บรรยากาศภายในจวนสกุลเสิ่นในยามเย็นของวันงานฉลองอายุครบสิบเก้าปีของเสิ่นอี้หลุน เต็มไปด้วยความรื่นรมย์ที่แฝงไว้ด้วยความเรียบง่ายณ ศาลาแปดเหลี่ยมหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสระบัวอันเงียบสงบ แขกเหรื่อผู้ได้รับเชิญเพียงไม่กี่คนนั่งล้อมวงกันอยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นสหายสนิททั้งสามอย่าง หลี่หานสือ, หวังเจี๋ย และนิ่งวั่งชวน นั่งโต๊ะสำรับเรียงกันที่ฝั่งซ้ายมือของเจ้าภาพ โต๊ะสำรับด้านขวาเป็นของขุนนางหนุ่มจากกรมพิธีการอีกสองคนที่เสิ่นอี้หลุนนับถือเป็นพี่น้อง บนโต๊ะจัดวางด้วยสุราเลิศรสที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น และกับแกล้มหลากชนิดที่ปรุงแต่งมาอย่างพิถีพิถันเสียงสรวลเสเฮฮาดังขึ้นเป็นระยะเมื่อสุราเข้าปาก ทว่าสิ่งที่ได้รับคำชมไม่ขาดสายกลับไม่ใช่เพียงรสชาติของสุราชั้นดี แต่เป็นรสสัมผัสของอาหารและขนมหวานที่จัดวางอยู่ในจานกระเบื้อง“ใต้เท้าเสิ่น ข้าไม่คิดเลยว่าพ่อครัวประจำห้องครัวของเจ้าจะมีรสมือที่ล้ำเลิศเพียงนี้” ใต้เท้าฉีจากกรมพิธีการเอ่ยพลางใช้ตะเกียบคีบขนมจีบแป้งบางเฉียบเข้าปาก“รสชาตินุ่มนวลแต่เข้มข้น แฝงด้วยความประณีตในทุกคำจริงๆ”
Read more