All Chapters of ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ: Chapter 11 - Chapter 20

67 Chapters

เงาทะมึนเหนือหอเทียนลู่

รัตติกาลมาเยือนวังต้องห้ามอีกครา คืนนี้พระจันทร์ข้างแรมถูกเมฆหนาบดบัง เหลือเพียงแสงสลัวรางที่ส่องกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบสีดำสนิท ลมหนาวหวีดหวิวพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุ ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของวิญญาณบรรพชนที่วนเวียนเล่าขานตำนานเก่าแก่ลึกเข้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นที่ตั้งของอาคารสูงสามชั้นที่ดูทะมึนและแยกตัวโดดเดี่ยวจากตำหนักอื่น มันคือ "หอเทียนลู่" (หอบันทึกฟ้า)สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือน "ความทรงจำ" ของราชวงศ์หมิง เก็บรักษาบันทึกประวัติศาสตร์ พงศาวดาร ราชโองการ และที่สำคัญที่สุด... "บันทึกลับ" เกี่ยวกับคดีความและความผิดของขุนนางที่ถูกลบชื่อออกจากทำเนียบ ตัวอาคารสร้างด้วยไม้หนานมูสีดำทนทานต่อไฟและแมลง กลิ่นอายของมันชวนให้รู้สึกอึดอัดและวังเวง ประตูทางเข้าถูกล่ามโซ่ตรวนหนาแน่น มีทหารองครักษ์เกราะทองเดินตรวจตราเวรยามเข้มงวดตลอดทั้งคืนแต่สิ่งที่ทำให้หอเทียนลู่ดูลึกลับและไม่เป็นมิตรต่อคนนอก ไม่ใช่เวรยามหรืออาถรรพ์ หากแต่เป็น "ทำเลที่ตั้ง" ของมันด้านทิศตะวันตกของหอเทียนลู่ มีกำแพงสูงกั้นเพียงบางๆ ติดกับตำหนักอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ประดับประดาด้วยรูปปั้นพยัคฆ
Read more

ปะทะเจ้าเหมิง

เขาคือ "จ้าวเหมิง" องครักษ์คนสนิทขององค์ชายห้า!"นึกว่าใคร..." จ้าวเหมิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาจับจ้องมาที่นางแอ่นสาวในชุดดำราวกับพยัคฆ์จ้องเหยื่อ "ที่แท้ก็พวกแมวขโมยกระจอก... แต่มีวิชาตัวเบาที่ไม่เลวเลยนี่ หลบหินของข้าพ้น"เสี่ยวอวิ๋นกำหมัดแน่น เหงื่อเย็นซึมชื้นกลางฝ่ามือ พัวพันต่อไปไม่ดีแน่ อย่าว่านางมีบรรทัดเหล็กที่ชาวมิจฉาชีพใช้สะเดาะกลอนตอนนี้ ต่อให้มีกระบี่คู่กายอยู่ในมือก็ไม่แน่จะเอาชัยได่้ นางต้องรีบหนี!แต่จ้าวเหมิงไม่เปิดโอกาสให้หายใจ "คิดจะหนีงั้นรึ? สายไปแล้ว!"ร่างยักษ์ของจ้าวเหมิงพุ่งทะยานลงมาจากกำแพงสูงราวกับก้อนหินยักษ์ถล่มทลาย ความเร็วของเขาขัดกับขนาดตัวอย่างสิ้นเชิง ในพริบตาเดียวเขาก็ประชิดตัวเสี่ยวอวิ๋น! ฝ่ามือขวาของเขาเกร็งพลังจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน วูบ! เสี่ยวอวิ๋นย่อตัวหลบฝ่ามือนั้นได้อย่างฉิวเฉียด ลมจากฝ่ามือพัดผ้าคลุมหน้าของนางจนสะบัดไหว นางใช้ท่าเท้า "เงาจันทร์เคลื่อนคล้อย" สไลด์ตัวอ้อมไปด้านหลังเขา นางไม่มีทางเลือก... นางชักบรรทัดเหล็กที่เหน็บเอวออกมา ตวัดสวนกลับไปเพื่อสกัดกั้นเคร้ง! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น แต่สิ่งที่ปะทะกับบรรทัดเหล็กของนางไม่ใ
Read more

เพลิงลวงตาและจั๊กจั่นลอกคราบ

สถานการณ์วิกฤตถึงขีดสุด เบื้องหน้าคือจ้าวเหมิง ยอดฝีมือผู้เหี้ยมโหดที่รู้ทันวรยุทธ์ของนาง เบื้องล่างคือทหารองครักษ์นับสิบนายที่กำลังแห่กันมาปิดล้อมพร้อมคบเพลิงสว่างไสว และภายในร่างกาย... ลมปราณเหมันต์ที่นางฝืนใช้เมื่อครู่กำลังตีกลับ ทำให้ช่องท้องปั่นป่วนราวกับถูกบิด ลมหายใจเริ่มติดขัดเสี่ยวอวิ๋นรู้ดีว่า หากสู้อีกเพียงกระบวนท่าเดียว นางต้องพ่ายแพ้และถูกจับกุมแน่นอน ‘สู้ด้วยแรงไม่ได้... ต้องสู้ด้วยเล่ห์’ดวงตาคมกริบของนางกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว ในสมองประมวลผลหาทางรอด สายตาของนางไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่ง... โคมไฟกระดาษทาน้ำมัน ขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่ตรงมุมชายคาของหอเทียนลู่ ซึ่งอยู่ห่างจากจ้าวเหมิงไปทางซ้ายเพียงไม่กี่ก้าว และตัวหอเทียนลู่นั้น... สร้างจาก ไม้เก่าแก่ ทั้งหลัง!นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แต่แทนที่จะหยิบอาวุธ นางกลับคว้า "ลูกไฟพกพา" (ฮั่วเจ๋อ) ที่เตรียมมาสำหรับส่องทาง นางจุดไฟอย่างรวดเร็ว แล้วขว้างมันออกไปสุดแรง!ไม่ได้ขว้างใส่จ้าวเหมิง... แต่ขว้างใส่ โคมไฟกระดาษ ที่แขวนอยู่!พรึ่บ! เปลวไฟลุกท่วมโคมกระดาษทันที น้ำมันที่หยดลงมากลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ไฟลุกลามไปยังชายคาไม
Read more

รอยยิ้มของพยัคฆร้ายและวรยุทธเทียนซาน

เพลิงไหม้ที่โคมไฟหน้าหอเทียนลู่ถูกดับลงแล้ว เหลือเพียงควันสีเทาจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ และกลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ที่ยังคงฉุนจมูก เหล่าทหารองครักษ์วิ่งวุ่นตรวจตราความเสียหายและค้นหาตัวคนร้ายกันจ้าละหวั่น แต่ไม่มีใครพบร่องรอยใดๆ เพิ่มเติม ราวกับผู้บุกรุกได้ระเหยกลายเป็นไอไปพร้อมกับเปลวเพลิงจ้าวเหมิง ยืนนิ่งอยู่บนกำแพงสูง จุดเดียวกับที่เขาประมือกับคนร้ายเมื่อครู่ เขายกแขนขวาที่ยังคงสั่นระริกขึ้นมาดู สายตาอันแหลมคมดุจพญาเหยี่ยวของเขากวาดมองไปในความมืด เขาไม่ได้มองไปทางสระบัวที่ทหารกำลังงมหากันอยู่... เพราะเขารู้ดีว่านั่นเป็นเพียงกลลวง เขามองย้อนกลับไป... ตามทิศทางที่ "นางกำนัลตกใจไฟไหม้" ผู้นั้นวิ่งหายไป รอยเท้าที่เปื้อนโคลนเล็กน้อยบนทางเดินหิน... แม้จะดูสะเปะสะปะเหมือนคนวิ่งหนีตาย แต่ทิศทางโดยรวมกลับมุ่งตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ และที่นั่น... คือที่ตั้งของ ตำหนักชิงเฟิง ขององค์ชายสี่มุมปากของจ้าวเหมิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก "หึ... วิ่งหนีกลับรังงั้นรึ? องค์ชายสี่... ดูเหมือนตำหนักของท่านจะเลี้ยง 'ของดี' เอาไว้เสียแล้ว"จ้าวเหมิงสะบัดแขนเสื้อ หันหลังกลับเข้าสู่ตำหนักของเจ้าน
Read more

โอสถทิพย์

ความวุ่นวายที่หอเทียนลู่ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว แต่สำหรับเสี่ยวอวิ๋น สงครามภายในร่างกายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นร่างบางในชุดนางกำนัลมอมแมมลัดเลาะกลับมาถึงเขตเรือนพักนางกำนัลท้ายตำหนักชิงเฟิงได้อย่างเงียบเชียบ ทันทีที่แน่ใจว่าไม่มีสายตาใครจับจ้อง ขาที่เคยก้าวเดินอย่างมั่นคงก็เริ่มสั่นเทา นางกัดฟันเดินโซซัดโซเซไปที่บ่อน้ำเก่าหลังเรือนพัก มือขาวซีดยึดขอบบ่อหินเย็นเฉียบไว้แน่นเพื่อพยุงกาย"อึก..." ความเจ็บปวดที่อัดอั้นมาตลอดทางระเบิดออกมาจากทรวงอก ลมปราณที่ปั่นป่วนจากการปะทะกับจ้าวเหมิงตีกลับอย่างรุนแรงพรวด! เสี่ยวอวิ๋นกระอักเลือดสีแดงคล้ำออกมาคำโต ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดของก้นบ่อน้ำ เสียงหยดเลือดกระทบผิวน้ำเบื้องล่างดัง จ๋อม เบาๆ ฟังดูคล้ายเสียงน้ำตาของปีศาจนางหอบหายใจหนักหน่วง ยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก "จ้าวเหมิง... หมัดเหล็กของมันรุนแรงยิ่งนัก... หากข้าไม่มี 'ลมปราณเหมันต์' คอยคุ้มกันชีพจรหัวใจเอาไว้ ป่านนี้ข้าคงได้เป็นผีเฝ้าหอเทียนลู่ไปแล้ว"นางลองโคจรลมปราณตรวจสอบอาการ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เส้นลมปราณหลักบอบช้ำสาหัส อวัยวะภายในได้รับแรงกระแทกจนเคลื่อน หากใช้วิธีเดินลมปราณรักษาตาม
Read more

รอยยิ้มหลังหน้ากากและขนมกุ้ยฮวาสั่งลา

ณ ตำหนักพยัคฆ์คำราม (ตำหนักองค์ชายห้า) บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนพระองค์ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็งสีเข้ม ประดับดาบและอาวุธโบราณแสดงถึงความดุดันของผู้เป็นเจ้าของ แสงเทียนสว่างไสวขับไล่ความมืดมิดของราตรียามโฉ่วองค์ชายห้า จูฉางฮ่าว นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้บุขนสัตว์ ท่าทางผ่อนคลายราวกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างบ้านเมื่อครู่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับตน บนโต๊ะเบื้องหน้า มีจานกระเบื้องเคลือบวางอยู่ ภายในบรรจุ "ขนมกุ้ยฮวา" (ขนมดอกหอมหมื่นลี้) สีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมหวานละมุน ซึ่งเป็นของว่างขึ้นชื่อประจำตำหนักของเขาองค์ชายห้าหยิบขนมขึ้นมากัดคำเล็กๆ เคี้ยวอย่างละเมียดละไม ก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบตาม "เป็นอย่างไรบ้าง จ้าวเหมิง?" เขาเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "จับหนูสกปรกตัวนั้นได้หรือไม่?"เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน จ้าวเหมิงยืนสงบนิ่งประสานมือคารวะ ภายนอกของเขาดูปกติทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยความเจ็บปวด สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ แม้ว่าภายในแขนขวาจะยังชาอยู่บ้างจากพิษสงของฝ่ามือเหมันต์ แต่เขาก็ใช้ลมปราณข่มมันไว้อย่างมิดชิด เขาเลือกที่จะ "ไม่รายงาน" เรื่องที่ศัตรูใช้วิชาของสำนักเทียนซ
Read more

ดอกกล้วยไม้ในเรือนร้าง

รุ่งเช้าวันใหม่ อากาศยังคงหนาวเย็นจับใจ แต่แสงแดดอ่อนๆ ก็พอจะช่วยบรรเทาความยะเยือกได้บ้าง หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืน ฉีเฟิง ดูเหมือนจะตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ทั้งที่เมื่อคืนมีเรื่องวุ่นวาย เขาจัดการตำหนักตัวเองด้วยวิธีการที่ไม่มีใครคาดคิด"ไปกันเถอะ!" ฉีเฟิงในชุดลำลองสีฟ้าอ่อน เดินนำขบวนนางกำนัลทั้งสี่คน มุ่งหน้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในสุด... ส่วนที่เงียบเหงาและห่างไกลผู้คนที่สุดทางเดินหินเริ่มมีตะไคร่เกาะ ต้นไม้สองข้างทางรกครึ้มกว่าส่วนอื่นของวัง ที่นี่คือเขต "ตำหนักท้ายวัง" ที่ประทับของเหล่านางสนมที่ปลีกวิเวกหรือถูกลืมเลือนเบื้องหน้าคือเรือนไม้ขนาดกลางที่ดูเก่าแต่สะอาดสะอ้าน ปลูกต้นไผ่เขียวขจีล้อมรอบ ป้ายชื่อหน้าตำหนักเขียนด้วยลายมือพู่กันที่งดงามแต่น้ำหนักเบาบางว่า "เรือนไผ่เมฆา""เสด็จแม่! ลูกชายสุดที่รักของท่านมาแล้ว!" ฉีเฟิงตะโกนเสียงใสทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูวงพระจันทร์เข้าไป ท่าทางวางมาดองค์ชายเจ้าสำราญหายไป เหลือเพียงเด็กชายขี้อ้อนที่วิ่งหาแม่ที่กลางสวนสมุนไพร สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแปลงดอกกล้วยไม้ นางสวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวเรียบง่าย ไร้เครื่องประดับหร
Read more

หงส์ซ่อนในเรือนไผ่

ภายในห้องโถงของเรือนไผ่เมฆา บรรยากาศในนี้เงียบสงบและอบอุ่น กลิ่นหอมของสมุนไพรจีนจางๆ ลอยอบอวลไปทั่ว ซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวของพระสนมหลี่ที่มักจะปรุงยาบำรุงด้วยตัวเองเสมอพระสนมหลี่เดินนำบุตรชายเข้ามานั่งที่โต๊ะน้ำชาไม้แดง นางรินชาร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นใส่จอกกระเบื้องเคลือบ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าฉีเฟิง "ดื่มสิ... ชาดอกท้อหมักน้ำผึ้ง ช่วยให้สมองโล่ง ผ่อนคลายความเครียด"ฉีเฟิงยกจอกชาขึ้นจิบ สีหน้าเคลิบเคลิ้ม "ฝีมือชงชาของเสด็จแม่ยังยอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้า... กินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่นี่"พระสนมหลี่นั่งลงตรงข้าม มองดูลูกชายวางจอกชาลง ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแววหยอกเย้า "ว่าแต่... เฟิงเอ๋อ รสนิยมของเจ้าเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"ฉีเฟิงเลิกคิ้ว "รสนิยม? เรื่องอะไรหรือพะยะค่ะ?""ก็เรื่องแม่หนูคนนั้น... เสี่ยวอวิ๋น" พระสนมหลี่พยักพหน้าไปทางประตูเรือนที่เพิ่งเดินเข้ามา "ปกติเจ้าชอบสาวงามล่มเมือง กิริยาอ่อนหวานชดช้อยมิใช่หรือ? แต่นางกำนัลคนนี้... หน้าตาก็ธรรมดาจืดชืด ผิวพรรณก็ดูซีดเซียว แถมแววตายังดูแข็งกระด้างไร้อารมณ์... เจ้าติดใจอะไรนางนักหนา ถึงได้เลือกเก็บนางไว้ข้างกายเ
Read more

พังพอนตะวันออก

ดวงตะวันเริ่มลอยสูงขึ้นเหนือกำแพงวังต้องห้าม สาดแสงสีทองกระทบยอดหลังคาสีเหลืองอร่าม ณ ประตู "อู่เหมิน" (ประตูเที่ยงวัน) ซึ่งเป็นประตูหลักทางทิศใต้ วันนี้ดูคึกคักและตึงเครียดกว่าปกติขบวนรถม้าสองขบวนจอดเทียบกันอยู่ที่หน้าประตูวัง ขบวนหนึ่งดูยิ่งใหญ่อลังการ ประดับธงทิวรูปพยัคฆ์ ทหารองครักษ์เกราะทองนับร้อยนายยืนตั้งแถวรออย่างเป็นระเบียบ นี่คือขบวนของ องค์ชายห้า จูฉางฮ่าว ที่กำลังจะเดินทางไปสมทบกับกองเสบียงนอกเมืองส่วนอีกขบวนหนึ่ง... ดูเล็กจ้อยจนน่าใจหาย มีเพียงรถม้าไม้ธรรมดาคันหนึ่ง ม้าเทศตัวใหญ่สองตัว และผู้ติดตามเพียงสามคน คือ เหลียงเหว่ย (ที่ยืนหลับพิงล้อรถ), เสี่ยวอวิ๋น (ในชุดนางกำนัลเรียบๆ ที่ยืนก้มหน้า), และคนขับรถม้า นี่คือคณะ "ผู้ตรวจการพิเศษ" ของ องค์ชายสี่ ฉีเฟิง"อ้าว... นึกว่าใคร" เสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากบนหลังม้าสีดำปลอด องค์ชายห้าในชุดเกราะอ่อนสีเงินเดินชักม้าเข้ามาใกล้รถม้าของน้องชาย แววตาฉายแววขบขันแกมดูแคลน "น้องสี่... เจ้าจะไปจับโจร หรือจะไปปิคนิคชมดอกไม้กันแน่? ขนคนไปแค่นี้ ระวังจะโดนโจรจับไปเรียกค่าไถ่จนเสด็จพ่อต้องขายวังไถ่ตัวเจ้านะ"ม่านรถม้าถูกเลิกขึ้น ฉีเฟิงโผล่หน้
Read more

ไม้ไผ่ไล่หมา

ล้อรถม้าบดไปบนถนนดินอัดแน่นที่ทอดยาวออกจากประตูเมืองมุ่งสู่ชานเมือง เสียงกุบกับของกีบม้าประสานกับเสียงล้อหมุนเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายในรถม้าคันใหญ่ที่บุด้วยผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม บรรยากาศดูเหมือนจะ... อึดอัดเล็กน้อยสำหรับเจ้าของรถม้าองค์ชายสี่ ฉีเฟิง นั่งเอกเขนกอยู่บนเบาะนุ่มฝั่งประธานเพียงลำพัง เขากางแขนกางขาเต็มที่ พยายามทำท่าทางสบายใจเฉิบ แต่สายตากลับชำเลืองมองไปที่เบาะฝั่งตรงข้ามเป็นระยะที่ฝั่งตรงข้ามนั้น... เสี่ยวอวิ๋น นางกำนัลที่จำต้องมา และ เสี่ยวหลิง นางกำนัลผู้โชคดีจับสลากได้ นั่งเบียดกันอยู่ เสี่ยวหลิงดูตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ นางเปิดม่านหน้าต่างแอบมองทิวทัศน์ข้างทางแล้วส่งเสียงวิ้ดว้ายเบาๆ ตลอดเวลา ส่วนเสี่ยวอวิ๋น... นั่งกอดอกหลับตาพิงผนังรถนิ่งๆ แต่ในมือขวาของนาง กำวัตถุประหลาดสิ่งหนึ่งเอาไว้แน่นมันคือ "กิ่งไม้ไผ่" ไม้ไผ่สีเขียวสด ยาวประมาณสองศอก (ราว 1 เมตร) ขนาดพอดีมือ ตัดแต่งกิ่งก้านสาขาออกจนเกลี้ยงเกลา ดูเหมือนไม้เรียวครูตีก้นเด็กมากกว่าอาวุธ"นี่... เสี่ยวอวิ๋น" ในที่สุดฉีเฟิงก็ทนความสงสัยไม่ไหว เขาชี้ไปที่ไม้ไผ่ในมือนาง "เจ้าพกไอ้แท่งเขียวนั่นมาทำไม? จะเอามาตีแมลงวั
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status