All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 341 - Chapter 350

474 Chapters

บทที่ 341

กู้เยี่ยนปรายตามองจี้หานอีผู้นั่งก้มหน้าต้มชาอยู่ตรงโต๊ะตัวเล็กด้านข้างอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบด้วยเสียงแผ่วเบา "ข้าเต็มใจขอรับ"นางกู้สังเกตเห็นสายตาของกู้เยี่ยน เพียงปราดเดียวที่เขามองไป นางก็เข้าใจความหมายได้ในทันทีว่ากู้เยี่ยนทำไปเพื่อจี้หานอีคราวก่อนตอนที่สนทนากับท่านแม่ ท่านแม่ก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ให้นางฟัง โดยบอกว่ากู้เยี่ยนเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน ทว่าจี้หานอีกลับปฏิเสธในตอนนั้นนางกู้มัวแต่คิดว่าตนได้รับปากจี้หานอีไปแล้วว่าจะเดินทางไปอำเภอเว่ยเชี่ยนด้วยกัน ทั้งกู้เยี่ยนก็รับราชการเป็นขุนนางอยู่ในเมืองหลวง จึงไม่อยากให้เขาต้องมาพลอยลำบากไปด้วย นางจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก โดยคิดว่าบุตรสาวเองก็คงคิดเห็นเช่นเดียวกันเพียงแต่การเดินทางในครั้งนี้กลับมีอันต้องล้มเลิกไปเพราะสุขภาพของนางเอง บัดนี้เมื่อเห็นกู้เยี่ยนคล้ายยังคงมีใจ ซ้ำกู้เยี่ยนก็ไม่รังเกียจที่บุตรสาวนางเคยออกเรือนแล้ว ทั้งยังคอยเอาอกเอาใจถึงเพียงนี้ ในอดีตก็เป็นกู้เยี่ยนที่คอยดูแลนางมาตลอด ภายในใจจึงรู้สึกว่ากู้เยี่ยนเป็นคนดี หากเรื่องราวในคราวนี้ราบรื่นด้วยดี ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้กู้เยี่ยนอยู่ช่วยงานจนถึงช่วงบ่าย ซ้ำย
Read more

บทที่ 342

เมื่อขึ้นไปบนรถม้า กลิ่นไม้กฤษณาอันเย็นเยียบจากร่างของเสิ่นซื่อก็ลอยมาปะทะจมูก แสงสว่างภายในรถม้านั้นสลัวราง บนโต๊ะตัวเล็กตรงกลางมีโคมงาช้างแปดเหลี่ยมวางอยู่ เสิ่นซื่อนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม อาภรณ์สีดำสนิทบนร่างเขาแทบจะกลืนหายไปกับความมืดมิด ทว่ากลับไม่อาจละเลยกลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อยการตกแต่งภายในรถม้านั้นหรูหรา ตัวรถม้าทำจากไม้กฤษณา แฝงไว้ด้วยความสง่างามเช่นเดียวกับกลิ่นอายบนร่างเสิ่นซื่อ เปลือกหอยมุกที่ประดับอยู่ทั่วผนังทั้งสี่ด้านทอประกายระยิบระยับภายใต้แสงโคมสลัวราง บนผนังด้านในคือภาพวาด 'วั่งชวน' เต็มผืนซึ่งถูกปักด้วยดิ้นเงินบนผ้าแพรเยวี่ยหลัวสีดำมืดสายตาของจี้หานอีทอดมองเพียงผนังรถม้า ไม่กล้าเหลือบมองใบหน้าเสิ่นซื่อ ทั้งนางยังมองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ท่ามกลางแสงโคมวูบไหว นางรู้สึกเพียงว่าเวลานี้สีหน้าของเสิ่นซื่อคงต้องเคร่งขรึมถึงขีดสุดเป็นแน่นัยน์ตาลึกล้ำของเสิ่นซื่อจับจ้องไปที่จี้หานอีผู้นั่งสำรวมกิริยา คล้ายว่ามีเพียงยามอยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น นางจึงระแวดระวังตัวถึงเพียงนี้วันนี้เขาเห็นนางพูดคุยหยอกล้อกับบุรุษอื่นด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ช่างผิดแผกไปจากยาม
Read more

บทที่ 343

ตัวนางเมื่ออยู่ต่อหน้าเสิ่นซื่อนั้นช่างต่ำต้อยเหลือเกิน ประโยคที่นางเอ่ยถามออกไป เสิ่นซื่อคงต้องรู้สึกขบขันเป็นแน่แพขนตาสั่นระริกขณะก้มหน้าลง เอ่ยเสียงแผ่ว "หากภายหน้ามีวันใดที่ข้าน้อยสามารถช่วยเหลือใต้เท้าเสิ่นได้ ไม่ว่าเรื่องใดข้าน้อยล้วนยินดีทั้งสิ้นเจ้าค่ะ"เสิ่นซื่อทอดสายตามองจี้หานอีที่กำลังก้มหน้างุด เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียน ปอยผมอ่อนนุ่มทิ้งตัวระต้นคอ ทั่วร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายอันบอบบางงดงามดุจวสันตฤดูอันสดใส ชวนให้ผู้คนรู้สึกหวั่นไหวไปทั้งใจความจริงใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความอ่อนโยนจากภายในสู่ภายนอกที่แฝงอยู่ในตัวนาง ล้วนสะกดให้ผู้คนหวั่นไหวเสิ่นซื่อจับจ้องจี้หานอีไม่วางตา เรือนกายสูงใหญ่โน้มเข้าไปใกล้นางมากขึ้น สายตาเพ่งพิศเปลือกตาของหญิงสาว กลิ่นหอมกรุ่นบนร่างนางโชยเบาบางในรถม้าอันมืดสลัว ก่อให้เกิดความอบอุ่นปะทุวูบขึ้นมาในหัวใจของชายหนุ่มเขากล่าวด้วยเสียงแหบพร่าเล็กน้อย "ไม่ว่าเป็นเรื่องใดก็ยินดีหรือ?"จี้หานอียังไม่ทันสังเกตเห็นเสิ่นซื่อที่โน้มตัวขยับเข้ามาใกล้ เมื่อได้ยินเสียงของเขา นางก็เงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาอันดำขลับลึกล้ำดั่งน้ำหมึกดว
Read more

บทที่ 344

เมื่อเสิ่นซื่อเห็นประกายน้ำตาเบาบางในดวงตาของจี้หานอี หัวใจก็พลันปวดร้าวขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาหวนนึกถึงตอนที่นางร้องไห้ในวัยเยาว์ เวลานั้นนางมักร้องไห้เสียงดังลั่นอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจพลางซุกตัวเข้าหาอ้อมอกบิดา ทว่าบัดนี้นางกลับทำได้เพียงหลั่งน้ำตาในความเงียบ คล้ายเป็นผู้ที่ผ่านความน้อยเนื้อต่ำใจมามากมายจนไม่อาจร้องไห้เสียงดังได้อีกต่อไปเสิ่นซื่อจึงถามนางด้วยเสียงแหบพร่า "เหตุใดถึงได้เศร้าใจนัก?"เป็นเพราะคิดถึงอดีตระหว่างนางกับคนผู้นั้น หรือเป็นเพราะนางยังคงอาลัยอาวรณ์ความหลังของคนทั้งสอง หรือเป็นเพราะเหตุใดกันแน่ปลายนิ้วอันเย็นเยียบสัมผัสลงบนปลายคางของจี้หานอี นางชะงักงันไปเล็กน้อย เมื่อกะพริบตา หยดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงมา จี้หานอีไม่ได้อยากเป็นเช่นนี้ และยิ่งไม่อยากหลั่งน้ำตาต่อหน้าเสิ่นซื่อแม้แต่น้อยทว่านางกลับไม่อาจควบคุมตนเองได้หลังได้ยินเสียงของเสิ่นซื่อ นางก็ยิ่งรู้สึกปวดร้าว สุ้มเสียงที่สั่นเครือและแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอ จี้หานอีกล่าวด้วยความเศร้าสร้อย "ข้าน้อยคิดถึงบิดาเจ้าค่ะ"ปลายนิ้วของเสิ่นซื่อพลันชะงักกึก ก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือกลับลมหายใจที่ตึงเครียดผ่อนคลายลง เขาเฝ้า
Read more

บทที่ 345

นางนั่งอยู่บนระเบียงเล็กในเรือนหลัง สายลมโชยพัดมาแผ่วเบา จดหมายจากอาจารย์จางไม่ได้ยาวนัก จี้หานอีจึงอ่านจบอย่างรวดเร็วในจดหมายบอกว่าร้านค้าทั้งสองแห่งของจี้หานอีถูกขายไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนภาพวาดม้วนนั้นก็ขายได้ราคาดีเช่นกัน และเนื่องจากจำนวนเงินไม่ใช่น้อย ๆ จึงสอบถามมาว่าจี้หานอีจะไปรับด้วยตนเอง หรือจะให้เขาส่งคนนำมามอบให้จี้หานอีครุ่นคิดครู่หนึ่ง รู้สึกว่าไปรับด้วยตนเองย่อมดีกว่าการเดินทางไปรับเงินเป็นไปอย่างราบรื่น ตอนที่อาจารย์จางวางถุงเงินอันหนักอึ้งลงบนมือจี้หานอี เขาก็กระซิบ "ร้านค้าของคุณหนูที่ถนนฉงเหวินฝั่งใต้ทำเลไม่ค่อยดีนัก จึงเรียกราคาได้ไม่สูง แม้กิจการของร้านจะพอไปไหวก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็ยังได้ราคาดีกว่าร้านรวงละแวกเดียวกันอยู่บ้าง โดยขายไปได้ทั้งสิ้นเก้าร้อยตำลึง""ส่วนร้านค้าอีกแห่งที่อยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองนั้นด้อยลงมาหน่อย ขายได้เพียงหกร้อยตำลึงเท่านั้น"จี้หานอีย่อมรู้ดีว่าร้านค้าแถวถนนฉงเหวินนั้นไม่ได้มีมูลค่ามากมายอันใด สามารถขายได้ในราคาเท่านี้ นางก็รู้สึกพอใจมากแล้วนางจึงพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าว "ขอบคุณอาจารย์จางเจ้าค่ะ"อาจารย์จางคลี่ยิ้มบางเบา "ไม่
Read more

บทที่ 346

เมื่อจี้หานอีได้ยินเสียงของเซี่ยจิ่นก็หันขวับกลับไป จึงพบว่าเซี่ยจิ่นกำลังก้าวเข้ามาหาตน ทว่าบนใบหน้านั้นยังคงประดับไว้ด้วยความเย่อหยิ่งจองหองเช่นเคยเห็นเพียงนางก้าวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าจี้หานอีอย่างรวดเร็ว และสิ่งแรกที่ทำก็คือการแค่นหัวเราะหยัน "ข้าได้ยินมาว่าเจ้าย้ายออกจากจวนสกุลกู้แล้ว"จี้หานอีปรายตามองเซี่ยจิ่นปราดหนึ่งก่อนถาม "ไม่ทราบคุณหนูใหญ่เซี่ยรู้ได้อย่างไรหรือ?"สีหน้าของเซี่ยจิ่นพลันมืดทะมึนลงเล็กน้อยขณะขบกรามกรอดน้องชายนางเกิดเรื่องใหญ่โต นังแพศยาหลี่หมิงโหรวผู้นั้นบังอาจกล้าวางยาน้องชายนางตลอดสามปีที่ผ่านมา บัดนี้ต่อให้เชิญหมอหลวงจากในวังมาตรวจดู ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องพรรค์นั้นของน้องชายนางหากไม่พึ่งพายาปลุกกำหนัด ก็แทบใช้การไม่ได้แล้วยามนี้ทั่วทั้งจวนสกุลเซี่ยล้วนวุ่นวายโกลาหล แม้จับตัวหลี่หมิงโหรวไปขังไว้ นางก็ยังไม่ยอมอยู่อย่างสงบ เอาแต่ร้องห่มร้องไห้โวยวายในทุกวันวันนี้เดิมทีนางตั้งใจไปจวนสกุลกู้เป็นเพื่อนมารดา เพื่อรับตัวจี้หานอีกลับไปอยู่ด้วยกัน ถึงอย่างไรน้องชายนางก็ตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น หมองหม่นอมทุกข์คล้ายคนไร้วิญญาณตลอดทั้งวัน สตรีบ้
Read more

บทที่ 347

เมื่อก่อนที่จี้หานอียอมอ่อนข้อให้เซี่ยจิ่น ก็เพราะเซี่ยจิ่นคือคุณหนูแห่งจวนสกุลเซี่ย นางเพียงอยากรักษาความสงบสุขจอมปลอมไว้ ด้วยไม่ต้องการให้แตกหักกันจนดูไม่งามนักทว่าบัดนี้จี้หานอีไม่คิดรักษามารยาทอันใดกับเซี่ยจิ่นอีกต่อไปจี้หานอีทอดสายตามองเซี่ยจิ่นอย่างเย็นชา “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าท่านพูดออกมาได้อย่างไร แต่หากท่านไม่ได้ความจำเสื่อม ก็ย่อมต้องรู้ดีว่าข้ากับสกุลเซี่ยไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”“ข้าเคยบอกกับเซี่ยอวี้เหิงไปนานแล้วว่า ข้าไม่มีวันหวนกลับไปเดินบนเส้นทางเดิมอีก และขอความกรุณาพวกท่านอย่าได้มาตามรังควานข้าอีก”กล่าวจบ จี้หานอีก็ไม่ได้ปรายตามองเซี่ยจิ่นอีก หมุนกายก้าวขึ้นรถม้าไปในทันทีภายนอกรถม้าแว่วเสียงของเซี่ยจิ่นดังตามมาด้วยความเกรี้ยวกราด ทว่าถึงอย่างไรยามนี้ก็อยู่ข้างนอก เซี่ยจิ่นนั้นรักหน้าตาศักดิ์ศรีเป็นที่สุด ย่อมไม่กล้าด่าทอเสียงดังจนเกินไป จี้หานอีนึกออกเลยว่าสีหน้าของเซี่ยจิ่นในเวลานี้จะเป็นอย่างไรความจริง จี้หานอีไม่ได้อยากแตกหักกับสกุลเซี่ยจนเกินงาม เพราะสามีของเซี่ยจิ่นดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการกองปราบฝ่ายเหนือ หากนางคิดแก้แค้น เขาเพียงหาข้ออ้างส่ง
Read more

บทที่ 348

เสียงของนางกู้ตอบกลับไปแผ่วเบา "ข้ารู้ดีถึงความตั้งใจของหานอี นางอยากพาข้าไปใช้ชีวิตสุขสบายที่อำเภอเว่ยเซี่ยน ถึงอย่างไรไปอยู่ที่นั่นก็ยังดีกว่าต้องมาทนรองรับอารมณ์พี่สะใภ้ใหญ่ของข้าอยู่ที่นี่""อีกอย่าง หากยังรั้งอยู่ในเมืองหลวง ก็เกรงว่าคนสกุลเซี่ยจะกลับมารังควานเอาอีก""นางคิดอ่านรอบคอบไปเสียทุกเรื่อง บัดนี้นางไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว เมื่อก่อนเวลามีเรื่องใดก็ชอบมาออดอ้อนในอ้อมอกข้า ทว่ายามนี้นางกลับคิดอยากปกป้องข้า แล้วข้าจะทำร้ายจิตใจนางได้อย่างไร""คราวก่อนก็เป็นเพราะข้าทำให้การเดินทางต้องล่าช้าออกไป คราวนี้จะชักช้าไม่ได้อีก ร่างกายข้าไม่เป็นไรหรอก ขอเพียงอาการดีขึ้นสักหน่อยก็ออกเดินทางกันเถิด"มือของจี้หานอีชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ขอบตาแดงเรื่อเปียกชื้น ก่อนหมุนตัวเดินถอยมาอย่างเงียบงันจี้หานอีออกมานั่งอยู่ในศาลารับลมหลังจวน ฟุบหน้าลงกับราวกั้นพลางทอดสายตามองผืนน้ำสีเขียวมรกตทางด้านล่างด้วยความเหม่อลอยนางกำลังครุ่นคิดว่าตนเองควรทำเช่นไรดีต้องทำเช่นไรเรื่องราวถึงจะลงเอยด้วยดีทั้งสองฝ่ายยามนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงเล็กน้อย ทว่าจี้หานอีกลับยังคงไม่อยากขยับไปไหน แม้มีสายลมเย็
Read more

บทที่ 349

จี้หานอีเหม่อมองดวงตาของกู้เยี่ยนผู้กำลังกล่าวด้วยความจริงจังราวกับว่าทุกสิ่งที่เขากำลังบอกนางเวลานี้ ผ่านการคิดทบทวนมาอย่างรอบคอบแล้วทั้งสิ้นจี้หานอีย่อมรู้ดีว่าเมื่อก่อนกู้เยี่ยนร่ำเรียนหนักเพียงใด ทั้งยังสอบได้อันดับหนึ่งในการสอบประจำปีของสำนักศึกษากั๋วจื่อเจี้ยนทุกครั้ง จนได้รั้งตัวทำงานในสำนักศึกษาต่อโดยตรง เดิมทีเขามีอนาคตอันรุ่งโรจน์รออยู่ แล้วเหตุใดจะต้องติดตามนางไปที่อำเภอเว่ยเซี่ยนด้วยเล่าจี้หานอีรีบส่ายหน้ารัวเร็ว "พี่เยี่ยนห้ามทำเช่นนั้นเด็ดขาด ข้าไม่ต้องการให้พี่เยี่ยนมาคอยอยู่เป็นเพื่อน และข้าก็ไม่เคยคิดที่จะออกเรือนด้วย""ข้าคงไม่ออกเรือนไปตลอดชีวิตแล้วเจ้าค่ะ"ร่างของกู้เยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย ท้องฟ้ามืดครึ้มลง ตามด้วยสายฝนที่สาดเทลงมาอย่างรวดเร็วสีหน้าของกู้เยี่ยนยังคงไม่แปรเปลี่ยน ขณะกล่าวเสียงทุ้มต่ำ "น้องหญิงอีไม่ต้องคิดว่าตนเองเป็นภาระของข้าหรอก และไม่ต้องคิดว่าจะต้องตอบแทนสิ่งใดด้วย ทุกเรื่องล้วนเป็นข้าที่เต็มใจทำเองทั้งสิ้น""เรื่องนี้ข้าได้บอกกล่าวกับท่านแม่ข้าแล้ว และท่านแม่ก็ตอบตกลงแล้วเช่นกัน""หากน้องหญิงอีคิดอยู่ที่นั่นไปตลอดชีวิต ข้าก็จะรั้งอยู่ท
Read more

บทที่ 350

จี้หานอีนึกขึ้นมาได้ ตอนเด็กนางกินเก่งเป็นพิเศษ พอกินมากก็มักจะปวดท้อง มารดาจึงไม่อนุญาตให้รับประทานยามวิกาล แต่นางทนหิวไม่ไหวจึงแอบย่องออกไป พอดีนึกถึงขนมเปี๊ยะถั่วเขียวแป้งนุ่มที่กินตอนกลางคืนขึ้นมาได้ ก็เลยคิดไปหาในห้องครัวนึกไม่ถึงว่าจะถูกกู้เยี่ยนจับได้เสียก่อนจี้หานอีหวนนึกถึงเรื่องราวในวัยเยาว์แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ข้าจำได้ว่ารอจนพวกเรากินเสร็จ ทั่วทั้งลานเรือนก็เต็มไปด้วยผู้คนที่ออกตามหาแล้ว”“ซ้ำพี่เยี่ยนยังถูกท่านลุงใหญ่ตีมืออีกด้วย”กู้เยี่ยนหัวเราะ “ท่านพ่อข้าร้อนใจแทบเสียสติ ตีฝ่ามือข้าไปยี่สิบที จนมือข้าบวมเป่งไปหมด”“แต่ก็นับว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดี เพราะข้าไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาคัดตัวอักษรอีก”จี้หานอีคาดไม่ถึงว่ากู้เยี่ยนจะอาศัยเรื่องนี้แอบทำตัวเกียจคร้าน ความรู้สึกผิดในใจจึงเบาบางลงไป นางยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะจนดวงตาหยีลงดุจจันทร์เสี้ยว รอยยิ้มนั้นดูผ่อนคลายขึ้นไม่น้อยกู้เยี่ยนทอดสายตามองรอยยิ้มบนใบหน้าของจี้หานอี พลันหวนนึกถึงจี้หานอีในวัยหกเจ็ดขวบที่ยังดูไร้เดียงสา เป็นเพียงก้อนหิมะน้อยผู้อวบอ้วน ทว่าบัดนี้นางเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปจนมีผู้คนมากมา
Read more
PREV
1
...
3334353637
...
48
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status