All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 271 - Chapter 280

280 Chapters

บทที่ 271

ฮองเฮาจ้องมองจี้หานอีอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง ด้วยนึกไม่ถึงเลยว่าจี้หานอีผู้ดูบอบบางปานจะปลิวลม กลับมีความเด็ดเดี่ยวและทรนงซ่อนอยู่เช่นนี้นางจึงถามต่อ “เจ้าไม่เคยคิดบ้างหรือว่าหลังหย่าขาดแล้วชีวิตจะยากลำบากเพียงใด หรือว่าเจ้าไม่ได้ใส่ใจเรื่องการหย่าขาดกับสกุลเซี่ย เพราะคิดหาทางหนีทีไล่ไว้แต่แรกแล้ว?”เวลานี้ฮองเฮาเริ่มระแวงขึ้นมาเล็กน้อยว่าจี้หานอีกับน้องชายของนาง อาจมีเรื่องราวลึกซึ้งต่อกันตั้งแต่ก่อนหย่าขาด หากเป็นเช่นนั้นจริง สตรีเช่นจี้หานอี นางย่อมไม่มีวันยอมให้มาอยู่เคียงข้างน้องชายแน่นอนคำถามนี้คล้ายเป็นการบีบคั้นอยู่กลายๆ ทว่าจี้หานอีกลับยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย “บ้านใหญ่สกุลเซี่ยตระบัดสัตย์ ในเมื่อผิดคำพูดหนึ่งหน ย่อมต้องมีหนที่สองเพคะ”“หม่อมฉันหาได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้ก่อนไม่ และก็ไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้วด้วยเช่นกัน”ฮองเฮาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าจี้หานอีจะตอบกลับมาเช่นนี้นางจึงเฝ้ามองขณะถามต่อ “เช่นนั้นวันหน้าเจ้าวางแผนไว้เช่นไร? เคยคิดที่จะแต่งงานใหม่บ้างหรือไม่?”ถามจบก็หัวเราะออกมาแผ่วเบา “รูปโฉมเจ้างดงามปานนี้ หากมีใจปรารถนาจริง ๆ ข
Read more

บทที่ 272

เงาทะมึนจากร่างเขาทาบทับลงบนกายนาง อารมณ์ที่พาดผ่านนัยน์ตาหงส์คู่นั้นทำเอาหัวใจของนางสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อยโชคดีที่เสิ่นซื่อเพียงหยุดยืนอยู่ตรงหน้านางแค่ชั่วอึดใจ ก่อนจะเดินเบี่ยงกายเข้าไปถวายบังคมฮองเฮาจี้หานอีได้แต่ทอดสายตามองแผ่นหลังของเสิ่นซื่อด้วยความเหม่อลอย ทว่าความรู้สึกหวาดหวั่นนั้นกลับยังคงไม่จางหายไปนางพลันนึกไปถึงต่างหูที่เสิ่นซื่อมอบให้ สรุปแล้วมันหมายความว่าอย่างไร ภายในใจนางคิดเตลิดไปไกล กระทั่งเสิ่นซื่อกับฮองเฮารับสั่งสิ่งใดกันนางก็ยังฟังไม่ถนัด เห็นเพียงนางกำนัลผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาหา และเชิญให้พวกนางไปรอที่ตำหนักด้านข้างก่อนเท่านั้นจี้หานอีอดตวัดสายตามองแผ่นหลังของเสิ่นซื่ออีกครั้งไม่ได้ แผ่นหลังนั้นยังคงเหยียดตรงและดูเย็นชาเฉกเช่นที่ผ่านมา แผ่กลิ่นอายห้ามผู้ใดเข้าใกล้ ราวกับว่าความอ่อนโยนเพียงเสี้ยวหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นเมื่อวานนี้เป็นเพียงสิ่งที่นางตาฝาดไปเองเท่านั้นนางลุกขึ้นเดินตามนางกำนัลไปจนถึงตำหนักด้านข้าง เมื่อนั่งลงปลายนิ้วของจี้หานอีก็จิกเข้าหากันแน่นภายในตำหนักด้านข้างนั้นไม่ได้กว้างขวางนัก ซ้ำยังมีเหล่านางกำนัลคอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง นางจางกับ
Read more

บทที่ 273

ริมฝีปากของเสิ่นซื่อกระตุกยิ้มคล้ายเย้ยหยัน ปลายนิ้วเรียวยาวต้องฝืนกลั้นความปรารถนาที่จะจับนางกดลงบนโต๊ะตัวเล็กอันเต็มไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนในเวลานี้ ก่อนจัดการถอดกระโปรงอันแสนมิดชิดบนร่างนางออก จากนั้นก็ปลดปิ่นปักผมบนศีรษะ แล้วทาบทับเรือนร่างอันอ่อนนุ่มของนางไว้ใต้ร่างตนเองแนบแน่นโอบกอดนางไว้ให้ถึงใจ แม้จะอยู่ต่อหน้าองค์พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ก็ตามไม่ว่าจะเป็นความว้าวุ่นใจที่เกิดจากนาง พลังใจที่เขาสูญเสียไปเพื่อนาง และค่ำคืนที่ต้องนอนไม่หลับนับครั้งไม่ถ้วนเพราะนาง เขาจะมอบความรู้สึกทั้งหมดนี้คืนให้แก่นางอย่างสาสมให้นางได้รับรู้โดยไม่มีตกหล่นเพราะไม่ควรมีเพียงเขาที่ต้องทรมานอยู่ฝ่ายเดียวเพราะไม่ควรมีเพียงเขาที่แทบเสียสติเพื่อนางอยู่ฝ่ายเดียวและยิ่งไม่ควรเป็นนางที่เมินเฉยต่อความรู้สึกของเขา ความจริงใจของเขา การเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนของเขา และความรักจากก้นบึ้งหัวใจของเขา แต่นางกลับพูดออกมาหน้าตาเฉยว่ากำลังจะจากไปแล้ววันพรุ่งนี้ก็จะจากไป ไปจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ดินแดนอันห่างไกลนับพันลี้ตัดขาดทุกความเกี่ยวพันระหว่างกันจนสิ้นนัยน์ตาหงส์ดำขลับจับจ้องร่างตรงหน้าเขม็ง เพลิงปรารถน
Read more

บทที่ 274

จี้หานอีไม่เคยเห็นเสิ่นซื่อในมุมนี้มาก่อน เสิ่นซื่อในอดีตต่อให้เย็นชาเพียงใด ก็ไม่เคยใช้แววตาเช่นนี้มองนาง ราวกับว่านางได้กระทำเรื่องที่ผิดต่อเขาร้ายแรงเสียอย่างนั้นแต่นางคิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดพลันได้ยินเสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชาดังขึ้นอีกครั้ง "ที่เจ้าต้องการจะไปเป็นเพราะข้าใช่หรือไม่?"เสิ่นซื่อคิดว่าอุปนิสัยของจี้หานอีเดิมทีก็ค่อนข้างหัวอ่อน ทั้งยังขี้ขลาดพอสมควร อาจเป็นเพราะนางปฏิเสธเขา จึงกลัวว่าเขาจะทำอะไรนาง ถึงได้คิดหลบหนีไปให้ไกลจี้หานอียิ่งงุนงงหนักกว่าเดิม ขณะรีบส่ายหน้า "ข้าน้อยตัดสินใจมานานแล้วว่าจะไปพึ่งพิงท่านอารองเจ้าค่ะ"เสิ่นซื่อหลุบตาลง พยายามข่มกลั้นความรู้สึกที่ตึงเครียดในใจ แต่สุดท้ายก็ยังคงถามนางออกไปอยู่ดี "จะไม่อยู่ต่อจริง ๆ หรือ?"จี้หานอีชะงักงันเล็กน้อย ที่เสิ่นซื่อพูดเช่นนี้ตั้งใจจะรั้งนางไว้ใช่หรือไม่ทว่าน้ำเสียงอันราบเรียบนั้นกลับฟังความหมายของเขาไม่ออกสักนิด นางจึงคิดไปว่าตนคงหลงเข้าข้างตัวเอง เขาอาจแค่ถามขึ้นมาลอย ๆ ก็เป็นได้นางส่ายหน้าตอบกลับเสิ่นซื่อด้วยท่าทีจริงจังยิ่ง "ข้าน้อยกับท่านแม่ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว พวกเราจะไม่อยู่เมืองหลวงต่อแ
Read more

บทที่ 275

สายตาของฮองเฮาตวัดมองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนถามว่า “แน่ใจแล้วหรือว่าจะเดินทางพรุ่งนี้?”จี้หานอีพยักหน้า “แน่ใจแล้วเพคะ”สำหรับการตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองหลวงอย่างเด็ดเดี่ยวของจี้หานอีนั้น กลับทำให้ฮองเฮารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงท่าทางของเสิ่นซื่อตอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมบอกว่าต้องการพบหน้าจี้หานอีสักครั้งเมื่อครู่ นางก็ชักจะมองจี้หานอีไม่ออกเสียแล้วแต่แน่นอน นางย่อมไม่รู้ว่าทั้งสองคนสนทนาสิ่งใดกันแต่ยามนี้การที่จี้หานอียังคงยืนกรานจะจากไป ก็ทำให้ในใจของฮองเฮารู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้างนางทั้งยินดีที่น้องชายน่าจะตัดใจจากจี้หานอีได้เสียที แต่ก็อดรู้สึกสลดใจไม่ได้หาใช่ว่าจี้หานอีไม่ดี เพียงแต่ถึงอย่างไรนางก็เคยเป็นภรรยาของผู้อื่น สำหรับตระกูลเสิ่น ต่อให้ไม่สนใจเรื่องชาติกำเนิด แต่ก็ต้องเป็นสตรีที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเท่านั้นจี้หานอีนั้น ไม่เหมาะสมสักนิดนางไปเสียได้ก็ดีเมื่อเข้าใจแล้วว่าคนที่น้องชายใส่ใจที่สุดคือผู้ใด ฮองเฮาจึงหันไปมองดูกู้หว่านอวิ๋นผู้นั่งสำรวมกิริยาอย่างเอียงอายอยู่ด้านข้าง แล้วก็ให้รู้สึกไม่อยากพูดคุยด้วยอีกต่อไปกู้หว่านอวิ๋นเป็นเพียงคุณหนูตระกู
Read more

บทที่ 276

ใบหน้าของซุนเป่าฉยงประดับด้วยรอยยิ้มอันสำรวมตนและสง่างาม กลิ่นอายสูงศักดิ์ที่ได้รับการหล่อหลอมจากตระกูลผู้ดีเก่าแต่เยาว์วัย ทำให้แม้แต่คนรุ่นราวนางจางเมื่อได้พบเห็นก็ยังอดรู้สึกประหม่าไม่ได้พลันได้ยินสุ้มเสียงอันอ่อนโยนและไพเราะของซุนเป่าฉยงดังขึ้น "ข้าได้ยินท่านป้ากล่าวว่า วันนี้ฮูหยินสกุลกู้กับคุณหนูสามจะมาเยือน เดิมทีตั้งใจทำขนมเปี๊ยะกานลู่ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อแห่งเซวียนโจวมาให้ฮูหยินกับท่านป้าลิ้มลอง นึกไม่ถึงว่าพวกท่านจะรีบกลับ ช่างน่าเสียดายนัก"คำเรียกขานว่าท่านป้าของซุนเป่าฉยงในขณะนี้ ทำเอานางจางถึงกับสับสนงุนงง ขบคิดอยู่ค่อนวันก็ยังเดาฐานะของซุนเป่าฉยงไม่ออกทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงซุนเป่าฉยงกล่าวพร้อมยิ้มบางเบาว่า "ท่านยายของข้าคือท่านหญิงหรงเสี่ยน ตัวข้ามีศักดิ์เป็นหลานสาวห่าง ๆ ของฮองเฮา เพื่อให้ดูสนิทสนมกลมเกลียว จึงเรียกขานฮองเฮาว่าท่านป้าเจ้าค่ะ"นั่นเองนางจางถึงได้เข้าใจ พลันนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวแท้ ๆ ของไทเฮาองค์ปัจจุบันก็คือท่านหญิงหรงเสี่ยน เช่นนั้นฐานะของหญิงสาวคนนี้ย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่นางรีบคลี่ยิ้มเต็มใบหน้า ก่อนกล่าวว่า "ขอบคุณท่านหญิงสำหรับน้ำใจอันดีงามเจ้าค่
Read more

บทที่ 277

ซุนเป่าฉยงรู้ตัวว่าฮองเฮากำลังพิจารณานาง จึงยังคงรักษากิริยาอันยิ้มแย้มอย่างเหมาะสม "บังเอิญพบกันพอดีเพคะ คุณหนูสามสกุลกู้ผู้นั้นดูเป็นคนจิตใจงดงามเฉลียวฉลาด หม่อมฉันจึงอยากสนทนากับนางให้มากหน่อย"กล่าวพลางนางก็หันไปมองฮองเฮา "คราวหน้าหากพวกนางมาอีก เสด็จป้าโปรดเรียกหม่อมฉันมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยนะเพคะ ไม่แน่หม่อมฉันอาจได้ผูกไมตรีเป็นพี่น้องกับคุณหนูสามสกุลกู้ ได้พูดคุยหยอกล้อ ช่วยให้บรรยากาศครึกครื้นขึ้นบ้างก็เป็นได้"ฮองเฮาคลี่ยิ้ม "วางใจเถิด ข้าจะจำไว้แล้วกัน"…ทางด้านจี้หานอีเมื่อเดินตามนางจางออกจากวังไป หลังขึ้นรถม้า กู้หว่านอวิ๋นก็ขยับเข้ามาใกล้พลางถาม "เมื่อครู่ผู้ใดเรียกพี่หญิงไปพบหรือ?"จี้หานอีตอบว่า "ฮองเฮาเรียกข้าไปสนทนา ไต่ถามเรื่องราวตอนอยู่จวนสกุลเซี่ยน่ะ"กู้หว่านอวิ๋นมองจี้หานอีด้วยความประหลาดใจ "เหตุใดฮองเฮาจึงต้องเรียกไปไต่ถามเป็นการส่วนตัวด้วยเล่า"จี้หานอีเพียงส่ายหน้า "ข้าเองก็ไม่ทราบ"ฝั่งนางจางก็ปรายตามองจี้หานอีอย่างเรียบเฉยปราดหนึ่ง ก่อนหันไปกล่าวตำหนิกู้หว่านอวิ๋น "วันนี้ท่านโหวเสิ่นก็อยู่ด้วย เหตุใดเจ้าถึงไม่รู้จักไปสนทนากับเขาให้มากกว่านี้หน่อยเล่า?"
Read more

บทที่ 278

ตอนที่จี้หานอีมาถึง ช่างสองคนภายในร้านล้วนยุ่งอยู่กับการทำความสะอาด ส่วนหลงจู๊หมิงก็กำลังทยอยขนย้ายภาพวาดที่เข้ากรอบเสร็จเรียบร้อยแล้วออกไปนอกร้านทีละภาพผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณหน้าร้าน ไม่มีผู้ใดจะไม่ยกมือขึ้นปิดปากปิดจมูกแล้วเร่งฝีเท้าเดินหนีไปกลิ่นเหม็นนั้นรุนแรงยิ่ง แม้แต่หรงชุนก็ยังทนไม่ไหว ต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกจี้หานอีค่อย ๆ เลิกผ้าคลุมหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนทอดสายตามองดูร้านที่ตนเองทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายอย่างยากลำบาก ซึ่งบัดนี้กลับมีสภาพเช่นนี้ไปเสียแล้ว แต่ในแววตากลับสงบนิ่งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาทันทีที่หลงจู๊หมิงเห็นจี้หานอีมาถึง เขาก็รีบวางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วเดินตรงเข้ามาหาทันที "ฮูหยินมาแล้วหรือขอรับ"หลงจู๊หมิงยังไม่รู้เรื่องที่นางหย่าขาดจากสามี และจี้หานอีก็ไม่คิดเอ่ยถึงเรื่องนี้ นางเพียงถามว่า "รู้หรือไม่ว่าผู้ใดเป็นคนสาด?"แม้ตรอกแห่งนี้จะค่อนข้างเปลี่ยว แต่ก็มีร้านรวงเปิดกิจการอยู่หลายร้าน ทว่าร้านอื่นกลับไม่เป็นอะไร มีเพียงร้านนางถูกสาดสิ่งปฏิกูลใส่อยู่ร้านเดียว เจตนาเช่นนี้ชัดเจนยิ่งว่าจงใจมุ่งเป้ามาที่นางโดยเฉพาะหลงจู๊หมิงส่ายหน้า "ไม่ทราบเลยขอรับ
Read more

บทที่ 279

เมื่อหลงจู๊ได้ฟังคำพูดของจี้หานอีก็ตาสว่างราวถูกรดด้วยน้ำเย็น รีบกล่าวว่า "นี่นับเป็นวิธีที่ดีทีเดียวขอรับ"จี้หานอีร้องเรียกเขาไว้อีกครั้ง "ประเดี๋ยวไปจ้างคนงานมาสักสองสามคน ใช้ฝักจ้าวเจี่ยวกับใบอ้ายเฉ่าทำความสะอาดให้หมดจด"กล่าวพลางนางก็เรียกหรงชุนให้นำถุงเงินออกมาวางลงบนมือของหลงจู๊ "ค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้หักออกจากในนี้ก่อน เพียงจดบันทึกในบัญชีไว้ให้ดีก็พอ"จี้หานอีจัดการสะสางบัญชีของร้านเสร็จสิ้นตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว ส่วนเรื่องการเปลี่ยนเจ้าของกิจการก็กำชับหลงจู๊ไว้เรียบร้อย ค่าจ้างของบรรดาช่างทำกรอบภาพในร้านยังคงจ่ายให้ตามเดิม หากเจ้าของใหม่ยินดีเปิดกิจการต่อก็ย่อมดี แต่หากไม่ ผลกำไรของร้านในช่วงหลายวันนี้ก็ให้พวกเขานำไปแบ่งปันกันอีกอย่าง ร้านนี้กำลังจะเปลี่ยนเจ้าของ อย่างไรก็ต้องทำความสะอาดให้หมดจดอยู่ดีเมื่อหลงจู๊หมิงได้รับคำสั่งจากจี้หานอีก็รีบพยักหน้ารัวเร็ว ก่อนจะไปสั่งการให้คนงานลงมือทำความสะอาดทันทีจี้หานอียืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ขณะใช้มือยันต้นไม้ไว้พลางหลุบตาครุ่นคิดในความเงียบงันหรงชุนเดินเข้ามาหยุดยืนข้างกายพลางกระซิบ "คุณหนู หรือว่าจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปดีเ
Read more

บทที่ 280

จี้หานอีก้มหน้ามองชายกระโปรงตนเองด้วยความเหม่อลอยจะหาตัวคนร้ายพบหรือไม่ เรื่องนี้นางเองก็ไม่รู้เช่นกันแต่ขอเพียงคนของกองปราบยอมตรวจสอบโดยละเอียด ก็จะต้องหาตัวพบอย่างแน่นอนคนที่สาดอุจจาระย่อมอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับถนนสายนี้ หาไม่แล้วก็คงหลบเลี่ยงสายตาของเวรยามผู้เฝ้าระวังอัคคีภัย หน่วยลาดตระเวน หรือคนตีเกราะบอกยามไปไม่ได้ รวมถึงคนผู้นั้นก็ไม่น่าใช่สตรี เพราะการหิ้วถังอุจจาระเดินไปเดินมาโดยไม่ทำหกเลอะพื้นถนนแม้แต่น้อย สตรีไม่น่าจะทำได้แต่ประการสุดท้ายคือ ในเมื่อคนผู้นั้นกระทำเรื่องชั่วช้า ย่อมต้องหาทางปกปิดร่องรอย โดยเฉพาะการดับกลิ่นเหม็นที่ติดตัว หากอยู่ดี ๆ เนื้อตัวของผู้ใดมีกลิ่นหอมผิดปกติ คนผู้นั้นย่อมน่าสงสัยมากที่สุดเหี้ยนอกจากนี้ หากเริ่มสืบจากพวกอันธพาลหรือพวกคนว่างงานตามท้องถนน ก็น่าจะตรวจสอบได้ง่ายกว่า โดยเริ่มจากการดูว่าอยู่ดี ๆ บนร่างของผู้ใดมีกลิ่นเครื่องหอมบ้างหรือไม่ทว่า บางทีก็อาจมีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้เช่นกันแต่ยามนี้ จี้หานอีไม่มีเวลามาคิดให้มากความแล้วการที่คนผู้นั้นลงมือเช่นนี้ ย่อมไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากต้องการบีบให้กิจการของนางดำ
Read more
PREV
1
...
232425262728
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status