สวี่เพียวเพียวรู้สึกจนใจ “แม่คะ ข้าวยังทานไม่หมดเลย จะให้ไปชั่งน้ำหนักกลางคันได้ยังไงกัน?”“ชั่งก่อนแล้วค่อยทานต่อเถอะ แม่ดูแล้วลูกยังไม่ถึง 45 กิโลกรัมเลยมั้ง”“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”แต่ผลปรากฏว่าพอขึ้นไปยืนบนตาชั่ง ตัวเลขกลับโชว์ 47.5 กิโลกรัมทำเอาสวี่เจินหลี่ส่ายหัวรัว ๆ บอกว่า “ไม่เชื่อ ต้องเป็นเพราะลูกเพิ่งทานข้าวเข้าไปเลยมีน้ำหนักเพิ่มแน่ ๆ แม่ว่าจริง ๆ เหลือแค่ 44 กิโลกรัมเท่านั้นแหละ”ถ้ายังลดลงไปกว่านี้อีก สวี่เพียวเพียวคิดว่าคงต้องลดน้ำหนักจากผมและเสื้อผ้าของเธอด้วยแล้วสวี่เพียวเพียวยกแขนขึ้นให้สวี่เจินหลี่ลองจับต้นแขนของเธอ พอออกแรงเกร็งนิดเดียว ก็สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เด่นชัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด“เป็นเพราะช่วงนี้หนูย้ายของบ่อยจนมีกล้ามเนื้อขึ้นมาน่ะค่ะ เลยดูเหมือนผอมลง”เธอทานข้าวครบสามมื้อทุกวัน แม้จะมีแค่ช่วงกลางวันเท่านั้นที่ไม่ได้ทานที่บ้าน แต่ตั้งแต่กลับมาจากช่วงอยู่ไฟหลังคลอด มื้อกลางวันส่วนใหญ่ไม่ฮั่วจี้เซินจะเป็นคนเอามาส่งให้ด้วยตัวเอง ก็จะเป็นโสงเจี๋ยที่นำไปส่งให้ถึงที่แถมยังต้องคอยเฝ้าจนกว่าเธอจะทานหมดถึงจะยอมกลับไปด้วยแม้สวี่เพียวเพียวจะรู้สึกจนใจอ
اقرأ المزيد