๒ง้อกันหน่อยมิได้หรือรถม้าตระกูลเสิ่นได้เคลื่อนที่ผ่านประตูเมืองหลวงเข้าไปแล้ว แต่ข้ากับเสิ่นฉงชือยังคงนั่งอยู่ที่เดิมบนรถม้าข้ากอดอกจ้องตาเขา ตรงข้ามกับเขาที่นั่งด้วยท่าทางสำรวม ดวงตาเศร้าหมองในตอนแรกได้เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยจนข้าอ่านไม่ออกยอมขึ้นรถม้ากับเขามาก่อนแล้วอย่างไร ข้าจะไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนเป็นอันขาด“เจ้าจะไม่พูดอันใดหน่อยหรืออวี้เจิน”วาจานี้ขัดหูนัก!เขาเป็นฝ่ายผิดสัญญาทั้งยังพาข้าขึ้นรถม้ามาด้วย เหตุใดตั้งคำถามเหมือนข้าทำผิดต่อเขา“คุณชายเสิ่นมีเรื่องอันใดจะกล่าวกับข้าหรือเจ้าคะ เชิญกล่าวได้ตามตรงไม่ต้องอ้อมค้อม”ข้าพูดกระทบใจเขาหรือไม่ ดวงตาเรียบเฉยไหววูบหลังจากที่ข้ากล่าวประโยคเมื่อครู่ เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอดกลั้น“อีกแล้ว”อันใดอีกแล้ว“เจ้าเรียกข้าว่าคุณชายเสิ่นอีกแล้ว ไยเรียกคู่หมายด้วยคำเรียกห่างเหินเช่นนี้”อ้อ! ที่แท้ก็ขัดหูที่ข้าเอ่ยขานเช่นนี้“เราไม่ได้เป็นอันใดกันทั้งนั้น เรียกเช่นนี้ไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ หากเรื่องที่คุณชายคิดสนทนากับข้าคือเรื่องนี้ ได้โปรดส่งข้ากลับจวนตระกูลอวี้โดยไม่แวะที่ใดด้วย”เรื่องการหมั้นหมาย…ครอบครัวเราย่อมเคยสนทนาก
Read more