มือของเสิ่นซื่อยกค้างกลางอากาศ แต่สุดท้ายก็ยังคงช้าไปก้าวหนึ่งไม่อาจสัมผัสแม้กระทั่งชายเสื้อของจี้หานอีที่พลิ้วไสวเสียงพูดของนางนั้นฟังดูเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกล เรือนร่างสมส่วนทว่าก็ดูบอบบางราวหยาดน้ำค้างอันอ่อนนุ่ม เอวคอดกิ่วดูเย้ายวนใจโดยที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ ภาพทั้งหมดนี้ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาของเขาอย่างแช่มช้าปลายแขนเสื้ออันกว้างใหญ่ลากผ่านขอบหน้าต่างรถม้าก่อนทิ้งตัวลง ปลายนิ้วเรียวยาวกำเข้าหากันแน่น เขาเฝ้ามองนางก้าวขึ้นรถม้า เฝ้ามองรถม้าคันนั้นเริ่มเคลื่อนตัวจากไป สุ้มเสียงที่หมายร้องเรียกนาง ล้วนถูกกลืนหายลงไปในลำคอหมดสิ้นม่านหน้าต่างที่เคยถูกเลิกขึ้นทิ้งตัวลงปิดสนิท ลำแสงสายหนึ่งที่เคยสาดส่องเข้ามาจึงถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดอีกครั้งเสิ่นซื่อนั่งอยู่ภายในรถม้าเพียงลำพัง ขณะเงยหน้าหลับตาเอนกายไปด้านหลัง นิ้วมือที่ลูบคลึงแหวนหยกบ่งบอกถึงห้วงอารมณ์ซึ่งปั่นป่วนอยู่ภายในใจรถม้าคันที่จอดอยู่ด้านหน้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากไป สุ้มเสียงนั้นคล้ายทำให้บึงน้ำอันเงียบสงบเกิดระลอกคลื่นวุ่นวายเหวินอันเดินลงมาจากหอเป้าซาน ก่อนหยุดเท้ายืนอยู่นอกรถม้า ขณะรายงานเข้าไปในห้องโดยสารด้วยเสี
อ่านเพิ่มเติม