All Chapters of ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Chapter 391 - Chapter 400

417 Chapters

บทที่ 391

ฉีซูเซี่ยนแค่นหัวเราะเสียงเย็นชา “ข้าถามตนเองจนแน่ใจแล้วว่าศึกษาตำราพิชัยสงครามมาจนแตกฉาน กลอุบายเล็กน้อยพรรค์นี้ ไม่เคยพบเห็นในประวัติศาสตร์การรบใด ๆ มาก่อน คุณชายรองซาง ท่านคงมิได้เห็นแม่ทัพของเป่ยตี๋เป็นเพียงเด็กอมมือที่จะหยอกเล่นอย่างไรก็ได้กระมัง?”“การศึกย่อมใช้เล่ห์กล การสงครามย่อมไม่หน่ายอุบาย! ขอเพียงได้ชัยชนะ จะมีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้?” ซางสิงอวี้ใช้ปลายนิ้วเคาะบนตำแหน่งที่ฉีซูเซี่ยนกล่าวถึงเมื่อครู่…“หากทำตามที่รองแม่ทัพฉีกล่าวมา บุกสกัดจากด้านหน้าโดยตรง แต่ถ้าหากกองทัพเป่ยตี๋ที่ตั้งมั่นอยู่ที่อำเภออวี้เหวินและด่านอู่ตู้ถอนกำลังกลับไป กองทัพสกัดก็มีโอกาสสูงมากที่จะแหลกสลายตายทั้งกองทัพ”“คุณชายรองซางอย่าได้กล่าววาจาให้ผู้อื่นตื่นตระหนก! แม้แต่เจ้าเองก็ยังใช้คำว่า ‘ถ้าหาก’ และหากทำตามที่เจ้ากล่าวมา กองทัพที่ไปก่อกวนปั่นป่วนทหารกองหนุนจะเหลือรอดกลับมาได้สักกี่คน? โดยเฉพาะกลุ่มที่ปลอมตัวเป็นองค์ชาย ตายสิบรอดศูนย์!”“คุณชายรองซางคิดจะใช้ชีวิตของสหายร่วมรบ ปูทางสร้างผลงานทางทหารให้ตนเองเช่นนี้ จะไม่รีบร้อนแสวงหาความดีความชอบเพื่อผลประโยชน์ของตนเองมากเกินไปหรือ!” ฉีซูเซี่ยนรังเก
Read more

บทที่ 392

สหายพี่น้อง?ทั้งดวงตา และริมฝีปากของเจียงหม่าง สั่นระริกอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำนี้“ท่านรองแม่ทัพฉี เห็นข้าน้อยเป็นพี่น้องอย่างนั้นหรือขอรับ?” เขาถามเสียงเบา“แน่นอน!” ฉีซูเซี่ยนตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเจียงหม่างก้มหน้าลง กระตุกมุมปากเบา ๆ “เช่นนั้น… หลินอี้เล่า? รองแม่ทัพฉี ท่านเห็นเขาเป็นพี่น้องหรือไม่?”หลินอี้?ความเดือดดาลโกรธเคืองทั้งหมดที่ปรากฏบนใบหน้าของฉีซูเซี่ยน พลันแข็งค้างไปในเสี้ยวพริบตาเจียงหม่างจ้องมองเขาเขารีบเบนสายตาหลบโดยสัญชาตญาณเจียงหม่างจ้องมองเขาตรง ๆ “รองแม่ทัพฉีไม่ต้องทำเช่นนั้น หลินอี้คงไม่มีวันถามประโยคนี้กับท่านแน่ เขาตายไปแล้ว ถูกตัดศีรษะต่อหน้าสาธารณชน ณ กลางลานประหารกลางตลาดในเมืองหลวงไปแล้ว”ฉีซูเซี่ยนโซเซเสียหลักไปก้าวหนึ่ง สองมือกำหมัดแน่น“ยามที่เขาถูกทางการคุมตัวไป เขายังเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าฉีซื่อจื่อจะไปช่วยเขาแน่” เจียงหม่างกล่าวถึงตรงนี้ ก็หัวเราะออกมาอีกครั้งคล้ายกับกำลังเยาะเย้ยหลินอี้ และคล้ายกับกำลังสมเพชตนเองฉีซูเซี่ยนยังคงนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจาทุกคนไม่เข้าใจหลินอี้คือผู้ใดกัน?“พี่ใหญ่เจียง? ท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไรก
Read more

บทที่ 393

ด้วยความที่ผู้ว่าการสวีให้การสนับสนุน และฉีซูเซี่ยนยังคงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในฐานะผู้คุมทัพต่อให้เผยลิ่งหย่วนจะรู้สึกว่าวิธีการของซางสิงอวี้ไม่เลวเพียงใด แต่ก็จะไม่ต่อต้านทั้งสองคนนี้ยิ่งไปกว่านั้น มีคำพูดหนึ่งที่ฉีซูเซี่ยนพูดได้มีเหตุผลอย่างยิ่งคือ—— ซางสิงอวี้ไม่เคยออกรบในสนามรบมาก่อน!กลยุทธ์เล่ห์เหลี่ยมเหล่านั้นของเขา เหมือนเป็นเพียงทฤษฎีบนแผ่นกระดาษ สุดท้ายแล้วจะได้ผลจริงหรือไม่นั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องดูกันอีกทีหลังจากหารือกันอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ยังคงเคลื่อนทัพตามกลยุทธ์เริ่มแรกของฉีซูเซี่ยนกองทัพใหญ่สามหมื่นนายที่เดิมทีหลงเหลืออยู่ในม่อเป่ย ถูกนำมารวมกับกองทัพแปดหมื่นนายที่นำโดยเผยลิ่งหย่วน แล้วจึงจัดสรรแบ่งกำลังพลโดยหนึ่งหมื่นนายให้อยู่เฝ้ารักษาเมืองเชียงชาง สี่หมื่นนายให้อ้อมไปด้านหลังเพื่อตัดเส้นทางกองหนุนของพวกเป่ยตี๋ ส่วนกองทัพใหญ่หกหมื่นนายที่เหลือ ให้บุกโจมตีโดยตรงจากเมืองเชียงชางเข้าสู่อำเภออวี้เหวินและด่านอู่ตู้ ในลักษณะกางปีกโอบล้อม เพื่อยึดทั้งสองเมืองกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด และบนพื้นฐานนี้ จะต้องตรึงกำลังทหารเป่ยตี๋ที่ประจำการอยู่ในทั้งสองเมืองนั้นไม่ให้หนี
Read more

บทที่ 394

สิ่งที่ประสานสายตา ยังคงเป็นสีหน้าแววตาที่ดูไม่จริงจังของซางสิงอวี้เช่นเดิม“เจ้าเตรียมการอย่างไร?”“ก็ต้องทำตามที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ ข้าจะปลอมตัวเป็นองค์ชายเพื่อล่อศัตรู มิเช่นนั้นรองแม่ทัพฉีลองมองดูสิ ที่นี่มีแต่พวกหน้าดำหน้าแดง จะมีผู้ใดหล่อเหลาและมีสง่าราศีเหมือนราชบุตรเขยอย่างข้าอีก?”“เจ้าจะปลอมตัวไปล่อศัตรูด้วยตัวเองงั้นรึ?!” ฉีซูเซี่ยนกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “เจ้าเป็นถึงราชบุตรเขย จะตายมิได้หรอก”กล่าวจบ เขาก็เตรียมจะหันหลังไปเขารู้สึกเกลียดชังซางสิงอวี้จริง ๆและเคยคิดที่จะทำให้ซางสิงอวี้ต้องอับอายต่อหน้าผู้คน และต่อหน้ากองทัพศัตรูด้วยทว่ายามนี้สงครามอยู่ตรงหน้า เขาคร้านจะถือสาหาความกับคนเสเพลอย่างซางสิงอวี้ และยิ่งไม่คิดจะลดตัวลงไปวางแผนเล่นงานอีกฝ่ายด้วย“ทำไมกัน? รองแม่ทัพฉีกลัวว่าราชบุตรเขยอย่างข้าจะสร้างผลงานจนแย่งความโดดเด่นของท่านไปงั้นหรือ?”ทว่าถึงเขาจะไม่ถือสา แต่ซางสิงอวี้กลับยังรนหาที่ตายไม่เลิกแววตาของฉีซูเซี่ยนพลันเย็นเยียบ มือที่กำทวนยาวอยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยหากว่า... ซางสิงอวี้ตายไปจริง ๆ เซิ่งจือหว
Read more

บทที่ 395

ฉีซูเซี่ยนรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้างเขายังมิได้บอกเลยว่าให้ตามซางสิงอวี้ไปทำสิ่งใด คนเหล่านี้เพียงแค่ได้ยินชื่อของซางสิงอวี้ ก็รีบร้อนก้าวออกมากันแล้วหรือ?คนเสเพลไม่เอาไหนอย่างซางสิงอวี้ ตามเขาไปจะทำอันใดได้? ทหารเหล่านี้เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร?คล้ายกับจะมองเห็นความฉงนในแววตาของเขา หัวหน้าหน่วยย่อยกองที่หนึ่งจึงเกาหัวพลางอธิบายว่า “รองแม่ทัพฉีอย่าได้หัวเราะเยาะพวกเขาเลยขอรับ การติดตามคุณชายรองซางนั้นมีแต่ได้ประโยชน์ พวกเราผู้ใดบ้างไม่อยากได้เงินกลับบ้านไปมาก ๆ กันเล่า”เงินหรือ?ฉีซูเซี่ยนขมวดคิ้ว แต่พริบตาเดียวก็เข้าใจแจ่มแจ้งภายในใจคิดว่าคงเป็นเพราะซางสิงอวี้ทำบางสิ่งบางอย่างในระหว่างทางที่กองหนุนเดินทางมา จนทำให้ทหารเหล่านี้คิดว่าหากติดตามเขาจะได้ผลประโยชน์ จึงได้เป็นเช่นนี้“แต่ครั้งนี้ เรื่องที่เขาจะไปทำอันตรายอย่างยิ่ง พวกเจ้ายังจะไปกันอีกหรือไม่?” ฉีซูเซี่ยนเอ่ยเตือน“ไปขอรับ! จะมีที่ใดมีแต่ผลประโยชน์โดยไม่มีความเสี่ยงบ้าง ยิ่งเสี่ยงมาก ความดีความชอบและผลประโยชน์ถึงจะยิ่งใหญ่ตาม!” ทหารนายหนึ่งตะโกนขึ้นทุกคนต่างพากันส่งเสียงเห็นด้วยเมื่อฉีซูเซี่ยนเห็นเช่นนี้ จึงไม่คิด
Read more

บทที่ 396

ตามที่คำนวณไว้ก่อนหน้านี้ อย่างเร็วที่สุดกองหนุนจะต้องมาถึงในวันพรุ่งนี้“กองทัพหยุดพักสองชั่วยาม หลังจากสองชั่วยาม เตรียมบุกโจมตีเมือง!”หลังจากเผยลิ่งหย่วนเอ่ยจบ ก็สั่งการให้หน่วยสอดแนมหลายสายควบม้าเร็วขึ้นเหนือต่อไป เพื่อสืบดูว่ายามนี้กองหนุนของเป่ยตี๋อยู่ที่ใดเดิมทีนี่เป็นแผนการที่เขาหารือร่วมกับผู้ว่าการสวีและฉีซูเซี่ยนไว้แต่แรกแล้ว หากกองทัพใหญ่ยังมาไม่ถึง ก็จะใช้แผนขนาบโจมตีสองด้าน เพื่อชิงกำจัดทัพหน้าของพวกเป่ยตี๋ให้สิ้นซาก ก่อนที่กองหนุนของพวกเขาจะมาถึงเช่นนี้แล้ว รอจนกองหนุนของเป่ยตี๋มาถึง ก็จะไม่มีกองกำลังให้ช่วยเหลืออีกต่อไป และเมื่อกองทัพใหญ่ที่นำโดยผู้ว่าการสวีกับฉีซูเซี่ยนมาสมทบกับกองทัพของเผยลิ่งหย่วน ย่อมต้องสร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วงให้แก่กองหนุนของเป่ยตี๋ได้อีกเป็นแน่!เวลาล่วงเลยไป ไม่นานก็ครบสองชั่วยามเผยลิ่งหย่วนลุกขึ้นยืน หน่วยสอดแนมที่เขาส่งออกไปยังไม่กลับมา แสดงว่ากองหนุนน่าจะยังอยู่ห่างจากที่นี่อย่างน้อยเกือบครึ่งค่อนวัน“จัดกระบวนทัพ! ลั่นกลองรบ!” เขาพลิกตัวขึ้นบนหลังม้าสิ้นเสียงกลอง กองทัพใหญ่ก็มุ่งหน้าไปบดขยี้ด่านอู่ตู้ทันทีกำแพงเมืองของด่
Read more

บทที่ 397

ที่ด้านล่าง เผยลิ่งหย่วนย่อมเข้าใจแจ่มแจ้งเช่นกัน “การรู้ว่ากองทัพศัตรูมีกำลังทหารเพียงหนึ่งหมื่นนาย กับการรู้ว่ากำลังทหารของกองทัพศัตรูมีจำนวนพอกันกับฝ่ายตน ทหารของพวกเราจะยังมีสักกี่คนที่กล้าบุกไปข้างหน้าเหมือนเมื่อครู่นี้?”เมื่อครู่ที่พวกเขาบุกไปข้างหน้า เพราะคิดว่าหากเข้าเมืองได้เป็นคนแรกจะสามารถสร้างความดีความชอบได้ ทว่ายามนี้หากบุกไปข้างหน้า จะต่างอะไรกับการไปรนหาที่ตาย!“เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดี?” รองแม่ทัพเริ่มร้อนรน“รอ! ในเมื่อกำลังทหารของกองทัพเป่ยตี๋อยู่ที่นี่ อำเภออวี้เหวินก็ย่อมไม่มีทหารคอยป้องกัน ผู้ว่าการสวีกับรองแม่ทัพฉีน่าจะยึดอำเภออวี้เหวินได้สำเร็จและรีบตามมาในไม่ช้า”“จริงด้วยขอรับ! ถึงเวลานั้นพวกเราก็โจมตีจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พวกโจรเป่ยตี๋กลุ่มนี้มีแต่ตายสถานเดียว!” รองแม่ทัพกล่าวเสริมเผยลิ่งหย่วนพยักหน้ารับทว่าในใจกลับมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก การที่กองทัพเป่ยตี๋ละทิ้งอำเภออวี้เหวินเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาล่วงรู้แผนการอ้อมมาตลบหลังจากด่านอู่ตู้ของพวกตนอยู่ก่อนแล้วแต่ในเมื่อพวกเขารู้แล้ว เหตุใดจึงยังปักหลักอยู่ในด่านอู่ตู้อีกเล่า?เว้นเสี
Read more

บทที่ 398

เป็นเช่นนั้นก็ดี...เผยลิ่งหย่วนมิได้เอ่ยสิ่งใด อันที่จริงมาถึงตอนนี้ ในใจของเขามิได้มีความหวังในตัวฉีซูเซี่ยนมากมายอีกแล้วหากฉีซูเซี่ยนรู้ตัวนานแล้วว่าอำเภออวี้เหวินเป็นเมืองร้าง ก็ควรจะมาถึงตั้งแต่หลายชั่วยามก่อนแล้ว ต้องรู้ก่อนว่ากองทัพของพวกตนต้องเดินทัพอ้อมเส้นทาง แต่ฉีซูเซี่ยนกับผู้ว่าการสวีไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นต่อให้เป็นการบุกตีเมือง แต่เมืองร้างที่ไม่มีทหารประจำการอยู่เลย จะต้องใช้เวลานานสักเท่าใดกัน?เว้นเสียแต่ว่า พวกเขาจะถูกบางอย่างรั้งไว้ หรือไม่ก็... อาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอำเภออวี้เหวินเป็นเมืองร้าง!เผยลิ่งหย่วนคาดการณ์ไม่ผิดฉีซูเซี่ยนและผู้ว่าการสวีถูกรั้งไว้จริง ๆบนกำแพงเมืองอำเภออวี้เหวิน มีศพที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมสองศพแขวนอยู่ศพทั้งสองนั้นมีร่างหนึ่งใหญ่และร่างหนึ่งเล็ก ทันทีที่ฉีซูเซี่ยนเหลือบไปเห็น ในใจพลันสั่นสะท้าน ฝ่ามือที่กุมบังเหียนอยู่เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อยผู้ว่าการสวีไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในวันนั้นที่ลอบโจมตีค่ายทหารเป่ยตี๋ยามวิกาล กองกำลังที่ฉีซูเซี่ยนนำไปด้วยล้วนเป็นคนที่เขาพามาจากเมืองหลวง ทว่าต่อมาสถานการณ์การรบพลิกผันอย่างก
Read more

บทที่ 399

“ผู้ว่าการสวี เป็นฉีซื่อจื่อ แม่ทัพน้อยเทพสงครามผู้เลื่องลือที่อยู่ข้างกายท่าน ที่เป็นคนสังหารพวกเขาด้วยน้ำมือของตัวเอง!”อะ... อะไรนะ?ผู้ว่าการสวีถึงกับชะงักไป“ในเมื่อพวกเราคิดจะเจรจากับท่าน ย่อมไม่แตะต้องตัวประกันที่มีค่าอย่างแน่นอน คืนวันนั้นที่ลอบโจมตีค่ายทหารกลางดึก ท่านยังจำได้หรือไม่? ก็เป็นคนที่อยู่ข้างกายท่าน ที่สั่งให้เผาบุตรชายและหลานชายของท่านจนตาย!”“ท่านลองถามเขาดูว่า เพื่อความดีความชอบจากการรบ ถึงกับต้องทำร้ายบุตรชายคนโตและหลานชายคนโตของท่านจนตายใช่หรือไม่?”“ผู้ว่าการสวี...”ผู้ว่าการสวีไม่อยากฟังอีกต่อไป ทว่าหูและตากลับไม่ยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาในห้วงความคิดของเขามีแต่คำพูดเมื่อครู่ของชาวเป่ยตี๋ผู้นั้นวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา และในตอนนั้นเสียงของฉีซูเซี่ยนที่อยู่ข้างกายก็ดังขึ้นมาเขาหันไปมอง แต่กลับรู้สึกว่าเงาร่างของอีกฝ่ายดูพร่าเลือนเหลือกิน“ท่าน...” เขาเพิ่งจะเอ่ยได้เพียงคำเดียว“ผู้ว่าการสวี!” น้ำเสียงของฉีซูเซี่ยนทั้งหนักแน่นและเยือกเย็น “คำพูดของกองทัพเป่ยตี๋มิอาจเชื่อถือได้ อุบายยุยงให้แตกแยกที่ตื้นเขินเช่นนี้ ท่านไม่ควรคล้อยตามเป็นอันขาด”“ทั้งสอง
Read more

บทที่ 400

ท่ามกลางการสู้รบฟาดฟัน จู่ ๆ ก็มีคนผู้หนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาบริเวณนี้เผยลิ่งหย่วนเพิ่งจะใช้ทวนยาวแทงทะลวงอกทหารเป่ยตี๋นายหนึ่งพอดี“ท่านแม่ทัพเผย! กองหนุนของเป่ยตี๋หยุดเคลื่อนทัพแล้ว! และยังมีทหารส่วนน้อยกลุ่มหนึ่งที่ไม่รู้เพราะเหตุใดกลับเปลี่ยนเส้นทาง แยกออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกแล้วขอรับ!” คนผู้นั้นตะโกนลั่นเมื่อเสียงนั้นแว่วมา การเคลื่อนไหวของเผยลิ่งหย่วนก็ชะงักไปทันทีวินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็พลันเปล่งประกายเจิดจ้า!มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก นั่นคือหนึ่งในจุดซุ่มโจมตีที่จวี้อี้ซึ่งซางสิงอวี้เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้หรือว่า... จะเป็นซางสิงอวี้?*ณ จวี้อี้ท่ามกลางทิวเขาสลับซับซ้อนที่ขาวโพลนด้วยหิมะ คนหลายร้อยคนกำลังวิ่งหนีอยู่ด้านหน้า โดยมีทหารไล่ล่าจำนวนนับไม่ถ้วนตามหลังมาจากทั่วทุกสารทิศซางสิงอวี้ที่อยู่ในชุดเกราะเต็มยศ ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษคนรอบกายของเขาจำนวนไม่น้อยต่างก็ได้รับบาดเจ็บซางสิงอวี้กวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะสั่งการว่า “จงแยกย้ายกันหนี”คนหลายร้อยคนกระจายกันไปคนละทิศละทางทันที จนเหลือเพียงเจียงหม่างคนเดียวเท่านั้นที่ยังติดตามซางสิงอวี้อยู่
Read more
PREV
1
...
373839404142
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status