All Chapters of ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว: Chapter 31 - Chapter 40

49 Chapters

คลายหนาว NC+

“หนาวขนาดนี้ เห็นทีข้าต้องช่วยเจ้าคลายหนาวเสียแล้วกระมัง” กล่าวจบมือของอ๋องหนาน ก็เอื้อมไปถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออกจากร่างบาง แสงสว่างจากตะเกียงสาดส่องกระทบอาภรณ์สีขาวบางเบา ที่ไม่มีสิ่งใดสวมใส่ปกปิดไว้ข้างใน “อ๊ะ ท่านอ๋องช่างมือไวเสียนี่กระไร” ลี่เซียนกระซิบเสียงเบา เพราะเกรงว่าองครักษ์เงา ที่ท่านอ๋องส่งมาคุ้มกันนางจะได้ยินเสียงน่าอายนี้ “อ่า…ลี่เอ๋อร์เจ้างดงามมาก” บุรุษที่กำลังมัวเมากับความงดงามตรงหน้า กระทั่งสติที่ตั้งมั่นไว้ตั้งแต่แรกได้ขาดผึงลง ไหนเลยจะได้ยินประโยคพร่ำบ่นของนาง วงแขนแกร่งโอบรัดเอากายบางเข้ามาแนบชิด และจัดท่าทางให้อยู่ในท่านั่งคร่อมตักของเขาเอาไว้ “ขี่ม้ามาทั้งวัน ท่านยังจะหาเรื่องมารังแกข้าอีก ไม่เหนื่อยหรือเจ้าคะ” “ข้าไม่เหนื่อย แต่ข้าเจ็บปวด ตรงนี้…..” กล่าวจบเขาก็ดึงมือของนาง ลงไปกอบกุมกลางกาย ซึ่งยามนี้ตั้งลำขึ้นจนแข็ง ทั้งยังบดเบียดบั้นท้ายงามงอน จนนางรู้สึกได้ถึงความใหญ่โตมโหฬาร “อุ๊ย!!” ลี่เซียนสะดุ้งเมื่อของแข็งในอุ้งมือของนาง ผงกหัวไปมาอย่างมีชีวิต
Read more

ไม่ยอมปล่อย NC

เช้าตรู่ของวันใหม่มาเยือน เรือนร่างเปลือยเปล่าขยับกายไปมา เมื่อลืมตาตื่นขึ้นตามความเคยชิน แต่หากยามนี้มีสิ่งที่ผิดแปลกไปจากเดิมคือ มีวงแขนแกร่งกอดรัดเอวบางของนางจนแนบแน่น “อื้ม ยังมีแรงตื่นแต่เช้าอีกหรือชายาของข้า” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาข้างใบหูของนาง จมูกคมสูดดมไปทั่วซอกคอ ลาดไหล่ และแผ่นหลังที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา เนื่องจากยามนี้ทั้งสองคน ยังคงเปลือยเปล่าอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน “ข้าตื่นเช้าจนเคยชินเจ้าค่ะ จะลุกไปหยิบโอสถห้ามครรภ์ที่เคยปรุงเอาไว้มากิน ท่านอ๋องคงไม่ห้ามใช่ไหมเจ้าคะ เพราะข้ายังต้องร่ำเรียนอีกเป็นปี จึงจะสำเร็จวิชาแพทย์ หากถึงคราที่ต้องกลับเมืองหลวงข้าก็จะไม่กินแล้วเจ้าค่ะ” ลี่เซียนพลิกกายหันหน้าเข้าหาบุรุษตัวโต ที่เคี่ยวกรำนางมาตลอดทั้งคืน ทั้งยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเพราะนางยังไม่พร้อมมีบุตร จำเป็นต้องกินโอสถห้ามครรภ์สูตรพิเศษ ที่นางปรุงขึ้นเองภายใต้คำแนะนำของท่านอาจารย์ ซึ่งโอสถห้ามครรภ์สูตรนี้ กินเพียง 1 ครั้งก็สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 1 นานเดือน หากกินติดต่อกันก็ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด เพราะนางปรับปรุงสูตร
Read more

เดินทางไปเมืองจงจื้อ

“ลี่เซียนเจ้าพร้อมลงแข่งขันแล้วใช่หรือไม่” หมอไท่จงเสียนเอ่ยสอบถามลูกศิษย์คนเก่งของเขา “เจ้าค่ะท่านอาจารย์ ข้าพร้อมแล้ว ข้าจะทำให้เต็มที่โดยไม่กดดันตัวเองมากนัก แต่ทว่าป้ายอาญาสิทธิ์ข้าก็อยากได้มาครอบครองยิ่งนัก เพราะนั่นหมายถึงคนในตระกูลของข้า จะรอดพ้นชีวิตจากภัยในราชสำนักทั้งปวง” ลี่เซียนนึกเป็นห่วงบิดากับพี่ชาย ที่ทำงานให้กับราชสำนัก เพราะในวันข้างหน้าไม่รู้ว่าจะมีกลโกงจากผู้ใด มาใส่ร้ายป้ายสีทำให้ตระกูลของนางต้องถูกกำจัดหรือไม่ ดังนั้นการที่มีป้ายอาญาสิทธิ์ละเว้นชีวิตทั้งตระกูลไว้ในครอบครอง ย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ที่นางจะกระทำเพื่อคนในครอบครัวได้ “เจ้าเป็นหมอที่เก่ง ถึงแม้จะเพิ่งเข้ามาร่ำเรียนวิชากับอาจารย์ได้ไม่นาน แต่เจ้ามีพื้นฐานจากความทรงจำที่แม่นยำนัก อาจารย์เชื่อว่าเจ้าจะคว้ารางวัลป้ายอาญาสิทธิ์ มาไว้ในครอบครองจนได้ในสักวัน” หมอไท่จงเสียนกล่าวชื่นชมไปตามจริง เพราะโจวลี่เซียนคือต้นตำรับของหมอที่เก่งกาจโดยแท้จริง นางเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็ว อีกทั้งยังมีทักษะการรักษาที่แปลกใหม่ แต่ก็ไม่เคยทะนงตนหรือยกตนข่มใคร นางเริ่มเ
Read more

สตรีอัปลักษณ์

ยามโหย่ว (17:00-19:00 น.) คณะเดินทางทั้งหมด ก็เดินทางถึงตัวเมืองจงจื้อ องครักษ์ฟานจงรับหน้าที่ไปติดต่อหาโรงเตี๊ยมที่พักสำหรับทุกคน ซึ่งจำเป็นต้องจองห้องพักเผื่อองครักษ์เงาทั้ง 30 คนด้วย เนื่องจากท่านอ๋องอยากให้องครักษ์เงาพักอยู่ไม่ไกล เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจะได้มาจัดการได้ทันท่วงที โรงเตี๊ยมที่องครักษ์ฟานจงเข้าไปติดต่อจองห้องพัก เป็นโรงเตี๊ยมขนาดกลาง มีจำนวนห้องพักเกิน 20 ห้องจึงสามารถจองห้องพักได้ครบถ้วนทั้ง 18 ห้อง ตามที่ท่านอ๋องต้องการ เมื่อได้ห้องพักแล้วทุกคนก็แยกย้าย เข้าไปพักผ่อนยังห้องพักของตนเอง ลี่เซียนเดินเข้ามาในห้องพัก ก็รีบเดินเข้าไปสำรวจห้องอาบน้ำ เพราะนางอยากอาบน้ำเต็มที เนื่องจากทั้งร้อนทั้งเหนียวตัว เพราะไม่ได้อาบน้ำมา 2 วันเต็ม ๆ “ลี่เอ๋อร์หิวแล้วหรือยัง ข้าสั่งอาหารมื้อค่ำไว้ให้เจ้าแล้ว อีกสักพักเสี่ยวเออร์ก็คงนำอาหารขึ้นมาส่ง” “หิวมากเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากอาบน้ำเสียก่อน” เมื่อได้ยินคำว่าอาหารมื้อค่ำ ลี่เซียนก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที แต่นางคงกินอาหารไม่ได้ หากยังไม่ได้ชำระล้างร่างกาย ที่กำลังเหนียวเหนอะหนะเต็มที
Read more

เจ้าโอ้อวดเป็นคนเดียวรึ

“จะ…เจ้า ข้าจะให้ท่านพ่อจับเจ้าไปคุมขังที่คุกของเมืองจงจื้อ” ซ่งจี้เหมยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะหวั่นเกรงมีดสั้นในมือของสตรีต่างถิ่นอยู่ไม่น้อย “เชิญ อ้อข้าแซ่โจว ชื่อลี่เซียน แจ้งบิดาของเจ้าให้ครบครันเสียด้วย แล้วอย่าลืมบอกด้วยล่ะว่าข้าเป็นบุตรสาวของราชครูโจวเยี่ยนที่มาจากตระกูลโจวที่เมืองหลวง” น้ำเสียงยียวนเอ่ยออกไป เยี่ยงนักเลงหัวไม้ที่ชอบท้าตีท้าต่อยกับผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง “บุตรสาวราชครูโจว!! ข้ารู้จักตระกูลโจวแห่งเมืองหลวง เป็นตระกูลที่ร่ำรวยมาก ท่านพ่อตาของราชครูโจว เป็นคหบดีอันดับ 1 ของแคว้นหนาน ตระกูลชิงนั่นปะไรพวกเจ้าก็รู้จักกันดี ส่วนท่านราชครูโจวก็เป็นสหายสนิทของฮ่องเต้ เพราะร่ำเรียนวิชามาด้วยกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย” เสียงบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง ที่ยืนชมเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทของสตรีอยู่ไม่ห่าง บอกกล่าวคนอื่น ๆ ในโรงน้ำชาจันทร์ฉายให้รับรู้ข้อมูลความจริง เพราะเขาเป็นหนึ่งในคู่ค้าของตระกูลชิง ตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งของแคว้น ว่ากันว่าตระกูลชิงมีร้านรวงอยู่ในทุกเมืองของแคว้นหนาน ทั้งยังผูกขาดการค้าหลายอย่างกับราชสำน
Read more

งามล่มเมือง

ครึ่งชั่วยามผ่านพ้นไป ผู้คนในห้องแข่งขันก็ทะยอยออกมาจนครบทุกคน คณะกรรมการได้ออกมาแจ้งว่า รอเพียง 1 เค่อก็รู้ผลผู้ชนะ 3 อันดับในแต่ละกลุ่ม ที่จะได้เข้าสู่รอบการแข่งขันต่อไป การแข่งขันในรอบต่อไป จะต้องปรุงยาถอนพิษ ต่อหน้าคณะกรรมการทุกคนที่บริเวณลานกว้างด้านนอก ของสำนักศึกษาอันดับหนึ่งของเมืองจงจื้อ ซึ่งใช้เป็นสถานที่แข่งขันในครั้งนี้ ทางผู้จัดงานยังเปิดให้ชาวเมืองสามารถเข้ารับชมการแข่งขันในรอบนี้ได้อีกด้วย ผู้เข้าแข่งขันมีทั้งหมด 20 กลุ่ม ยามนี้ได้แบ่งออกเป็นกลุ่มละ 10 คน รวม ๆ แล้วก็มีผู้เข้าแข่งขันจำนวน 200 คน แต่ละกลุ่มจะคัดเลือกเอาผู้ที่มีผลงานการปรุงยาถอนพิษกำหนัด ที่เห็นผลดีที่สุดมา 3 อันดับเพียงเท่านั้น แสดงว่าจะมีผู้เข้ารอบการแข่งขันต่อไปทั้งหมด 60 คน ที่จะต้องยืนปรุงยาถอนพิษต่อหน้าคณะกรรมการทุกคน และชาวเมืองที่สนใจเข้าร่วมรับชม และก็เป็นไปดังที่โจวลี่เซียนต้องการ นางสามารถคว้าอันดับหนึ่งของกลุ่มเอาไว้ได้ ด้วยคะแนนที่สูงลิ่วจนขาดลอย เพราะเม็ดโอสถของนาง มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน ทั้งยังออกฤทธิ์ได้รวดเร็วมากกว่าที่เคยมีผู้ปรุงยาชนิดนี้
Read more

นางไปข้าก็ไป

“ระดับเซียน!!” เสียงพูดประสานเสียงของเหล่าคณะกรรมการ ที่เดินทางมาจากสมาคมแพทย์ที่เมืองหลวงดังขึ้น เพราะส่วนใหญ่ก็ยังไม่เคยเห็นเม็ดโอสถระดับเซียนเลยสักครั้ง มีเพียงปรมาจารย์ด้านโอสถเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่เคยเห็นจากท่านอาจารย์ผู้ล่วงลับไปแล้ว “ใช่แล้ว เม็ดโอสถตรงหน้าพวกเจ้าคือโอสถระดับเซียน เม็ดโอสถสีเหลืองทองที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แม่นางน้อยผู้นี้ช่างมีพรสวรรค์ยิ่งนัก แม้กระทั่งตัวข้าก็ยังมิสามารถปรุงโอสถเซียนได้เลยสักครั้ง” ปรมาจารย์ชุนฟง กล่าวชื่นชมแม่นางน้อยผู้มีพรสวรรค์มากล้น ทั้งยังยืนยันว่าโอสถสีเหลืองทองนี้ คือโอสถระดับเซียนในตำนาน ทางด้านสตรีเจ้าของโอสถก็ตื่นเต้นไม่น้อยเช่นกัน เพราะนางเพิ่งรู้ว่าเม็ดโอสถของนาง มีระดับที่สูงเพียงนั้น เห็นทีว่าสูตรในห้องทดลองที่นางจดจำได้ เมื่อครั้งเข้าสู่ภวังค์แห่งสมาธิ และได้นำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงสูตรยา จะเห็นผลดียิ่งกว่าที่เคยคิดเอาไว้ และแน่นอนว่าโจวลี่เซียน ได้ผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายเป็นคนแรก ยามนี้นางมานั่งรอคอยผลการแข่งขัน เพื่อคัดเลือกหาผู้ร่วมแข่งขันในรอบสุดท้ายอีก 9 คน
Read more

รับศึกหนัก

การแข่งขันในรอบสุดท้ายได้เริ่มขึ้น ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 10 คนต่างตั้งใจปรุงโอสถถอนพิษเหมันต์ ด้วยความระมัดระวัง เพราะสมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการหลอมโอสถชนิดนี้ ล้วนแล้วแต่หายากและมีราคาแพง ฉะนั้นผู้เข้าแข่งขันจะพลาดท่าทำสมุนไพรเสียหายไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้าหากพลาดนั่นหมายถึงความพ่ายแพ้มาเยือนเข้าเสียแล้ว ลูกศิษย์สำนักพิษที่เข้ารอบสุดท้ายมาถึง 4 คน ยืนยิ้มกริ่มด้วยความมั่นใจ ว่าพวกตนจะกำชัยชนะทั้งสามรางวัลเอาไว้ได้ทั้งหมด จึงไม่ได้มีความกังวลอันใดทั้งสิ้น เพราะพิษเหมันต์เป็นพิษที่ปรมาจารย์ของสำนักพิษปรุงขึ้นมา แต่ยามนี้เขาได้หลีกหนีความวุ่นวายของยุทธภพ ไปซ่อนเร้นใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง และไม่ได้กลับมาเยือนสำนักพิษมานานนับสิบปีแล้ว ลูกศิษย์ทุกคนในสำนักพิษจึงรู้จักพิษเหมันต์กันดี ทว่าเรื่องการปรุงยาถอนพิษก็คนละเรื่องกับการรู้จักพิษ แม้กระทั่งเจ้าสำนักพิษ ก็ยังหาสูตรโอสถถอนพิษที่ดีที่สุดมิได้ เขาทำได้แค่เพียงให้อาการทุเลาเบาบางลงก็เท่านั้น สุดท้ายผู้ถูกพิษก็ต้องจากไปเพราะไม่มีโอสถถอนพิษ ที่ทำให้รักษาอาการให้หายขาดได้ ลูกศิษย์ในสำนักพิษคนอื่น ๆ
Read more

ถูกพิษด้วยหรือ

ยามเช้ามาเยือน ลี่เซียนขยับกายออกจากอ้อมกอดของบุรุษตัวโต ที่รังแกนางมาจวบจนค่อนคืน ดูเอาเถิดยามนี้มือใหญ่ยังกอบกุมปทุมถันของนางอยู่ไม่ยอมปล่อย “เช้าแล้วเจ้าค่ะ วันนี้ประมุขลู่จากสำนักเมฆา จะมาขอพบท่านอ๋องกับท่านอาจารย์แต่เช้านะเจ้าคะ” ลี่เซียนยื่นนิ้วไปเกลี่ยที่เปลือกตาของคนเจ้าเล่ห์ ซึ่งยามนี้กำลังขยับเปลือกตาขยุกขยิกไปมา แต่ไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาสักที นางเคยเห็นอาการเช่นนี้เมื่อยามที่เขางอแง ไม่อยากกลับเรือนตนเองเมื่อครั้งอยู่สำนักหมอเทวดา “อยากนอนกอดเมีย ไม่รู้จะรีบมาทำไมแต่เช้า” น้ำเสียงดื้อรั้นเอ่ยออกมาเยี่ยงเด็กน้อยที่เอาแต่ใจ มือที่กอบกุมความนุ่มหยุ่นอยู่ก็ออกแรงขยำขยี้ จมูกโด่งคมจึงถูกมือเล็กบีบเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว “ก็ประมุขลู่เป็นห่วงมารดาที่กำลังเจ็บป่วยนะเจ้าคะ อาการของนางต้องรีบผ่าตัด มิเช่นนั้นคงไม่อาจรอดชีวิต ข้าอยากให้ท่านอาจารย์ไปด้วยกัน จะได้เข้าห้องผ่าตัดพร้อมข้าด้วยเจ้าค่ะ” “อืม ข้าจะช่วยพูดอีกแรง เพราะที่สำนักก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง องครักษ์เงาคอยตรวจตราดูแลอยู่ทุกวัน ส่วนศิษย์คนอื่น ๆ ข้าจะให้อง
Read more

ผู้ร้าย

ลี่เซียนออกจากเรือนพักของลู่ฮูหยิน มุ่งตรงไปยังโถงรับแขกของสำนักเมฆา เนื่องจากท่านอ๋องรออยู่กับประมุขลู่และท่านอาจารย์ที่โถงรับแขก ใบหน้างดงามมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด จนท่านอ๋องต้องรีบเดินเข้าไปถามไถ่สอบถามเรื่องราว “ลี่เอ๋อร์เกิดอันใดขึ้น เหตุใดจึงมีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้” “เกี่ยวกับลู่ฮูหยินเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องต้องแจ้งให้ประมุขลู่ทราบโดยด่วน” ลี่เซียนรีบเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะรับรองแขก เพื่อแจ้งเรื่องราวที่ได้รับรู้แก่ประมุขสำนักเมฆา เกี่ยวกับอาการป่วยของมารดาของเขา “หมอโจวมีเรื่องร้ายแรงหรือ เหตุใดจึงมีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้” ลู่จื้อเงยหน้ามองหมอหญิงที่เข้าไปตรวจร่างกายของมารดา จากนั้นก็กลับออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จึงคาดการณ์ว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีเป็นแน่ “ประมุขลู่ มารดาของท่านถูกพิษด้วยเจ้าค่ะ พิษบุปผาที่จะทำให้ร่างกายอ่อนแรงจนสิ้นลมจากไปในที่สุด แต่อาการปวดท้องเป็นการเจ็บป่วยจากร่างกายไม่เกี่ยวกับพิษ ยังต้องได้รับการผ่าตัดอย่างที่ข้าเคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้” “ถูกพิษ!!” เสียงบุรุษทั้งสามคนเอ่ย
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status