All Chapters of ยุทธภพซ่อนกล คนเหนือเมฆ: Chapter 11 - Chapter 20

49 Chapters

เงาทะมึนเหนือหอเทียนลู่

รัตติกาลมาเยือนวังต้องห้ามอีกครา คืนนี้พระจันทร์ข้างแรมถูกเมฆหนาบดบัง เหลือเพียงแสงสลัวรางที่ส่องกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบสีดำสนิท ลมหนาวหวีดหวิวพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุ ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบของวิญญาณบรรพชนที่วนเวียนเล่าขานตำนานเก่าแก่ลึกเข้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นที่ตั้งของอาคารสูงสามชั้นที่ดูทะมึนและแยกตัวโดดเดี่ยวจากตำหนักอื่น มันคือ "หอเทียนลู่" (หอบันทึกฟ้า)สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือน "ความทรงจำ" ของราชวงศ์หมิง เก็บรักษาบันทึกประวัติศาสตร์ พงศาวดาร ราชโองการ และที่สำคัญที่สุด... "บันทึกลับ" เกี่ยวกับคดีความและความผิดของขุนนางที่ถูกลบชื่อออกจากทำเนียบ ตัวอาคารสร้างด้วยไม้หนานมูสีดำทนทานต่อไฟและแมลง กลิ่นอายของมันชวนให้รู้สึกอึดอัดและวังเวง ประตูทางเข้าถูกล่ามโซ่ตรวนหนาแน่น มีทหารองครักษ์เกราะทองเดินตรวจตราเวรยามเข้มงวดตลอดทั้งคืนแต่สิ่งที่ทำให้หอเทียนลู่ดูลึกลับและไม่เป็นมิตรต่อคนนอก ไม่ใช่เวรยามหรืออาถรรพ์ หากแต่เป็น "ทำเลที่ตั้ง" ของมันด้านทิศตะวันตกของหอเทียนลู่ มีกำแพงสูงกั้นเพียงบางๆ ติดกับตำหนักอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ประดับประดาด้วยรูปปั้นพยัคฆ
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

ปะทะเจ้าเหมิง

เขาคือ "จ้าวเหมิง" องครักษ์คนสนิทขององค์ชายห้า!"นึกว่าใคร..." จ้าวเหมิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาจับจ้องมาที่นางแอ่นสาวในชุดดำราวกับพยัคฆ์จ้องเหยื่อ "ที่แท้ก็พวกแมวขโมยกระจอก... แต่มีวิชาตัวเบาที่ไม่เลวเลยนี่ หลบหินของข้าพ้น"เสี่ยวอวิ๋นกำหมัดแน่น เหงื่อเย็นซึมชื้นกลางฝ่ามือ พัวพันต่อไปไม่ดีแน่ อย่าว่านางมีบรรทัดเหล็กที่ชาวมิจฉาชีพใช้สะเดาะกลอนตอนนี้ ต่อให้มีกระบี่คู่กายอยู่ในมือก็ไม่แน่จะเอาชัยได่้ นางต้องรีบหนี!แต่จ้าวเหมิงไม่เปิดโอกาสให้หายใจ "คิดจะหนีงั้นรึ? สายไปแล้ว!"ร่างยักษ์ของจ้าวเหมิงพุ่งทะยานลงมาจากกำแพงสูงราวกับก้อนหินยักษ์ถล่มทลาย ความเร็วของเขาขัดกับขนาดตัวอย่างสิ้นเชิง ในพริบตาเดียวเขาก็ประชิดตัวเสี่ยวอวิ๋น! ฝ่ามือขวาของเขาเกร็งพลังจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน วูบ! เสี่ยวอวิ๋นย่อตัวหลบฝ่ามือนั้นได้อย่างฉิวเฉียด ลมจากฝ่ามือพัดผ้าคลุมหน้าของนางจนสะบัดไหว นางใช้ท่าเท้า "เงาจันทร์เคลื่อนคล้อย" สไลด์ตัวอ้อมไปด้านหลังเขา นางไม่มีทางเลือก... นางชักบรรทัดเหล็กที่เหน็บเอวออกมา ตวัดสวนกลับไปเพื่อสกัดกั้นเคร้ง! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น แต่สิ่งที่ปะทะกับบรรทัดเหล็กของนางไม่ใ
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

เพลิงลวงตาและจั๊กจั่นลอกคราบ

สถานการณ์วิกฤตถึงขีดสุด เบื้องหน้าคือจ้าวเหมิง ยอดฝีมือผู้เหี้ยมโหดที่รู้ทันวรยุทธ์ของนาง เบื้องล่างคือทหารองครักษ์นับสิบนายที่กำลังแห่กันมาปิดล้อมพร้อมคบเพลิงสว่างไสว และภายในร่างกาย... ลมปราณเหมันต์ที่นางฝืนใช้เมื่อครู่กำลังตีกลับ ทำให้ช่องท้องปั่นป่วนราวกับถูกบิด ลมหายใจเริ่มติดขัดเสี่ยวอวิ๋นรู้ดีว่า หากสู้อีกเพียงกระบวนท่าเดียว นางต้องพ่ายแพ้และถูกจับกุมแน่นอน ‘สู้ด้วยแรงไม่ได้... ต้องสู้ด้วยเล่ห์’ดวงตาคมกริบของนางกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว ในสมองประมวลผลหาทางรอด สายตาของนางไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่ง... โคมไฟกระดาษทาน้ำมัน ขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่ตรงมุมชายคาของหอเทียนลู่ ซึ่งอยู่ห่างจากจ้าวเหมิงไปทางซ้ายเพียงไม่กี่ก้าว และตัวหอเทียนลู่นั้น... สร้างจาก ไม้เก่าแก่ ทั้งหลัง!นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แต่แทนที่จะหยิบอาวุธ นางกลับคว้า "ลูกไฟพกพา" (ฮั่วเจ๋อ) ที่เตรียมมาสำหรับส่องทาง นางจุดไฟอย่างรวดเร็ว แล้วขว้างมันออกไปสุดแรง!ไม่ได้ขว้างใส่จ้าวเหมิง... แต่ขว้างใส่ โคมไฟกระดาษ ที่แขวนอยู่!พรึ่บ! เปลวไฟลุกท่วมโคมกระดาษทันที น้ำมันที่หยดลงมากลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ไฟลุกลามไปยังชายคาไม
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

รอยยิ้มของพยัคฆร้ายและวรยุทธเทียนซาน

เพลิงไหม้ที่โคมไฟหน้าหอเทียนลู่ถูกดับลงแล้ว เหลือเพียงควันสีเทาจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ และกลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ที่ยังคงฉุนจมูก เหล่าทหารองครักษ์วิ่งวุ่นตรวจตราความเสียหายและค้นหาตัวคนร้ายกันจ้าละหวั่น แต่ไม่มีใครพบร่องรอยใดๆ เพิ่มเติม ราวกับผู้บุกรุกได้ระเหยกลายเป็นไอไปพร้อมกับเปลวเพลิงจ้าวเหมิง ยืนนิ่งอยู่บนกำแพงสูง จุดเดียวกับที่เขาประมือกับคนร้ายเมื่อครู่ เขายกแขนขวาที่ยังคงสั่นระริกขึ้นมาดู สายตาอันแหลมคมดุจพญาเหยี่ยวของเขากวาดมองไปในความมืด เขาไม่ได้มองไปทางสระบัวที่ทหารกำลังงมหากันอยู่... เพราะเขารู้ดีว่านั่นเป็นเพียงกลลวง เขามองย้อนกลับไป... ตามทิศทางที่ "นางกำนัลตกใจไฟไหม้" ผู้นั้นวิ่งหายไป รอยเท้าที่เปื้อนโคลนเล็กน้อยบนทางเดินหิน... แม้จะดูสะเปะสะปะเหมือนคนวิ่งหนีตาย แต่ทิศทางโดยรวมกลับมุ่งตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ และที่นั่น... คือที่ตั้งของ ตำหนักชิงเฟิง ขององค์ชายสี่มุมปากของจ้าวเหมิงกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก "หึ... วิ่งหนีกลับรังงั้นรึ? องค์ชายสี่... ดูเหมือนตำหนักของท่านจะเลี้ยง 'ของดี' เอาไว้เสียแล้ว"จ้าวเหมิงสะบัดแขนเสื้อ หันหลังกลับเข้าสู่ตำหนักของเจ้าน
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

โอสถทิพย์

ความวุ่นวายที่หอเทียนลู่ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว แต่สำหรับเสี่ยวอวิ๋น สงครามภายในร่างกายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นร่างบางในชุดนางกำนัลมอมแมมลัดเลาะกลับมาถึงเขตเรือนพักนางกำนัลท้ายตำหนักชิงเฟิงได้อย่างเงียบเชียบ ทันทีที่แน่ใจว่าไม่มีสายตาใครจับจ้อง ขาที่เคยก้าวเดินอย่างมั่นคงก็เริ่มสั่นเทา นางกัดฟันเดินโซซัดโซเซไปที่บ่อน้ำเก่าหลังเรือนพัก มือขาวซีดยึดขอบบ่อหินเย็นเฉียบไว้แน่นเพื่อพยุงกาย"อึก..." ความเจ็บปวดที่อัดอั้นมาตลอดทางระเบิดออกมาจากทรวงอก ลมปราณที่ปั่นป่วนจากการปะทะกับจ้าวเหมิงตีกลับอย่างรุนแรงพรวด! เสี่ยวอวิ๋นกระอักเลือดสีแดงคล้ำออกมาคำโต ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดของก้นบ่อน้ำ เสียงหยดเลือดกระทบผิวน้ำเบื้องล่างดัง จ๋อม เบาๆ ฟังดูคล้ายเสียงน้ำตาของปีศาจนางหอบหายใจหนักหน่วง ยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปาก "จ้าวเหมิง... หมัดเหล็กของมันรุนแรงยิ่งนัก... หากข้าไม่มี 'ลมปราณเหมันต์' คอยคุ้มกันชีพจรหัวใจเอาไว้ ป่านนี้ข้าคงได้เป็นผีเฝ้าหอเทียนลู่ไปแล้ว"นางลองโคจรลมปราณตรวจสอบอาการ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วแน่น เส้นลมปราณหลักบอบช้ำสาหัส อวัยวะภายในได้รับแรงกระแทกจนเคลื่อน หากใช้วิธีเดินลมปราณรักษาตาม
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

รอยยิ้มหลังหน้ากากและขนมกุ้ยฮวาสั่งลา

ณ ตำหนักพยัคฆ์คำราม (ตำหนักองค์ชายห้า) บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนพระองค์ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็งสีเข้ม ประดับดาบและอาวุธโบราณแสดงถึงความดุดันของผู้เป็นเจ้าของ แสงเทียนสว่างไสวขับไล่ความมืดมิดของราตรียามโฉ่วองค์ชายห้า จูฉางฮ่าว นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้บุขนสัตว์ ท่าทางผ่อนคลายราวกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นข้างบ้านเมื่อครู่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับตน บนโต๊ะเบื้องหน้า มีจานกระเบื้องเคลือบวางอยู่ ภายในบรรจุ "ขนมกุ้ยฮวา" (ขนมดอกหอมหมื่นลี้) สีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมหวานละมุน ซึ่งเป็นของว่างขึ้นชื่อประจำตำหนักของเขาองค์ชายห้าหยิบขนมขึ้นมากัดคำเล็กๆ เคี้ยวอย่างละเมียดละไม ก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบตาม "เป็นอย่างไรบ้าง จ้าวเหมิง?" เขาเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "จับหนูสกปรกตัวนั้นได้หรือไม่?"เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน จ้าวเหมิงยืนสงบนิ่งประสานมือคารวะ ภายนอกของเขาดูปกติทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยความเจ็บปวด สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ แม้ว่าภายในแขนขวาจะยังชาอยู่บ้างจากพิษสงของฝ่ามือเหมันต์ แต่เขาก็ใช้ลมปราณข่มมันไว้อย่างมิดชิด เขาเลือกที่จะ "ไม่รายงาน" เรื่องที่ศัตรูใช้วิชาของสำนักเทียนซ
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more

ดอกกล้วยไม้ในเรือนร้าง

รุ่งเช้าวันใหม่ อากาศยังคงหนาวเย็นจับใจ แต่แสงแดดอ่อนๆ ก็พอจะช่วยบรรเทาความยะเยือกได้บ้าง หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืน ฉีเฟิง ดูเหมือนจะตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ทั้งที่เมื่อคืนมีเรื่องวุ่นวาย เขาจัดการตำหนักตัวเองด้วยวิธีการที่ไม่มีใครคาดคิด"ไปกันเถอะ!" ฉีเฟิงในชุดลำลองสีฟ้าอ่อน เดินนำขบวนนางกำนัลทั้งสี่คน มุ่งหน้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในสุด... ส่วนที่เงียบเหงาและห่างไกลผู้คนที่สุดทางเดินหินเริ่มมีตะไคร่เกาะ ต้นไม้สองข้างทางรกครึ้มกว่าส่วนอื่นของวัง ที่นี่คือเขต "ตำหนักท้ายวัง" ที่ประทับของเหล่านางสนมที่ปลีกวิเวกหรือถูกลืมเลือนเบื้องหน้าคือเรือนไม้ขนาดกลางที่ดูเก่าแต่สะอาดสะอ้าน ปลูกต้นไผ่เขียวขจีล้อมรอบ ป้ายชื่อหน้าตำหนักเขียนด้วยลายมือพู่กันที่งดงามแต่น้ำหนักเบาบางว่า "เรือนไผ่เมฆา""เสด็จแม่! ลูกชายสุดที่รักของท่านมาแล้ว!" ฉีเฟิงตะโกนเสียงใสทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูวงพระจันทร์เข้าไป ท่าทางวางมาดองค์ชายเจ้าสำราญหายไป เหลือเพียงเด็กชายขี้อ้อนที่วิ่งหาแม่ที่กลางสวนสมุนไพร สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับแปลงดอกกล้วยไม้ นางสวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวเรียบง่าย ไร้เครื่องประดับหร
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

หงส์ซ่อนในเรือนไผ่

ภายในห้องโถงของเรือนไผ่เมฆา บรรยากาศในนี้เงียบสงบและอบอุ่น กลิ่นหอมของสมุนไพรจีนจางๆ ลอยอบอวลไปทั่ว ซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวของพระสนมหลี่ที่มักจะปรุงยาบำรุงด้วยตัวเองเสมอพระสนมหลี่เดินนำบุตรชายเข้ามานั่งที่โต๊ะน้ำชาไม้แดง นางรินชาร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นใส่จอกกระเบื้องเคลือบ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าฉีเฟิง "ดื่มสิ... ชาดอกท้อหมักน้ำผึ้ง ช่วยให้สมองโล่ง ผ่อนคลายความเครียด"ฉีเฟิงยกจอกชาขึ้นจิบ สีหน้าเคลิบเคลิ้ม "ฝีมือชงชาของเสด็จแม่ยังยอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้า... กินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่นี่"พระสนมหลี่นั่งลงตรงข้าม มองดูลูกชายวางจอกชาลง ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแววหยอกเย้า "ว่าแต่... เฟิงเอ๋อ รสนิยมของเจ้าเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?"ฉีเฟิงเลิกคิ้ว "รสนิยม? เรื่องอะไรหรือพะยะค่ะ?""ก็เรื่องแม่หนูคนนั้น... เสี่ยวอวิ๋น" พระสนมหลี่พยักพหน้าไปทางประตูเรือนที่เพิ่งเดินเข้ามา "ปกติเจ้าชอบสาวงามล่มเมือง กิริยาอ่อนหวานชดช้อยมิใช่หรือ? แต่นางกำนัลคนนี้... หน้าตาก็ธรรมดาจืดชืด ผิวพรรณก็ดูซีดเซียว แถมแววตายังดูแข็งกระด้างไร้อารมณ์... เจ้าติดใจอะไรนางนักหนา ถึงได้เลือกเก็บนางไว้ข้างกายเ
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

พังพอนตะวันออก

ดวงตะวันเริ่มลอยสูงขึ้นเหนือกำแพงวังต้องห้าม สาดแสงสีทองกระทบยอดหลังคาสีเหลืองอร่าม ณ ประตู "อู่เหมิน" (ประตูเที่ยงวัน) ซึ่งเป็นประตูหลักทางทิศใต้ วันนี้ดูคึกคักและตึงเครียดกว่าปกติขบวนรถม้าสองขบวนจอดเทียบกันอยู่ที่หน้าประตูวัง ขบวนหนึ่งดูยิ่งใหญ่อลังการ ประดับธงทิวรูปพยัคฆ์ ทหารองครักษ์เกราะทองนับร้อยนายยืนตั้งแถวรออย่างเป็นระเบียบ นี่คือขบวนของ องค์ชายห้า จูฉางฮ่าว ที่กำลังจะเดินทางไปสมทบกับกองเสบียงนอกเมืองส่วนอีกขบวนหนึ่ง... ดูเล็กจ้อยจนน่าใจหาย มีเพียงรถม้าไม้ธรรมดาคันหนึ่ง ม้าเทศตัวใหญ่สองตัว และผู้ติดตามเพียงสามคน คือ เหลียงเหว่ย (ที่ยืนหลับพิงล้อรถ), เสี่ยวอวิ๋น (ในชุดนางกำนัลเรียบๆ ที่ยืนก้มหน้า), และคนขับรถม้า นี่คือคณะ "ผู้ตรวจการพิเศษ" ของ องค์ชายสี่ ฉีเฟิง"อ้าว... นึกว่าใคร" เสียงทุ้มลึกดังขึ้นจากบนหลังม้าสีดำปลอด องค์ชายห้าในชุดเกราะอ่อนสีเงินเดินชักม้าเข้ามาใกล้รถม้าของน้องชาย แววตาฉายแววขบขันแกมดูแคลน "น้องสี่... เจ้าจะไปจับโจร หรือจะไปปิคนิคชมดอกไม้กันแน่? ขนคนไปแค่นี้ ระวังจะโดนโจรจับไปเรียกค่าไถ่จนเสด็จพ่อต้องขายวังไถ่ตัวเจ้านะ"ม่านรถม้าถูกเลิกขึ้น ฉีเฟิงโผล่หน้
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

ไม้ไผ่ไล่หมา

ล้อรถม้าบดไปบนถนนดินอัดแน่นที่ทอดยาวออกจากประตูเมืองมุ่งสู่ชานเมือง เสียงกุบกับของกีบม้าประสานกับเสียงล้อหมุนเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายในรถม้าคันใหญ่ที่บุด้วยผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม บรรยากาศดูเหมือนจะ... อึดอัดเล็กน้อยสำหรับเจ้าของรถม้าองค์ชายสี่ ฉีเฟิง นั่งเอกเขนกอยู่บนเบาะนุ่มฝั่งประธานเพียงลำพัง เขากางแขนกางขาเต็มที่ พยายามทำท่าทางสบายใจเฉิบ แต่สายตากลับชำเลืองมองไปที่เบาะฝั่งตรงข้ามเป็นระยะที่ฝั่งตรงข้ามนั้น... เสี่ยวอวิ๋น นางกำนัลที่จำต้องมา และ เสี่ยวหลิง นางกำนัลผู้โชคดีจับสลากได้ นั่งเบียดกันอยู่ เสี่ยวหลิงดูตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ นางเปิดม่านหน้าต่างแอบมองทิวทัศน์ข้างทางแล้วส่งเสียงวิ้ดว้ายเบาๆ ตลอดเวลา ส่วนเสี่ยวอวิ๋น... นั่งกอดอกหลับตาพิงผนังรถนิ่งๆ แต่ในมือขวาของนาง กำวัตถุประหลาดสิ่งหนึ่งเอาไว้แน่นมันคือ "กิ่งไม้ไผ่" ไม้ไผ่สีเขียวสด ยาวประมาณสองศอก (ราว 1 เมตร) ขนาดพอดีมือ ตัดแต่งกิ่งก้านสาขาออกจนเกลี้ยงเกลา ดูเหมือนไม้เรียวครูตีก้นเด็กมากกว่าอาวุธ"นี่... เสี่ยวอวิ๋น" ในที่สุดฉีเฟิงก็ทนความสงสัยไม่ไหว เขาชี้ไปที่ไม้ไผ่ในมือนาง "เจ้าพกไอ้แท่งเขียวนั่นมาทำไม? จะเอามาตีแมลงวั
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status