Lahat ng Kabanata ng เจ้านายสายฟ้าแลบ: Kabanata 561 - Kabanata 570

654 Kabanata

บทที่ 561

เพียงครึ่งชั่วโมงต่อมา โรงงานของ àl'aube ก็ถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำพายุเพลิงกลืนกินพื้นที่ทั้งโรงงานไปจนเกือบหมด เสียงเครื่องจักรจำนวนมากต่างระเบิดออกซ้ำ ๆ ส่งผลให้สถานการณ์ที่วิกฤตอยู่แล้วยิ่งทวีความเลวร้ายลงไปอีกในระหว่างที่สวี่เพียวเพียวยังจมอยู่กับฤทธิ์ของสารเคมี เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่ชื้นแฉะคอยเลียที่ใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ สัมผัสนั้นดูตื่นตระหนกและเร่งรีบพร้อมกับเสียงร้องแหลมสูงของแมวที่ดังระงมราวกับต้องการกระชากเธอให้ตื่นจากภวังค์มืดมิดสวี่เพียวเพียวพยายามฝืนยันเปลือกตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าคือเจ้าแมวลายสลิดกำลังใช้ลิ้นเลียใบหน้าและจมูกของเธอ เมื่อเห็นว่าเธอลืมตาขึ้นแล้ว มันก็กระโดดปราดขึ้นไปบนช่องระบายอากาศด้านบนของห้องพักทันที พร้อมกับหันกลับมาหาสวี่เพียวเพียวอยู่หลายครั้ง ราวกับเป็นการบอกให้เธอรีบตามไปร่างกายของสวี่เพียวเพียวอ่อนแรง ควันไฟสีดำเริ่มเล็ดลอดผ่านช่องว่างเข้ามา และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องพักก็เริ่มถูกเปลวเพลิงลุกลาม“เมี๊ยว! เมี๊ยว!”สวี่เพียวเพียวกัดฟันแน่น เธอรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย “จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”เธอใช้โซฟาและโต๊ะในห้องพักเป็นจุดค้ำยันเพื่อโหนตัวตามหลั
Magbasa pa

บทที่ 562

สวี่เพียวเพียวหวนนึกถึงตอนที่เธอตื่นขึ้นมาในห้องพักด้วยสัมผัสสาก ๆ จากลิ้นของเจ้าแมวลายสลิด และพบกับแสงจากเปลวเพลิง เธอกลับสงบและเยือกเย็นอย่างประหลาดปฏิกิริยาแรกของเธอคือการประเมินสถานการณ์ เธอถูกทำร้ายก่อนจะถูกจับขังไว้ในห้องพักที่ถูกล็อกตาย และโรงงานก็เกิดไฟไหม้ ทำให้เธอถูกล้อมในทะเลเพลิงปฏิกิริยาที่สองของเธอคือการหาวิธีเอาตัวรอดในขณะที่คลานตามเจ้าแมวตัวนั้นออกมา สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวหลังกลับไปมองเธอได้ยินเสียงโหมกระพือของเปลวเพลิงที่ไล่หลังเธอ ราวกับเสียงเรียกที่ต้องการจะกักขังเธอไว้ในกองเพลิงนั้นความหวาดกลัวในชั่วขณะนั้นดูไร้ความหมาย สวี่เพียวเพียวมีเพียงความคิดเดียวในหัว คือต้องมีชีวิตรอด ต้องออกไปจากที่นั่นให้ได้เธอรับรู้ได้ว่าชุดกระโปรงของเธอกำลังถูกแผดเผา และโพรงจมูกของเธอก็เต็มไปด้วยฝุ่นควันเมื่อก้าวพ้นออกมาได้ นอกจากความปีติยินดีที่ได้รอดพ้นจากความตายแล้ว เธอยังรู้สึกซาบซึ้งใจต่อเจ้าแมวตัวเล็ก ๆ ที่นำทางเธอออกมาทว่าในเวลานี้ ยามที่อยู่ในอ้อมกอดอันแน่นแฟ้นของฮั่วจี้เซิน ความเจ็บปวดและความรู้สึกหน่วงลึกในใจของสวี่เพียวเพียวกลับค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา
Magbasa pa

บทที่ 563

เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่โรงงาน àl'aube สร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วงต่อเครื่องจักรที่มีมูลค่าประเมินค่าไม่ได้ ทว่าโชคยังเข้าข้างที่ไม่มีใครต้องจบชีวิตลง ส่วนคนงานที่ได้รับบาดเจ็บต่างก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วเหตุการณ์นี้เพียงพอต่อการตั้งคดีสืบสวนสอบสวนหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามรายละเอียดจนครบถ้วน พวกเขาก็ขอให้สวี่เพียวเพียวให้ความร่วมมือในการให้ปากคำในขณะนั้น ฉีเหมี่ยวและซูหว่านรีบเดินทางมาที่โรงงาน เมื่อเห็นสวี่เพียวเพียวยืนอยู่อย่างปลอดภัยในเสื้อโค้ตตัวใหญ่ของฮั่วจี้เซินที่คลุมไหล่เธอไว้ ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกฉีเหมี่ยวที่สะกดกลั้นอารมณ์มาตลอดทางไม่อาจทนไหวอีกต่อไป เธอปล่อยโฮออกมาทันที“โชคดีจริง ๆ ที่พี่ไม่เป็นอะไร ฉันแทบจะหัวใจวายตายอยู่แล้ว!”ทางด้านซูหว่านเองก็มีสีหน้าที่ยังคงขวัญเสียไม่ต่างกันตั้งแต่ได้รับข่าวร้ายนั้น ทั้งสองก็รีบเร่งเดินทางมาด้วยใจที่เป็นกังวล ตลอดทางพวกเธอว้าวุ่นใจทั้งเรื่องคนงานและอุปกรณ์เครื่องจักร แต่เมื่อทราบว่าสวี่เพียวเพียวติดอยู่ข้างในโรงงาน ความกังวลก็กลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีดตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเธออยู่อย่างหวาดระแวง
Magbasa pa

บทที่ 564

สถานการณ์ในที่เกิดเหตุยังคงเต็มไปด้วยปัญหาที่สวี่เพียวเพียวต้องเร่งจัดการเธออยู่ในฐานะเจ้าของกิจการและเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นด้วยเช่นกันขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังคัดแยกพนักงานเพื่อส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลทันใดนั้นมีเสียงตะโกนดังมาจากโรงงาน “ยังมีคนติดอยู่! ทางนี้ยังมีคนติดอยู่!”สวี่เพียวเพียวตั้งใจจะวิ่งตามเข้าไปดู แต่ถูกฮั่วจี้เซินคว้าข้อมือเอาไว้แน่นจากด้านหลัง“อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย รอให้เจ้าหน้าออกมาแล้วค่อยไปดูเถอะ เธอเข้าไปตอนนี้ก็มีแต่จะเพิ่มความวุ่นวายเปล่า ๆ ”ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนล้าของเธอ ประกอบกับอุปกรณ์ป้องกันที่แทบไม่มี หากฝืนเข้าไปทั้งที่โครงสร้างอาคารยังคงอันตรายเช่นนี้ มีแต่จะยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงสวี่เพียวเพียวยังคงยืนกรานที่จะเข้าไปดูในจุดที่ปลอดภัยฮั่วจี้เซินที่ไม่อาจขัดใจเธอได้อีก จึงยอมเดินเคียงข้างเข้าไปเป็นเพื่อนแต่แท้จริงแล้วเหตุผลที่เขาห้ามเธอไว้ก่อนหน้านี้ เพราะความห่วงใยที่กลัวว่าเธอจะใจสลายเมื่อได้เห็นโรงงานที่เคยทุ่มเทสร้างมากับมือ บัดนี้กลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ไร้เค้าโครงเดิมโชคยังดีที่ในชั่วขณะนั้น สมาธิทั้งหมดของ
Magbasa pa

บทที่ 565

ฮั่วจี้เซินยื่นถุงช้อปปิ้งส่งให้สวี่เพียวเพียว “ไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ”“ขอบคุณมากนะคะเลขาเซ่า”“มันเป็นสิ่งที่ผมสมควรทำอยู่แล้วครับ”เซ่ามู่ถือเป็นบุคคลที่เฝ้ามองการเติบโตของแบรนด์ àl'aube มาโดยตลอดเขารู้ดีว่ากว่าที่สวี่เพียวเพียวและทีมงานต้องฝ่าฟันความยากลำบากมากเพียงใดในยามที่โรงงานถูกเพลิงเผาผลาญเช่นนี้ เซ่ามู่เองก็รู้สึกปวดใจไม่ต่างกันทว่าโชคยังเข้าข้างที่ทุกคนยังปลอดภัยสิ่งนั้นถือเป็นสิ่งปลอบประโลมใจที่มีค่าที่สุดแล้วหลังจากเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุด สวี่เพียวเพียวถึงได้พบว่าชุดที่เธอสวมใส่อยู่ก่อนหน้านี้อยู่ในสภาพย่ำแย่จนไม่อาจสวมใส่ไปพบปะผู้คนได้อีกต่อไป โชคดีที่เธอได้เสื้อโค้ตของฮั่วจี้เซินคลุมทับเอาไว้บริเวณแผ่นหลังของชุดมีรอยฉีกขาดเป็นทางยาว เผยให้เห็นรอยแผลที่เกิดจากความร้อนบนผิวเมื่อส่องกระจกเงา ภาพที่สะท้อนกลับมาคือใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักจนดูคล้ายกับลูกท้อสุกเธอเอื้อมมือเปิดก๊อกน้ำแล้วกวักน้ำเย็นลูบไล้ไปทั่วใบหน้า สวี่เพียวเพียวกดนิ้วมือลงบนเปลือกตาที่บวมช้ำ รับรู้ได้ถึงจังหวะของเส้นเลือดที่เต้นตุบอยู่ใต้ผิวหนังอย่างแผ่วเบ
Magbasa pa

บทที่ 566

เมื่อกลับถึงบ้านจากโรงพยาบาลโสงเจี๋ยและสวี่เจินหลี่ที่เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อต่างร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก ทันทีที่เห็นฮั่วจี้เซินอุ้มสวี่เพียวเพียวลงมาจากรถ ทั้งสองก็รีบปรี่เข้ามาหา“บาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าลูก? ถ้าบาดเจ็บทำไมถึงไม่นอนพักรักษาที่โรงพยาบาลล่ะ กลับมาทำไม?”ฮั่วจี้เซินเอ่ยตอบ “แค่บาดแผลเล็กน้อยครับ”ทว่าวันนี้สวี่เพียวเพียวเหนื่อยล้าเกินกว่าจะรับไหวประสาทสัมผัสที่ตึงเปรี๊ยะและอารมณ์ที่พุ่งพล่านสลับไปมาระหว่างความดีใจกับความโศกเศร้าตลอดทั้งวันบัดนี้เมื่อแรงกายแรงใจมอดลง ร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับนุ่น ขดตัวซุกซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยไร้ซึ่งความรู้สึกหลงเหลืออยู่บนใบหน้าภาพนั้นทำให้ฮั่วจี้เซินรู้สึกปวดหนึบในใจอาจวีซึ่งเตรียมอาหารไว้เสร็จสรรพ เมื่อยกมาวางบนโต๊ะก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้าถามอาการของสวี่เพียวเพียวสวี่เพียวเพียวหันไปส่งยิ้มบางให้เธอ ทว่าเธอกลับไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใด “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”ฮั่วหงก้าวเข้ามาปลอบโยนเธอ“การทำธุรกิจมีขึ้นมีลงเป็นเรื่องธรรมดา ขอแค่ตัวเธอยังปลอดภัย ทุกอย่างที่เหลือก็ไม่สำคัญทั้งนั้น”ตระกูลฮั่วคลุกคลีอยู่กับการทำธุรกิจมานานหลายส
Magbasa pa

บทที่ 567

ฮั่วจี้เซินกลับเข้ามาหลังจากวางสายโทรศัพท์ เขาก็พบว่าเหลียนฮว่าและสวี่เพียวเพียวนอนกอดกันหลับสนิทไปแล้ว ความรู้สึกอึดอัดที่กดทับอยู่ในใจเขามาตั้งแต่ช่วงบ่าย ในที่สุดก็ค่อย ๆ คลายตัวและจางหายไปทีละน้อยไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวเขาเองว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขารู้สึกหวาดกลัวมากเพียงใดแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟหัวเตียงทอดตัวลงมา กระทบกับเสี้ยวใบหน้าของสวี่เพียวเพียวฮั่วจี้เซินปัดเส้นผมที่ปรกหน้าเธอออก ปลายนิ้วสัมผัสลงบนผิวแก้มของเธอ ราวกับกำลังลูบไล้เครื่องกระเบื้องที่เปราะบางและพร้อมจะแตกสลายลงได้ทุกเมื่อทว่าเขากลับนึกย้อนไปถึงบทสนทนาเมื่อครู่ ซูอันที่เอาแต่พร่ำพูดซ้ำ ๆ ว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตระกูลฮั่วเป็นตระกูลฮั่วนั่นแหละที่ทำร้ายสวี่เพียวเพียวดูเหมือนว่าซูอันจะปักใจเชื่อไปแล้วว่าสวี่เพียวเพียวไม่มีทางรอดพ้นจากกองเพลิงนรกในวันนี้ไปได้แน่นอนความลำพองใจที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของอีกฝ่าย เป็นดั่งฟางเส้นสุดท้ายที่จุดชนวนไฟในใจของฮั่วจี้เซิน เขาชักมือกลับด้วยแววตาที่แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมเขาเอื้อมมือไปห่มผ้าให้สองแม่ลูก จากนั้นจึงลุกขึ้น แล้วเดินออกจากตึกย่อย-กลางดึกคืน
Magbasa pa

บทที่ 568

เสียงสะอื้นไห้ของซูเหวินเฉียงที่ดังมาจากปลายสายนั้นฟังดูน่าเวทนาและสิ้นหวังซูอันแอบขายหุ้นทั้งหมดในมือตัวเองทิ้ง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังฮุบเอาหุ้นในชื่อของต่งเอ๋อเหม่ยและซูเหวินเฉียงออกไปจนหมดเกลี้ยงเพื่อหวังจะนำเงินสดเหล่านั้นมาปิดสถานะเพราะในโรงงานที่ซูอันถือครองอยู่นั้น มีความลับสีเทามากมายที่ไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณชนได้เขาอุตส่าห์ทุ่มเททุกวิถีทางเพื่ออุดรูรั่วเหล่านั้น ซูอันเคยฝันว่าต่อให้ตัวเขาเองต้องพังพินาศ ตระกูลซูก็ยังคงความรุ่งโรจน์เอาไว้ได้แต่ไม่คาดคิดเลยว่า ข่าวการล้มละลายของตระกูลซูและข่าวความพินาศทางคดีความของซูอันจะพุ่งเข้าชนในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ซูเหวินเฉียงไม่มีแม้แต่เวลาที่จะตั้งตัว เขาได้แต่คร่ำครวญ “หว่านหว่าน! ลูกต้องช่วยที่บ้านนะ!”ทว่าซูหว่านไม่ได้หลับตานอนเลยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเธอทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการตระเวนหาโรงงานที่พอจะช่วยเหลือพวกเธอได้ชั่วคราวร่วมกับฮั่วสวินเจินเป็นไปตามที่ฮั่วสวินเจินเคยเอ่ยเตือนไว้แต่แรก โอกาสที่จะพบหนทางรอดในตอนนี้ช่างริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น มีเพียงแบรนด์ยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่มีกำลังการผลิตและเงื่อนไขเพียบพร้อมพอจะช่
Magbasa pa

บทที่ 569

ต่งเอ๋อเหม่ยที่ยืนฟังการสนทนาอยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง “เราไม่ย้ายออกไม่ได้เหรอ? อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้หรือไงกัน? หว่านหว่าน แม่อยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต จะให้ย้ายไปที่อื่นตอนนี้แม่คงไม่ชินจริง ๆ ซูหว่านตอบกลับทันควัน “ไม่ได้ค่ะ หนูจัดหาห้องชุดขนาดสามห้องนอนไว้ให้แล้ว ถ้าจะอยู่ก็อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ไปหาทางเอาตัวรอดกันเองค่ะ ส่วนวิลล่าหลังนี้หนูขายไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ช่วยย้ายออกไปให้เร็วที่สุดด้วยค่ะ”เธอกำลังพูดอะไรอยู่?เธอบอกว่าขายวิลล่าหลังนี้ไปแล้วงั้นหรือ?ต่งเอ๋อเหม่ยตั้งท่าจะแผดเสียงด่าทอออกมา แต่ซูเหวินเฉียงรีบห้ามปรามไว้เสียก่อนเขาวางสายโทรศัพท์ลงแล้วมองหน้าต่งเอ๋อเหม่ย “คุณไม่เห็นหรือไงว่านิสัยของซูหว่านมันถอดแบบมาจากปู่? เมื่อก่อนมันก็แค่แกล้งทำตัวเป็นเด็กดีเชื่อฟังอยู่ในบ้าน! ถ้าคุณไปกระตุ้นมันเข้า แม้แต่ห้องชุดเล็ก ๆ นั่นมันก็ไม่ยกให้คุณหรอก! ยอมทนอยู่ไปก่อนเถอะตอนนี้ หาทางเอาตัวซูอันออกมาให้ได้ เรื่องหลังจากนั้นค่อยว่ากัน”ซูเหวินเฉียงจุดบุหรี่ขึ้นสูบในใจของเขากลับรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ลึก ๆ ซูหว่านกลายเป็นคนเยือกเย็นและเด็ดขาดถึงเพียงนี้ไปตั้งแต่เมื
Magbasa pa

บทที่ 570

คนที่โทรเข้ามาคือคู่ค้าทางธุรกิจที่ซูหว่านเคยร่วมโต๊ะอาหารด้วยเมื่อครั้งก่อน หลีเจ๋อนั่นเองในสถานการณ์เช่นนี้ การได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานที่มีอุปกรณ์เฉพาะทางครบครันพร้อมใช้งานทันทีนับเป็นข่าวดีที่เกินคาดหวัง“มีอุปกรณ์ครบถ้วนไหมคะ?”“ทั้งเครื่องแกะสลัก CNC เครื่องหล่อแบบรูเข็ม และเครื่องหล่อเหวี่ยง มีพร้อมหมดนะ เพียงแต่ขนาดของอุปกรณ์และตัวโรงงานค่อนข้างกะทัดรัด เดิมทีฉันตั้งใจจะสร้างแบรนด์อิสระของตัวเองที่นี่ แต่โชคไม่เข้าข้างเลยทำไม่สำเร็จน่ะ”หลีเจ๋อเว้นพูดอย่างตรงไปตรงมา “เธอก็น่าจะรู้ว่าอุปกรณ์ฝั่งฉันคงเทียบกับมาตรฐานแบรนด์ระดับสูงของเธอไม่ได้ แต่ถ้าเอาไว้ใช้ประคองตัวในช่วงวิกฤตชั่วคราวนี้ก็น่าจะพอถู ๆ ไถ ๆ ได้อยู่ ส่วนเรื่องค่าเช่าคุยกันได้เลย”ซูหว่านลุกขึ้นยืนจากพื้นด้วยความรวดเร็ว แววตาพลันเปล่งประกายอีกครั้ง“อยู่ที่ไหนคะ? สะดวกให้พวกเราเข้าไปดูสถานที่ตอนนี้เลยไหม?”ฝ่ายตรงข้ามรีบส่งพิกัดมาให้ทันทีเมื่อซูหว่านแจ้งรายละเอียดให้ทั้งคู่ที่อยู่ข้างกาย สีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็นความโล่งใจที่ฉายชัดออกมาพวกเธอรีบมุ่งหน้าไปยังพิกัดที่หลีเจ๋อส่งมาทันทีอุปกรณ์ทั้งห
Magbasa pa
PREV
1
...
5556575859
...
66
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status