All Chapters of เชลยรักสองพยัคฆ์: Chapter 281 - Chapter 290

302 Chapters

บทที่ 102 ตะวันตกดินที่ซีเยว่ 2

          พวกเขาเคยถูกราชสำนักซีเยว่และมู่หรงเฟิงปลูกฝังมาตลอดหลายปี ว่าพยัคฆ์ทมิฬแห่งต้าถังคือปีศาจกระหายเลือดจากแดนเหนือ หากด่านแตก พวกเขาและครอบครัวจะต้องถูกสังหารหมู่ทิ้งทั้งเมือง ทว่าบัดนี้ปีศาจตนนั้นกลับสั่งระงับการหลั่งเลือด และมอบชีวิตใหม่ให้แก่ผู้แพ้ ในขณะที่นายเหนือหัวของพวกเขาเอง กลับสั่งปิดประตูเมืองและโยนควันพิษลงมารมควันพวกเขาให้ตายอย่างทรมาน          ความแตกต่างระหว่างจอมทัพผู้ทรงธรรมกับทรราชผู้อำมหิตช่างชัดเจนและห่างไกลกันราวกับแสงสว่างและก้นบึ้งของขุมนรก          เชลยศึกซีเยว่ต่างพร้อมใจกันโขกศีรษะลงกับพื้นหินที่เจิ่งนองไปด้วยเลือดอีกครั้ง น้ำตาแห่งความปีติและความละอายใจไหลรินอาบแก้ม          “ขอบพระคุณท่านแม่ทัพใหญ่ ขอบพระคุณในความเมตตาของต้าถัง พวกเราขอยอมสวามิภักดิ์ชั่วชีวิต”          มู่ตานทอดสายตามองเสี้ยวหน้
Read more

บทที่ 102 ตะวันตกดินที่ซีเยว่ 3

          “พวกเจ้าเป็นใคร ไอ้พวกบ่าวไพร่ชั้นต่ำ บังอาจก้าวล่วงเข้ามาในห้องหอของข้าและองค์รัชทายาทได้อย่างไร ทหาร! องครักษ์! เอาตัวพวกมันไปโบยให้ตาย! ตัดหัวพวกมันไปโยนให้สุนัขกินเดี๋ยวนี้!”          นางแผดเสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ทว่าเมื่อไม่มีทหารคนใดปรากฏตัวออกมาตามคำสั่ง แววตาของนางก็เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก นางก้มลงไปซบใบหน้ากับหมวกเกราะสีทอง ร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยน สลับกับเงยหน้าขึ้นมาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง          “เฟิงเกอเกอทำไมท่านยังไม่มา ข้ากลัว ข้ารอท่านอยู่นะ มารับข้าสิ ข้าจะเป็นฮองเฮาของท่าน”          ภาพความวิปลาสของสตรีที่ครั้งหนึ่งเคยเพียบพร้อมด้วยรูปโฉม ชาติตระกูล และอำนาจ ทำเอาอาหลงและทหารเงาที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเวทนาและหดหู่ใจ          ความตายของบิดาที่ถูกประจานอย่างน่าอดสู และการถูกบุรุษ
Read more

บทที่ 103 สายลมแห่งการหวนคืน 1

          ณ ด่านตงหยวน ปราการเหล็กกล้าแห่งชายแดนตะวันออกของจักรวรรดิต้าถัง กงล้อแห่งฤดูกาลหมุนเวียนล่วงเข้าสู่ปลายวสันตฤดู สายลมหนาวที่เคยกรรโชกแรงได้มลายหายไปจนสิ้น ถูกแทนที่ด้วยสายลมโชยอ่อนอันอบอุ่นที่พัดพาเอากลิ่นหอมของมวลหมู่ดอกไม้ป่าที่กำลังเบ่งบานและใบหญ้าเขียวขจี เข้ามากลบกลิ่นอายคาวเลือดจากสมรภูมิที่เคยคละคลุ้ง แสงแดดยามสายที่สาดส่องลงมาอย่างเจิดจรัส ไร้ซึ่งมวลเมฆสีเทาบดบัง ทาบทับลงบนหอสังเกตการณ์ที่ทำจากไม้ซุงขนาดใหญ่ ขับไล่ความชื้นของหยาดน้ำค้าง และมอบความสดชื่นให้แก่เหล่าทหารยามที่ยืนประจำการมาตลอดทั้งคืน          ทว่าความสงบสุขและสดใสของสภาพอากาศ กลับสวนทางกับความวุ่นวายภายในค่ายทหารส่วนใน บริเวณลานกว้างหน้ากระโจมแพทย์ทหารขนาดมหึมา บัดนี้ถูกแปรสภาพเป็นลานต้มยาขนาดย่อม กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรนานาชนิดถูกต้มจนเดือดพล่านอยู่ในหม้อดินเผานับสามสิบใบ ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า บดบังวิสัยทัศน์จนดูราวกับมีหมอกลงจัด          ท่ามก
Read more

บทที่ 103 สายลมแห่งการหวนคืน 2

          ขณะที่ชายแดนตะวันออกกำลังเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ทิ้งระยะห่างออกไปนับพันลี้ ณ นครหลวงฉางอัน ศูนย์กลางแห่งอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองของจักรวรรดิต้าถัง บรรยากาศภายในพระราชวังหลวงกำลังดำเนินไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลึกเข้าไปในเขตหวงห้าม ภายในตำหนักไท่จี๋อันวิจิตรตระการตา กลิ่นหอมของไม้จันทน์ที่เคยอบอวล บัดนี้ถูกกลบด้วยกลิ่นขมปร่าของยาต้มสมุนไพรชั้นสูง          บนพระแท่นบรรทมที่แกะสลักลายมังกรทองคำ ร่างของฮ่องเต้ต้าถังกำลังประทับพิงหมอนอิงใบใหญ่ พระวรกายที่เคยกำยำและสูงสง่า บัดนี้ซูบผอมลงไปถนัดตา พระพักตร์ที่เคยเปี่ยมไปด้วยพระบารมี ซีดเซียวและมีร่องรอยของความเหนื่อยล้า ทว่านัยน์ตาคู่คมที่ทอดมองผ่านม่านมุกออกมา ยังคงทอประกายสติปัญญาและความเฉียบขาดของมังกรเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน          ข้างพระแท่นบรรทม หัวหน้าหมอหลวงซุน ชายชราหนวดขาวผู้เป็นยอดฝีมือด้านการแพทย์แห่งราชสำนัก กำลังถวายการตรวจจับชีพจรที่ข้อพระห
Read more

บทที่ 104 ศิโรราบ 1

          ขณะที่นครหลวงฉางอันแห่งแคว้นต้าถังกำลังเบิกบาน ทว่า ณ นครหลวงซีเยว่ ศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิวิหคเพลิงที่เคยเกรียงไกรและสร้างความหวาดกลัวไปทั่วหล้า บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีเทาทึบทึมประดุจลางร้าย บรรยากาศภายในเมืองหลวงอึมครึมและหนาวเหน็บราวกับถูกสาปให้จมลงสู่ก้นบึ้งของขุมนรก          ภายในท้องพระโรงใหญ่แห่งพระราชวังซีเยว่ที่ประดับประดาด้วยทองคำและอัญมณีล้ำค่า บัดนี้ไร้ซึ่งความสง่างามและอำนาจเบ็ดเสร็จดังเช่นกาลก่อน มีเพียงความโกลาหลและความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านไปทุกอณูอากาศ          บนบัลลังก์ศิลาที่สลักลวดลายวิหคเพลิงสยายปีก ฮ่องเต้ซีเยว่ผู้ชราภาพประทับนั่งอยู่ด้วยพระวรกายที่สั่นเทา พระพักตร์ที่เคยหยิ่งยโสและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่จะกลืนกินแผ่นดิน บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาขุ่นมัวเบิกกว้างจ้องมองไปยังร่างของทหารม้าเร็วส่งข่าวที่นอนหมอบคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่กลางท้องพระโรง ชุดเกราะของทหารผู้นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเล
Read more

บทที่ 104 ศิโรราบ 2

          “บังอาจ! หุบปาก! หุบปากให้หมด!” ฮ่องเต้ซีเยว่แผดเสียงคำรามเฮือกสุดท้าย ทรงฝืนสังขารผุดลุกขึ้นชี้หน้าขุนนางที่กำลังวิวาท “พวกเจ้ากล้าเสนอให้ข้ายอมสิโรราบต่อพวกต้าถังกระนั้นหรือ ข้าคือโอรสสวรรค์ ข้าคือผู้ที่จะปกครองใต้หล้า พวกเจ้า...ทหาร! องครักษ์! ลากตัวขุนนางขี้ขลาดและทรยศพวกนี้ไปประหารให้หมด!”          ทว่าไม่มีเสียงตอบรับจากองครักษ์เกราะทองคำที่เคยยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ท้องพระโรงพลันตกอยู่ในความเงียบงันและความหวาดหวั่นที่แทรกซึมเข้ามาแทนที่เสียงด่าทอ ไม่มีผู้ใดฟังคำสั่งของมังกรเฒ่าที่ไร้เขี้ยวเล็บอีกต่อไป          เสนาบดีกรมคลังแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างสมเพช “โอรสสวรรค์กระนั้นหรือ ตื่นจากฝันเถิดพ่ะย่ะค่ะ บัดนี้พระองค์เป็นเพียงฮ่องเต้ของซากศพและเถ้าถ่านเท่านั้น ทหารหนีทัพไปหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดมารับคำสั่งประหารของพระองค์อีกต่อไปแล้ว”          เมื่อเผชิญกับความจริงที่ตอกอัดเข
Read more

บทที่ 104 ศิโรราบ 3

          เขาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความจริงอันโหดร้ายซึมลึกเข้าไปในจิตใจที่กำลังสั่นคลอนของศัตรู          “ต้าถังมิใช่กองทัพที่กระหายการนองเลือด ข้าหลี่เฉียงขอให้คำสัตย์ หากพวกเจ้าเปิดประตูเมืองยอมจำนน และฮ่องเต้ซีเยว่ยอมส่งมอบตราหยกแผ่นดิน ทหารต้าถังจะไม่ทำร้ายราษฎรตาดำ ๆ ไม่ปล้นสะดม ไม่เผาบ้านเรือนแม้แต่หลังเดียว ทว่า...”          นัยน์ตาพยัคฆ์ทอประกายเหี้ยมเกรียมและเด็ดขาดเหนือผู้ใด          “หากพวกเจ้าดื้อดึงขัดขืน หรือยิงธนูลงมาแม้แต่ดอกเดียว ข้าจะสั่งทัพพยัคฆ์ทมิฬบดขยี้กำแพงเมืองนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง และจะไม่มีความปรานีใด ๆ หลงเหลือให้อีก จงเลือกเอาเถิด ว่าจะเปิดประตูรักษาชีวิตราษฎร หรือจะตายตกตามทรราชของพวกเจ้าไป!”          ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมสมรภูมิเบื้องหน้ากำแพงเมือง มีเพียงเสียงธงรบที่สะบัดก้อง ทหารรักษาเมืองซีเยว่ต่าง
Read more

บทที่ 104 ศิโรราบ 4

          เมื่อขบวนทัพม้าเหล็กเคลื่อนมาถึงลานกว้างหน้าพระราชวังหลวงอันวิจิตรตระการตา ทหารรักษาพระองค์ที่เหลือเพียงหยิบมือต่างทิ้งอาวุธคุกเข่าอยู่สองข้างทางอย่างสิ้นหวัง บันไดหินหยกขาวที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ท้องพระโรงใหญ่ บัดนี้ไร้ซึ่งการคุ้มกันใด ๆ ปล่อยให้ผู้พิชิตเดินหน้าเข้าสู่ศูนย์กลางแห่งอำนาจอย่างเปิดเผย          หลี่เฉียงและมู่ตานลงจากหลังม้า ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันขึ้นบันไดหินหยกขาว ท่ามกลางเสียงสายลมที่พัดผ่านความเงียบงัน เบื้องหลังของพวกเขาคือเว่ยกัวเฉินและอาหลงที่นำกองกำลังทหารม้าเหล็กตามขึ้นมาเพื่อควบคุมพื้นที่อย่างรัดกุม          เมื่อถึงหน้าประตูท้องพระโรงที่ทำจากไม้จันทน์หอมสลักลวดลายวิหคเพลิง ทหารต้าถังสองนายรีบก้าวเข้าไปผลักบานประตูอันหนักอึ้งนั้นออกกว้าง          บานประตูเปิดออก แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องเข้าไปในท้องพระโรงที่เคยมืดมิดและอึมครึม เผยให้เห็นสภาพอันน่าสมเพชขอ
Read more

บทที่ 105 รอยยิ้มแห่งตงหยวน 1

          ปลายวสันตฤดู ณ ด่านตงหยวน ปราการเหล็กกล้าแห่งชายแดนตะวันออก แสงตะวันยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาอาบไล้ผืนป่าและทิวเขาที่โอบล้อมค่ายทหาร สายลมโชยอ่อนพัดพาเอากลิ่นหอมของดอกท้อป่าที่กำลังเบ่งบานสะพรั่ง เข้ามาแทนที่กลิ่นอายของความตึงเครียดที่เคยปกคลุมสถานที่แห่งนี้มาแรมเดือน          ณ บริเวณลานซักล้างของหน่วยสนับสนุน เสี่ยวเหลียนในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนกำลังง่วนอยู่กับการช่วยพับผ้าพันแผลที่ตากจนแห้งสนิทลงในหีบไม้ มือเล็ก ๆ ของนางทำงานอย่างคล่องแคล่ว ทว่าจิตใจกลับล่องลอยไปไกลแสนไกล นัยน์ตากลมโตคอยแต่จะชะเง้อมองผ่านแนวกระโจมออกไปยังทิศทางของประตูค่ายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน         ปู๊นนนน...ปู๊นนนน...ปู๊นนนน...          ทันใดนั้นเอง เสียงแตรเขาสัตว์จากหอสังเกตการณ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าด่านก็ดังกังวานก้องขึ้น มันมิใช่จังหวะสั้นกระชั้นชิดที่ใช้เตือนภัยศัตรูบุก ทว่ามันคือจังหวะยาวทุ้มล
Read more

บทที่ 105 รอยยิ้มแห่งตงหยวน 2

          ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เว่ยกัวเฉินรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหนังที่ผูกติดกับเอว เขางมหาของอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบห่อผ้าไหมสีแดงที่ดูเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยออกมา เขายัดมันใส่มือของเสี่ยวเหลียนด้วยท่าทีขัดเขิน          “นี่ ข้าให้เจ้า” เขากระแอมไอเบา ๆ เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย “ตอนที่เข้ายึดวังหลวงซีเยว่ ข้าเห็นว่ามันสวยดี เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนปากจัดอย่างเจ้ามากกว่าไอ้ปิ่นไม้เน่า ๆ ที่ข้าเคยเหลาให้นั่น”          เสี่ยวเหลียนสะอึกสะอื้น นางก้มลงมองห่อผ้าในมือ ก่อนจะค่อย ๆ คลี่มันออกอย่างทะนุถนอม          สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือปิ่นปักผมหยกขาวเนื้อมันวาวไร้ตำหนิ ส่วนหัวของปิ่นถูกสลักเสลาเป็นรูปดอกท้อที่กำลังผลิบานอย่างประณีตบรรจง งดงามและล้ำค่าจนประเมินมิได้ มันคือของล้ำค่าจากท้องพระโรงซีเยว่ ที่รองแม่ทัพผู้นี้แอบเก็บมาเพื่อสตรีเพียงคนเดียวในดวงใจของเขา&nb
Read more
PREV
1
...
262728293031
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status