All Chapters of ท่านอ๋องข้าไม่ได้รักท่านแล้ว: Chapter 21 - Chapter 30

49 Chapters

จูบแรก

คืนนี้กลุ่มของหมอไท่จงเสียน ก็ยังคงพักอยู่ที่จวนท่านเจ้าเมือง เพื่อรอตรวจดูอาการของกงต้วนอี้ อีกสักหนึ่งคืน ก่อนที่วันรุ่งขึ้น จะเดินทางกลับสำนักหมอเทวดาแต่เช้าตรู่ ส่วนเรื่องของฮูหยินรอง ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนภายในครอบครัว “ลี่เอ๋อร์ ให้ข้าเข้าไปในเรือนได้หรือไม่ ข้ามีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้เจ้าทราบ” ยามซวี (19:00-21:00 น.) เสียงนุ่มทุ้มที่คุ้นเคย มาเอ่ยเรียกอยู่หน้าเรือนพักของลี่เซียน ซึ่งยามนี้นางกำลังนั่งอ่านตำรายาสมุนไพร ที่พกพามาจากสำนัก ลี่เซียนกำลังสนใจ ด้านการรักษาพิษเป็นพิเศษ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับพิษเหมันต์ที่ออกฤทธิ์ร้ายแรง ยิ่งอยากจะเป็นหมอที่เชี่ยวชาญด้านการต้านพิษ และรักษาพิษในกาย นางจึงตั้งใจศึกษาเรื่องสมุนไพรให้แตกฉาน เสมือนเมื่อครั้งศึกษาเรื่อง อวัยวะภายในของร่างกายมนุษย์ โฉมสะคราญที่ยามนี้อยู่ในอาภรณ์สบาย ๆ แต่ก็ถือว่ารัดกุมพอสมควร เดินไปเปิดประตูเรือนให้อ๋องหนาน ซึ่งยามนี้เขากำลังแสดงสีหน้าเป็นกังวล จนนางนึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย “มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นหรือเพคะ เหตุไฉนท่านอ๋องจึงได้ทำหน้าตาเคร่งเครียดเช่นนี้”
Read more

ในอ้อมแขน

“อื้อ” โพรงปากอ่อนนุ่มถูกเรียวลิ้นร้ายกาจ เกี่ยวกระหวัดสำรวจไปทั่วทุกซอกทุกมุม ลี่เซียนต้องอ้าปากออกให้กว้าง เพื่อจะได้มีอากาศหายใจ ผ่านไป 1 เค่อ ริมฝีปากบางจึงได้เป็นอิสระอีกครั้ง ยามนี้แก้มเนียนใสแดงปลั่ง เพราะเกิดอาการร้อนรุ่มในกาย ทั้งยังเขินอายต่อสายตาของบุรุษ ที่อาจหาญมาแย่งชิงลมหายใจจากปากของนาง “ริมฝีปากของเจ้าข้าก็จับจองไว้แล้ว” ข้อนิ้วสากระคาย ยกขึ้นมาลูบไล้ริมฝีปากบาง ที่ยามนี้บวมแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จนเขานึกหมั่นเขี้ยวอยากจะคลอเคลียอยู่ทั้งคืน สายตาที่จ้องมองริมฝีปากนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหล “อ๊ะ…พอแล้ว” เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมา เมื่อเริ่มมีสติหลังจากที่ร่างกายของนาง ถูกคนตัวใหญ่ควบคุมอยู่นาน คนตัวเล็กที่นั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่ง ก็เริ่มดิ้นขยุกขยิกเพื่อจะได้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ จนมังกรตัวยาวที่พึ่งจะสงบไปไม่นาน ได้ผงาดขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ “อ่าส์……ลี่เอ๋อร์ดิ้นเบา ๆ” เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมา กรามแกร่งกัดเข้าหากันจนใบหน้าคมแดงก่ำ เพราะกำลังอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่ ลี่เซียนเมื่อ
Read more

กลับเมืองหลวง

เมืองหลวงในตำหนักของหวงกุ้ยเฟย ยามนี้มีสองร่างเปลือยเปล่า ที่กำลังนอนกอดรัดคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง เพราะเพิ่งเสร็จกิจกรรมรักอันดุเดือดในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของสตรีที่ยังคงงดงาม ทั้งรูปร่างและหน้าตาผิวพรรณ ถึงแม้จะก้าวเข้าสู่วัย 40 ปีแล้วก็ตามฮ่องเต้หนานเจ๋อติงในวัย 50 ปี แต่กลับมีพระวรกายที่แข็งแรง ทั้งยังดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง เพราะได้ยาสมุนไพรบำรุงร่างกาย จากหมอเทวดาที่เป็นสหายคนสำคัญอยู่เป็นประจำ จึงยังคงมีค่ำคืนที่แสนหวาน กับบรรดานางสนมคนสำคัญของพระองค์อยู่เป็นประจำ“ฝ่าบาท องค์ชายใหญ่จะเดินทางกลับมาเมืองหลวงเมื่อไหร่เพคะ หม่อมฉันเป็นกังวลยิ่งนัก นี่ก็จวนจะถึงวันแต่งตั้งองค์รัชทายาทอยู่แล้ว”น้ำเสียงหวานเอ่ยข้างใบหูของบุรุษ ที่ตักตวงความสุขจากร่างกายของนางมาจวบจนค่อนคืน ทว่าก็ดูจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่มากล้น ซึ่งมากกว่าในยามปกติ แต่บุรุษที่กำลังอยู่ในอารมณ์พิศวาส ก็ไม่ทันได้ฉุกคิดอันใดให้มากความ หวงกุ้ยเฟยตั้งใจปรนนิบัติพระสวามีด้วยความเต็มใจ เพราะนาน ๆ ทีฮ่องเต้จะมาค้างคืนที่ตำหนักของนางสักครั้ง เนื่องจากส่วนใหญ่พระองค์ จะนอนค้างที่ตำนักของฮองเฮาเสียมากกว่า
Read more

ส่งมอบของหมั้น

“จ้าวหย่งเจี้ยนมาบอกกล่าวกับข้าว่า บุตรสาวคนรองของเขาออกไปไหนมาไหนกับเจ้า จนชาวเมืองเริ่มเอาไปนินทาให้เสื่อมเสียเกียรติ หากพวกเจ้ามีใจให้แก่กัน ก็ทำเรื่องหมั้นหมายเสียให้เรียบร้อย ฝ่ายหญิงจะได้ไม่ถูกชาวเมืองนินทาว่าร้าย”น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยออกมากับน้องชายที่เขารักมากที่สุด น้องชายรักใครเขาจะจัดการงานแต่งให้ด้วยตนเอง“พี่ใหญ่ ข้ามิได้มีใจให้จ้าวอิงเถาเลยแม้แต่น้อย จะหมั้นหมายกับนางได้เยี่ยงไร ชีวิตนี้ข้าจะแต่งงานกับสตรีที่รักเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้มีสตรีเดินเพ่นพ่านเต็มตำหนัก” อ๋องหนานกล่าวอธิบายแก้ไขความเข้าใจผิดกับพี่ชาย ทั้งยังนึกรังเกียจไปถึงเสนาบดีจ้าวหย่งเจี้ยน ที่มาบอกเล่าความเท็จทั้งยังแต่งเสริมเติมแต่งเรื่องราว จนพี่ชายของเขาเข้าใจผิดเป็นการใหญ่ “แต่พวกเจ้าสองคนก็นัดหมายพบเจอกัน ทั้งยังออกไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้ง ไม่ให้เรียกพึงใจจะให้ข้าเรียกว่ากระไร หากจะแต่งนางเป็นชายารองก็ย่อมได้ พวกเราเกิดในตระกูลของราชวงศ์หนานต้องทำใจให้ได้ เพราะความรักอาจจะไม่ใช่ทุกสิ่งที่นำทางชีวิต” ฮ่องเต้กำลังนึกแปลกใจ เพราะเรื่องราวที่สหายสนิทบอ
Read more

กล้าทำก็กล้ายอมรับ

ราชครูโจวรีบเดินออกจากห้องหนังสือ ระหว่างนั้นโจวฮูหยินก็รีบเดินออกมาจากห้องปักผ้าเช่นกัน เพราะต้องการออกไปดูว่าเกิดอันใดขึ้นที่บริเวณหน้าจวน จึงได้มีเสียงผู้คนพูดคุยกันจนนางไม่มีสมาธิในการปักผ้า “ท่านพี่เกิดเรื่องอันใดขึ้นเจ้าคะ ข้าได้ยินเสียงผู้คนมากมาย พูดคุยกันเสียงดังอยู่หน้าจวนของเรา” น้ำเสียงอ่อนหวานแม้ในยามเร่งรีบได้เอ่ยถามสามี กิริยามารยาทของโจวฮูหยิน ช่างงดงามชดช้อยและอ่อนหวาน ประกอบกับใบหน้าที่ยังคงความงามไม่เสื่อมคลาย จนผู้เป็นสามีต้องหยุดมองอย่างชื่นชมและหลงใหล ไม่แพ้เมื่อครั้งที่ทั้งสองคนยังเป็นหนุ่มสาว “ฮูหยิน ออกไปหน้าจวนกับข้า ยามนี้ท่านอ๋องหนานกงชิง ขนขบวนของหมั้นหมาย มามอบให้ลี่เอ๋อร์ลูกสาวของเรา” “เป็นไปได้เยี่ยงไรเจ้าคะ ก็ท่านอ๋องรังเกียจลูกสาวของเรา จนผู้คนรับรู้กันทั่วเมืองหลวง” “อืม เป็นไปแล้วฮูหยิน พวกเรารีบออกไปสอบถามดูกันเถิด” มือใหญ่เข้ามากอบกุมมือนุ่มนิ่มของเมียรัก ให้ก้าวเดินออกไปรับฟังเรื่องราวของบุตรสาวพร้อม ๆ กัน จะเกิดเรื่องอันใดขึ้นพวกเขาทั้งสองคน ก็จะร่วมแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน
Read more

แต่งตั้งรัชทายาท

“ส่งข่าวบอกหวังจ้าน ให้ตามดูแลลี่เอ๋อร์อย่างใกล้ชิด อย่าให้บุรุษหน้าไหนเข้าใกล้นางมากจนเกินไป และเมื่อไหร่ที่บุรุษหน้าขาวผู้นั้น มาอ่านตำราที่หน้าเรือนของนาง ให้หวังจ้านอยู่ข้าง ๆ คอยจับตามองพฤติกรรมของทั้งสองคน แล้วเขียนรายงานข้าอย่างละเอียด” “ขอรับ” วันเวลาผันผ่านไป 1 อาทิตย์แล้ว วันนี้เป็นวันแต่งตั้งองค์รัชทายาทของแคว้นหนาน งานเลี้ยงเฉลิมฉลองถูกจัดขึ้นที่ท้องพระโรงของวังหลวง ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายสามารถพาฮูหยินเอก กับบุตรสาวและบุตรชายที่เกิดจากฮูหยินเอก เข้าร่วมงานเลี้ยงได้ทุกคน ในส่วนของขุนนางชั้นผู้น้อย ไม่สามารถพาครอบครัวเข้าร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ได้ เพราะต้องจำกัดจำนวนคนในการเข้าร่วมงาน เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เนื่องจากงานนี้บรรดาเชื้อพระวงศ์ทุกคน จะต้องเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน รวมไปถึงพระสนมคนสำคัญของฮ่องเต้ วันนี้อ๋องหนานกงชิง ฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์หรูหรา เต็มยศถาบรรดาศักดิ์อ๋องแห่งแคว้นหนาน เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงสำคัญของพระราชวัง ซึ่งนาน ๆ ครั้งจึงจะได้มีโอกาส จัดงานเลี้ยงที่เต็มพิธีการเช่นงานในครั้งนี้ ท
Read more

ลงดาบ

‘สตรีดอกบัวขาว เดินมาแสดงตนถึงที่เชียวหรือ’ “ท่านอ๋อง ไปนอนพักที่ห้องรับรองของพระราชวังเถิดเพคะ พระองค์คงจะดื่มสุราจนมึนเมามากแน่แล้ว ถึงได้หน้าแดงเช่นนี้ ประเดี๋ยวหม่อมฉันจะนำโอสถแก้มึนเมาไปให้ดื่มนะเพคะ”อ๋องหนานยังอยู่ในอาการสงบนิ่ง ทว่าใบหน้ากลับแดงก่ำ จนสตรีที่เดินเข้ามาใหม่นึกย่ามใจว่า ยามนี้ยาคงออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว จึงได้รีบเดินเข้าไปเพื่อประคองร่างสูงใหญ่ ให้ลุกขึ้นยืนด้วยความหวังดีชิ้งงงงงง!!!!เสียงดาบเล่มยาวที่คมกริบ ถูกวาดออกมาตรงหน้าของสตรีไม่กลัวตาย“ทะ…ท่านอ๋อง ยกดาบขึ้นมาทำไมเพคะ” จ้าวอิงเถาเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ ทว่าไม่กล้าส่งเสียงดังเพราะเกรงว่าผู้คนในงาน จะมาพบเห็นเหตุการณ์อันน่าอับอายนี้“กุดหัวพวกน่ารังเกียจ หากยังรักตัวกลัวตายก็ถอยออกไปให้ห่าง อย่าได้ริอ่านมาแตะเนื้อต้องตัวข้า แต่ถ้าเจ้าอยากลิ้มลองความคมกริบ ของสหายรักของข้าก็ย่อมได้”ใบหน้าที่ถมึงทึง ประกอบกับน้ำเสียงที่ดุดัน ทำให้จ้าวอิงเถาตกใจจนหน้าซีดเผือด ทั้งยังนึกน้อยใจที่บุรุษในดวงใจมองไม่เห็นถึงความหวังดี ที่นางมีให้กับเขาเลยสักนิด“หม่อมฉันแค่เพียงหวังดี จะพาท่านอ๋องไปนอนพักผ่อน เหตุใดจึงทร
Read more

เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า

ผ่านไปหนึ่งก้านธูป หวังเจียงกับหน่วยพยัคฆ์อีก 10 คน ก็กลับมารายงานให้เจ้านายรับรู้ ในสิ่งที่เขาพึ่งได้พบเห็น เพราะกลุ่มบุรุษชุดดำ ที่ตามมาช่วยสตรีกับบุรุษอีก 2 คนที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มโจร พึ่งปรากฏกายให้พวกเขาได้พบเห็น “ท่านอ๋องขอรับ พวกกระหม่อมพบเจอพี่หวังจ้าน กำลังต่อสู้อยู่กับกลุ่มโจรป่าด้วยขอรับ หรือว่าสตรีผู้นั้นจะเป็นท่านหมอโจวลี่เซียน เพราะนางสวมผ้าปิดบังใบหน้าเอาไว้ เหมือนในรูปวาดที่ท่านอ๋อง เคยส่งมาให้หน่วยพยัคฆ์ดูเลยขอรับ” หวังเจียงรีบกล่าวรายงานในสิ่งที่เขาได้รับรู้ เกี่ยวกับกลุ่มคนที่ท่านอ๋อง ให้พวกตนนำกำลังไปช่วยเหลือ ซึ่งยามนี้พวกโจรทั้ง 10 คน ก็ถูกหน่วยพยัคฆ์สังหารจนหมดสิ้นแล้ว “ว่ากระไรนะ เจ้าพบเจอใคร หวังเจียง!!” ด้วยความตกใจ อ๋องหนานจึงตะโกนออกมาเสียงดังลั่นป่า เมื่อได้ยินว่าหวังจ้าน หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ ที่เขาส่งมาดูแลโจวลี่เซียนที่เมืองไห่หนาน กำลังต่อสู้อยู่กับกลุ่มโจรที่กลางป่า เช่นนั้นก็แสดงว่าสตรีที่สวมผ้าปิดบังใบหน้า ก็คือคู่หมั้นของเขาไม่ใช่หรือ “พี่หวังจ้านขอรับ กับหน่วยพยัคฆ์อีก 4 คน” หวัง
Read more

ค้างคืนในถ้ำ

หลังจากนั้น หวังเจียง ก็นำกำลังไปค้นที่ศพทุกศพอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่พอจะเป็นหลักฐานได้ นอกเสียจากรอยสลักที่ต้นคอรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกศพ “รอยสลักเช่นนี้คงจะเป็นคนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นแน่ ข้ามั่นใจว่าไม่ใช่โจรป่าธรรมดา” อ๋องหนานกล่าวแสดงความคิดเห็นออกมาทันที เมื่อได้เห็นรอยสลักที่ต้นคอของกลุ่มโจรทั้ง 10 คน เพราะรูปแบบเช่นนี้เห็นจะเป็นคนในยุทธภพเป็นแน่ “พระจันทร์ เย่วอิง พิษเหมันต์ หมอเทวดา” ลี่เซียนค่อย ๆ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลที่นางนึกสงสัยอยู่ในใจ แล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ คนเดียว “ท่านอาจารย์ ท่านอ๋อง ฮูหยินรองของขุนนางผู้หนึ่ง จะหาพิษเหมันต์ที่หายากมากที่สุดในยุทธภพ มาจากไหนได้บ้างเจ้าคะ” เมื่อลี่เซียนตกตะกอนความคิดได้แล้ว จึงเอ่ยสอบถามผู้มีความรู้เรื่องยุทธภพทั้งสองคน เพราะเรื่องราวในยุทธภพนางก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไร“ลี่เอ๋อร์สงสัยฮูหยินรองของเจ้าเมืองไห่หนานหรือ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของอ๋องหนานเอ่ยถามออกไป ซึ่งยามนี้เขาก็เริ่มที่จะเห็นด้วยกับนางแล้วเช่นเดียวกั
Read more

หาเรื่องใส่ตัว

เช้าตรู่ของวันใหม่ เมื่อทุกคนจัดการตนเองเรียบร้อยแล้ว ม้าเหงื่อโลหิตของหมอไท่จงเสียนก็เคลื่อนตัวนำขบวนออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่สำนักหมอเทวดาแห่งเมืองไห่หนาน สวีจิ้นหยางขี่ม้าตามท่านอาจารย์ของเขาไปติด ๆ แววตาของหมอหนุ่มเศร้าสร้อย เมื่อได้รับรู้ว่าศิษย์น้องที่ตนพึงใจมีคู่หมั้นคู่หมายเสียแล้ว ทั้งยามนี้บุรุษผู้นั้นก็ยังตามมาอยู่ด้วยถึงเมืองไห่หนาน เห็นทีว่าโอกาสทำคะแนนของเขาคงหมดลงแล้วเป็นแน่ ลี่เซียนก้มหน้างุดอยู่ในอ้อมกอดของอ๋องหนาน ด้วยความเขินอายกับสายตาของคนเจ้าเล่ห์ เพราะเมื่อช่วงเช้าก่อนที่ทุกคนจะตื่น ริมฝีปากร้ายกาจที่ยามนี้กำลังกระตุกยิ้มที่มุมปาก ได้ดูดกินยอดถันของนางอยู่เนิ่นนานจนเขาพอใจ ถึงได้ยอมปล่อยให้นางออกไปล้างหน้าล้างตาที่ลำธาร เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางกลับสำนักหมอเทวดา หน่วยพยัคฆ์ของอ๋องหนานทั้ง 50 คน ก็เร้นกายหายไปกับสายลม มีเพียงองครักษ์ฟานจงเท่านั้น ที่ขี่ม้าเหงื่อโลหิตประจำตำแหน่งปิดท้ายขบวนเดินทาง ยามนี้คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่มีวรยุทธ์ไม่ถึงขั้นสูง จะมองเห็นเพียงม้าสี่ตัวกับกลุ่มผู้เดินทางเพียง 5 คน ที่เคลื่อนตัวตามกันเข้าไปในป
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status