All Chapters of ปริศนาชะตาชายารัก: Chapter 211 - Chapter 220

224 Chapters

บทที่211 ข่าวลือในสำนัก

ที่เรือนยา จื่อรั่วยังคงนั่งคัดสมุนไพรด้วยสีหน้ากังวลใจ แม้จะรู้ว่าพี่สาวเจินเจินจะได้ไปอยู่ในที่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยกว่าเดิมภายใต้การดูแลของคนระดับรองเจ้าสำนัก แต่หนุ่มน้อยวัยสิบหกผู้นี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจหาย“ท่านหมอหลิน ท่านว่าพี่สาวจะปรับตัวได้ไหม” จื่อรั่วหันไปถามอาจารย์ “ท่านรองเจ้าสำนักเป็นคนเข้มงวดและจริงจังกับการฝึกยุทธนัก ข้าเกรงว่าพี่สาวเจินเจินที่ร่างกายเพิ่งจะฟื้นไข้และกิริยาเรียบร้อยเช่นนั้น จะทำหน้าที่สาวใช้ข้างห้องได้ไม่ถูกใจท่านรองจนโดนตำหนิเอา”หลินเจี้ยนถอนหายใจยาวพลางวางตำราในมือลง “เจ้าอย่าห่วงเกินเหตุไปเลยจื่อรั่ว ท่านรองเซี่ยมู่หยางเป็นผู้ที่น่านับถือและมีคุณธรรมที่สุดคนหนึ่งในสำนักอัสนีเมฆา หากเขาเอ่ยปากรับนางไปดูแลด้วยตนเอง ย่อมหมายความว่าเขาเล็งเห็นแล้วว่านางจะอยู่อย่างปลอดภัย”“แต่มันก็น่าแปลกนะขอรับ...” จื่อรั่วขมวดคิ้ว “คนทั้งสำนักรู้ว่าท่านรองรักมั่นต่อท่านเจ้าสำนักเพียงใด ตามตื้อมาตั้งหลายปีจนกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว เหตุใดจู่ๆ ถึงได้รับสตรีแปลกหน้าเข้าไปอยู่ในเรือนส่วนตัวเช่นนี้ ข้ากลัวว่าคนอื่นจะเอาพี่สาวไปพูดลับหลังให้เสียหาย”หลินเจี้ยนมองลูกศ
Read more

บทที่212 ในที่สุดข้าก็ได้เจอเจ้าสินะ นังตัวปลอม

ระหว่างทางที่หลิวรุ่ยหลินเดินทางไป บรรดาศิษย์ที่บังเอิญพบเจอหน้าเจ้าสำนักระหว่างทางต่างพากันสะดุ้งโหยงและรีบก้มหน้าหลบตาหลีกทางให้ด้วยความหวาดกลัว รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของนางนั้นรุนแรงจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆเมื่อแผ่นหลังของนางเดินพ้นไป เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทันทีราวกับผึ้งแตกรัง“เจ้าดูสีหน้าท่านเจ้าสำนักสิ โกรธจนหน้าเขียวหน้าแดงไปหมดแล้ว ข้าว่าเรือนรองเจ้าสำนักได้ลุกเป็นไฟแน่!” ศิษย์คนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนพลางมองตามด้วยความหวาดเสียว“จะไมโกรธได้อย่างไร งานแต่งจะเริ่มในอีกไม่กี่วันอยู่แล้ว แต่ท่านรองเจ้าสำนักกลับรับสตรีงามล่มเมืองเข้าเรือนไปดื้อๆ แบบนี้” อีกคนจีบปากจีบคอพูด “คนทั้งสำนักมองออกกันหมดแหละว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องสาวใช้ แต่มันคือศึกภรรยาหลวงเตรียมไปแหกอกอนุถึงถิ่นชัดๆ”“นั่นสิ พี่สาวเจินเจินคนนั้นก็งามหยดปานนั้น มีหรือท่านเจ้าสำนักจะนิ่งนอนใจได้ ข้าว่าความสงบสุขของสำนักเราจบสิ้นลงแค่วันนี้แหละ เตรียมตัวรอดูพายุลูกใหญ่ได้เลย!”เหล่าศิษย์พากันส่ายหัวพลางลอบถอนหายใจ หลายคนเริ่มจับกลุ่มชะเง้อคอมองไปทางเรือนของเซี่ยมู่หยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าศึกชิงรักหั
Read more

บทที่213 เงยหน้าของเจ้าขึ้นมาให้ข้าดูสิ

น้ำเสียงของผู้มาที่เอ่ยออกมานั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเสียงของนางในอดีตแทบไม่ผิดเพี้ยน ทั้งจังหวะการเว้นวรรคและโทนเสียงที่นุ่มนวลทว่าแฝงความหยิ่งทะนง หลิวรุ่ยหลินรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง นางเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่าเหตุใดศิษย์ทั้งสำนักรวมถึงเซี่ยมู่หยางถึงไม่มีใครเอะใจสงสัยเลยแม้แต่น้อย เพราะวิชาแปลงโฉมและศิลปะการร่ายรำบทบาทนี้ถูกขัดเกลามาอย่างพิถีพิถันจนยากจะแยกแยะของจริงกับของปลอมได้ด้วยตาเปล่านางลอบสังเกตสตรีตรงหน้าอย่างละเอียด ทั้งการขยับข้อมือขณะถือพัด จังหวะการเอียงคอรับคำ ทุกอย่างคือ "หลิวรุ่ยหลิน" อย่างแท้จริง จนคนเป็นเจ้าของร่างเดิมยังรู้สึกหวาดระแวงในความแนบเนียนนี้เซี่ยมู่หยางละสายตาจากถ้วยชา หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง “หลินเอ๋อร์... เจ้ามาถึงที่นี่มีธุระด่วนอันใดหรือ”“ธุระของข้าคือการมาดูหน้าค่าตาคนที่จะมาปรนนิบัติศิษย์พี่อย่างไรเล่าเจ้าคะ” เจ้าสำนักปลอมปรายตาคมกริบมาทางสตรีที่ยืนก้มหน้าอยู่ “ได้ยินว่านางงามนัก ข้าในฐานะว่าที่เจ้าสาว ย่อมต้องมาทำความรู้จัก ‘คนของศิษย์พี่’ ไว้เสียหน่อย”หลิวรุ่ยหลินกำหมัดซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง พยายามระงับอาการสั่นสะท้านจากค
Read more

บทที่214 หรือข้าจะคาดการณ์ผิดไป?

เซี่ยมู่หยางจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง “ข้าไม่เคยลืมว่าเจ้าคือหลินเอ๋อร์ของข้า และไม่ลืมว่าเจ้าเป็นเจ้าสำนัก และไม่เคยลืมว่าอีกไม่กี่วันเราจะเข้าพิธีวิวาห์กัน แต่เพราะเจ้าคือเจ้าสำนัก เจ้าถึงควรมีเมตตาและใจคอที่หนักแน่นกว่านี้ มิใช่มาทำตัวเจ้าอารมณ์เหมือนสตรีไร้การอบรมที่จ้องจะรังแกผู้ที่ไม่มีทางสู้”หลิวรุ่ยหลินที่แสร้งทำเป็นหลบอยู่ข้างหลังเซี่ยมู่หยางลอบสังเกตท่าทางของเขาอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกขัดแย้งในใจของนางเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเห็นเขาออกหน้าปกป้องนางอย่างชัดเจนจนผิดวิสัย‘เซี่ยมู่หยาง... ท่านปกป้องข้าจริงหรือเพียงแค่ต้องการยั่วโมโหนางกันแน่?’นางมองเห็นความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเจ้าสำนักปลอม แต่ในขณะเดียวกัน ท่าทางของเซี่ยมู่หยางกลับทำให้การประเมินเบื้องหลังของนางเริ่มสั่นคลอน หากเขาเป็นพวกเดียวกับตัวปลอมจริงๆ เขาไม่จำเป็นต้องทำลายน้ำใจว่าที่เจ้าสาวต่อหน้าสตรีอื่นเช่นนี้ หรือว่าที่ผ่านมานางจะมองเขาผิดไป?เจ้าสำนักปลอมขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน เล็บที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อยาวจิกเ
Read more

บทที่215 แผนการใต้แสงดาวและการคาดการณ์ของหูจวี๋

ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าหินทมิฬยามค่ำคืน มีเพียงเสียงปะทุของกองไฟเล็กๆ ที่ถูกจุดขึ้นหลบมุมหลังชะง่อนผาเพื่อพรางตาผู้คน ไอเย็นจากม่านหมอกที่เคยหนักอึ้งในตอนกลางวัน บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้าถึงกระดูก มู่หย่งฉีในอาภรณ์ผ้าไหมสีฟ้าอ่อน นั่งพิงโขดหินด้วยท่าทางสงบนิ่ง แววตาที่เคยฉายแววเกียจคร้านดุจนกยูงรำแพน บัดนี้กลับลุ่มลึกและเยือกเย็นราวกับก้นบึ้งของสระน้ำมรณะ เขากำลังรอคอยการรายงานจากผู้ที่เขาไว้วางใจที่สุดในด้านการแกะรอย“คุณชายใหญ่... ยามนี้พี่น้องทุกคนจัดการบาดแผลภายนอกเรียบร้อยแล้วขอรับ” หูจวี๋เอ่ยขึ้นพลางขยับเข้ามาทรุดกายลงนั่งตรงข้ามกับเจ้านาย แม้จะเพิ่งผ่านศึกกับพยัคฆ์ขนเหล็กมา แต่เหล่าองครักษ์ผู้ผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชนกลับดูไม่สะทกสะท้านนัก ร่องรอยตามร่างกายมีเพียงรอยขีดข่วนจากกรงเล็บและรอยบอบช้ำจากการปะทะกับเกล็ดโลหะ ซึ่งบัดนี้ถูกทาด้วยยาสมานแผลชั้นเลิศจนเลือดหยุดสนิทหวงเชียนเล่อ หรือในนามแฝงว่าอาเล่อขยับไหล่ที่เคยถูกกระแทกอย่างแรงเพื่อตรวจสอบความคล่องตัวก่อนจะนั่งลงข้างๆ แววตาของแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพฉีหลิงยังคงดุดันและพร้อมรับสถานการณ์ขับขันได้
Read more

บทที่216 การแกะรอยเลียบริมน้ำและความหวังในเศษผ้า

แสงอาทิตย์ยามรุ่งสางพยายามส่องทะลุม่านหมอกหนาทึบลงมายังป่าหินทมิฬ ทว่าทำได้เพียงสร้างแสงสลัวรางที่ดูขมุกขมัวเท่านั้น มู่หย่งฉีลืมตาขึ้นจากการพักผ่อนที่ดูเหมือนการทำสมาธิมากกว่าการนอนหลับ ร่างกายของเขายังคงเปี่ยมไปด้วยพลังแม้จะตรากตรำมาหลายวัน รอบกายของเขา องครักษ์ทั้งหกนายต่างเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและว่องไวในการเก็บสัมภาระและดับกองไฟอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยเด่นชัดจนเกินไป แม้จะรู้ดีว่ามีเงาตามหลังมาก็ตาม“ออกเดินทางได้ เน้นเลียบริมน้ำตามที่อาจวี๋เสนอ” มู่หย่งฉีสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลัง เขาทะยานขึ้นสู่หลังม้าสีนิลด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคงขบวนเดินทางเริ่มเคลื่อนที่เลียบไปตามริมฝั่งลำธารขนาดใหญ่ที่ไหลเชี่ยวกรากอยู่ทางทิศเหนือ เสียงน้ำกระทบโขดหินดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปมาในหุบเขา ไอเย็นจากสายน้ำแผ่ซ่านออกมาผสมกับหมอกจนทำให้ทัศนวิสัยพร่าเลือน หูจวี๋ควบม้านำหน้า สายตาคมกริบกวาดมองไปตามพงหญ้าและซอกหินริมน้ำที่ชุ่มชื้นตลอดเวลา ส่วนหวงเชียนเล่อในนามแฝงว่าอาเล่อคอยระวังหลัง แววตาของแม่ทัพใหญ่จดจ้องไปยังทิศทางของพวกหลี่ตงที่ยังคงรักษาระยะห่างไว้อย่างเหนียวแน่น“หยุดก่อ
Read more

บทที่217 ความอยากรู้อยากเห็นของหลี่ตง

ยิ่งขบวนเดินทางอ้อมลึกเข้ามาในผืนป่าหินทางทิศตะวันออก บรรยากาศรอบกายก็ยิ่งแปรเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด กลิ่นฉุนรุนแรงของแร่ธาตุและกำมะถันเริ่มลอยมาตามลมจนเหล่าองครักษ์ต้องหยิบผ้าขึ้นมาปิดจมูก พื้นเบื้องล่างมิใช่ดินโคลนชุ่มชื้นเหมือนริมลำธารอีกต่อไป แต่กลับเป็นลานหินสีเทาหม่นที่มีไอความร้อนระอุพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกเล็กๆ เป็นระยะมู่หย่งฉีบังคับม้าสีนิลให้เดินผ่านช่องแคบระหว่างแท่งศิลาที่ตั้งตระหง่านดูคล้ายเสาเข็มปีศาจ ท่ามกลางหมอกสีเหลืองจางๆ ที่ทำให้ทัศนวิสัยเริ่มย่ำแย่ลง“คุณชายใหญ่ สังเกตที่พื้นหินดูเถิดขอรับ” หวงเชียนเล่อกระซิบเตือนพลางชักม้าเข้ามาใกล้ ประสบการณ์จากการนำทัพฉีหลิงผ่านศึกเหนือใต้และสมรภูมิทุรกันดารมาหลายสิบปี ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ผิดปกติ “รอยแยกพวกนี้มีขนาดเท่ากันสม่ำเสมอ ข้าคิดว่ามันผิดปกติมากๆ พอมานึกดูก็เห็นว่ามันคล้ายคลึงกับรังของสัตว์มีพิษมากกว่าจะเป็นรอยแตกตามธรรมชาติ เพียงแต่ถ้าทั้งหมดนี้คือรัง สิ่งที่อยู่ที่นี่น่าจะมีขนาดใหญ่เอาเรื่อง และกลิ่นกำมะถันแรงขนาดนี้ หากใต้พื้นหินไม่ได้มีธารลาวา ก็ย่อมต้องมีสัตว์อสูรประเภทธาตุไฟอาศัยอยู่แน่นอน”“ให้ตายสิ คร
Read more

บทที่218 สังเวียนแมงป่องมรณะ

สิ้นเสียงขูดขีดของก้ามแข็งที่เสียดสีกับหิน ผืนดินสีเทาหม่นก็พลันระเบิดออก เศษหินและฝุ่นกำมะถันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ร่างมหึมาของแมงป่องหินพันเนตรนับสิบตัวทะยานขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ พวกมันมีขนาดตัวเขื่องกว่าม้าศึก ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดศิลาหนาทึบที่สะท้อนแสงไฟจาง ๆ เป็นสีดำมะเมื่อม ส่วนหางที่ยาวเฟื้อยชูชันขึ้นเหนือหลัง ปลายหางแหลมคมอาบไปด้วยพิษร้ายสีม่วงคล้ำที่พร้อมจะปลิดชีพเหยื่อในพริบตา“รักษารูปขบวนวงกลม อย่าให้พวกมันแยกพวกเราออกจากกันได้” หวงเชียนเล่อคำรามสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของแม่ทัพผู้ผ่านศึก มือหนากระชากกระบี่หนักออกจากฝัก ประกายดาบสีเงินปลาบตัดผ่านม่านหมอกสีเหลืองอย่างดุดันมู่หย่งฉียังคงนั่งอยู่บนหลังม้าสีนิลอย่างสงบนิ่ง แววตาที่เคยฉายแววเกียจคร้านบัดนี้กลับคมปลาบดุจพญาอินทรี เขามิได้ชักอาวุธในทันที แต่กลับใช้สายตาประเมินการเคลื่อนที่ของศัตรู “อาเล่อ... ทางขวา อาจวี๋... ระวังการจู่โจมจากใต้เท้า”หวงเชียนเล่อทะยานร่างลงจากหลังม้าประดุจปักษาสวรรค์ กระบี่หนักในมือเหวี่ยงออกเป็นวงกว้างเข้าใส่แมงป่องตัวที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุด แรงปะทะระหว่างเหล็กกล้าและเกล็ดศิลาดังส
Read more

บทที่219 ยืมดาบสังหารและผู้ชมที่ต้องลงสนาม

การถอยร่นครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการจนมุม ทว่าในความเป็นจริงมันคือจุดเริ่มต้นของแผนการล่อเสือออกจากถ้ำ คณะเดินทางทั้งเจ็ดแสร้งทำเป็นเสียหลักและถอยไปจนเกือบติดตีนเขาที่พวกหลี่ตงซุ่มอยู่มู่หย่งฉีใช้ลมปราณซัดเข้าใส่กองหินกำมะถันขนาดใหญ่ใกล้ตีนเขาจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แรงสั่นสะเทือนทำเอาชะง่อนหินที่พวกหลี่ตงหมอบอยู่เริ่มปริแตก“พวกมันกำลังจะพาตัวซวยมาหาเราแล้ว!” หลี่ตงสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าแมงป่องที่เหลือเริ่มเบนเป้าหมายตามกลุ่มของมู่หย่งฉีมายังทิศทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่เปลวไฟจากการต่อสู้และเสียงคมดาบปะทะกับเปลือกหินยังคงดังต่อเนื่อง สมาชิกทั้งเจ็ดของคณะเดินทางยังคงโชว์ฝีมือปราบสัตว์ร้ายอย่างดุดัน ทุกคนล้วนอยู่ในสภาพที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารที่รุนแรงจนแม้แต่หมอกกำมะถันยังมิอาจบดบังมู่หย่งฉีเหลือบมองขึ้นไปบนยอดผาพลางคลี่ยิ้มเย็นชาที่มุมปาก‘คิดจะชมเฉยๆ เหรอฝันไปเถอะ เปิ่นหวางไม่ยอมเหนื่อยผู้เดียวหรอก’เสียงฝีเท้าม้าและเสียงระเบิดของหินกำมะถันที่ดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด ทำให้พวกของหลี่ตงที่ซ่อนตัวอยู่บนชะง่อนผาเริ่มนั่งไม่ติด พื้นศิลาใต้ร่างของพวกเขาเต้นเร้าตามแรงสั่นสะเทือนขอ
Read more

บทที่220 ทำไมข้าต้องเชื่อพวกเจ้าด้วย

“คุณชายใหญ่ พวกมันลงมาแล้วขอรับ” หวงเชียนเล่อกระซิบรายงานขณะที่ก้าวเข้ามาขวางหน้าม้าศึกเพื่ออารักขา“ดีมากอาเล่อ ในเมื่อเจ้าบ้านยอมลงมาร่วมโต๊ะอาหารแล้ว พวกเราก็ทำตัวเป็นแขกที่ดี ปล่อยให้พวกเขาแสดงฝีมืออันสูงส่งของสำนักอัสนีเมฆาให้เต็มที่เถิด” มู่หย่งฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แววตาฉายประกายเจ้าเล่ห์อย่างซับซ้อน ยามที่มองดูหลี่ตงกำลังราดน้ำมันเข้ากองไฟ ต่อสู้กับฝูงแมงป่องอย่างทุลักทุเล โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองได้กลายเป็นโล่มนุษย์คอยกันพิษให้แก่คณะเดินทางจากเมืองหลวงไปเสียแล้วท่ามกลางม่านหมอกสีเหลืองหม่นของไอกำมะถันที่อบอวลหนาทึบขึ้นทุกขณะ เสียงระเบิดกึกก้องของหินศิลาและเสียงหวีดแหลมของฝูงสัตว์ร้ายยังคงดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ชะง่อนผาทิศเหนือที่เคยใช้เป็นที่กบดานของกลุ่มศิษย์สำนักอัสนีเมฆาบัดนี้ได้พังทลายลงมาเป็นแถบ ยิ่งทุบทำลายเศษหินลงไปมากเท่าใด กลิ่นอายดิบเถื่อนของฝูงแมงป่องหินพันเนตรก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว ร่างมหึมาสีดำทมิฬนับสิบระลอกพากันไต่สวนซอกหินขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับว่าพวกมันได้รับคำสั่งให้ทำลายล้างผู้บุกรุกทุกคนที่ย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตแห่งนี้ให
Read more
PREV
1
...
181920212223
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status