Semua Bab เชลยรักสองพยัคฆ์: Bab 81 - Bab 90

302 Bab

บทที่ 35 งานเลี้ยงหน้ากาก 3

คำพูดนั้นเสียดแทงใจดำที่สุด ยิ่งกว่าคมดาบใด ๆ หลี่เฉียงกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เส้นเลือดปูดโปนเต้นตุบ ๆ ความโกรธแค้นพุ่งพล่านจนหน้าแดงก่ำ เขาอยากจะกระโจนเข้าไปบีบคอไอ้สวะนี่ให้ตายคามือ อิงเฟิงจับตามองพี่ชายตาไม่กระพริบ รอลุ้นว่าหลี่เฉียงจะหลุดการควบคุมหรือไม่ และขณะที่ความอดทนของหลี่เฉียงกำลังจะขาดผึง มือเล็ก ๆ ที่อบอุ่นของมู่ตานก็เอื้อมมาบีบมือเขาใต้โต๊ะ นางบีบแน่น...แน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเขา เป็นสัญญาณเตือนสติที่รุนแรง ‘อย่า...อดทนไว้...เพื่อลี่อิน’ สัมผัสนั้นดึงสติหลี่เฉียงกลับมาจากขุมนรก เขาจำได้ว่าแผนการใหญ่สำคัญกว่าศักดิ์ศรีชั่วครู่ หากเขาลงมือตอนนี้ ลี่อินในเรือนขังจะตายทันที หลี่เฉียงสูดหายใจลึก แล้วเงยหน้าขึ้น ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “ฮ่า ๆ ๆ! ตาย! ตายหมด! ไฟสวยจังเลย ฮ่า ๆ ๆ! ลี่อิน...นางชอบไฟ! นางชอบสีแดง! ฮ่า ๆ ๆ!” เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลพราก คว้าจอกสุราสาดใส่หน้าตัวเองจนเปียกโชก หวังอี้ผงะด้วยความตกใจ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความพึงพอใจ มันบ้าแล้วจริง ๆ ส
Baca selengkapnya

บทที่ 35 งานเลี้ยงหน้ากาก 4

“ไม่! อย่าเอานางไป!” จู่ ๆ หลี่เฉียงก็แผดเสียงร้องลั่น เขาถลาลงไปกอดมู่ตานไว้แน่น แสร้งทำเป็นอาละวาดเหมือนเด็กหวงของ “นางเป็นคนของข้า! นางต้องดูแลข้า! ข้าปวดหัว! ข้าจะเอานาง! หากไม่มีนางข้าจะเผาจวนให้วอด!” หลี่เฉียงกรีดร้องโวยวาย ทุบโต๊ะทุบพื้นจนข้าวของกระจาย อิงเฟิงมองภาพนั้นด้วยความรำคาญใจและเหนื่อยหน่าย เขาไม่มีอารมณ์จะมาสู้รบปรบมือกับคนบ้าในตอนนี้ “เอาเถอะ!” อิงเฟิงโบกมือไล่อย่างไม่ไยดี “จางมามา! พาพี่ใหญ่กลับเรือน แล้วเอานังตัวดีนี่ไปดูแลเขา อย่าให้มันก่อเรื่องอีก! ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกมันคืนนี้!” จางมามาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รีบรับคำสั่ง นางแม้จะไม่ชอบมู่ตาน แต่ความภักดีต่อหลี่เฉียงมีมากกว่า นางรีบเข้ามาประคองหลี่เฉียงและพยักหน้าให้มู่ตานตามมา “ไปเถอะเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ กลับเรือนกัน” จางมามาเอ่ยเสียงอ่อนโยนกับนายของนาง แต่ส่งสายตาดุ ๆ ให้มู่ตาน มู่ตานค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้น นางแอบสบตากับหลี่เฉียงแวบหนึ่ง แผนการสำเร็จ พวกเขารอดไปได้อีกคืน แต่ชิงเหอที่ยืนอยู่ในมุมมืดกลับกำหมัดแน่น นางเห็
Baca selengkapnya

บทที่ 36 ทำนองพิณในความเงียบงัน 1

สายลมหนาวเหน็บยามรุ่งสางพัดกรรโชกผ่านช่องระบายอากาศ หอบเอาไอเย็นยะเยือกเข้ามาภายในห้องนอนกว้างขวางของเรือนพยัคฆ์คำราม ความมืดสลัวยังคงปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มีเพียงแสงเทียนเล่มสุดท้ายที่กำลังจะมอดดับลงตรงมุมห้อง ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเย็นอันเป็นเอกลักษณ์...กลิ่นกล้วยไม้ป่า มันคือกลิ่นประจำตัวที่อิงเฟิงส่งมาให้หลี่เฉียงใช้จุดในห้องนอนทุกค่ำคืน โดยอ้างว่าเป็นเครื่องหอมชั้นดีที่ช่วยให้หลับสบาย แต่แท้จริงแล้วมันซุกซ่อนผงรากวิญญาณ ยาพิษฤทธิ์หลอนประสาทที่คอยกัดกินสติสัมปชัญญะของแม่ทัพหนุ่มอย่างช้า ๆ หลี่เฉียงตื่นจากภวังค์ เขานั่งพิงหัวเตียง จมูกได้กลิ่นกล้วยไม้ป่านั้นชัดเจน ร่างกายของเขาเกร็งขึ้นตามสัญชาตญาณระวังภัยที่รู้ว่านี่คือกลิ่นแห่งความตาย แต่ทว่าความรู้สึกมึนงงและปวดศีรษะที่มักจะเกิดขึ้นทุกเช้า กลับเลือนหายไป เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นที่หน้าประตู แล้วประตูห้องถูกผลักเปิดออกช้า ๆ ร่างระหงของมู่ตานก้าวเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำทองเหลืองที่มีไอระเหยกรุ่น ๆ นางสวมชุดสีกลีบบัวอ่อนทับด้วยเสื้อคลุมกันลมสีเข้ม ผมเผ้าเกล้าเรียบง่าย
Baca selengkapnya

บทที่ 36 ทำนองพิณในความเงียบงัน 2

ความรู้สึกผิดที่รุนแรงยิ่งกว่าคมมีดกรีดแทงหัวใจ เขากำลังทำอะไรอยู่ ลี่อินกำลังทนทุกข์ทรมานอยู่ในนรก แต่เขากลับกำลังเสพสุขกับสตรีอื่น เขากำลังทรยศนาง และกำลังดึงมู่ตานเข้าสู่วังวนแห่งความผิดบาป หลี่เฉียงผละออกจากมู่ตานทันทีราวกับต้องของร้อน เขาถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง หอบหายใจแรง ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจตัวเอง “พอ...พอแค่นี้...” เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือ ก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่รื้นขึ้นมา “ข้าทำไม่ได้ ข้าขอโทษ” มู่ตานรีบดึงเสื้อผ้าขึ้นมาปิดบังร่างกายที่สั่นเทา นางมองเขาด้วยความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปถึงขั้วหัวใจ นางเข้าใจดีว่าทำไมเขาถึงหยุด เพราะในใจเขามีเพียงลี่อิน พื้นที่ตรงนั้นไม่มีที่ว่างสำหรับนาง น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงอาบแก้ม แต่นางรีบปาดมันทิ้ง “ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ” นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “ท่านพักผ่อนเถิด ข้าจะไปเตรียมสำรับ” มู่ตานลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าและทรงผมให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้หลี่เฉียงนั่งกำหมัดแน่น ทุบลงบนที่นอนอย่างแรงด้วยความเจ็บใจในโชคชะตาที่เล่นตลก
Baca selengkapnya

บทที่ 36 ทำนองพิณในความเงียบงัน 3

แดดบ่ายเริ่มร้อนแรงขึ้น แต่มู่ตานกลับรู้สึกหนาวเหน็บในใจ นางสั่งให้บ่าวยกตั่งไม้มาตั้งที่ระเบียงหน้าเรือนพยัคฆ์คำราม ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก...ทิศที่ตั้งของป่าไผ่ นางวางพิณเหลียนซินลงบนตั่ง นิ้วเรียวงามลูบไล้สายพิณอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของนาง อาเจียวที่แสร้งทำเป็นกวาดใบไม้อยู่ใกล้ ๆ หูผึ่งขึ้นทันที นางคอยจับตามองทุกฝีก้าวตามคำสั่ง “องค์หญิงจะดีดพิณหรือเจ้าคะ” อาเจียวถามหยั่งเชิง “ท่านแม่ทัพบ่นปวดศีรษะ” มู่ตานตอบโดยไม่มองหน้า สายตาจับจ้องไปที่ยอดไผ่ไกลลิบ “ท่านหมอเคยบอกว่าดนตรีบำบัดจะช่วยให้จิตใจสงบ ข้าหวังว่าเสียงพิณจะช่วยกล่อมเกลาความคลุ้มคลั่งของเขาได้บ้าง” นางสูดลมหายใจลึก ปรับสายพิณให้ตึงเปรี๊ยะ แล้วเริ่มกรีดนิ้วบรรเลง ตึ ง...ตึ ง...ตึ ง... เสียงพิณกังวานใสดังก้องไปทั่วบริเวณ ท่วงทำนองที่นางเลือกใช้คือเพลงลำนำพยัคฆ์คำรามซึ่งเป็นเพลงประจำกองทัพที่แสดงถึงความห้าวหาญ แต่ครั้งนี้นางไม่ได้เล่นแบบปกติ นางเล่นด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด เน้นเสียงหนักเบาสลับกันอย่างมีน
Baca selengkapnya

บทที่ 37 เงาอดีตและคราบน้ำตา 1

แสงแดดอ่อนจางของฤดูหนาวมิอาจส่องทะลุผ่านม่านไม้ไผ่หนาทึบที่รายล้อมเรือนไผ่เขียว อันเป็นที่พำนักส่วนตัวของอิงเฟิงได้ บรรยากาศภายในเรือนจึงมืดสลัวและเย็นเยียบตลอดเวลา ราวกับเป็นรังของอสรพิษที่ซ่อนกายจากโลกภายนอก กลิ่นกำยานลอยอวลผสมกับกลิ่นชาชั้นดี แต่มันไม่อาจกลบกลิ่นอายของความริษยาและความทะเยอทะยานที่คุกรุ่นอยู่ภายในห้องโถงนั้นได้ อิงเฟิงนั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้สักบุด้วยขนจิ้งจอกเนื้อดี มือเรียวซีดขาวหมุนถ้วยชาใบเล็กเล่นอย่างใจเย็น นัยน์ตาหงส์หรี่ลงมองสตรีสองนางที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทางซ้ายคือชิงเหอ หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงสีเข้ม ใบหน้าคมคายแต่เย็นชา ไร้เครื่องประดับตกแต่งนอกจากปิ่นเงินรูปใบมีดที่ปักมวยผม ทางขวาคืออาเจียว สาวใช้หน้าหวานหยดย้อยในชุดสีชมพูสดใส ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางจัดจ้าน แววตาเป็นประกายด้วยจริตมารยา “ว่ามา” อิงเฟิงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “พวกเจ้าไปจับตามองเรือนพยัคฆ์คำรามมาทั้งวัน ได้เรื่องอะไรบ้าง” อาเจียวรีบขยับตัวเสนอหน้าขึ้นมาก่อน ริมฝีปากแดงสดแย้มยิ้มออดอ้อน “นายท่านเจ้าคะ” น้ำเสียงของนางหวานเชื่อม “บ่าวสั
Baca selengkapnya

บทที่ 37 เงาอดีตและคราบน้ำตา 2

หลังจากสั่งงานเสร็จ อิงเฟิงไม่ได้พักผ่อน เขาลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท เดินเลี่ยงออกไปทางด้านหลังของเรือนไผ่เขียว มุ่งหน้าสู่เขตหวงห้ามท้ายจวน ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศรอบกายยิ่งเปลี่ยนไป จากสวนหย่อมที่ได้รับการดูแลอย่างดี กลายเป็นป่าไผ่รกทึบที่แสงตะวันส่องลงมาไม่ถึง หมอกสีขาวขุ่นลอยปกคลุมพื้นดินตลอดเวลา ราวกับสถานที่แห่งนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงลมพัดผ่านกอไผ่ดังหวีดหวิวเสียดแทงแก้วหู คล้ายเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำ อิงเฟิงเดินลึกเข้าไปจนถึงลานโล่งเล็ก ๆ กลางป่าไผ่ ตรงนั้นมี กระท่อมไม้เก่าคร่ำครึหลังหนึ่งตั้งอยู่ สภาพทรุดโทรมเหมือนบ้านร้าง หน้าต่างและประตูถูกตอกปิดตายด้วยแผ่นไม้หนาหลายชั้น มีเพียงช่องระบายอากาศเล็ก ๆ เท่าฝ่ามือที่เจาะไว้สูงเกือบติดหลังคา รอบกระท่อมมีทหารเงาชุดดำยืนเฝ้ายามอยู่อย่างแน่นหนา พวกเขาโค้งคำนับอิงเฟิงอย่างเงียบเชียบโดยไม่เอ่ยคำใด บ่งบอกถึงความลับระดับสุดยอด อิงเฟิงเดินย่ำหิมะเข้าไปหยุดที่หน้าประตูไม้ที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนเหล็กเส้นมหึมา เขายกมือขึ้นลูบเนื้อไม้ที่เย็นเฉียบและชื้นแฉะ แววตาของเขาฉายแววซับซ้อน ทั้งเกลียดช
Baca selengkapnya

บทที่ 37 เงาอดีตและคราบน้ำตา 3

“ปลอบประโลม? หรือตอกย้ำ?” ชิงเหอแค่นเสียงในลำคอ “น่าเห็นใจองค์หญิงนะเจ้าคะ ที่ต้องพยายามทำตัวเป็นเงาของคนตาย เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนเป็น” นางขยับตัวเข้าไปใกล้ โน้มตัวลงกระซิบให้ได้ยินกันเพียงในวงสนทนา “แต่ของเลียนแบบ...ต่อให้เหมือนเพียงใด ก็ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ท่านเป็นได้แค่ที่พักใจชั่วคราวเท่านั้นแหละเจ้าค่ะ” อาเจียวที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลัง หลุดหัวเราะคิกออกมาเบา ๆ อย่างชอบใจที่เห็นมู่ตานโดนตอกหน้าก่อนที่จะรีบปรับสีหน้า คำพูดนั้นเสียดแทงใจดำทั้งมู่ตานและหลี่เฉียง แต่ชิงเหอหารู้ไม่ว่า นางกำลังเล่นกับไฟ มู่ตานไม่โกรธ ไม่หน้าแดง นางเพียงแต่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ท่วงท่าสง่างามดุจหงส์ที่สยายปีก นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เย็นชาของชิงเหอ “เจ้าพูดถูก ข้าอาจจะเป็นแค่เงาในสายตาเจ้า” มู่ตานเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุกคำคมกริบดุจใบมีดโกน “แต่เงาอย่างข้า ก็ยังมีหัวใจ มีความรัก และมีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์” นางเว้นจังหวะ กวาดสายตามองชิงเหอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ผิดกับคนบางคน ที่แม้จะอยู่รับใช้ใกล้ชิดนายมานานนับ
Baca selengkapnya

บทที่ 38 หมากที่เริ่มเดิน 1

          ความหวานล้ำจากเสียงพิณเมื่อหัวค่ำเลือนหายไปราวกับหมอกควัน ทิ้งไว้เพียงความจริงอันโหดร้ายที่คืบคลานเข้ามาในยามวิกาล ดึกสงัดใน เรือนพยัคฆ์คำราม อากาศภายนอกเย็นลงจนน้ำค้างแข็งเกาะยอดหญ้าเป็นเกล็ดขาวโพลน แสงจันทร์ถูกเมฆดำบดบังจนมิด ทำให้ทั่วทั้งจวนตกอยู่ในความมืดมิดที่น่าหวาดหวั่น ภายในห้องนอนที่ปิดมิดชิด หลี่เฉียง กำลังเผชิญกับบททดสอบที่ทรมานที่สุดในชีวิต          อาการถอนพิษจากการหยุดเสพรากวิญญาณกะทันหันตามแผนการรักษาของมู่ตาน กำเริบขึ้นอย่างรุนแรงในคืนนี้ ร่างกายของแม่ทัพหนุ่มที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผา บัดนี้กลับต่อต้านการขับพิษอย่างเกรี้ยวกราด เหงื่อกาฬไหลพรากจนเปียกชุ่มเสื้อผ้าทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ เขาขดตัวงออยู่บนเตียง กัดผ้าห่มแน่นจนฟันแทบแตก เพื่อกลั้นเสียงร้องโหยหวนไม่ให้เล็ดลอดออกไปถึงหูของศัตรู ภาพหลอนเริ่มโจมตีประสาทตาของเขา          “ไฟ...ไฟไหม้!”          หลี่เฉียงเ
Baca selengkapnya

บทที่ 38 หมากที่เริ่มเดิน 2

          แสงแรกของวันใหม่เริ่มจับขอบฟ้า แต่ความหนาวเหน็บยังคงปกคลุมเรือนพยัคฆ์คำราม หลี่เฉียงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดศีรษะตุบ ๆ แต่ความทรมานเจียนตายเมื่อคืนหายไปแล้ว เขาพบว่าตนเองนอนหนุนตักของมู่ตานอยู่ โดยมีนางนั่งหลับพิงหัวเตียง มือข้างหนึ่งของนางยังคงวางอยู่บนอกเขา ราวกับจะคอยปกป้องเขาแม้ในยามหลับ          ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมา เขาจำได้ลาง ๆ ว่าเขากอดนางแน่นเพียงใด และเขาเรียกนางว่าอะไร          ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ หลี่เฉียงค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา เพื่อไม่ให้นางตื่น เขาจ้องมองใบหน้ายามหลับของมู่ตานที่ดูอ่อนล้าและมีคราบน้ำตาแห้งกรัง         ‘ข้าขอโทษ...’ เขารำพึงในใจ ‘ข้าใช้เจ้าเป็นตัวแทนของนางอีกแล้ว’          ก๊อก...ก๊อก...     &nbs
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
7891011
...
31
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status