All Chapters of ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Chapter 371 - Chapter 380

390 Chapters

บทที่ 371

ถึงอย่างไรก็เป็นราชบุตรเขย อีกทั้งยังเป็นบุตรชายของซางเทียนฮ่าว ฮ่องเต้ฉงเซิ่งมิอาจปล่อยให้ซางสิงอวี้เป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยธรรมดาได้จริง ๆสุดท้ายจึงให้เขาติดตามอยู่ข้างกายเผยลิ่งหย่วน เป็นผู้ช่วยแม่ทัพมีหน้าที่เพียงฟังคำสั่ง ไม่มีอำนาจที่แท้จริงข่าวที่ซางสิงอวี้จะไปทำศึกถูกเล่าลือออกไปจวนแม่ทัพเฟิ่งกั๋วแห่งใหม่แตกตื่นอลหม่านทั้งจวนซางเทียนฮ่าวยกมือกุมขมับ พลางปลอบเหลียงเหรา “เขาอยากไปนักก็ปล่อยไปเถอะ แค่ผู้ช่วยแม่ทัพไร้อำนาจคนหนึ่ง จะสร้างผลงานอะไรได้? ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์ของม่อเป่ยยามนี้ยังไม่ชัดเจน ไม่แน่เขาอาจจะไม่รอดกลับมาก็ได้”มิเช่นนั้นเขาเองก็คงไม่ถึงขั้นใช้โอสถทำร้ายร่างกายตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการไปม่อเป่ยหรอก เพียงแต่… ฤทธิ์ตกค้างของโอสถตัวนี้กลับรุนแรงกว่าที่เขาจินตนาการไว้“ท่านแม่ทัพพูดจริงหรือ?” เหลียงเหราเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งซางเทียนฮ่าวพยักหน้า เหลียงเหราดีใจขึ้นมาทันทีก็จริง ซางสิงอวี้เจ้าสวะไร้ค่าคนนั้นหรือจะมีปัญญาต่อสู้ในสมรภูมิ ไม่แน่แค่เห็นชาวเป่ยตี๋ก็อาจจะตกใจกลัวจนสิ้นใจไปเองก็ได้ณ จวนฉีกั๋วกง ทางฉีกั๋วกงเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกันซางสิงอวี
Read more

บทที่ 372

ม่อเป่ย เมืองเชียงชางฉีซูเซี่ยนยืนอยู่บนกำแพงเมืองเขาดูราวกับไม่หวาดกลัวต่อลมหนาวแม้แต่น้อย สวมหมวกเหล็กและชุดเกราะเต็มยศ ยืนตัวตรง เพียงแต่ดวงตาที่หรี่ลงนั้น เวลานี้ยากจะปกปิดความเหนื่อยล้าได้มิด“รองแม่ทัพฉี พวกเราจะบุกไปตีอำเภออวี้เหวินกลับมาเมื่อใดหรือขอรับ?” หลี่หมิงอันที่ยืนอยู่ข้างกายเอ่ยถามขึ้นฉีซูเซี่ยนไม่เอ่ยวาจาหลี่หมิงอันยังคิดจะถามต่อ แต่กลับถูกข่งซงเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้างเตะเข้าหนึ่งที เขาจึงยอมปิดปากฉีซูเซี่ยนทอดสายตามองไปยังทิศเหนืออันไกลโพ้น คล้ายกับจะมองทะลุผ่านม่านหิมะหนาทึบ เห็นด่านอู่ตู้และอำเภออวี้เหวินที่ถูกกองทัพเป่ยตี๋ยึดครองไปเขา… พ่ายแพ้แล้วสองครั้ง และน่าอนาถถึงเพียงนี้…เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตนเองจะพ่ายแพ้ในศึกที่ชางหนาน เขาพลิกวิกฤตสุดชีวิต และระหว่างทางส่งเสบียง ก็ได้สังหารกองกำลังของเป่ยตี๋ที่เข้ามาดักปล้น เขายังลอบโจมตีค่ายใหญ่ของเป่ยตี๋ที่บุกโจมตีเข้ามาในยามวิกาลได้สำเร็จ เพลิงกองนั้น เผาไหม้ลุกลามไปไกลหลายลี้…เขากลับถึงด่านอู่ตู้ ผู้คนต่างส่งเสียงร้องยินดีให้กับความสำเร็จของเขา ผู้ว่าการสวีซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก คำว่า ‘เทพสงครามน้อย’
Read more

บทที่ 373

แม้ทางเรือนพำนักในชนบทจะมีอาหารให้กิน ทว่าเงินรายเดือนก็ยังไม่ถึงหนึ่งตำลึง เขาจะกินได้สักเท่าใดกันเชียว?ก่อนจากไปยังทิ้งเงินไว้สิบตำลึงเห็นได้ชัดเจนว่าไม่ต้องการติดค้างหนี้บุญคุณจวนองค์หญิงมิใช่หรือ?เซิ่งจือหว่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางนึกถึงคนที่ได้พบเมื่อวันก่อนนั้น ในใจก็เริ่มมีการคาดเดาบางอย่างขึ้นมาแล้วโรงหมอฉือซี บาดแผลของโก่วตั้นดีขึ้นมากแล้ว แม้เนื้อใหม่ยังไม่ขึ้นเต็มที่ดี ทว่าด้วยการพอกยารักษาบาดแผลปิดทับไว้อย่างหนาเตอะ จึงดูไม่น่ากลัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้วโก่วตั้นเงยหน้าขึ้นจ้องมองเซิ่งจือหว่านอย่างตะลึงงันเซิ่งจือหว่านจึงค้นพบว่า คนปัญญาอ่อนผู้นี้มีรูปโฉมหล่อเหลาไม่เบาเลยทีเดียวเพียงแต่ก่อนหน้านี้เป็นเพราะปล่อยให้ผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมเสื้อผ้าสกปรกมอมแมม จึงไม่มีผู้ใดมองออก ยามนี้ล้างหน้าสะอาดสะอ้าน รวบผมขึ้นไปแล้ว กลับดูเปลี่ยนไปทันตาเซิ่งจือหว่านเห็นว่าเขาทำแผลเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวจะเดินออกไปหมอเจียงกลับเอ่ยขึ้นว่า “ทูลองค์หญิง เงินห้าร้อยตำลึงจากจวนกั๋วกงส่งมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ สามร้อยตำลึงเป็นค่ารักษาของเขา ส่วนอีกสองร้อยตำลึงที่เหลือ เดิมทีข้าน้อยคิดว่
Read more

บทที่ 374

เซิ่งจือหว่านกระตุกมุมปากเมื่อวานนางยังคิดว่าด้วยฐานะของเมิ่งยางคงไม่สะดวกออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่ด้านนอก วันนี้กลับเจอนางที่จวนหวายอ๋องเสียได้หากจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีการจัดฉากของจวนหวายอ๋อง เซิ่งจือหว่านไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาดเพียงแต่ไม่รู้ว่า พระชายาหวายอ๋องทำเช่นนี้เพราะต้องการระบายความเคียดแค้นแทนหมิงเจีย เพื่อให้ตนเองอับอายขายหน้าเพียงอย่างเดียว หรือว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่กันแน่?เซิ่งจือหว่านชะงักฝีเท้าเพียงชั่วครู่ ก็ก้าวไปข้างหน้าต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นวันนี้นางสวมอาภรณ์แพรไหมสีนวลจันทร์ปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นผ้าพื้นสีนวลจันทร์ ทอด้วยเส้นไหมสีทอง กลีบดอกโบตั๋นบนชายกระโปรงซ้อนกันเป็นชั้น เกสรบุปผาประดับด้วยไข่มุกงดงาม ยามเมื่อเยื้องกรายภายใต้แสงตะวัน ยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าระยิบระยับเรือนผมสีดำขลับ ผิวพรรณขาวผุดผ่องดั่งหิมะ กลิ่นอายสูงศักดิ์ดุจผู้มากบารมีมาแต่กำเนิดอาภรณ์ที่เจิดจ้าสะดุดตาเช่นนี้ เมื่อสวมบนร่างกายของนาง กลับกลายเป็นเพียงเครื่องประดับที่ยิ่งเสริมให้นางดูโดดเด่นมากขึ้นสายตาของผู้คนไม่น้อยล้วนจับจ้องมาทางนางฉีเฟยหรุ่ยที่กำลังพูดคุยหัวเราะกับคนอื
Read more

บทที่ 375

“องค์หญิงระวัง…”อั้นจื่อเห็นองค์หญิงของตนเองไม่หยุดฝีเท้า ก็คิดจะเอ่ยเตือนเซิ่งจือหว่านกลับหัวเราะออกมาคราหนึ่ง “คนที่ควรต้องระวังมิใช่ข้า”ว่าอย่างไรนะ?อั้นจื่อและหลิวซางยังไม่ทันได้ตั้งสติ เซิ่งจือหว่านก็ใกล้จะเดินไปถึงตัวเมิ่งยางแล้วแววตาของเมิ่งยางเต็มไปด้วยเจตนามุ่งร้ายตอนแรกที่ท่านหญิงหมิงเจียพยายามบังคับให้นางกระทำเรื่องเช่นนี้ นางก็ไม่ยินยอมอย่างเด็ดขาด แต่เมื่อได้พบเซิ่งจือหว่านเข้าจริง ๆ ได้เห็นสายตาดูแคลนและเหยียดหยามที่เซิ่งจือหว่านมีต่อตนเองแล้ว ความโกรธเกลียดเคียดแค้นนั้นก็เข้าครอบงำความคิด จนกดความไม่ยินยอมนี้ลงไปขอเพียงทำให้ชื่อเสียงของเซิ่งจือหว่านพังพินาศ ต่อให้ต้องทนรับความอัปยศบ้างจะเป็นอะไรไป?หากเป็นไปได้ นางอยากให้เซิ่งจือหว่านตายไปให้พ้นเสียด้วยซ้ำน่าเสียดาย เมื่อเห็นสาวใช้สองคนที่ขนาบข้างกายเซิ่งจือหว่านไม่ห่างแล้ว เมิ่งยางก็ได้แต่ปัดความคิดเหล่านี้ทิ้งไปในขณะที่เซิ่งจือหว่านเข้ามาใกล้ นางก็กระตุกมุมปากยิ้มขึ้นหนึ่งครา“เจ้าจะกระโดดลงไปหรือ?”เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น ขาของเมิ่งยางที่กำลังก้าวออกไปพลันชะงักงัน นางมองเซิ่งจือหว่านด้วยสายตาต
Read more

บทที่ 376

“องค์หญิงชิ่งหนิง ไฉนเจ้าจึงไม่เห็นคุณค่าของชีวิตคนได้ถึงเพียงนี้?”“เมื่อครู่แม่นางเมิ่งยังมาตัดพ้อกับพวกข้าว่า รู้สึกผิดกับเจ้ามาก หากรู้แต่แรกว่าเจ้าจะไม่เปิดใจยอมรับนางถึงเพียงนี้ นางก็คงไม่ติดตามฉีซื่อจื่อกลับมาที่จวน ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะโหดเหี้ยมอำมหิตถึงเพียงนี้!”“ไม่เพียงไม่เปิดใจยอมให้นางได้เป็นอนุ แม้แต่ให้นางได้มีชีวิต เจ้าก็ยังยอมไม่ได้!”“…”ทุกคนต่างผลัดกันวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่มีใครยอมใครเซิ่งจือหว่านหาได้สะทกสะท้านสักนิดไม่ ตรงกันข้ามนางกลับกวาดสายตามองใบหน้าของกลุ่มคนที่กำลังส่งเสียงวิจารณ์ไปทีละคน “น่าเสียดาย… เรามิได้ใช้มือผลัก แต่ใช้เท้าถีบต่างหาก หรือว่าพวกท่านทุกคนตาบอด จึงมองเห็นไม่ชัด?”เซิ่งจือหว่านกล่าวอย่างดูแคลนนัยน์ตาของพระชายาหวายอ๋องฉายประกายตื่นตะลึงขึ้นมาวูบหนึ่ง “ชิ่งหนิง… นี่เจ้าพูดจริงหรือ? ที่แม่นางเมิ่งผู้นี้ตกน้ำ เป็นฝีมือเจ้าจริงหรือ?”“พระชายาหวายอ๋องไม่อยากให้เรายอมรับหรือ?” เซิ่งจือหว่านเหลือบสายตามองไปด้านข้าง นัยน์ตาดำขลับดั่งหยกสีนิลกาฬกำลังมองตรงมาที่นางพระชายาหวายอ๋องเบนสายตาหลบโดยสัญชาตญาณนางรู้ดีว่าวันนี้หมิงเจียต้องการทำให
Read more

บทที่ 377

เมิ่งยางสับสนงุนงงฉีเฟยหรุ่ยเองก็คิดไม่ถึงว่าเรื่องจะบานปลายกลายเป็นแบบนี้ท่านหญิงหมิงเจียมิใช่บุตรีของพระชายาหวายอ๋อง แต่เป็นเมิ่งยางต่างหาก?!ทว่า… เมิ่งยางมิใช่หญิงชาวนาที่ท่านพี่ชายพากลับมาจากชางหนานหรอกหรือ?พระชายาหวายอ๋องร่ำไห้สะอึกสะอื้นพลางสั่งให้คนรีบพาเมิ่งยางไปเปลี่ยนอาภรณ์เมื่อพระชายาหวายอ๋องเดินออกไปแล้ว ท่านหญิงหมิงเจียก็ย่อมตามไปด้วยเช่นกันจุดเกิดเหตุตรงนั้นจึงเหลือเพียงบรรดาฮูหยินและพวกคุณหนูในตระกูลบุญหนักศักดิ์ใหญ่ซึ่งมาร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาวสันต์ที่จวนหวายอ๋องฉีเฟยหรุ่ยขยับฝีเท้า หมายจะเดินตามไปด้วยเช่นกัน“คุณหนูรองฉี” สายตาของเซิ่งจือหว่านในเวลานี้ทอดมองไปบนใบหน้าของนางฉีเฟยหรุ่ยตัวแข็งทื่อ เผชิญหน้ากับแววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของเซิ่งจือหว่าน“เมื่อครู่ ตอนที่เจ้าพาคนพวกนี้เข้ามาช่างบังเอิญเสียจริง หากมิใช่เพราะเราฟังผิดไป เสียงที่ตะโกนว่า ‘มีคนฆ่าคนตายแล้ว’ เกรงว่าจะเป็นคุณหนูรองฉีกระมังที่ตะโกนออกมาเป็นคนแรก?”ฉีเฟยหรุ่ยขบริมฝีปากล่างแรง ๆ กำลังจะอธิบายเซิ่งจือหว่านกลับเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูรองฉีไม่จำเป็นต้องอธิบาย ต่อให้เจ้าจะอธิบาย เราก็ไม่เชื
Read more

บทที่ 378

เซิ่งจือหว่านเลิกคิ้ว “อาจจะใช่”“เช่นนั้นท่านหญิงหมิงเจียจะวางตัวอย่างไรเพคะ” อั้นจื่อถอนหายใจเซิ่งจือหว่านลองนึกถึงท่าทีของหมิงเจียในยามนั้น ก็หรี่ตาลงเล็กน้อยเกรงว่าเรื่องนี้ หมิงเจียคงจะรู้อยู่นานแล้วหมิงเจียมิใช่บุตรสาวของพระชายาหวายอ๋อง แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมิใช่บุตรสาวของหวายอ๋องหลายปีมานี้หวายอ๋องไม่มีบุตรเลย แม้เหล่าอนุในจวนจะมีไม่มาก แต่ก็มิได้มีแค่พระชายาหวายอ๋องเพียงคนเดียว เหตุใดจึงมีเพียงพระชายาหวายอ๋องที่ให้กำเนิดบุตรได้?“แต่ว่า ในเมื่อองค์หญิงทรงทราบว่าเมิ่งยางคือบุตรสาวของพระชายาหวายอ๋อง แล้วเหตุใด... เหตุใดยังต้องทรงเตือนให้พระชายาหวายอ๋องล่วงรู้ด้วยเล่าเพคะ?” อั้นจื่อไม่เข้าใจหากมิใช่เพราะเมิ่งยาง ฉีซื่อจื่อก็คงไม่ปฏิบัติต่อองค์หญิงเช่นนั้น และองค์หญิงก็คงไม่ต้องผิดใจกับฉีซื่อจื่อจนถึงขั้นหย่าร้างกัน...ถึงแม้ว่ายามนี้องค์หญิงจะทรงสุขสบายดี แต่เรื่องราวในอดีตเหล่านั้นล้วนเคยเกิดขึ้นจริงเหตุใดองค์หญิงยังต้องทรงช่วยให้แม่ลูกคู่นั้นได้พบหน้ากันอีก?อั้นจื่อทอดสายตามองมาเซิ่งจือหว่านพลันยิ้มออกมา “เรากำลังขอบใจเมิ่งยางน่ะสิ”“อะไรนะเพคะ?” อั้นจื่อยิ่งไม่เข
Read more

บทที่ 379

เซิ่งจือหว่านที่กำลังจะหลับตาลงอีกรอบพลันลืมตาขึ้นมาใหม่ และจ้องมองไปยังเพดานเตียงอย่างเหม่อลอยหลายปีมานี้ ของขวัญตามเทศกาลที่นางส่งให้จวนหวายอ๋องไม่เคยขาด ต่อให้หวายอ๋องจะไปอยู่ที่ดินศักดินา ของขวัญทุกชิ้นนางก็ล้วนตระเตรียมอย่างใส่ใจ ทว่าพระชายาหวายอ๋องกลับน้อยนักที่จะเลือกของขวัญตอบแทนด้วยตนเอง ของที่ส่งกลับมาเหล่านั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นบ่าวไพร่ในจวนส่งกลับมาตามธรรมเนียมเท่านั้นแม้กระทั่งการเชิญนางไปร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาวสันต์ ก็ยังส่งเทียบเชิญมาก่อน ครั้นถูกปฏิเสธ จึงค่อยให้แม่นมมาเชิญนางทว่ายามนี้กลับมาเยือนด้วยตนเอง ทั้งยังมีท่าทีถ่อมตนถึงเพียงนี้ดูท่า พระชายาหวายอ๋องคงมีเรื่องมาขอร้องนางกระมัง?เซิ่งจือหว่านไม่รีบร้อนนางจัดแจงแต่งกายอย่างใจเย็น แล้วสั่งให้คนเตรียมสำรับเช้าต่อ จากนั้นจึงค่อยให้คนไปเชิญพระชายาหวายอ๋องเข้ามาทันทีที่พระชายาหวายอ๋องก้าวเข้ามาในอาภรณ์ชุดนั้น การเคลื่อนไหวในมือของเซิ่งจือหว่านพลันหยุดชะงักกระโปรงสีชมพูอ่อนชุดนี้ พลันซ้อนทับเป็นหนึ่งเดียวกับภาพของพระชายาหวายอ๋องที่เฝ้าดูแลนางทั้งคืนในความทรงจำเซิ่งจือหว่านอดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก
Read more

บทที่ 380

“ยิ่งไปกว่านั้น เหตุผลที่เสด็จย่าทรงทำให้เมิ่งยางไร้สถานะไปชั่วชีวิต มิใช่เพราะข้า แต่เป็นเพราะนางประพฤติตนไม่เหมาะสม หวังจะอาศัยภัยหนาวที่ม่อเป่ย เพื่อกอบโกยทรัพย์สินและเบียดเบียนราษฎร ต่อให้พระชายาหวายอ๋องจะอ้อนวอน ก็ไม่ควรมาอ้อนวอนกับข้าที่นี่ แต่ควรจะไปที่ม่อเป่ย ไปคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้าดวงวิญญาณของราษฎรที่ต้องหนาวตายทั้งเป็นเหล่านั้นต่างหาก!”“...” พระชายาหวายอ๋องถึงกับจุกจนพูดไม่ออก นางมีหรือจะไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นตนเองดึงดันจะร้องขอทว่านางยิ่งนึกไม่ถึงว่าเซิ่งจือหว่านจะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ จึงเอ่ยอย่างเศร้าสร้อยว่า “แต่ชิ่งหนิง... นางเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของข้า! นางต้องทนทุกข์มามากเพียงนั้น หัวใจของข้าแทบจะแตกสลายอยู่แล้ว ชิ่งหนิง ข้า... ข้าคุกเข่าให้เจ้าดีหรือไม่?”พระชายาหวายอ๋องเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน และเตรียมจะคุกเข่าลงต่อหน้าเซิ่งจือหว่านจริง ๆเซิ่งจือหว่านนึกไม่ถึงว่า พระชายาหวายอ๋องจะยอมทำถึงเพียงนี้เพื่อบีบบังคับตนหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ช่างน่าเวทนานักทว่าหัวอกคนเป็นแม่ของนาง เหตุใดจึงต้องให้ตนเป็นฝ่ายเติมเต็มให้ด้วยเล่า?เซิ่งจือหว่านลุกขึ้นยืนและเบี่ยงตัวหลบไป
Read more
PREV
1
...
343536373839
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status