บททั้งหมดของ พลิกชะตามาทวงแค้น: บทที่ 41 - บทที่ 50

53

ในฐานะคู่หมั้น

จวนองค์ชายสี่ แม้ร่างกายจะเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย แต่หาได้ทำให้บุคลิกองอาจของเขาดูอ่อนแอลงไม่ ใบหน้าคมสันแม้ซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตาดำล้ำลึกกลับคมกริบดุจคมมีด ยามทอดมองออกไปนอกศาลา คล้ายกำลังครุ่นคิดเรื่องราวบางอย่าง เขาไปรักษาตัวนานแรมเดือนกลับจวนครั้งนี้สายตามองเห็นสิ่งรอบตัวชัดเจนขึ้น ก่อนหน้านี้สายตาของเขาพร่ามัวในบางครั้งจากอาการป่วยมายาวนาน ชุดคลุมเนื้อดีสีเข้มทับซ้อนกันอย่างประณีต แขนเสื้อกว้างเผยให้เห็นข้อมือเรียวยาวที่เคยซีดเซียวบัดนี้เริ่มกลับมามีเลือดฝาด นิ้วมือแข็งแกร่งถือถ้วยยาสมุนไพรไว้ ทว่าหาได้ยกขึ้นดื่มในทันที หากแต่ใช้ปลายนิ้วไล้ขอบถ้วยเบา ๆ สายลมพัดต้องชายแขนเสื้อพลันนำพากลิ่นหอมเย็นของยาสมุนไพรให้ฟุ้งกระจาย บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ไม่กล้ากล่าวสิ่งใด เพียงเฝ้ารอคำสั่งอย่างสงบ พวกเขารู้ดีว่าถึงแม้คุณชายจะยังมิหายดี แต่เพียงแค่เขากระดิกนิ้วศัตรูทั้งหลายย่อมมิอาจรอดพ้นเงื้อมมือ รอบตัวเจิ้นซื่อหมิงรายล้อมไปด้วยยอดฝีมือจึงมิอาจปฏิเสธได้ว่าอำนาจในมือของเขามีมากล้นไม่ด้อยกว่าเชื้อพระวงศ์คนอื่น ภายในห้องโถงกว้างเจิ้นซื่อหมิงนั่งบนเก้าอี้ยืดหลังตรงมองดูสง่างามจากชาติกำเนิดไม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

เบื้องหน้าเบื้องหลัง

หลี่จือหลินยืนมือไพล่หลังมองตามเกี้ยวจากจวนองค์ชายสี่จนกระทั่งลับตาไป เขาไม่รู้ว่าองค์ชายคิดอย่างไรถึงส่งจดหมายมาก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวันทั้งที่หายไปนานนับเดือน ก่อนนั้นเกิดเรื่องใดขึ้นถึงเพิ่งออกมาจัดการเรื่องนี้ การได้เกี่ยวดองกับราชวงศ์ทำให้ใต้เท้าหลี่หนักใจอยู่ไม่น้อย องค์รัชทายาทเริ่มแผนการกดดันแล้ว องค์ชายสี่ถึงแม้อยู่ข้างฮ่องเต้ทว่ากลับทำให้รู้สึกกลัวขึ้นมาว่านับจากนี้ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมแล้ว หลี่ชิงหยาไล่อ่านกระดาษโดยละเอียดอีกครั้ง นึกไม่ถึงว่าตระกูลหยางจะถูกขุนนางหรือแม้แต่ราชวงศ์กำจัดให้พ้นทางมาก่อน "ต้องไปพบลุงหลิว" นางแต่งกายด้วยชุดของบุรุษสีดำเรียบง่ายม้วนกระดาษใส่ไว้ในอกเสื้อออกจากจวนไปทางด้านหลัง เดินทางมาถึงห้องหลบภัยพบกับหลิวชุนนั่งอ่านตำราของนางที่นางเคยเอามาเก็บไว้อ่าน "เจ้าหายไปหลายวัน" เขาเอ่ยทักทายใบหน้าดูสดชื่นขึ้นมาก "ข้าไปทำธุระมา มีของมาฝากลุงหลิวด้วย" นางนำของไปเก็บแล้วปอกผลไม้มาวางตรงหน้าของผู้สูงวัยกว่าท่าทางดูไม่รีบไม่ร้อน "ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่มาแล้วซะอีก" "ข้าต้องมาหาท่านอยู่แล้ว หากหายไปนานก็คือข้ามีธุระที่ไม่สามารถปลีกตัวมาได้" หลิวชุนพยั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

เก็บไว้กับข้าดีกว่า

พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังของนาง "มีคนบาดเจ็บก็ต้องรีบรักษา หรือเจ้าทนเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาได้ หืม คุณหนูใหญ่" เจิ้นซื่อหมิงเดินนำหน้าพร้อมกับเหล่าองครักษ์รายล้อม มองเลยไปด้านหลังสุดนางพบว่ารั่วหลานก็มากับขบวนนี้ ดวงตามีแววขี้เล่นไม่จางหายไป เจิ้นซื่อหมิงยิ้มบางพลางส่งสัญญาณมือ จากนั้นเหล่าทหารก็เปิดประตูลงไปในห้องลับนำตัวหลิวชุนที่มีเลือดออกมากขึ้นมา "พากลับจวนแล้วตามหมอมาให้เร็วที่สุด" "ขอรับ" เจิ้นซื่อหมิงสั่งให้รั่วหลานเป็นคนนำทางส่วนตัวเขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าของหลี่ชิงหยา "เจ้ากลับไปกับข้าก่อน จะกลับจวนด้วยสภาพเปื้อนเลือดเช่นนี้เห็นว่าจะไม่ดีนัก" เขาชี้มือมาที่นาง เมื่อก้มลงมองดูก็เห็นว่าเป็นเช่นนั้นจริง หลี่ชิงหยาจำใจต้องทำตามคำแนะนำของเจิ้นซื่อหมิงกลับจวนองค์ชายสี่ ใบหน้าหล่อสะอาดลอบยิ้มพึงพอใจที่หลี่ชิงหยายอมไปกับเขา เรื่องของวันนี้นางต้องถูกซักไซ้จนหาทางออกไม่ได้แน่ สายลมเย็นพัดผ่านร่างของคนทั้งสามที่เร่งรีบควบม้าเข้าสู่ประตูจวนอ๋องสี่ภายใต้แสงโคมไฟที่ส่องสลัว เงาของพวกเขาทอดยาวไปบนพื้นหิน องครักษ์กระโดดลงจากหลังม้าอย่างว่องไว ก่อนจะอุ้มร่างของหลิวชุนที่บาดเจ็บส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

นางเป็นใครกันแน่

ในห้องหนังสืออันเงียบสงัด มีเพียงแสงจากโคมไฟน้ำมันส่องกระทบบนโต๊ะไม้แกะสลักลวดลายละเอียดสวยงาม ชายหนุ่มในชุดยาวสีเข้มประดับลวดลายปักทองนั่งตัวตรง มือแกร่งเปิดม้วนเอกสารอย่างเชื่องช้า แววตาคมปลาบกวาดมองทุกอักขระด้วยความละเอียดลออ ริมฝีปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ขณะที่ปลายนิ้วลากผ่านรอยประทับตราที่สมบูรณ์แบบ หากแต่เมื่อพิจารณาให้ลึกซึ้ง กลับพบความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยที่มิอาจรอดพ้นจากสายตาของเขาได้ "ทำได้แนบเนียนนัก" เขาพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงแฝงแววพินิจพิเคราะห์ เขารู้ดีว่าสิ่งนี้เป็นของปลอม ไล่ปลายนิ้วไปตามตัวอักษรอีกครั้ง ก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาฉายประกายครุ่นคิด "มีการปลอมแปลงใส่ความตระกูลหยางหรือ" คำถามนี้วนเวียนอยู่ในความคิดดวงตาคมเข้มยังคงจับจ้องกระดาษในมือ ครั้นแล้วรอยยิ้มบางก็ผุดขึ้นบนมุมปาก เมื่อนึกถึงบุคคลหนึ่ง "พี่ใหญ่" เจิ้นซื่อหมิงวางกระดาษลงก่อนเอื้อมมือไปหยิบพู่กันจุ่มหมึกดำ ค่อย ๆ ลากปลายพู่กันลงบนกระดาษอย่างมั่นคง เส้นอักษรเรียงร้อยเป็นข้อความสั้นกระชับ ทว่าแฝงด้วยความหมาย เขาเป่าหมึกให้แห้ง ก่อนพับกระดาษอย่างเรียบร้อย จากนั้นเรียกหลวนเล่อเข้ามา "
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

ตามท่านอาจารย์

เจ็ดวันผ่านไปที่จวนองค์ชายสี่ บรรยากาศในจวนอ๋องสี่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดต้องต้นไผ่เบา ๆ ด้านนอก ขณะที่ด้านในเรือนรับรองไอชาหอมกรุ่นของชาอู่หลงลอยคลุ้งอยู่เหนือถ้วยกระเบื้องเคลือบ แต่บรรยากาศกลับตึงเครียด คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหยางเดินทางมาถึงเมืองหลวงด้วยความเร่งรีบ เขา ก้าวเข้ามาในห้องอย่างสง่างาม ดวงตาคมกริบใต้คิ้วดกหนามองสบกับเจิ้นซื่อหมิงที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของเขานิ่งสนิทแต่ลึกลงไปในแววตานั้นมีประกายบางอย่างที่ซ่อนเร้น "ไม่ได้พบกันเสียนานน้องสี่ดูสดชื่นขึ้นมาก" น้ำเสียงของหยางเยว่เรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความหมายแฝงเร้น เจิ้นซื่อหมิงเหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือไปรับถ้วยชาจากสาวใช้แล้วจิบอย่างใจเย็น "นั่นสินะ พี่ใหญ่เยว่เร่งเดินไกลทางคงเหนื่อยมาก" หยางเยว่ยิ้มบางตอบด้วยท่าทางสบาย "ข้าชินแล้ว" หยางเยว่นั่งตรงข้าม ดวงตาเป็นประกายใคร่รู้ "ข่าวที่ข้ามี อาจทำให้ท่านสนใจอยู่ไม่น้อย" ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยต่อ องครักษ์คนสนิทของเจิ้นซื่อหมิงก็เข้ามาคุกเข่ารายงานเสียงหนักแน่น "นายท่าน ข่าวจากเครือข่ายสายของเรายืนยันแล้วว่าตระกูลหยางถูกใส่ร้ายจากขุนนางหลายฝ่าย เบื้อ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

นางคืออีกคนที่น่าสงสัย

ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยสมุดเก่าและกระดาษที่เรียงเป็นระเบียบ อาจารย์หย่งหยวนกำลังนั่งอ่านจดหมายที่ได้รับจากหยางเยว่ ใบหน้าของเขาซีดขาวและไร้รอยยิ้มเหมือนเคย จดหมายที่เขาถืออยู่ในมือบ่งบอกถึงความสำคัญบางอย่างที่ไม่อาจมองข้ามได้ มือของอาจารย์หย่งหยวนขยับกระดาษในมือเบาๆ ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ข้อความนั้น อาจารย์รู้ดีว่าเรื่องราวที่เขาจะได้พบอาจจะเป็นมากกว่านั้น หากเขาตอบรับคำเชิญจากรองแม่ทัพหยาง บางทีเขาอาจจะต้องเผชิญกับเรื่องที่ซับซ้อนกว่าที่เคยคิดไว้ เขาหยิบพู่กันขึ้นมา และเริ่มเขียนคำตอบที่หนักแน่น แต่ก็มีความลังเลแฝงอยู่ในทุกคำที่เขาเขียน นานไม่รู้กี่ปีแล้วที่เขาเก็บตัวเงียบบนหุบเขาแห่งนี้เพื่อฝึกฝนวิทยายุทธและเรียนรู้วิชาการปรุงยาและสมุนไพรจนเกิดความชำนาญ ด้วยอายุที่มากขึ้นไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไรทำให้หย่งหยวนลังเล สุขภาพที่อ่อนแอลงทำให้เขายังเป็นกังวล "แจ้งรองแม่ทัพด้วยว่าข้าจะเริ่มเดินทางภายในสามวันแต่อาจจะถึงซีหนานช้าหน่อย" "ขอรับ" หย่งหยวนฝากจดหมายไปกับคนส่งข่าวและบอกเขาเรื่องนี้เพื่อให้ลูกศิษย์สบายใจ แคว้นซีหนาน หลี่ชิงหยาและเสี่ยวจูเดินทางมาถึงจวนองค์ช
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

ฉ้อราษฎร์บังหลวง

กลางดึกเงียบสงัดของจวนตระกูลหลี่หญิงสาวในชุดแพรพรรณเนื้อละเอียดสีเข้มยืนอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ สายตาคมกล้าทอดมองเงาสะท้อนในสระ นางมิได้ชื่นชมความงามของพระจันทร์ที่กำลังส่องสว่าง แต่ครุ่นคิดถึงแผนการในใจ ชายผู้หนึ่งน้อมกายลงเบื้องหน้าเงียบงัน คุกเข่าข้างหนึ่งประสานมือคารวะ "คุณหนู ทุกอย่างพร้อมแล้วข้าน้อยจะออกเดินทางคืนนี้" คนที่ซ่งหลินส่งตัวมาขณะนี้แทรกตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ แล้ว เรื่องที่สืบมาได้จึงรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน หลี่ชิงหยาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสียงเย็นเยียบแต่แฝงด้วยอำนาจ "ใต้เท้าไป๋ครองตำแหน่งมานานหลายปี บ้านเมืองกลับยากเข็ญราวแผ่นดินแห้งแล้งไร้ฝน บัณฑิตมากความสามารถกลับถูกกีดกัน ผู้เลี้ยงชีพสุจริตกลับถูกบีบบังคับ จวนของเขาใหญ่โตราวกับคฤหาสน์มั่งคั่ง ว่ากันว่าทองคำในเรือนมากพอสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ แต่เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงคำร่ำลือ" นางหยุดครู่หนึ่ง ดวงตาทอประกายเฉียบคมขึ้น "ข้าไม่เชื่อในคำเล่าลือ ข้าต้องการความจริง ไปสืบให้แน่ชัดอีกครั้งว่าใต้เท้าไป๋ฉ้อราษฎร์บังหลวงจริงหรือไม่ บันทึกการเงิน เส้นทางค้าขาย คนที่ติดต่อไปมาหาสู่ ทุกสิ่งต้องกระจ่างห้ามมีข้อผิดพ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

พบรองแม่ทัพหยาง

"เจ้าเตรียมตัวรับโทษเป็นคนต่อไป" ไป๋เหนียงถูกลากออกไป นางกรีดร้องดิ้นรน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจอีก หลี่เจินเห็นมารดาถูกจับตัวนางจึงไปขอร้องบิดา แต่หลี่จือหลินบอกกับนางว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะได้เป็นสนมอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า ตาของเจ้ากับแม่ของเจ้ามีความผิดก็ต้องว่าตามผิด เจ้ายังเด็กนักข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องได้รับโทษไปด้วย" หลี่เจินได้ฟังดังนั้นนางก็เกิดความหวาดกลัวจึงเชื่อฟังบิดาไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตัวสงบเสงี่ยมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเท่านั้น หลี่ชิงหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องกระทบใบหน้าของนาง คล้ายกับเงาสะท้อนของชัยชนะที่กำลังปรากฏขึ้นในที่สุด พลบค่ำแล้วแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยังคงเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ภายในห้องหนังสือ หลี่ชิงหยานั่งสงบนิ่งอยู่หน้าชั้นตำรา ทว่าความคิดของนางยังคงหมุนวนไปมา ตั้งแต่เรื่องของไป๋เหอหยุน ไป๋เหนียง แม้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่านางเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้น เสียงรายงานจากคนรับใช้หน้าประตูดังขึ้น "คุณหนูใหญ่ ท่านอ๋องมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาช
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

รักษาองค์ชายสี่

เกือบหนึ่งเดือนต่อมา ในยามสาย แสงแดดทอดผ่านต้นเหมยหน้าจวนท่ามกลางสายลมเย็นเอื่อย อาจารย์หย่งหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ท่วงท่าของผู้เฒ่ามากประสบการณ์ยังคงมั่นคง สายตาคมกวาดมองรอบจวนองค์ชายสี่ที่ส่งเกี้ยวไปรับในเขตชายแดนของแคว้นซีหนาน "นานกี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวง" เขาพึมพำเบา ๆ ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด ครั้งหลังสุดบนภูเขาสูงยามเขาถ่ายทอดความรู้เรื่องเครื่องสมุนไพรให้แก่ศิษย์หญิงนางหนึ่ง มือเล็ก ๆ เคยคัดแยกสมุนไพรด้วยความตั้งใจ คำถามฉลาดเฉลียวของนางยังติดอยู่ในใจเขาเสมอ นางคือคนที่เขายอมรับในพรสวรรค์รองจากหยางเฉี่ยวชิว เจิ้นซื่อหมิงและหยางเยว่เดินออกมาต้อนรับ บุรุษทั้งสองคนโล่งใจที่อาจารย์เดินทางมาถึงจวนโดยปลอดภัย "ท่านอาจารย์เดินทางมาเหนื่อยเขิญพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ" หยางเยว่เดินตรงเข้าประคองอาจารย์เขาอาจจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็ยังไม่อยากพักผ่อน "ข้าไม่เป็นไร องค์ชายมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง" อาจารย์หย่งหยวนสังเกตได้ว่าเจิ้นซื่อหมิงมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากเขาเพียงอยากรู้สถานการณ์ระหว่างรักษาตัวช่วงที่ไม่ได้ดูแล "ข้าทำตามคำแนะนำของท่านอาการเริ่มดีขึ้นเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

งานอภิเษกสมรส

สองเดือนต่อมา งานสมรสระหว่างองค์ชายสามกับหลี่เจินเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชนชั้นสูงในราชสำนัก พื้นที่จัดงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีทองและสีแดงสด มีการประดับประดาด้วยผ้าที่มีลวดลายงดงามกินบริเวณกว้างถึงนอกจวน ท่ามกลางแสงไฟจากโคมระย้าและตะเกียงส่องแสงสว่างทั่วห้อง คนในราชสำนักต่างแต่งตัวอย่างงดงาม มีการร่ายรำและดนตรีประกอบบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหรูหรา พระราชวังล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ บรรดาธงไหมสีชาดประดับมุกปลิวไสวตามสายลม เผยให้เห็นลวดลายมงคลที่ถักทอด้วยด้ายทองคำ ประตูเปิดกว้างขบวนแห่เจ้าสาวแลเห็นมาแต่ไกล ล้อมรอบด้วยเหล่านางกำนัลผู้ถือโคมไฟแดง ส่องทางแห่งชีวิตคู่ให้สว่างไสว หลี่เจินในชุดวิวาห์ไหมแดงลายมังกรทอง งดงามประหนึ่งเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ สายคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลพลิ้วไหวทุกย่างก้าว ผ้าคลุมหน้าไหมโปร่งสีแดงฉลุลายดอกเหมยบดบังดวงหน้างามพริ้มเพรา ยามเจ้าสาวก้าวข้ามกระถางไฟเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงฆ้องกลองก็ดังกึกก้อง บรรเลงเพลงมงคลประสานเสียงพิณก้องไปทั่วบริเวณ องค์ชายสามทรงยืนประทับใต้แท่นพิธี ในฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บ ท่วงท่าทรงสง่า สายตาแน่วนิ่ง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status