...การร่วงหล่น...และความมืดม
Baca selengkapnya

บทที่ 49 ความหิวโหยและศรัทธา 2

          เสียงนั้นเหมือนแส้ที่ฟาดลงกลางใจนาง          “ต้องติดสิ ข้าขอร้อง ติดเสียที!” มู่ตานตะโกนใส่ก้อนหินในมือ น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลอาบแก้ม “ข้าเป็นถึงองค์หญิง ข้าจะมาแพ้ก้อนหินก้อนเดียวไม่ได้! ข้าต้องช่วยเขา!”          นางรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กำหินแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ แล้วกระแทกเหล็กลงไปสุดแรง         เคร้ง! พรึ่บ!          ในที่สุดประกายไฟลูกใหญ่ก็กระเด็นไปตกบนเชื้อไฟ ควันสีเทาลอยกรุ่นขึ้นมาเป็นสาย มู่ตานรีบทิ้งหินในมือ ก้มลงไปป้องมือรอบเชื้อไฟ เป่าลมแผ่วเบาอย่างระมัดระวังประดุจกำลังเป่ามนต์วิเศษ          เปลวเพลิงสีส้มค่อย ๆ ลุกโชนขึ้น ลามเลียไปติดกิ่งไม้แห้งเล็ก ๆ ที่นางเตรียมไว้ ความสว่างวาบขึ้นกลางถ้ำ ขับไล่เงามืดให้ถอยร่นไป ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาสัมผัสใบหน้
Baca selengkapnya

บทที่ 49 ความหิวโหยและศรัทธา 3

          เขาสำลักไอออกมา เนื้อปลาหลุดร่วงจากปาก ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความทรมาน          “ท่านแม่ทัพ!” มู่ตานรีบเช็ดปากให้เขาด้วยความตกใจ “อย่าเพิ่ง ใจเย็น ๆ”          นางมองดูเขาด้วยความสงสารจับใจ เขาอ่อนแอเกินกว่าจะเคี้ยวอาหารแข็ง ๆ ได้ และถ้าเขากินไม่ได้ เขาก็จะไม่มีแรงสู้กับพิษไข้ ร่างกายที่ขาดอาหารมานานจะพ่ายแพ้ในที่สุด          มู่ตานมองเนื้อปลาในมือ แล้วหันกลับมามองใบหน้าซีดเซียวของเขา ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว วิธีการป้อนอาหารแบบมารดาป้อนบุตร หรือแบบนกป้อนลูกนก          ใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นมา แต่แววตากลับมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ไม่มีที่ว่างสำหรับความเขินอายอีกต่อไป          นางหยิบเนื้อปลาใส่ปากตัวเอง เคี้ยวจนละเอียด บดมันจนกลายเป็นเนื้อเหลว แล้วก้มลงไปหาเขา&nb
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
1011121314
...
31
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status