All Chapters of ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Chapter 361 - Chapter 370

390 Chapters

บทที่ 361

การแจกเงินของจวนกั๋วกงบานปลายถึงขั้นมีคนตาย ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดมาถึงจวนองค์หญิงติงหลานรู้สึกสะใจยิ่งนัก “ทีนี้ก็ดีแล้ว ดูซิว่าจวนกั๋วกงจะจบเรื่องนี้อย่างไร คิดจะมาแย่งชิงความมงคลขององค์หญิงดีนัก ยามนี้มีคนตายแล้ว มีแต่ความอัปมงคลทั้งสิ้น!”เซิ่งจือหว่านขมวดคิ้วเหตุใดถึงมีคนตายได้? ยามที่จวนกั๋วกงแจกเงินรางวัล มิได้แจ้งให้ทางการมารักษาความสงบเรียบร้อยล่วงหน้าหรอกหรือ?นับตั้งแต่เกิดเหตุเหยียบกันตายคราวที่องค์หญิงใหญ่อภิเษกสมรสแล้วมีการโปรยเงินมงคล หลังจากนั้นไม่ว่าตระกูลใดในเมืองหลวงหากจะมีงานมงคล ต่างก็ต้องแจ้งให้ทางการทราบล่วงหน้า เพื่อส่งทหารมาช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยร่วมกับผู้คุ้มกันของจวนทว่าจวนกั๋วกงเห็นได้ชัดว่ามิได้ทำเช่นนั้น “พอเถอะ อย่างไรเสียก็มีคนตาย คำพูดเช่นนี้ไม่ควรนำไปพูดภายนอก” อั้นจื่อเห็นสีหน้าขององค์หญิง จึงถลึงตาใส่ติงหลานคราหนึ่งติงหลานเบ้ปาก ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “องค์หญิงจะเสด็จไปตรวจดูของหมั้นที่ท่านราชบุตรเขยส่งมาหรือไม่เพคะ? โดยเฉพาะห่านป่าตัวนั้น ช่างแสนรู้ยิ่งนัก”“ได้ยินฮูหยินเยี่ยบอกว่า ห่านป่าตัวนั้นท่านราชบุตรเขยเป็นผู้ลงมือจับมาด้วยตนเ
Read more

บทที่ 362

ฉีกั๋วกงที่คุกเข่าอยู่ ร่างกายพลันชะงักงันใต้เท้าเยี่ยกราบทูลว่า “ช่างบังเอิญนัก เมื่อวานนี้ฮูหยินของกระหม่อมก็เป็นแม่สื่อในพิธีสู่ขอของจวนองค์หญิงกับราชบุตรเขยพอดี ตามที่ฮูหยินกล่าว เมื่อวานนี้ยามที่จวนกั๋วกงแจกเงินรางวัลมิได้เร็วหรือช้าไป ทว่าตรงกับช่วงเวลาที่จะแจกจ่ายขนมมงคลพอดิบพอดี...”เขาหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านี้ มิได้เอ่ยสิ่งใดต่อทว่ารอยยิ้มที่คล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้มนั้น กลับทำให้ผู้คนโดยรอบเข้าใจแจ่มแจ้งทันทีที่อ้างว่าเพราะมัวแต่ยินดีจนเผลอลืมแจ้งทางการนั้น เกรงว่าคงเป็นเพราะหากแจ้งแล้วจะแย่งชิงความนิยมจากองค์หญิงชิ่งหนิงไม่ทันการเสียมากกว่า!ช่าง——เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างพากันหมดคำจะกล่าวตนเองเป็นถึงกั๋วกง ทั้งยังเป็นผู้อาวุโส กลับจงใจหาเรื่องรังแกผู้เยาว์ในเรื่องเช่นนี้ ช่างเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ใจคอคับแคบ และคิดเล็กคิดน้อยโดยแท้!ช่างร้ายกาจยิ่งนัก!ทำให้ผู้คนอดสงสัยมิได้ว่า ในยามที่คบค้าสมาคมกับเขาตามปกติ ตนเองเคยถูกเขาใช้วิธีการทำนองนี้สร้างความอึดอัดใจให้บ้างหรือไม่?สีหน้าของฉีกั๋วกงพลันแข็งค้าง เขาคิดไม่ถึงว่าฮูหยินเยี่ยจะเป็นแม่สื่อให้ซางสิงอวี้ และยิ่งคิดไม
Read more

บทที่ 363

ฉีกั๋วกงยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น จึงเร่งให้รถม้ารีบมุ่งหน้ากลับจวนโดยเร็วยามนี้ผู้ที่ดูแลจวนกั๋วกงคือฉีเฟยหรุ่ยแม้การให้หญิงสาวที่ยังมิได้ออกเรือนมาจัดการเรื่องสมรสให้พี่ชายจะดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก ทว่าหรุ่ยเอ๋อร์เฉลียวฉลาด ซ้ำยังคบค้าสมาคมกับเหล่าบุตรสาวตระกูลสูงศักดิ์มากมาย หากนางจะช่วยออกความเห็นเป็นการส่วนตัวก็คงไม่เป็นอันใดเพียงแต่เขาเพิ่งจะบอกเล่าความตั้งใจของตนออกไปฉีเฟยหรุ่ยกลับส่ายหน้าทันที “ท่านพ่อ เรื่องนี้เกรงว่ายังต้องรอไปก่อนเจ้าค่ะ”“ยังต้องรออีกรึ?”ฉีกั๋วกงทอดถอนใจ “เซิ่งจือหว่านมีราชบุตรเขยแล้ว แม้จะเป็นคนเสเพลที่ไม่มีดีสักอย่างก็ตาม แต่ด้วยนิสัยของซูเซี่ยน ในใจของเขาเกรงว่ายังคงมีหญิงแพศยาผู้นั้นอยู่ หากกำหนดการแต่งงานให้เร็วหน่อย ก็จะช่วยให้เขาตัดใจได้เร็วขึ้น”ความจริงแล้วนี่ต่างหากคือเรื่องที่ทำให้ฉีกั๋วกงโกรธแค้นที่สุดครานั้นเซิ่งจือหว่านถึงขั้นยอมอดอาหารเพื่อทูลขอพระราชทานสมรสกับฉีซูเซี่ยน ยืนกรานจะลดตัวมาแต่งเข้าตระกูลฉีให้ได้พวกเขาทั้งจวนกั๋วกงต่างพากันยืดอกอย่างภาคภูมิใจต่อหน้าผู้คนมากมาย และยังถูกผู้คนยกย่องว่ามีความสามารถในช่วงสองปีแรกเซิ่งจือหว่
Read more

บทที่ 364

“อะไรนะ?!”ฉีกั๋วกงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “เซิ่งจือหว่าน? นางกล้าดีอย่างไร!”ฉีเฟยหรุ่ยกำหมัดแน่นนางรู้ดีถึงความต่างชั้นทางสถานะระหว่างตนเองกับเซิ่งจือหว่าน ดังนั้นหลังจากกลับมาถึงเมืองหลวง แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าอาการอัมพาตของมารดามิได้มีสาเหตุมาจากเถาซื่อเพียงอย่างเดียวทว่าที่สำคัญที่สุด ก็คือเซิ่งจือหว่านในฐานะลูกสะใภ้มิได้ใส่ใจดูแลอย่างเต็มที่นางจึงทำได้เพียงสะกดกลั้นความไม่พอใจในใจเอาไว้!ทว่ายามนี้ เซิ่งจือหว่านกลับไม่ละเว้นแม้กระทั่งเด็กคนหนึ่ง!ฉีเฟยหรุ่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังปากทางถนนทิศตะวันตกพร้อมกับฉีกั๋วกงทันทีท่านพ่อในฐานะผู้อาวุโสไม่สะดวกที่จะซักไซ้ไล่เลียงเซิ่งจือหว่านต่อหน้าธารกำนัล แต่นางเองจะต้องถามให้รู้ความ ว่าเซิ่งจือหว่านมีสิทธิ์อันใดถึงได้โหดเหี้ยมเพียงนี้?ณ ปากทางถนนทิศตะวันตกสถานการณ์เต็มไปด้วยความวุ่นวายผู้คนที่ผ่านไปมาต่างล้อมวงเข้ามา พลางชี้มือชี้ไม้ไปยังร่างที่นอนอยู่บนพื้นยามที่ฉีกั๋วกงและฉีเฟยหรุ่ยมาถึง ก็เห็นร่างที่คุ้นตาของคนผู้หนึ่งนอนคว่ำอยู่บนพื้น แผ่นหลังของชุดผ้าไหมเนื้อดีถูกย้อมจนชุ่มไปด้วยเลือด“หล่างเกอเอ๋อร์?!” ฉีเฟยห
Read more

บทที่ 365

สิ้นเสียงคำพูดของเซิ่งจือหว่านรถเข็นผู้ป่วยแบบเรียบง่ายคันหนึ่งก็ค่อย ๆ ถูกเข็นออกมาจากด้านในโรงหมอ ล้อที่ทำจากไม้บดลงบนแผ่นอิฐส่งเสียงดังครืดคราดฉีเฟยหรุ่ยไม่เข้าใจว่าเซิ่งจือหว่านคิดจะทำสิ่งใด ทว่าตามสัญชาตญาณกลับรู้สึกว่า เรื่องราวต่อจากนี้ไม่ควรให้ผู้คนโดยรอบได้เห็นทว่า มันสายเกินไปเสียแล้ว“ซี้ด——”“สวรรค์!”“นะ... นี่เกิดเรื่องอันใดกัน?”“คนผู้นี้ ก็น่าเวทนาเกินไป!”เมื่อฉีเฟยหรุ่ยมองเห็นคนบนรถเข็นผู้ป่วยได้อย่างชัดเจน ใบหน้าอันหมดจดดุจดวงจันทร์อันงดงาม ก็ฉายแววความหวาดกลัวและสะอิดสะเอียนออกมาทันที นางตกใจจนต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว“นะ... นี่มันอะไรกัน?” นางเบือนหน้าหนีทว่าในชั่วพริบตาถัดมา “หลิวซาง! ให้คุณหนูรองฉีได้ดูเต็มตาหน่อย!”สิ้นคำสั่ง มือข้างหนึ่งที่ดูบอบบางทว่ามีพละกำลังมหาศาลพลันกดร่างของฉีเฟยหรุ่ยเอาไว้ บังคับให้นางต้องมองลงไปยังแผ่นหลังที่สภาพน่าเวทนาเกินกว่าจะทนดูได้ของคนผู้นั้น“อ๊า!” ฉีเฟยหรุ่ยตกใจกลัวจนร่างแทบจะหงายหลังทว่าหลิวซางกลับใช้มือข้างหนึ่งควบคุมนางไว้จากทางด้านหลัง ทำให้นางหนีไม่ได้ และหลบไม่พ้น ทำได้เพียงหลังจากตกอยู่ในความหวาดกลัวอ
Read more

บทที่ 366

“แต่เขายังมีชีวิตอยู่!” เปลือกตาของฉีเฟยหรุ่ยกระตุกทันที นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าคนเมื่อครู่ถูกเข็นกลับเข้าไปในโรงหมออีกครั้งแล้วเซิ่งจือหว่านเอ่ยว่า “งั้นเราขอถามหน่อย ว่าเขาเต็มใจจะอยู่อย่างทรมาน หรือจะตายไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว?”“ไม่นะ!” ฝ่ามือของฉีเฟยหรุ่ยชุ่มไปด้วยเหงื่อ ต่อให้นางจะเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบเพียงใด ในยามนี้ก็ยังถูกคำพูดของเซิ่งจือหว่านทำให้ขวัญกระเจิงอยู่ดีริมฝีปากของนางสั่นระริก ขณะที่ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยสิ่งใดเสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังแว่วมาจากนอกฝูงชน——“พอเถอะ ก็แค่เด็กคนหนึ่งถูกคนเป่าหูจนก่อเรื่องขึ้นมาชั่วครู่ชั่วยาม เหตุใดต้องเกาะติดไม่ยอมปล่อย? ในเมื่อคุณชายรองฉีได้รับบทลงโทษแล้ว ตามความเห็นของเรา มิสู้ปรับเงินจวนกั๋วกงมาเป็นค่ารักษาให้อีกฝ่ายจะดีกว่า รอจนอาการของเขาดีขึ้นค่อยให้คุณชายรองฉีมาขอขมาด้วยตัวเอง”เหล่าชาวบ้านถูกกลุ่มองครักษ์กันตัวออกไป เมื่อเห็นการแต่งกายของผู้มาเยือน ต่างก็ตระหนักถึงฐานะของเขาได้ทันทีผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันเตรียมจะทำความเคารพเซิ่งหยวนฮ่าวโบกมือ พลางยิ้มอย่างเป็นกันเอง “ทุกคนไม่ต้องมากพิธี เราเพียงบังเอิญผ่านมาที่นี่ ทว่
Read more

บทที่ 367

“เสด็จพี่ทรงได้ยินหรือไม่เพคะ? ฉีกั๋วกงถึงกับกล้าเรียกขานนามของข้าโดยตรง ก่อนหน้านี้เขาเรียกนามข้า ข้าใจกว้างไม่ถือสาหาความ ยามนี้ก็ยังเป็นเช่นนี้อีก”“การไม่เคารพข้าก็เท่ากับไม่เคารพราชวงศ์ เสด็จพี่สามทรงคิดว่าพวกเขาเคารพท่านหรือเพคะ?”“เจ้า...” ฉีกั๋วกงชะงักไป เมื่อสบเข้ากับสายตาที่มองมาจากองค์ชายสาม จึงได้แต่ข่มกลั้นอารมณ์แล้วเอ่ยใหม่อีกครั้งว่า “เป็นเพราะราคาที่องค์หญิงทรงเอ่ยมานั้นมากเกินไปจริง ๆ ยาสมานแผลทองคำอย่างมากก็แค่หนึ่งพันตำลึง นี่ห้าพันตำลึงรึ?! ขออภัยที่กระหม่อมหูตาคับแคบ ยังมิทราบเลยว่าจะมีคนโง่เง่าที่ใดยอมควักเงินตั้งมากมายเพื่อซื้อยาเพียงขวดเดียว”“...” เซิ่งจือหว่านเลิกคิ้ว “อย่างไรกัน ท่านกั๋วกงมิทราบหรอกหรือว่าฉีซื่อจื่อก็ได้ใช้ยาของเราไปแล้ว และยาขวดนี้ก็คือขวดที่เขาใช้เงินห้าพันตำลึงประมูลมาจากหอฉีเจิน?”“หากท่านกั๋วกงไม่เชื่อ ก็สามารถไปสอบถามที่หอฉีเจินได้ ท่านเป็นบิดาของฉีซื่อจื่อ คิดว่าเถ้าแก่ของหอฉีเจินคงไม่ปิดบังท่านหรอก”เซิ่งจือหว่านเอ่ยพร้อมรอยยิ้มสีหน้าบนใบหน้าของฉีกั๋วกงแข็งค้างไปโดยสิ้นเชิงดังนั้น คนโง่เง่าที่เขาเพิ่งด่าไปเมื่อครู่ กลับกลายเป
Read more

บทที่ 368

เปลือกตาของซูเต๋ออวิ้นกระตุกรัวลมหายใจของฮ่องเต้ฉงเซิ่งพลันถี่กระชั้นขึ้นมาทันที “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้!”กองทัพเป่ยตี๋โต้กลับ ด่านอู่ตู้แตกพ่าย!กองทัพม่อเป่ยผ่านศึกครานี้ บาดเจ็บล้มตายสาหัส ศพเกลื่อนกลาดเต็มพื้นยามนี้กองทัพที่เหลือรอดทั้งหมดได้ล่าถอยเข้าไปอยู่ในอำเภออวี้เหวินแล้วฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงรู้สึกถึงกระแสโลหิตสายหนึ่งทะลักขึ้นมา พระองค์ทรงพยายามกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต จึงสามารถกดข่มรสคาวหวานในลำคอลงไปได้ภายในวังหลวงมีการเรียกตัวขุนนางคนสำคัญและแม่ทัพอาวุโสร่วมสิบคนให้เข้าวังมาหารือภายในวันเดียวเมื่อข่าวนี้แพร่ไปถึงจวนกั๋วกงฉีกั๋วกงถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เนิ่นนานก็ไม่อาจดึงสติกลับมาได้ทั่วทั้งจวนกั๋วกงทุกคนต่างจิตใจระส่ำระสายยามนี้ฉีซูเซี่ยนคือความหวังของจวนกั๋วกง ยามที่ข่าวชัยชนะของเขาถูกส่งมา ท่าทีของฝ่าบาทที่มีต่อจวนกั๋วกงย่อมเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนทว่าหากเขาพ่ายแพ้...ภายในเรือนเซียวหลาน เมิ่งยางที่ถูกกักบริเวณมาโดยตลอด เมื่อได้ยินเรื่องนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยแม้แต่น้อย อัครเสนาบดีฝ่ายขวาฉีในความทรงจำของนางไม่เคยพ่ายแพ้ศึกมาก่อนเป็นเท็จ! ข่าวนี่ต
Read more

บทที่ 369

ซางสิงอวี้ฉีกยิ้มกว้าง ออกแรงเพียงเล็กน้อย ก็โยนเถียนเมิ่งเหนียนใส่ร่างของผู้ติดตามทั้งสองคนผู้ติดตามทั้งสองเซถอยไปด้านหลัง และพยุงตัวอย่างทุลักทุเลถึงจะกลับมายืนมั่นคงได้“เช่นนั้นก็ช่างบังเอิญเสียจริง” ซางสิงอวี้โน้มตัวลงมา “ชาวเป่ยตี๋น่ะ คนไม่เอาถ่านอย่างข้าเคยเห็นมาแล้วจริง ๆ!”“เจ้าน่ะหรือ? เคยเห็นแล้วอย่างไร? คงมิใช่ว่าถูกทำให้ตกใจกลัวจนร้องไห้หรอกกระมัง” เถียนเมิ่งเหนียนเอามือเกาะผู้ติดตามทั้งสองเพื่อพยุงตัวลุกขึ้นยืนซางสิงอวี้มองเขาประหนึ่งมองคนโง่ผ่านไปครู่หนึ่ง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยว่า “อ้อ— จริงด้วย ข้าเกือบลืมไปเลยว่า ด้วยฐานะเช่นเจ้า ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะตามเสด็จฝ่าบาทไปที่ลานฝึก”บิดาของเถียนเมิ่งเหนียนเป็นเพียงขุนนางขั้นสี่ ทั้งยังมิได้อยู่ในเมืองหลวงด้วยซ้ำ“จะ... เจ้าหมายความว่าอย่างไร! เจ้าดูถูกข้าหรือ?!” เถียนเมิ่งเหนียนได้ยินเช่นนั้นก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นมาทันทีซางสิงอวี้มีสิทธิ์อะไรมาดูถูกเขา?!ซางสิงอวี้ใช้นิ้วแคะหู “เอาอย่างนี้ พวกเรามาเดิมพันกันเป็นอย่างไร?”“เจ้าว่ามา!” เถียนเมิ่งเหนียนถลึงตาใส่เขา“พวกเราไปสนามรบม่อเป่ยด้วยกัน แล้วดูว่าผู้ใด
Read more

บทที่ 370

ยามที่เถียนเมิ่งเหนียนมาถึง หยางจวิ้นหนานกำลังอยู่ในห้องหนังสือสำหรับน้องภรรยาที่อายุน้อยกว่าตนเองเกือบยี่สิบปีผู้นี้ หยางจวิ้นหนานรู้สึกระอาใจอยู่บ้าง พอได้ยินเขาถามถึงซางสิงอวี้ หยางจวิ้นหนานก็ขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าไปหาเรื่องเขามางั้นรึ?”“เขามาหาเรื่องข้าต่างหาก!” เถียนเมิ่งเหนียนเน้นเสียง “จริงด้วยพี่เขย มีคนบอกว่าซางสิงอวี้คว้าอันดับหนึ่งในการล่าสัตว์ฤดูหนาวที่ลานล่าสัตว์หลวง คงเป็นไปมิได้หรอกกระมัง เขาก็แค่คนเสเพล...”“เป็นเรื่องจริง”เพียงสามคำนี้ ทำเอาคำพูดของเถียนเมิ่งเหนียนชะงักค้างไปในทันที“ซางสิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดา วันหน้าเจ้าอยู่ให้ห่างจากเขาหน่อย”ทั้งช่วยชีวิตองค์หญิง ทั้งโดดเด่นในงานล่าสัตว์ฤดูหนาว จนได้เป็นราชบุตรเขย แม้ทุกครั้งจะแสดงให้เห็นว่าเป็นเพียงความฉลาดแกมโกง แต่ความฉลาดแกมโกงที่เหมาะเจาะเช่นนั้น ก็มิใช่ว่าเป็นแผนการของเขาหรอกหรือเพื่อป้องกันมิให้เถียนเมิ่งเหนียนไม่เชื่อฟังตน หยางจวิ้นหนานจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลานล่าสัตว์หลวงให้ฟังอย่างคร่าว ๆเถียนเมิ่งเหนียนฟังไป สีหน้าก็ยิ่งดูแย่ลงเรื่อย ๆสุดท้ายถึงกับก้นจ้ำเบ้าทรุดลงไปนั่งกับพื้น “จบกัน... ง
Read more
PREV
1
...
343536373839
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status