เมื่อได้ยินข้อกล่าวหาอันเหลวไหลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเช่นนั้น หลี่ตงที่กำลังใช้ลมปราณสายฟ้าต้านทานก้ามหนาของแมงป่องยักษ์อยู่ถึงกับหน้ามืดตามัวด้วยความโมโห ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงก่ำ ขบฟันจนแทบแหลกคามือ เส้นเลือดบนขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่เกิดมาในยุทธภพจนได้เป็นถึงศิษย์สายตรงของสำนักใหญ่ ยังไม่เคยมีใครกล้าชี้หน้ากล่าวหาว่าเขาเป็นพวกโจรป่าหน้าเลือดหรือคนเลี้ยงสัตว์อสูรมาก่อน ซ้ำร้ายยามนี้สถานการณ์รอบข้างยังบีบคั้นจนไม่มีเวลาให้เขาได้อธิบายยืดยาวปลายหางสีม่วงคล้ำตวัดฉับผ่านหน้าของอาฟงไปเพียงไม่กี่ชิ่ว แรงอัดของพิษร้ายทำเอาพื้นดินบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นไหม้ หลี่ตงรู้ดีว่าหากยังมัวแต่ทิฐิและปะทะคารมกันอยู่ตรงนี้ ฝ่ายที่จะพังพินาศย่อมเป็นพวกของเขาเอง เพราะองครักษ์ของชายชุดฟ้าผู้นั้นเก่งกาจเกินไป พวกนั้นสามารถปักหลักสู้ได้อีกนาน แต่คนของเขาเริ่มจะหมดแรงรับมือกับไอพิษที่หนาแน่นขึ้นทุกทีแล้ว“วาจาเหลวไหลสิ้นดี พวกข้ามิใช่โจรป่าต่ำช้า และมิได้เลี้ยงสัตว์อสูรหน้าขนพวกนี้ไว้” หลี่ตงตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล พลางซัดฝ่ามือสายฟ้าเข้าใส่กลางลำตัวของแมงป่องหินตัวหนึ่
Baca selengkapnya