All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 261 - Chapter 270

280 Chapters

บทที่ 261

"หรือว่าเจ้าไม่อยากอยู่ที่นี่? หรือเจ้าไม่ชอบญาติผู้พี่ของเจ้า?""เจ้าย่อมรู้ดีที่สุดว่าญาติผู้พี่ดีต่อเจ้าเพียงใด"จี้หานอีเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนหันกลับมามองดวงตาอันฝ้าฟางของท่านยาย ภายในดวงตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความกังวลถึงอนาคตวันข้างหน้า นางล้วนเข้าใจดี ทว่านางไม่ปรารถนาจะดึงผู้ใดมาร่วมแบกรับผลกรรมจากการกระทำตามอำเภอใจของตน และยิ่งไม่ต้องการให้ผู้อื่นต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลังเพราะนางอีกนางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "นับตั้งแต่คิดหย่าขาดกับเซี่ยอวี้เหิง หลานก็ไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่นี่ต่อแล้วเจ้าค่ะ"พูดพลางจี้หานอีก็ก้มหน้า สุ้มเสียงแผ่วเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย "อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าญาติผู้พี่ไม่ดี หลานเองก็ชอบพี่เยี่ยน แต่เป็นเพียงความชอบฉันพี่น้องเท่านั้น หาได้มีความหมายอื่นใดไม่"เมื่อจี้หานอีกล่าวประโยคนี้จบ นอกฉากกั้นอันเงียบสงบก็คล้ายเกิดเสียงเก้าอี้ถูกกระแทกดังขึ้นจี้หานอีชะงักงัน ก่อนมองไปทางด้านหลังฉากกั้น แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใด จนกระทั่งมือที่วางอยู่บนตักอย่างสำรวมกิริยาถูกฮูหยินผู้เฒ่ากู้กอบกุมเอาไว้เสียงอันแหบพร่าตามวัยชราดังขึ้นต่อไป "หานอี อย่าเพิ่งด่วนพูดเช่นนี้เลย เจ้
Read more

บทที่ 262

จี้หานอีชำเลืองมองกู้เยี่ยนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยนางนึกไม่ออกว่าเหตุใดกู้เยี่ยนถึงได้กล่าวกับท่านยายเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะอยากดูแลนางหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่จี้หานอีย่อมไม่อาจเอ่ยปากถามกู้เยี่ยนตามตรง เพราะต่อให้ถามไปก็มีแต่ลำบากใจกันเสียเปล่า ไม่ว่าอย่างไรนางก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่อยู่ที่นี่อีกและนางก็ไม่ได้ไปเพราะคำพูดของป้าสะใภ้ด้วยนางวางแผนเรื่องที่จะไปจากที่นี่ไว้นานแล้วนางรีบส่ายหน้าตอบกู้เยี่ยนพลางกล่าว “พี่เยี่ยนอย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่เคยเก็บคำพูดของท่านป้าสะใภ้มาใส่ใจแม้แต่น้อย”กล่าวจบจี้หานอีก็เงยหน้าขึ้นมองกู้เยี่ยน “ความจริงตั้งแต่ตอนอยู่จวนสกุลเซี่ย ข้าก็ตั้งใจว่าจะพาท่านแม่ออกจากเมืองหลวงอยู่แล้วเจ้าค่ะ”กู้เยี่ยนก้มหน้าจ้องจี้หานอีเขม็ง สองมือที่ไพล่อยู่ด้านหลังกำเข้าหากันแน่น ก่อนกระซิบเสียงแผ่ว “แต่ข้าดูแลเจ้าได้”“ข้าผูกมิตรกับผู้คนมากมายในสำนักศึกษากั๋วจื่อเจี้ยน หวังซือเยี่ยเองก็โปรดปรานข้าไม่น้อย ซ้ำข้ายังวางแผนไว้แล้ว ข้าไม่ได้อยากรั้งอยู่ในสำนักศึกษาตลอดไป ปีหน้าข้าสามารถใช้ฐานะเจี้ยนเซิงเข้าร่วมการสอบเซียงซื่อของศาลเมืองหลวง หากสอบไม่ติด
Read more

บทที่ 263

จี้หานอีกล่าวพลางก้มหน้าลง “พี่เยี่ยน ข้าต้องขอโทษด้วย”และนางยังมีอีกหนึ่งประโยคที่ไม่ได้พูดออกไป นั่นคือนางไม่กล้าออกเรือนอีกแล้วภายใต้ความมืดมิดยามราตรี ใบหน้าที่ก้มต่ำของจี้หานอีคล้ายแสงจันทร์กระจ่างฟ้า ผิวพรรณขาวผ่องเปล่งประกาย ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดและผิวขาวราวหิมะท่ามกลางแสงสลัวรางของโคมไฟช่างดูงดงามจับใจ และเรือนร่างอรชรนั้นก็ยังชวนให้ผู้คนนึกอยากรวบตัวนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกเสียเดี๋ยวนี้มือของกู้เยี่ยนที่ไพล่ไว้ด้านหลังสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย เส้นเลือดดำปูดโปนบนหลังมือ ทว่าบนใบหน้ากลับยังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนและใจกว้างเฉกเช่นวันวาน “น้องหญิงอี ข้าหาได้ตำหนิเจ้าไม่”“รีบไปพักผ่อนเถิด”จี้หานอีเงยหน้าขึ้น สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาคือแววตาอันอ่อนโยนดั่งเช่นวันวานของกู้เยี่ยน ในที่สุดนางก็วางใจ หญิงสาวพยักหน้าแผ่วเบา จากนั้นจึงหมุนตัวเดินจากไปกู้เยี่ยนยังคงยืนนิ่งขณะทอดสายตามองส่งแผ่นหลังของจี้หานอี จวบจนกระทั่งเงาร่างนั้นเลือนหายไปจากคลองสายตา เขาจึงเม้มริมฝีปากแล้วหมุนตัวกลับครั้นกลับมาถึงภายในห้อง หรงชุนผู้ไปเปลี่ยนถ่านในเตาอุ่นมือให้จี้หานอีก็เดินกลับมาถึงพอดี
Read more

บทที่ 264

จี้หานอีได้แต่ครุ่นคิดระหว่างทางว่า กู้เยี่ยนยอมสิ้นเปลืองเงินทองเพื่อมารดาของนางไปไม่น้อย นางจะรับผลประโยชน์ไว้โดยไม่ตอบแทนสิ่งใดเลยก็คงไม่ได้ จึงใคร่ครวญว่าจะหาของขวัญตอบแทนพี่เยี่ยนกลับไปสักชิ้นทั้งมะรืนนี้นางก็จะไม่อยู่แล้ว ประเดี๋ยวพอออกมาจากเรือนท่านยาย ก็จะให้สาวใช้เก็บข้าวของไปพลาง ๆ ก่อน ส่วนนางจะออกไปเดินตลาดสักรอบ หลังจัดการเรื่องร้านค้าเรียบร้อย ค่อยไปเลือกดูเครื่องเขียนให้พี่เยี่ยนสักชิ้นแล้วกัน เพียงแต่พอนับวันดูแล้ว ก็ออกจะฉุกละหุกไปสักหน่อยทว่าสองวันมานี้นางก็คอยจัดเก็บข้าวของอยู่ตลอด ความจริงไม่มีสิ่งใดให้ต้องนำติดตัวไปมากนัก ระหว่างเดินทางพกสัมภาระไปน้อยชิ้นย่อมดีกว่า สิ่งใดไม่จำเป็นนางย่อมไม่ได้เอาไปอยู่แล้วเช้านี้ไม่ได้มืดครึ้มเหมือนช่วงที่อากาศหนาวเหน็บหลายวันก่อน พอจะมีแสงแดดสาดส่องรำไร แม้ยังหนาวเย็นเล็กน้อย แต่โชคดีที่จี้หานอียังมีเสื้อคลุมขนหนูเงิน ซ้ำยังกอดเตาพกอุ่นมือ บนร่างจึงยังคงอบอุ่นอยู่พอสมควร เมื่อไปถึงก็สายมากแล้ว ตอนแรกจี้หานอีตั้งใจจะหลบหน้าป้าสะใภ้ใหญ่ ด้วยรู้ดีว่าป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ค่อยอยากเห็นหน้านางนัก จึงจงใจหลบเลี่ยงมาตลอด ไม่คิดเลยว่าตอ
Read more

บทที่ 265

เมื่อจี้หานอีถูกกู้หว่านอวิ๋นถามเช่นนั้น นางก็พยักหน้ารับตามความจริง บิดาเคยพานางไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันพระราชสมภพของไทเฮาอยู่หนหนึ่ง เวลานั้นบิดาดำรงตำแหน่งขุนนางระดับสูงในราชสำนัก มารดาจึงสามารถติดตามเข้าวังไปด้วยได้ทว่ายามนี้นึกย้อนไปก็คล้ายเป็นเรื่องราวอันยาวนานเหลือเกิน นางกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาว่า "กฎระเบียบในวังหลวงนั้นมีมากมายก็จริง แต่ขอเพียงพวกเราปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และมารยาทที่เคยร่ำเรียนมาให้ดี ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล""อีกทั้งฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา เจ้าอย่าได้ตื่นตระหนกไปเลย"กู้หว่านอวิ๋นพยักหน้ารับ ก่อนกระชับวงแขนที่คล้องแขนจี้หานอีให้แน่นขึ้นอีกนิด "พรุ่งนี้พี่หญิงต้องคอยอยู่เคียงข้างข้านะเจ้าคะ พอมีพี่หญิงอยู่ข้างกาย ข้าก็ไม่รู้สึกประหม่าแล้ว"จี้หานอีคลี่ยิ้ม "วางใจเถิด"เมื่อกำลังจะต้องแยกย้ายกันกลับเรือน กู้หว่านอวิ๋นก็คล้องแขนจี้หานอี หมายกลับไปพูดคุยกันต่อที่เรือนของนาง จี้หานอีพบว่ากู้หว่านอวิ๋นดูลังเลคล้ายมีเรื่องอยากพูดแต่ไม่กล้า นับตั้งแต่เดินออกมาเมื่อครู่ ก็เอาแต่ไต่ถามเรื่องราวของเสิ่นซื่ออย่างระมัดระวังมาตลอดถามว่าปกติเขาเป็นคนเย็นชาเ
Read more

บทที่ 266

จี้หานอีมักวาดภาพพู่กันอยู่เป็นประจำ และด้วยความที่เมื่อก่อนบิดานางชอบสะสมแท่นฝนหมึกชื่อดัง นางจึงพอจะมีความรู้เรื่องแท่นฝนหมึกอยู่บ้าง สายตาของนางทอดมองไปยังแท่นฝนหมึกชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ด้านข้างบนแท่นฝนหมึกปรากฏลวดลายสีฟ้าเขียวจาง ๆ เป็นแท่นฝนหมึกชิงฮวา นับเป็นของชั้นเลิศในบรรดาแท่นฝนหมึกหินต้วนหยาน ยามฝนหมึกจะให้สีดำลื่นไหลราวน้ำมัน ทั้งยังไม่ทำลายขนพู่กัน การที่จะหาแท่นฝนหมึกชั้นเลิศพบในสถานที่แห่งนี้ นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายขณะที่จี้หานอีกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบด้วยความดีใจ ทันใดนั้นก็มีปลายนิ้วเรียวยาวของใครบางคนยื่นข้ามมาจากทางด้านหลัง ก่อนฉวยเอาแท่นฝนหมึกนั้นไปต่อหน้าต่อตาจี้หานอีชะงักงัน เมื่อหันกลับไป ก็พบว่าผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังคือเสิ่นซื่อเวลานี้เสิ่นซื่อสวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินปักดิ้นทอง ในมือถือแท่นฝนหมึกที่นางหมายตา ชายหนุ่มกำลังก้มหน้าลงมองนาง นัยน์ตาคู่นั้นดำมืดลึกล้ำ บนใบหน้าอันปราศจากอารมณ์ความรู้สึก ก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามและเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลงจี้หานอีคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบกับเสิ่นซื่อในที่แห่งนี้ จึงรีบย่อกายทำความเคารพเสิ่นซื่อปรายตามองแท่นฝนหมึกในมือปราดหน
Read more

บทที่ 267

มือของเสิ่นซื่อเย็นเล็กน้อย ทว่ายามสัมผัสลงบนผิวกายกลับก่อให้เกิดความสั่นสะท้านแผ่วเบา ชักนำให้หัวใจนางเต้นรัวแรงอย่างยากอธิบายนางครุ่นคิดด้วยความเลื่อนลอย เสิ่นซื่อเป็นผู้วางตัวอยู่ในกรอบระเบียบมาแต่ไหนแต่ไร เขาจะรู้สึกว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมหรือไม่? หรือแท้จริงแล้วการจับข้อมือครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายอันใดเลยนางอดนึกถึงวันนั้นที่หอของอาจารย์จางไม่ได้ เขาก็ดึงมือนางไว้เช่นกันท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวดุจกลองตี สุ้มเสียงทุ้มต่ำของเสิ่นซื่อก็พลันดังขึ้นเหนือศีรษะ "ถ้าเจ้าซื้อของสิ่งนี้ให้ข้า แล้วญาติผู้พี่ของเจ้าเล่า?""เจ้าจะไม่ซื้อให้ญาติผู้พี่แล้วหรือ?"ตอนที่เสิ่นซื่อพูดออกมา มือเขาก็คลายออกแล้ว จี้หานอีพยายามสะกดกลั้นจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว ก่อนตอบกลับด้วยถ้อยคำอันเหมาะสม "ขอเพียงใต้เท้าเสิ่นชื่นชอบย่อมสำคัญที่สุดเจ้าค่ะ ส่วนของญาติผู้พี่ ประเดี๋ยวข้าน้อยค่อยเลือกหาชิ้นใหม่ให้ก็ได้"นัยน์ตาลึกล้ำของเสิ่นซื่อทอดมองจี้หานอี ใบหน้าที่เงยขึ้นมานั้นนุ่มนวลดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ ริมฝีปากแดงเรื่อฟันขาวสะอาด คิ้วเรียวคมโค้ง บนใบหน้าปรากฏเพียงความจริงใจเท่านั้นความรู้สึกริษ
Read more

บทที่ 268

เสียงของเสิ่นซื่อเวลานี้ฟังดูปราศจากความเย็นชาเช่นทุกวัน ไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกของจี้หานอีหรือไม่ แต่กลับฟังดูคล้ายอ่อนโยนอยู่ไม่น้อยหว่างคิ้วและดวงตาของเขาก็ไม่ได้ดูห่างเหินเช่นกาลก่อน เขายังคงโน้มตัวลงมา บุคคลผู้สูงศักดิ์ถึงเพียงนั้น กลับยอมก้มหน้าเข้ามาใกล้ชิดนางถึงเพียงนี้ใบหน้าที่สูงส่งและสง่างามไม่เคยเปลี่ยนพลันปรากฏอยู่ตรงหน้า กลิ่นไม้กฤษณาจากเรือนกายเขาโชยพัดมา แม้ยังคงเจือด้วยความเย็นชา ทว่าก็คล้ายไม่เป็นเช่นนั้นเสียทีเดียวนางถึงขั้นรู้สึกว่าเสิ่นซื่อจ้องมองนางไม่วางตา คล้ายกำลังล่อลวงนางอย่างไรอย่างนั้นหัวใจของจี้หานอีเต้นระรัว ได้แต่จ้องมองเสิ่นซื่อด้วยความตกตะลึง ภายในสมองขาวโพลนหมดสิ้นนางถูกเสิ่นซื่อจ้องมองจนทนรับแทบไม่ไหว ประกอบกับยังอยู่บนถนนใหญ่ที่มีผู้คนสัญจรไปมา การทำเช่นนี้ดูคล้ายไม่ค่อยเหมาะสมนัก จี้หานอีจึงขบริมฝีปาก ไม่กล้าสบตากับเสิ่นซื่อ ขณะผงกศีรษะแผ่วเบา “เจ้าค่ะ”สายตาของเสิ่นซื่อยังคงจับจ้องอยู่ที่นาง “ยังมีถ้อยคำใดอยากกล่าวกับข้าอีกหรือไม่?”ห้วงความคิดของจี้หานอีถึงขั้นสับสนเพราะคำพูดนี้ของเสิ่นซื่อ นางไม่รู้ว่าควรพูดสิ่งใด จึงได้แต่ส่ายห
Read more

บทที่ 269

จี้หานอีจึงเอ่ยถาม "แล้วเจ้าแยกออกได้อย่างไร?"หรงชุนยิ้มกว้าง "บ่าวจำตราประทับของนายท่านได้เจ้าค่ะ เพียงคลี่ออกดูให้หมด หากไม่เห็นตราประทับของนายท่าน ก็แสดงว่าใช่เจ้าค่ะ"จี้หานอียิ้มบาง ขณะกำลังจะคลี่ภาพวาดออก หรงชุนก็เหลียวซ้ายแลขวา ก่อนยื่นฝ่ามือมาตรงหน้าจี้หานอีพลางกระซิบ "คุณหนูเจ้าคะ เมื่อครู่ตอนที่บ่าวคลี่ภาพวาดม้วนนี้ออก มีต่างหูคู่หนึ่งร่วงลงมาด้วยเจ้าค่ะ"จี้หานอีชะงักงันขณะมองต่างหูคู่เล็กบนฝ่ามือของหรงชุน ก่อนวางภาพวาดลง แล้วหยิบต่างหูคู่นั้นมาถือไว้ในมือนางนำต่างหูไปส่องดูใต้แสงตะเกียงด้วยความพิศวง นี่คือต่างหูรูปผีเสื้อหยกฝังมุกประดับทองคำถักเส้น ลวดลายประณีตบรรจง หยกที่ใช้ก็เนื้อดีชั้นเลิศ ทอประกายระยิบระยับดูเรียบหรูภายใต้แสงไฟนางจ้องมองต่างหูอยู่นาน ก่อนจะหวนนึกถึงหยกพกห่วงคู่ชิ้นนั้นในอดีต ซึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากม้วนภาพวาดเช่นเดียวกันนางใจลอยไปชั่วขณะหรงชุนกระซิบถามอยู่ด้านข้าง "ในภาพวาดมีต่างหูซ่อนอยู่ได้อย่างไร ผู้ใดทำหล่นไว้หรือเจ้าคะ"จี้หานอีไม่รู้จะตอบหรงชุนอย่างไร นางกำต่างหูไว้ในมือ สัมผัสเย็นเยียบนั้นทำเอาหัวใจเต้นรัวแรงนางแสร้งทำเป็นสงบนิ่งขณะตอ
Read more

บทที่ 270

เมื่อสวมใส่เครื่องประดับชุดนี้แล้ว ในกล่องจึงหลงเหลือเครื่องประดับอยู่อีกเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น หรงชุนเห็นแล้วก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้จี้หานอีจ้องมองเงาตนเองในคันฉ่องทองแดง แม้จะสวมใส่เครื่องประดับมุกหยก แต่ความเหนื่อยล้าในแววตากลับไม่อาจปกปิดแม้แต่น้อยจี้หานอียกมือขึ้นนวดดวงตาเบา ๆ พลางคิดว่าการเข้าเฝ้าฮองเฮาในวันนี้ไม่ควรมีข้อผิดพลาด นางจึงยกน้ำชาขึ้นจิบอีกหลายอึกหลังออกเดินทางในช่วงสาย การแต่งกายของกู้หว่านอวิ๋นก็ดูหรูหรามีระดับกว่าคราวก่อน ปิ่นทองคำและหยกเขียวบนเรือนผม รวมถึงกระดุมห่วงหยกตรงคอเสื้อล้วนขับเน้นให้ดูสง่างาม ร่ำรวยและมีหน้ามีตา ดูท่าแม่นมอาวุโสที่มาจากในวังผู้นั้นคงมีฝีมือไม่ธรรมดาจริง ๆ กระทั่งการแต่งกายของนางจางในวันนี้ก็ยังผิดแผกไปจากทุกวัน ดูเรียบง่ายทว่าเหมาะสม คล้ายเป็นฮูหยินผู้สูงศักดิ์ที่ได้รับการปรนนิบัติพัดวีมาอย่างดีกระทั่งทุกท่วงท่าก็ยังดูเชื่องช้าและนุ่มนวลขึ้นไม่น้อยเมื่อขึ้นรถม้า กู้หว่านอวิ๋นก็ดูประหม่าเป็นพิเศษ นางเอาแต่จับมือจี้หานอีจนฝ่ามือชื้นเหงื่อไปหมดจี้หานอีต้องปลอบโยนเล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลนัก แม้แต่ตัวนางเองก็ยังรู้สึกไร้เ
Read more
PREV
1
...
232425262728
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status