All Chapters of ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ: Chapter 21 - Chapter 30

49 Chapters

ถูกลอบโจมตี

ด้านนอกรถม้าเหลียงเหว่ย นั่งกอดอกสัปหงกอยู่ข้างคนขับรถม้า หมวกสานใบเก่าปิดหน้าไปครึ่งหนึ่ง ศีรษะโยกไปตามแรงกระเทือนของรถ ดูเหมือนคนหลับลึกที่ไม่มีพิษสง แต่ภายใต้หมวกสานนั้น... หูของเขากระดิกเล็กน้อยน้อยคนนักที่จะล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของบุรุษหน้าง่วงผู้นี้ ในยุทธภพ เขาคือตำนานที่แทบจะถูกลืมเลือน... "เหลียงเหว่ย" อดีตศิษย์ฆราวาสแห่งวัดเส้าหลิน ผู้ได้รับการจารึกชื่อลงในหอคัมภีร์ว่าเป็น "อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในรอบห้าสิบปี"เมื่อสิบปีก่อน เขาคือผู้ที่สามารถฝ่าด่าน "สิบแปดมนุษย์ทองคำ" ได้ด้วยตัวคนเดียวโดยใช้เวลาเพียงแค่ธูปครึ่งดอกไหม้ ทว่า... ตลอดการต่อสู้อันดุเดือดนั้น ดวงตาของเขาปรือปรอยแทบจะปิดสนิท ท่วงท่าเชื่องช้าเนิบนาบดุจคนขี้เกียจ แต่กลับหนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขาและไร้ช่องโหว่ เพลงดาบของเขาดัดแปลงมาจากเพลงไม้เท้าตั๊กม้อ ผสานกับการเดินลมปราณแบบจำศีล ทำให้เขาสามารถสะสมพลังวัตรได้ตลอดเวลาแม้ในยามหลับใหลด้วยเหตุนี้ ชาวยุทธ์จึงขนานนามเขาด้วยความยำเกรงระคนขบขันว่า "อรหันต์นิทรา"แต่เพราะเขาเบื่อหน่ายกฎระเบียบที่เคร่งครัดของวัด และชอบแอบหนีไปงีบหลับบนขื่อศาลาจนเจ้าอาวาสเอือมระอา เข
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

เงาเหล็กสะบั้นวิญญาณ

ในยุทธภพมีคำกล่าวขานกันมาช้านานว่า... "ปลุกมังกรหลับยังพอเลี่ยง แต่หากปลุกอรหันต์นิทรา... เงาเหล็กจักถามหาชีวิต"บัดนี้ เหล่าโจรป่าผู้โชคร้ายกำลังจะได้ประจักษ์แก่สายตาว่าคำกล่าวนั้นหาได้เกินจริงไม่เมื่อ เหลียงเหว่ย ก้าวลงจากรถม้า บรรยากาศง่วงงุนและท่าทางเกียจคร้านที่เคยมีมลายหายไปสิ้น ดวงตาที่เคยปรือปรอยบัดนี้เบิกโพลง สาดประกายอำมหิตดุจเทพเจ้าแห่งสงคราม เขากระชับดาบใหญ่สีดำทมึนในมือ... ดาบที่ไร้ความคมวาววับ แต่หนาหนักและดูหยาบกร้านราวกับท่อนเหล็กกล้า"เข้ามา!" เสียงคำรามของเหลียงเหว่ยดังกึกก้องราวกับระฆังวัดเส้าหลินที่ถูกตีด้วยค้อนเหล็ก คลื่นลมปราณกระแทกออกรอบตัวจนฝุ่นตลบเหล่าโจรป่าชะงักไปชั่วครู่ด้วยความหวาดหวั่น แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่า หัวหน้าโจรจึงตะโกนสั่ง "ฆ่ามัน! มันมีแค่คนเดียว!"โจรห้าคนแรกพุ่งเข้ามาพร้อมดาบและขวาน เหลียงเหว่ยไม่หลบเลี่ยง เขาเพียงแค่วาดดาบใหญ่ในมือออกไปเป็นวงกว้างด้วยท่วงท่าที่ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เพลงดาบ "วชิระปราบมาร"ตูม!!เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ดาบใหญ่สีดำกวาดปะทะอาวุธของเหล่าโจรจนหักสะบั้นปลิวว่อน ไม่เพียงแค่นั้น แรงอัดกระแทกยังส่งร่างของโจรทั้งห้ากร
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

เข็มพิรุณสั่งลา

จากยอดไม้สนสูงเหนือรถม้า เงาร่างสีดำทมิฬ สายหนึ่ง ร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียงราวกับใบไม้ร่วง ไม่ใช่โจรป่าท่าทางดิบเถื่อนเหมือนกลุ่มเมื่อครู่ แต่คนผู้นี้สวมชุดดำรัดกุมปิดหน้ามิดชิด รองเท้าบุผ้าเก็บเสียง ยืนนิ่งงันขวางหน้ารถม้าดั่งภูตผีและอาวุธในมือของมันไม่ใช่ดาบหรือกระบี่... แต่เป็น "ตะขอเหล็ก" ขนาดมหึมา ปลายแหลมโค้งงอน่าสยดสยอง ประกายโลหะสีดำมะเมื่อมสะท้อนแสงแดดดูคล้ายเขี้ยวของอสูรร้ายที่พร้อมจะเกี่ยววิญญาณคนเป็นสิ่งที่แตกต่างที่สุดคือ... รังสีฆ่าฟัน หากพวกเมื่อกี้คือหมาป่าที่หิวกระหาย นักฆ่าผู้นี้คือ "งูพิษ" ที่เลือดเย็นและไร้ความรู้สึก กลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากร่างของมันรุนแรงเสียจนอากาศรอบรถม้าเย็นยะเยือกลงทันตาเสี่ยวอวิ๋นกำไม้ไผ่ในมือแน่นจนข้อขาว เหงื่อเย็นซึมกลางฝ่ามือ ‘แผนล่อเสือออกจากถ้ำ... นักฆ่าตัวจริงมาแล้ว’นักฆ่าชุดดำสะบัดข้อมือเบาๆ ตะขอเหล็กในมือส่งเสียงแหวกอากาศหวีดหวิว ปลายตะขอชี้ตรงมาที่ม่านรถม้า เป้าหมายของมันชัดเจน... ชีวิตของคนที่อยู่ข้างใน!บรรยากาศรอบรถม้าเย็นยะเยือกจนแทบหยุดหายใจ นักฆ่าชุดดำผู้นั้นไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใด ไม่มีการเจรจาข่มขู่ มีเพีย
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

รอดจากปากเสือ

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!จากส่วนปลายของซี่พัดเหล็กทุกซี่ เข็มเงินเล่มเล็กจำนวนนับสิบเล่มถูกกลไกสปริงดีดพุ่งออกมาพร้อมกันราวกับห่าฝน! มันพุ่งเข้าใส่ใบหน้าและลำตัวของนักฆ่าในระยะเผาขน!แม้มันจะเป็นเพียงเข็มเย็บผ้าธรรมดาที่ไม่อาบพิษร้ายแรง แต่มันมีความแหลมคมและความเร็วสูงในระยะประชิด หากเข้าตาหรือจุดสำคัญก็อาจทำให้ตาบอดได้"อึก!" นักฆ่าร้องในลำคอด้วยความตกใจ มันรีบยกแขนเสื้อขึ้นปัดป้องและดีดตัวม้วนหลังหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อหลบวิถีเข็ม ติง! ติง! ติง! เสียงเข็มบางส่วนกระทบกับตะขอเหล็กและปลอกแขนของมันร่วงกราวลงพื้น บางส่วนปักเข้าที่ไหล่เสื้อของมันมันลงมายืนตั้งหลักบนพื้นห่างจากรถม้าไปสามวา จ้องมองเข็มเงินที่ปักอยู่บนแขนเสื้อด้วยความระแวง ‘อาวุธลับระยะประชิด? องค์ชายผู้นี้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้รึ?’เสี่ยวอวิ๋นที่เตรียมจะกระโจนออกไป ถึงกับชะงักค้าง นางมองฉีเฟิงที่นั่งหอบหายใจ แขนสั่นระริก แต่ในมือยังถือพัดเหล็กชูไว้อย่างผู้ชนะ ‘คนผู้นี้... มีของเล่นซ่อนไว้อีกกี่ชิ้นกันแน่?’ยังไม่ทันที่นักฆ่าจะได้ตั้งตัวโจมตีระลอกสอง เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดุจราชสีห์ก็ดังมาจากด้านหลัง"บังอาจ!!"เงาร่างใหญ่โ
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

ใต้หน้ากาก

ห่างออกไปหลายลี้ ท่ามกลางป่าสนที่เงียบสงัดและปกคลุมด้วยไอเย็น เงาร่างสีดำที่เพิ่งหลบหนีจากการปะทะ พลิ้วกายลงสัมผัสพื้นหญ้าอย่างแผ่วเบาไร้เสียง เขาหยุดยืนอยู่ริมลำธารเล็กๆ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและร่องรอยการติดตาม เมื่อมั่นใจว่าไม่มี "เงาเหล็ก" ของเหลียงเหว่ยตามมา เขาก็ผ่อนลมหายใจยาวมือภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมขึ้นปลดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าคร้ามแดดที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว... เขาคือ จ้าวเหมิง องครักษ์คนสนิทขององค์ชายห้า!จ้าวเหมิงก้มลงมองที่ไหล่ซ้ายของตน บนเนื้อผ้าสีดำหนา มีวัตถุสีเงินเล็กๆ ปักคาอยู่สามสี่เล่ม เขาดึงมันออกมาทีละเล่มอย่างไม่ยี่หระ... มันคือ "เข็มเย็บผ้า" ธรรมดาๆ ปลายเข็มไม่มีสีคล้ำ ไม่มีการอาบยาพิษ เป็นเพียงเข็มราคาถูกที่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป"หึ... เข็มเย็บผ้า?" จ้าวเหมิงแค่นหัวเราะในลำคอ พลางดีดเข็มทิ้งลงพื้นอย่างดูแคลน "ของเล่นเด็กน้อย... คิดว่าจะทำอันตรายข้าได้งั้นรึ?"แรงดีดจากกลไกพัดนั้น แม้จะรวดเร็วและแม่นยำ แต่มันเบาเกินกว่าจะทะลวงลมปราณคุ้มกันของยอดฝีมือระดับเขาได้ อย่างมากก็แค่ทำให้ระคายเคืองผิว หรือสร้างความรำคาญใจแต่ทว่า... แววตาของจ้าวเหมิงก
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

เดินทางต่อ

เมื่อฝุ่นควันจางหายและความเงียบกลับคืนสู่ป่าสน เหลียงเหว่ย เก็บดาบเข้าฝัก เขารีบก้าวเท้าเข้ามาคุกเข่าลงข้างรถม้า ประสานมือคารวะด้วยสีหน้าสำนึกผิดอย่างรุนแรง เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผม ไม่ใช่เพราะเหนื่อยจากการต่อสู้ แต่เพราะความตระหนกที่ตนเองเสียรู้ศัตรู"องค์ชาย... กระหม่อมสมควรตาย! กระหม่อมหละหลวม ปล่อยให้ศัตรูล่อเสือออกจากถ้ำ จนเกือบทำให้พระองค์ต้องมีภัย!" เสียงของอดีตศิษย์เส้าหลินสั่นเครือฉีเฟิงยืนพิงกรอบประตูรถม้าที่ม่านขาดวิ่น เขายกพัดเหล็กขึ้นมาเคาะไหล่เหลียงเหว่ยเบาๆ สองสามที "เล่าเหลียงเอ๋ยเล่าเหลียง..." น้ำเสียงขององค์ชายไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับเจือไปด้วยความขบขัน "เจ้าอุตส่าห์ผ่านด่านมนุษย์ทองคำมาได้ แต่กลับมาตกม้าตายเพราะลูกไม้ตื้นๆ ตามตลาดสดเนี่ยนะ? เฮ้อ... สงสัยอยู่วัดนานไปหน่อย ตามเล่ห์เหลี่ยมคนเลวไม่ทันเสียแล้ว"เหลียงเหว่ยหน้าแดงก่ำ ก้มหน้าต่ำกว่าเดิม "กระหม่อม...""ช่างเถอะๆ ลุกขึ้นได้แล้ว ยิ่งคุกเข่ายิ่งเสียเวลา" ฉีเฟิงโบกมือตัดบท ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางคนขับรถม้าที่นอนร้องโอดโอยอยู่ "ไปดู 'หมิงเหอ' หน่อย โดนที่ไหล่ขวา แผลไม่ลึกมากหรอก แต่เสียเลือดไปพอสมควร เจ้า
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

อัสดงบูรพา

ถนนสายนี้มิใช่ทางเกวียนทุรกันดารเยี่ยงชาวบ้านร้านตลาดใช้สัญจร หากแต่เป็นเส้นทางอัสดงบูรพาถนนโบราณสายเก่าแก่ที่ถูกตัดขึ้นตั้งแต่ยุคปฐมกษัตริย์ทรงสถาปนาราชวงศ์ แผ่นหินสีเขียวคล้ำที่ปูเรียงรายทอดยาวตลอดสายนั้น ผ่านการบดอัดจากล้อรถม้าและกีบม้าศึกมานับร้อยหนาวจนผิวหน้าเรียบเนียนราวกับกระจก หินทุกก้อนล้วนเก็บงำเรื่องราวการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมานับไม่ถ้วนยามปกติแล้ว ระยะทางจากประตูวังหลวงมุ่งหน้าสู่เขตตัวเมืองชั้นนอกนั้น มิได้ไกลเกินกว่ากำลังม้าจะวิ่งถึง เพียงใช้เวลาควบขับราวสามถึงสี่ชั่วยาม ก็สมควรจะได้เห็นแสงไฟระยิบระยับของย่านการค้าและโรงเตี๊ยมที่คึกคัก ทว่า... ในความเป็นจริง ระยะทางที่ดูเหมือนใกล้เพียงเอื้อมมือคว้านั้น กลับถูกขวางกั้นด้วยอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาลของเขตพระราชฐานชั้นนอกวังหลวงแห่งนี้มิได้มีเพียงกำแพงสูงเสียดฟ้าเป็นขอบเขต หากแต่กินพื้นที่ครอบคลุมภูเขาลูกย่อมๆ และป่าสนทึบสลับซับซ้อนนับสิบลี้ เพื่อใช้เป็นทั้งฉากบังหน้า อุทยานล่าสัตว์ และป้อมปราการธรรมชาติ ความยิ่งใหญ่ของมันทำให้ผู้เดินทางบนถนนสายนี้รู้สึกต้อยต่ำราวกับมดปลวกที่กำลังไต่ไปบนสันหลังของมังกรนิทรา ต้นสนสูงใหญ่สองข้า
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

เมามายหน่ายโลกา

เมื่อรถม้าแล่นผ่านประตูเมืองเข้าสู่ถนนปูหินเรียบในเขตชั้นใน ความวุ่นวายภายนอกถูกแทนที่ด้วยระเบียบแบบแผนของเมืองหลวง เหลียงเหว่ยกระตุกเชือกม้าเบาๆ เพื่อชะลอความเร็ว ก่อนจะเอ่ยถามผ่านช่องหน้าต่างด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน "นายท่าน... เข้าเขตชั้นในแล้ว จะให้ข้าน้อยมุ่งหน้าไปที่จวนรับรองของกรมเมืองเลยหรือไม่ขอรับ? ท่านเจ้ากรมคงจัดเตรียมทหารยามไว้อารักขาแน่นหนา ปลอดภัยไร้กังวล...""จวนกรมเมือง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมาจากในรถม้า ตามมาด้วยเสียงพับพัดเก็บฉับ "เล่าเหลียง... เจ้าติดตามข้ามาก็นาน น่าจะรู้ใจข้าดีที่สุด ข้าเพิ่งผ่านเรื่องเฉียดตายมาหยกๆ ขวัญหนีดีฝ่อไปหมด จะให้ไปนอนดมกลิ่นธูปกลิ่นเอกสารในสถานที่น่าอึดอัดพรรค์นั้นหรือ?""แต่ว่า...""ไม่ต้องแต่" ฉีเฟิงเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ไปที่ 'หอเมามายหน่ายโลกา' คืนนี้ข้าต้องการสุราอุ่นๆ และดนตรีขับกล่อมให้ลืมเรื่องร้ายๆ"... รถม้าหรูจอดเทียบท่าหน้าอาคารไม้สักสูงสามชั้น แสงโคมไฟสีแดงนับร้อยดวงส่องสว่างไสว ขับเน้นความหรูหราอลังการที่เชื้อเชิญเหล่าบุรุษผู้มั่งคั่งให้เข้ามาลุ่มหลง ที่เสาไม้คู่หน้าทางเข้าสลักเสลาลวดลายวิจิตร มีแผ
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

เทพธิดาหิมะหยก

บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยตัณหาราคะ กลับกลายเป็นความคาดหวังที่กดดันและศักดิ์สิทธิ์ เสียงระฆังใบเล็กกังวานใสขึ้นสามครั้ง กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง..."ดูเหมือนข้าจะมาได้จังหวะพอดีสินะ" ฉีเฟิงกระซิบ มุมปากยกยิ้มอย่างมีความนัย "คืนนี้ 'นาง' จะขึ้นแสดง..."เสี่ยวอวิ๋นขมวดคิ้ว "นาง?"แม่เล้าจินยิ้มกว้างจนตาหยี กระซิบเสียงกระเส่า "คุณชายฉีช่างมีวาสนา... วันนี้เป็นวันเพ็ญ พอดีกับรอบการแสดงของ 'ฮวาขุย' (ยอดบุปผา) อันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง นางไม่รับแขก ไม่ขายเรือนร่าง ขายเพียงเสียงพิณและรอยยิ้ม... ใครอยากยลโฉม ต้องมีวาสนาและเงินตรามากพอเท่านั้น"ทันใดนั้น ม่านไหมสีแดงสดบนเวทีก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมเย็นๆ คล้ายดอกเหมยลอยอบอวลไปทั่วห้อง ท่ามกลางหมอกควันจางๆ ที่ถูกสร้างขึ้น ร่างอรชรในชุดผ้าแพรสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกฤดูปรากฏตัวขึ้น นางนั่งสงบนิ่งอยู่หลังกู่เจิง (พิณจีน) ตัวยาว"ไป๋มู่ตาน" (โบตั๋นขาว) ฉายา "เทพธิดาหิมะหยก"ใบหน้าของนางงดงามหมดจดราวกับหยกสลัก ผิวขาวผ่องตัดกับเรือนผมสีดำสนิทที่เกล้าขึ้นอย่างประณีต ปักปิ่นเงินรูปผีเสื้อที่ดูเหมือนจะขยับปีกได้ยามนางขยับตัว ดวงตาคู่สวยหวานหยาดเยิ้ม
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

สกุนาขับขาน

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมหอเมามายหน่ายโลกา ราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดไปชั่วขณะ ไป๋มู่ตานกรีดนิ้วลงบนสายกู่เจิงเบาๆ เสียงโน้ตตัวแรกดังกังวานใสแต่แฝงความโศกเศร้าลึกล้ำ ราวกับหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนพื้นหิน ริมฝีปากสีชาดขยับเอื้อนเอ่ยบทเพลง เสียงของนางมิได้แหลมสูงจนบาดหู แต่ทุ้มนุ่มนวลและเยือกเย็น ราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขาหิมะ"ที่นี่มีเพียง ความเมามาย เรื่องวุ่นวาย ทั้งหลาย ทิ้งไปสิ้น เสพสุรา เคล้านารี มิยลยิน เรื่องแผ่นดิน ฟ้าดินไซร้ ไม่นำพา"ช่วงแรกของบทเพลง ท่วงทำนองยังคงราบเรียบฟังสบาย เหล่าขุนนางและพ่อค้าเศรษฐีต่างพากันโยกศีรษะตามจังหวะ ยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะเนื้อหาช่างตรงกับใจของพวกเขาที่หนีความจริงเข้ามาหาความสุขสำราญฉีเฟิงเองก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ ตามจังหวะ ใบหน้าประดับรอยยิ้มเจ้าสำราญ "ร้องได้ดี... เข้ากับบรรยากาศยิ่งนัก"ทว่า... เมื่อนิ้วเรียวของนางสะบัดพลิกแพลง ท่วงทำนองที่เคยรื่นรมย์พลันเปลี่ยนเป็นวังเวงและหดหู่"จอกหนึ่งเท ให้ลมพัดเลือนลาง ดาบเก่าห้อยข้าง ไร้ทางหวนคืนหา เคยลั่นสัตย์ ใต้เงาจันทร์อันว่างเปล่า บัดนี้กลับ หลงเงา แห่งสุรา"จังหวะพิณเริ่มกระชั้นขึ้น เลียนเสียงล
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status