บนเส้นทางป่าที่มืดสลัวและเปียกชื้นท่ามกลางหยาดฝนที่ยังโปรยปรายไม่ขาดสาย หลิวรุ่ยหลินควบม้าฝ่าความมืดมาอย่างยาวนาน ร่างกายที่แบกรับทั้งฤทธิ์ยาพิษและความอ่อนเพลียทำให้สติของนางเริ่มพร่าเลือน แต่นางยังคงกัดฟันบังคับม้าให้ทะยานผ่านพุ่มไม้นับร้อย เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดที่นางคิดว่าเป็นเส้นทางเดียวที่จะออกไปจากเขตเมืองได้เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนความมืดปกคลุมหนาทึบ หลิวรุ่ยหลินที่คิดว่าตนเองหนีมาไกลพอจะทิ้งห่างพวกทหารได้แล้ว กลับต้องชะงักฝีเท้าม้าเมื่อเห็นแสงคบเพลิงสว่างจ้าดักอยู่ที่ทางออกหลักด้านล่าง นั่นคือทหารของหวงเชียนเล่อที่กระจายกำลังดักไว้ตามคำสั่งของเว่ยอ๋องอย่างแน่นหนานางไม่มีทางเลือกนอกจากต้องบังคับม้าหักหลบขึ้นสู่เส้นทางลาดชันที่ขรุขระกว่าเดิม ทันทีที่ม้าทะยานพ้นหัวโค้งหน้าผา เงาร่างดำทมิฬของอาชาศึกตัวหนึ่งก็พุ่งพ้นม่านหมอกออกมาขวางทางไว้อย่างแม่นยำราวกะจังหวะไว้แล้วมู่หย่งฉีที่ควบม้าทางลัดตัดผ่านป่าทึบและโขดหินอย่างชำนาญทาง กระชากบังเหียนม้าขวางทางนางไว้ในระยะกระชั้นชิดจนม้าของหลิวรุ่ยหลินต้องชะงักและร้องลั่นด้วยความตกใจ แววตาของเขาที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงดูเย็นเยียบและกร้าวระแวง
Read more