All Chapters of มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นคุณหนูตัวร้าย: Chapter 141 - Chapter 150

210 Chapters

สตรีปากเหม็น

“ฮูหยินน้อยจะรีบไปที่ใดหรือเจ้าคะ ข้ากับสหายจะมาทำความรู้จักกับท่าน”เสียงสตรีนางหนึ่งที่เดินมาพร้อมกับสหายเอ่ยขึ้น ในขณะที่เหลียนเฟยเจินกำลังจะเดินตามสามีที่นางให้เขาปลีกตัวออกจากงานเลี้ยงไปก่อนหน้านี้“ข้ามีกิจธุระที่ต้องไปจัดการ ไม่สะดวกจะทำความรู้จักกับผู้ใด”เมื่อเห็นว่าเป็นสตรีสองนางที่พูดจาเหน็บแนมตนเองเมื่อครั้งเดินเข้ามาในเขตพระราชวัง เฟยเจินจึงไม่อยากเสียเวลาทำความรู้จัก ประเดี๋ยวคงได้พูดจาแดกดันนางไม่เลิกดูก็รู้ว่าไม่ได้มีเจตนาดี“อวดดี ข้ากับสหายอุตส่าห์ลดตัวมาทำความรู้จักกับสตรีบ้านนอกที่ดวงดีมีโชคใหญ่ ได้แต่งงานกับเสนาบดีกรมคลังผู้ร่ำรวย ชุบตัวให้สูงส่งจนกระทั่งมีโอกาสได้เข้าร่วมงานเลี้ยงของพระราชวังในวันนี้”เหวินไป๋เซียงเชิดหน้าขึ้นแล้วกล่าววาจาเสียดสียิ่งกว่าครั้งใด นางเกลียดชังสตรีตรงหน้าทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คงเพราะความงดงามที่บดบังรัศมีของสตรีทุกนางในงานเลี้ยงวันนี้ แม้กระทั่งองค์หญิงรองกับองค์หญิงสาม สองสตรีสูงศักดิ์ที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในแคว้นหลง ยังงดงามไม่เท่าสตรีบ้านนอกนางนี้เลย“หุบปาก!! หากยังอยากมีฟันไว้เคี้ยวอาหาร ข้าไม่ใช่สตรีจิตใจดีงามที่จะทน
Read more

นางรำจากหออวิ๋นเม่ย

เว่ยหวังจิ้งกับเหลียนเฟยเจิน สามารถเดินทางออกนอกเขตพระราชวังโดยง่าย เพราะชูป้ายหยกของท่านแม่ทัพมู่เฉินเทียน นายทหารที่ยืนประจำการอยู่หน้าประตูรีบปิดประตูพระราชวังทันที ตามคำสั่งการของท่านแม่ทัพใหญ่จากสาส์นลับที่เสนาบดีเว่ยหวังจิ้งมอบให้แก่พวกเขา“อีกไม่นานทุกอย่างจะสงบลง ฮ่องเต้กับเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์จะถูกอารักขากลับตำหนักอย่างเร่งด่วน”เสียงทุ้มกล่าวให้เหลียนเฟยเจินรับรู้สถานการณ์ในท้องพระโรง เพราะนางเป็นผู้ที่รับรู้เป็นคนแรกว่ามียาสลบในกาน้ำชา หากวันนี้เขาไม่ได้พานางเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย คงมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างแน่นอน“เจ้ามีความรู้เรื่องยาสลบ ร่ำเรียนวิชาแพทย์มาเช่นนั้นหรือ”เว่ยหวังจิ้งเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ในรถม้า ซึ่งมีอู่จ้งเป็นผู้บังคับรถม้าด้วยตนเองเพื่อเดินทางกลับจวนตระกูลเว่ย ก่อนที่เขาจะได้ซักถามสิ่งใดเพิ่มเติมให้หายสงสัย อู่จ้งก็ตะโกนแจ้งเรื่องสำคัญเสียก่อน“ใต้เท้า มีคนติดตามมาขอรับ”“มีกี่คน”“ประมาณ 5 คนขอรับเป็นสตรีทั้งหมด” อู่จ้งกล่าวรายงานไปตามที่เห็น“นางรำพวกนั้นต้องการสังหารผู้ใด ท่านหรือข้า”เฟยเจินเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย และเมื่อได้ยินว่
Read more

ข้าก็อยู่เงียบ ๆ แล้ว

“ขอรับ เห็นทีข้าน้อยคงยังไม่ได้ออกเดินทาง เพราะคนร้ายมากันอีกสิบคนแล้วขอรับ ใต้เท้าเหตุใดประตูพระราชวังจึงเปิดให้สตรีเหล่านี้หลบหนีออกมาโดยง่าย”อู่จ้งเอ่ยเสียงเครียด เมื่อมองเห็นสตรีในชุดรัดกุมราว ๆ สิบคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ เขากับเสนาบดีเว่ยต้องต่อสู้กับคนร้ายทั้งสิบห้าคน ต่อให้เก่งกาจสักเพียงไรก็ย่อมเหนื่อยล้าและอ่อนแรงเป็นธรรมดา“คงเพราะเป็นสตรี ทหารยามเหล่านั้นจึงหลงใหลในความงดงามที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา หากเลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือทหารยามทั้งหมดอาจจะถูกพวกนางสังหารจนสิ้นแล้ว”“มาอีกสิบคน จะตึงมือเกินไปหรือไม่ขอรับใต้เท้า”“กลัวสิ่งใดเล่า แย่ยิ่งกว่านี้เจ้ากับข้าก็ผ่านมาแล้ว วันนี้ก็เช่นกันพวกเราต้องรอดอย่างที่เคยผ่านมา ไปกันเถิดอู่จ้งได้เวลาลับคมดาบแล้ว”เมื่อจบการสนทนาร่างสูงใหญ่ทั้งสองร่างก็รีบทะยานออกไปดักหน้าสตรีทั้งสิบคน ก่อนที่พวกนางจะเข้าใกล้รถม้า ซึ่งมีคนที่พวกเขาจำเป็นต้องปกป้องรอคอยอยู่ข้างในตลอดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก เหลียนเฟยเจินมองเห็นทุกอย่างผ่านรอยแยกของรถม้า ยามนี้นางเห็นเว่ยหวังจิ้งกับอู่จ้งกำลังตกอยู่ในวงล้อมของมือสังหารทั้งสิบ แต่บุรุษทั้งสองก็หาใช่ไก่อ่อนท
Read more

สถานการณ์ในวังหลวง

ทางด้านเว่ยหวังจิ้งก็พยายามกวัดแกว่งดาบเข้าสู้รบตามกำลังที่เขาหลงเหลืออยู่ ทว่ากำลังของเขาก็อ่อนแรงเต็มทีแล้วเพราะเสียเลือดไปมาก ร่างกายกำยำโอนเอนไปตามจังหวะการออกอาวุธแต่ก็ไม่ยอมล้มลง ถือว่าเป็นบุรุษที่อดทนต่อความเจ็บปวดได้อย่างดีเยี่ยมเฟยเจินเหลือบมองอาการของเสนาบดีเว่ยเป็นระยะ ใบหน้าของเขาซีดเซียวเพราะเสียเลือดมากนางจำต้องเร่งมือเพิ่มมากขึ้น เมื่อประเมินแรงของตัวเองว่ายังไหว เฟยเจินจึงก้มลงหยิบดาบของมือสังหารที่สิ้นลมไปแล้ว ขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างซ้ายที่ยังว่างอยู่ เพราะนางสามารถใช้ดาบพร้อมกันได้ด้วยมือทั้งสองข้าง“ท่านพี่ ท่านไหวหรือไม่” เฟยเจินตะโกนถามคนเจ็บ ที่ยามนี้ดูออกชัดเจนว่าเขากำลังอาการแย่เต็มที“อะ…อืม ข้ายังไหว หากจวนตัวเจ้าจงหลบหนีไปเสียไม่ต้องห่วงข้า” เว่ยหวังจิ้งยังคงยืนยันคำเดิมว่าให้ฮูหยินหลบหนีเอาตัวรอดให้ได้“ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว หากยังมีแรงสู้ข้าก็พร้อมเผชิญ”กล่าวจบโฉมสะคราญก็ใช้ดาบในมือทั้งสองข้าง ฟาดฟันเข้าใส่กลุ่มคนร้ายอย่างคล่องแคล่วว่องไว นางเน้นจู่โจมทำให้หมดสติเพราะทำใจไม่ค่อยได้ที่จะต้องลงมือจนสิ้นใจ หากไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริง ๆทางด้านอู่จ
Read more

ดูบาดแผล

สาเหตุที่องค์ชายใหญ่บาดเจ็บที่ขาจนเดินไม่ได้ เพราะเมื่อสองเดือนที่แล้วองค์ชายใหญ่เข้าร่วมแข่งขันขี่ม้าประจำปีกับบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนัก เพื่อแสดงความสามารถให้บรรดาขุนนางทั้งหลายเห็นว่าพระองค์เหมาะสมกับตำแหน่งว่าที่องค์รัชทายาทของแคว้นแต่ในระหว่างแข่งขันม้าที่พระองค์ทรงขี่เกิดอาการตกใจวิ่งเตลิดออกนอกเส้นทาง ทั้งยังสะบัดตัวอย่างแรงกระทั่งองค์ชายใหญ่ตกจากหลังม้าและกระเด็นไปไกล จนได้รับบาดเจ็บที่ขาอย่างหนัก แม้กระทั่งหัวหน้าหมอหลวงก็ไม่สามารถรักษาให้พระองค์หายจากอาการบาดเจ็บจนกระทั่งยามนี้“อาการยังทรง ๆ พ่ะย่ะค่ะ หมอหลวงทำได้เพียงฝังเข็มช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดที่หัวเข่าเท่านั้น ยิ่งดึก ๆ องค์ชายใหญ่ยิ่งเจ็บปวดทรมานหนัก”น้ำเสียงเศร้าสร้อยของหวังขันทีกล่าวรายงานให้ฮ่องเต้รับทราบ แต่เขาก็ไม่ได้รายงานไปตามคำบอกกล่าวของหมอหลวงที่กล่าวว่า องค์ชายใหญ่กำลังจะกลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้อย่างแน่นอน“ส่งคนออกตามหาหมอเทวดา หรือหมอจากต่างเมืองก็ได้ที่มีฝีมือการรักษาที่เก่งกว่าหมอหลวง มารักษาองค์ชายใหญ่ให้จงได้ หาไม่แล้วแคว้นหลงคงจะเกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน”ฮ่องเต้สั่งการขันทีข้างกายด้วยน้ำเสี
Read more

กระเป๋ายา

เฟยเจินหลับตาลงตามเสียงกล่าวที่ได้ยินแว่ว ๆ ทันใดนั้นภาพในหัวของนางก็มองเห็นกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ใบใหญ่ ที่ข้างในบรรจุอุปกรณ์การผ่าตัด และอุปกรณ์รักษาบาดแผลอย่างครบครัน รวมไปถึงยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องใช้ร่วมกันในห้องผ่าตัด ทั้งยังมีอุปกรณ์พิเศษที่ทำให้นางเผลอร้องอุทานออกมาด้วยความดีใจ“ว้าววว!! แว่นตาเอกซเรย์ของข้า”เหลียนเฟยเจินกำลังกล่าวถึงแว่นตาเอกซเรย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุดของจีนในยุคที่นางจากมา เป็นสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะที่ได้รับรางวัลจากองค์กรแพทยสภาแห่งสหประชาชาติในเรื่องของความแม่นยำ ซึ่งแว่นตาเอกซเรย์ชิ้นนี้วิเคราะห์ผลได้แม่นยำยิ่งกว่าเครื่องเอกซเรย์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ และนางก็เป็นหนึ่งในหมอที่ซื้อแว่นตาเอกซเรย์ยอดอัจฉริยะมาไว้ในครอบครองเป็นสมบัติส่วนบุคคล“เจ้ากล่าวสิ่งใด ข้าได้ยินไม่ชัด”คนป่วยที่ยามนี้ลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอนตามคำสั่งของฮูหยิน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เว่ยหวังจิ้งได้ยินชัดเจนทุกคำที่นางกล่าว เพียงแต่ฟังไม่เข้าใจว่าสตรีที่กำลังดูบาดแผลกลางหลังของเขาอย่างตั้งใจกล่าวถึงสิ่งใดกันแน่ จึงได้เอ่ยปากซักถามออกไปทั้ง ๆ ที่ตนเองใกล้หมดสต
Read more

รักษาด้วยวิธีของนาง

“อืม ข้ารู้สึกดีขึ้นไม่ค่อยเจ็บปวดที่บาดแผลแล้ว และรู้สึกว่าเรี่ยวแรงเริ่มกลับมา ยาสมุนไพรของเจ้าช่างวิเศษยิ่งนัก” เว่ยหวังจิ้งหันไปกล่าวกับหมออี้สหายสนิทของเขา“โอ้ ชีพจรของเจ้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่ง ข้านึกว่าเจ้าต้องข้ามสะพานแม่น้ำเหลืองเสียแล้ว”“ขอบใจเจ้ามากหมออี้ที่ช่วยชีวิตข้า”“เป็นสหายกันยามมีเรื่องเดือดร้อนย่อมต้องช่วยเหลือกัน จากนี้ก็รักษาบาดแผลด้วยการทายาคงต้องใช้เวลานานบาดแผลจึงจะดีขึ้น เพราะบาดแผลลึกจนมองเห็นกระดูก ระหว่างนี้เจ้าอาจมีไข้อยู่เรื่อย ๆ ข้าจัดยาแก้ไข้ไว้ให้แล้ว ต้องรบกวนฮูหยินน้อยนำไปต้มให้เขาดื่มยามมีไข้”หมอหนุ่มหันไปบอกกล่าวกับโฉมงามที่ยืนรอฟังอาการของผู้ป่วยอยู่เงียบ ๆ เขารู้ดีว่านางคือฮูหยินที่สหายจ้างมาแต่งงานด้วยเหตุผลบางประการ เพราะเว่ยหวังจิ้งบอกกล่าวความจริงกับสหายสนิททุกคน ในวันที่กินเลี้ยงฉลองงานมงคลที่พึ่งผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน“เจ้าค่ะ ท่านหมอไม่ต้องเป็นกังวล” ใบหน้างามก้มหัวตอบรับท่านหมออย่างสุภาพ“เช่นนั้นข้าต้องขอตัวลากลับจวนก่อน ใกล้จะมืดค่ำเต็มที” หมออี้หลินจือหันมาบอกกล่าวกับคนป่วยที่ยังคงนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตี
Read more

กระท่อมกลางป่า

เมื่อเย็บแผลเสร็จสิ้นเฟยเจินก็ใส่ยาที่บาดแผลอีกครั้งก่อนจะเสร็จสิ้นการรักษา ในขณะที่กำลังจัดเตรียมยาเม็ดไว้ให้คนป่วยกิน นางก็กล่าวอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเมื่อไหร่บาดแผลจึงจะหายดี“อีก 10 วันข้าจึงจะตัดเส้นไหมออกจากบาดแผล หลังจากนั้นก็ถือว่าบาดแผลหายสนิท ในแต่ละวันท่านต้องกินยาที่ข้าจัดให้ครบตามเวลาไม่เช่นนั้นบาดแผลก็จะระบมจนเกิดอาการอักเสบ”“เข้าใจแล้ว ขอบใจเจ้ามากฮูหยิน”หลังจากบอกกล่าวเรื่องบาดแผล เฟยเจินก็เดินออกไปจากเรือนนอนของเว่ยหวังจิ้ง นางหายไปสักครู่ก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับถือถาดสำรับอาหารมื้อเย็นมาให้คนป่วย“ลุกขึ้นมากินสำรับมื้อเย็นสักนิดเถิดเจ้าค่ะจะได้กินยา จากนั้นท่านค่อยนอนพักผ่อนจนถึงเช้า ในระยะ 2-3 วันนี้คงต้องนอนคว่ำไปก่อนเพื่อไม่ให้บาดแผลถูกกดทับ”“อืม รบกวนเจ้าแล้ว”คนป่วยลุกขึ้นมากินสำรับมือเย็นจนหมดเกลี้ยง จากนั้นเขาก็กลืนยาเม็ดสีสันสวยงามตามลงไปอย่างไม่ลังเลหรือระแวงสิ่งใดเพราะความรู้สึกของเขาบอกให้เชื่อใจนางกระท่อมกลางป่า“คนของท่านทำงานพลาด เหตุใดจึงกล้าเรียกให้ข้ามาพบอีก หากถูกจับได้จะทำเช่นไรเจ้าคะ”เสียงสตรีเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของธรรมชาติร
Read more

สงสัยแต่ไม่ถาม

“แม่กับพ่อของเจ้าจะทำทุกอย่างให้พวกเราทั้งสามคนปลอดภัยรวมไปถึงผู้คนในแคว้นหลง เจ้าพักผ่อนเสียเถิดอย่าได้คิดกังวลไปไกลอีกเลย ยามนี้เจ้าต้องรักษาตัวเองให้ดีทั้งกายและใจ แม่เชื่อว่าสวรรค์ย่อมเปิดทางช่วยเหลือให้ทุกเรื่องผ่านพ้นไปด้วยดี”กล่าวจบหลินฮองเฮาก็หยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมขาทั้งสองข้างให้พระโอรส ความรู้สึกสงสารและเสียใจเอ่อล้นเต็มหัวใจของพระองค์ หากบาดเจ็บแทนได้ก็ขอบาดเจ็บแทน ยิ่งเห็นน้ำตาเม็ดเล็ก ๆ เอ่อคลออยู่ในดวงตาดำขลับที่เคยเปล่งประกายไปด้วยความสุขอยู่เป็นนิจ พระนางยิ่งเจ็บปวดในหัวใจจนแทบทานทนไม่ไหว“ท่านแม่อย่าร้องไห้อีกเลยขอรับ ข้าสัญญาว่าข้าจะอดทนต่อความเจ็บปวดให้จงได้ ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะมีผู้ที่มากล้นด้วยบุญบารมีมาช่วยเหลือข้า”องค์ชายใหญ่เฉียนหย่งคังกล่าวไปตามความรู้สึก เพราะเมื่อคืนเขาฝันว่ามีหมอเทวดามาช่วยรักษาขาเขาจนหายดี แต่มีเมฆหมอกปกคลุมทำให้เขามองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของท่านหมอผู้เก่งกาจ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านหมอเป็นบุรุษหรือสตรี“แม่ก็เชื่อเช่นนั้น พักผ่อนเถิดลูกรักแม่ต้องกลับตำหนักแล้ว วันนี้พ่อของเจ้าไม่ได้มาด้วยเพราะมีกิจธุระด่วนที่คุกหลวง”มือเล็ก ๆ ที่ไม่ได้
Read more

สตรีที่เขามีใจ

“อู่จ้ง เอารถม้าออกไปโรงน้ำชาเหมยฮวา เรียกคนคุ้มกันที่เหลือให้ตามมา”น้ำเสียงเร่งรีบเอ่ยสั่งการคนสนิท ที่กำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เจ้าม้าสีดำตัวใหญ่ม้าหนุ่มรูปงามคู่ใจของเขา จนขนมันเงางามวาววับสะท้อนกับแสงแดดยามสายเจ้าเสี่ยวเฮยม้าหนุ่มสีดำตัวใหญ่ เหล่สายตามองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ทั้งยังถอนหายใจออกมาเสียงดัง เนื่องจากถูกขัดจังหวะในช่วงเวลาผ่อนคลายสบายตัว ในขณะที่เสี่ยวไป๋ม้าสีขาวประจำกายเสนาบดีเว่ยหวังจิ้งกำลังนอนหลับอยู่ข้าง ๆ กัน เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนประจำวันของเจ้าม้าทั้งสองตัวแต่ดูท่าเจ้านายของพวกมันจะไม่คิดเช่นนั้น“เสี่ยวเฮยเหตุใดจึงมองข้าเยี่ยงนั้น ข้าขอใช้งานเจ้าประเดี๋ยวเดียวได้หรือไม่เล่า เจ้าเสี่ยวไป๋ก็นอนหลับไม่ยอมตื่นขึ้นมาเลย คงเหลือเพียงเจ้ากระมังที่จะช่วยเหลือข้าได้”เมื่อเห็นม้าของอู่จ้งจ้องมองเขาด้วยสายตาเบื่อหน่าย เว่ยหวังจิ้งจึงเดินไปลูบหัวม้าหนุ่มอย่างขอลุแก่โทษ พอหันไปมองเจ้าเสี่ยวไป๋ม้าของตัวเองก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม เพราะเจ้าขนขาวไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองเขาเลยสักนิด ‘ขนาดม้ายังเมินเขาเช่นนั้นหรือ’“อู่จ้งรีบไปกันเถิด เวลาไม่เช้าแล
Read more
PREV
1
...
1314151617
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status