All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 351 - Chapter 360

474 Chapters

บทที่ 351

กับข้าวบนโต๊ะเพิ่งถูกยกมาวาง จี้หานอียังไม่ทันได้คีบเข้าปากสักคำ หรงชุนก็เดินเข้ามากระซิบกับนางว่าเสิ่นซื่อมาหาจี้หานอีชะงักงัน ไม่รู้จริง ๆ ว่าเหตุใดเสิ่นซื่อจึงมาเยือนในยามนี้นางรีบถามหรงชุน "ใต้เท้าเสิ่นได้บอกหรือไม่ว่ามีธุระอันใด?"หรงชุนส่ายหน้า ก่อนหลิ่วตาพลางกระซิบ "ขณะนี้ใต้เท้าเสิ่นยังคงรออยู่ตรงหน้าประตูเจ้าค่ะ"จี้หานอีตกตะลึงเล็กน้อย แทบนึกภาพเสิ่นซื่อยืนรอตนเองนอกประตูไม่ออกสักนิดเมื่อคิดได้ว่าเสิ่นซื่อย่อมต้องมาหานางเป็นแน่ หญิงสาวจึงรีบหยัดกายลุกขึ้น บอกให้มารดากับกู้เยี่ยนรับประทานกันไปก่อน ส่วนตนจะออกไปดูสักหน่อยเพียงก้าวเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ ก็เห็นเสิ่นซื่อยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าประตูแล้วเขาสวมใส่อาภรณ์สีดำสนิท เรือนร่างสูงโปร่ง ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายสูงศักดิ์และเย็นเยียบ ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นเคร่งขรึม นัยน์ตาซึ่งมักแฝงแววคุกคามอยู่เป็นนิจกำลังจับจ้องมาที่นางร่างของเขาคล้ายจะกลมกลืนไปกับม่านพิรุณด้านหลังจนกลายเป็นภาพวาดอันแสนเย็นชาภาพหนึ่ง อาภรณ์สีเข้มทาบทับไปกับสีสันของยามราตรี ยิ่งขับเน้นให้เขาดูสูงส่งมากขึ้นจี้หานอีเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นซื่อ สุ้มเสียงที่
Read more

บทที่ 352

นางมองดูเสิ่นซื่อผู้กำลังหมุนตัวจากไป ก่อนนึกขึ้นได้ว่ายามค่ำคืนเช่นนี้เขาอุตส่าห์มาไถ่ถามถึงยาของมารดา แต่นางกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนไม่อยากให้อยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน จึงยิ่งรู้สึกผิดจนยื่นมือออกไปรั้งแขนเสื้อของเสิ่นซื่อไว้โดยไม่รู้ตัว "ใต้เท้าเสิ่น..."เสิ่นซื่อชะงักเท้า พลางปรายตามองปลายนิ้วของจี้หานอีที่จับอยู่บนแขนเสื้อของเขา ก่อนหลุบตาลงต่ำ เฝ้ารอคำพูดของหญิงสาวท่ามกลางความเงียบงันเสียงของจี้หานอียามราตรีนั้นแผ่วเบานัก ครั้นสบเข้ากับดวงตาของเสิ่นซื่อ นางก็รีบปล่อยมือทันที "หากใต้เท้าเสิ่นไม่รังเกียจ..."เสิ่นซื่อทอดสายตามองจี้หานอี น้ำเสียงอ่อนหวานนั้นทำเอาหัวใจของเขาบีบรัด ชั่วขณะที่นางกระตุกแขนเสื้อเขาเมื่อครู่ หัวใจเขาก็พลันเต้นรัวแรงขึ้นมาเพราะนางอีกครั้ง…บรรยากาศบนโต๊ะอาหารช่างน่าอึดอัดยิ่งนักรอบโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวเล็กมีคนนั่งอยู่ฝั่งละหนึ่งคนพอดี บนโต๊ะมีกับข้าวเพียงสามอย่าง ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงัดจนแทบจับตัวเป็นก้อน มีเพียงเสิ่นซื่อเท่านั้นที่ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งกระทั่งเหวินอันผู้ยืนอยู่ด้านข้างก็ยังรู้สึกอึดอัดจนแทบอยากมุดดินหนีจี้หานอีจับตะเกียบแน
Read more

บทที่ 353

แสงสว่างบริเวณลานเรือนด้านนอกมืดสลัว เนื่องจากโคมไฟหน้าประตูสาดส่องเข้ามาไม่ถึงด้านในด้วยความที่เสิ่นซื่อยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด จี้หานอีจึงมองเห็นสีหน้าของเขาไม่ชัดนัก ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงอารมณ์ขุ่นมัวคล้ายไม่พอใจอะไรบางอย่างและนางก็รับรู้ได้เช่นกันว่าสายตาของเขากำลังจับจ้องมาที่ตนเองจี้หานอีชะงักงัน รีบถือร่มพร้อมโคมไฟเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นซื่อ แสงสว่างจากโคมแก้วหลิวหลีถูกม่านฝนโปรยปรายจนไหววูบ ทว่ากลับสะท้อนเป็นประกายแสงเย็นเยียบลงบนแผ่นหินชิงสือใต้ฝ่าเท้า ถึงอย่างนั้นก็ยังส่องให้เห็นสีหน้าของเสิ่นซื่อไม่ชัดเจนอยู่ดีจี้หานอีหยุดยืนห่างจากเสิ่นซื่อสองก้าวพลางถาม “ใต้เท้าเสิ่นจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ?”เสิ่นซื่อจ้องมองจี้หานอีโดยไม่เอ่ยคำใดผ่านไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาดำขลับจึงตวัดมองจี้หานอีด้วยความลึกซึ้งปราดหนึ่ง ก่อนถามว่า “นั่นญาติผู้พี่ของเจ้าหรือ?”จี้หานอีพยักหน้า “เป็นญาติผู้พี่คนรองของข้าน้อยเองเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อก้าวเข้าไปหาจี้หานอีอีกหนึ่งก้าว แสงโคมสลัวสาดกระทบลงบนใบหน้านางนุ่มนวล เสียงของสายฝนอันชุ่มฉ่ำปกคลุมอยู่รอบกายคนทั้งสองกลิ่นหอมกรุ่นบางเบาที่เจือด้วยค
Read more

บทที่ 354

บนโต๊ะมีกระถางธูปและส้มโอมือวางตั้ง ทั้งยังมีขนมเปี๊ยะลูกพลับที่กู้เยี่ยนนำมาให้ซึ่งแทบไม่ได้แตะต้องอยู่อีกหนึ่งจานควันสีขาวจากกระถางธูปลอยขึ้นมาช้า ๆ ภายในห้องอันประณีตงดงาม ปลายนิ้วของจี้หานอีวางพาดอยู่บนหมอนอิงใบใหญ่ปักลายกล้วยไม้เมฆมงคลข้างกาย ขณะบอกเล่าถึงกำหนดการเดินทางในวันพรุ่งนี้ให้มารดาฟัง ทั้งยังตั้งใจไว้ว่าตอนจากไปจะไม่บอกกล่าวท่านยาย รอจนไปถึงอำเภอเว่ยเซี่ยนก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีถึงอย่างไรก็บังเอิญพบเซี่ยจิ่นเข้าแล้ว จี้หานอีจึงรู้สึกว่ารีบไปเสียแต่เนิ่น ๆ ย่อมดีกว่า จะได้ตัดขาดความแค้นเคืองให้จบสิ้นโดยเร็วหลังจี้หานอีกล่าวจบ ก็เงยหน้าขึ้นมองสีหน้ามารดาเหตุผลที่นางอยากออกเดินทางโดยไม่บอกกล่าวผู้ใด เพราะนอกจากไม่อยากให้วุ่นวายกันแล้ว ยังต้องการให้กู้เยี่ยนรับรู้ด้วยว่า นางไม่ได้อยากให้เขาติดตามไปอยู่ด้วยนางกู้มองดวงตาของจี้หานอี ภายในแววตาอันสงบนิ่งคู่นั้น ยังคงเปี่ยมด้วยความหนักแน่นและเยือกเย็น เช่นเดียวกับวันที่นางนำหนังสือหย่ามาวางลงบนมือของมารดาแล้วบอกว่า นางไม่นึกเสียใจ ทั้งยังจัดเตรียมทางหนีทีไล่ไว้เรียบร้อยแล้วนางกู้ย่อมรู้ดีถึงความในใจของบุตรสาว จี้หานอ
Read more

บทที่ 355

ขณะลากลับก็ล่วงเลยช่วงเที่ยงวันไปแล้ว เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ากู้ได้ยินว่าจี้หานอีกับมารดายังต้องไปไหว้พระขอพรที่วัด จึงไม่ได้รั้งให้อยู่ต่ออีกช่วงบ่ายอากาศแจ่มใสขึ้นมาบ้าง จี้หานอีกับมารดาจึงแวะกลับไปที่เรือนก่อน หลังจากนั้นถึงค่อยเดินทางไปที่วัดฝ่าฮวาจี้หานอีถามหรงชุนระหว่างอยู่บนรถม้าว่า “ส่งภาพวาดเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”หรงชุนรีบผงกศีรษะตอบ “คุณหนูวางใจเถิด บ่าวส่งไปที่ห้องคนเฝ้าประตูเรือนข้าง ๆ แล้ว คนเฝ้าประตูบอกว่ารอใต้เท้าเสิ่นกลับมาเมื่อใดก็จะรีบนำไปมอบให้ทันทีเจ้าค่ะ”จี้หานอีจึงวางใจ ไม่ได้ซักไซ้สิ่งใดอีกวันนี้ผู้คนในวัดฝ่าฮวามีไม่ค่อยมากนัก จุดประสงค์หลักในการมาไหว้พระขอพรครั้งนี้ก็เพื่อขอให้การเดินทางราบรื่น และมีชีวิตที่สงบสุขบิดาของจี้หานอีไม่เชื่อเรื่องเทพยดาฟ้าดิน จี้หานอีเองก็ไม่ค่อยเชื่อนัก แต่วันนี้กลับคุกเข่ากราบไหว้อยู่หน้าองค์พระพุทธรูปด้วยความเลื่อมใสยิ่ง นางโขกศีรษะสามครั้ง อธิษฐานขอให้การเดินทางในวันพรุ่งนี้ราบรื่นไร้อุปสรรค อย่าได้เกิดเรื่องผิดพลาดอันใดขึ้นเหมือนครั้งก่อนอีกทั้งยังภาวนาขอให้อย่าพบเจอโจรป่าระหว่างทาง และขอให้เดินทางถึงอำเภอเว่ยเซี่ยนโดยสว
Read more

บทที่ 356

สีหน้าของเฉินอันผิงพลันแข็งค้างไปในชั่วพริบตา เขายังอยากพูดบางอย่างต่ออีกสักหน่อย แต่กลับเห็นเสิ่นซื่อก้าวขึ้นรถม้าไปเสียแล้ว ชัดเจนว่าชายหนุ่มไม่คิดอยู่ต่ออีกเสิ่นซื่อนั่งอยู่บนรถม้า ชุดขุนนางบนร่างถูกสายฝนสาดกระเซ็นเปียกชื้น เขาขมวดคิ้ว ขณะร่างกายสูงโปร่งสง่างามโน้มตัวลงเล็กน้อยแสงไฟจากโต๊ะตัวเล็กตรงหน้าส่องกระทบใบหน้าอันหล่อเหลาเย็นชา หว่างคิ้วเรียวยาวยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันห่างเหินผู้คนเขาอังฝ่ามือกับเตาถ่าน ก่อนหยิบม้วนสำนวนคดีข้างกายขึ้นมาพลิกดู พร้อมกล่าวโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า "ว่ามา"น้ำเสียงเย็นชาและหมางเมิน ทำเอาเหวินอันผู้รอรายงานอยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งโหยง ก่อนรีบเลิกม่านก้าวขึ้นมาบนรถม้าอย่างระมัดระวังเขาค้อมกายลง พลางรีบกล่าว "แม่นางจี้ให้คนส่งของสิ่งนี้มาขอรับ บอกว่ามอบให้ใต้เท้า"กล่าวจบ เหวินอันก็หยิบกล่องไม้ใบยาวออกมา ก่อนประคองส่งให้เสิ่นซื่อปลายนิ้วของเสิ่นซื่อพลันชะงัก เขาช้อนตาขึ้นมองสิ่งของในมือเหวินอัน แล้วรับมันมาเปิดออกดูครั้นเปิดออก กลิ่นหอมกรุ่นจาง ๆ ก็ลอยแตะจมูก เป็นกลิ่นอายบนเรือนร่างของจี้หานอีเสิ่นซื่อหลุบตาลงพลางคลี่ม้วนภาพวาดออก เมื่อ
Read more

บทที่ 357

ภายในห้องพักแขกของวัดฝ่าฮวา จี้หานอีซึ่งสวมเพียงเสื้อตัวในบางเบากำลังเอนกายพิงหัวเตียงก้มหน้าอ่านหนังสือหนังสือที่นางกำลังอ่านคือ 'อรรถาธิบายฝ่าฮวา' ซึ่งขอยืมมาจากทางวัด จี้หานอีเพิ่งพลิกอ่านไปได้เพียงสองหน้า อันที่จริงนางไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์อยากอ่านหนังสือนักหรอก เพียงแต่ในใจรู้สึกว้าวุ่น จึงอยากหาบางอย่างมาเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อสงบสติอารมณ์ลงก็เท่านั้นพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแล้ว อนาคตข้างหน้ายังไม่อาจล่วงรู้ ซ้ำต้องมุ่งหน้าสู่ดินแดนที่ตนเองไม่เคยไปเยือนมาก่อน ภายในใจย่อมเกิดความว้าวุ่นและตื่นตระหนกเป็นธรรมดานางหาได้มีความมั่นใจหรือจัดการทุกสิ่งเตรียมพร้อมแล้ว เช่นที่แสดงออกต่อหน้ามารดาไม่ถึงอย่างไรอนาคตข้างหน้าล้วนต้องพึ่งพาตนเอง ความไม่รู้ย่อมนับเป็นความน่าหวาดกลัวประการหนึ่งเปลวเทียนข้างกายสั่นไหว จี้หานอีพลิกกระดาษอ่านต่ออีกหน้า เวลานี้ดึกสงัดแล้ว สรรพสิ่งล้วนเงียบงัน มีเพียงเสียงสายฝนสาดซัดดังก้องมาจากนอกหน้าต่างเท่านั้นแต่เสียงสายฝนที่กระทบกระดาษกรุหน้าต่าง กลับช่วยขับกล่อมให้จิตใจสงบลงได้อย่างน่าประหลาดจี้หานอีพับหนังสือปิดแล้ววางไว้บนหัวเตียง ทว่าขณะกำลังจะล้มตั
Read more

บทที่ 358

ห้องพักภายในวัดนั้นดูซอมซ่อ ตัวห้องขนาดกะทัดรัดไม่มีสิ่งใด กระทั่งเก้าอี้ตัวนั้น ยามร่างสูงใหญ่ของเสิ่นซื่อนั่งลงไปก็ยังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดขึ้นมาทันทีหยดน้ำที่ร่วงหล่นทิ้งรอยเปียกชื้นลากยาวจากหน้าประตูมาถึงปลายเท้าของเสิ่นซื่อ บริเวณชายเสื้อคลุมสีดำสนิทของเขายังคงมีน้ำไหลหยดลงมาเป็นระยะจี้หานอีเดินไปนำผ้าแห้งมาส่งให้เสิ่นซื่อ ก่อนมองเขาพร้อมกล่าวด้วยความกังวลใจ “ประเดี๋ยวข้าน้อยออกไปเรียกให้คนนำชุดมาเปลี่ยนดีกว่านะเจ้าคะ”แต่เมื่อจี้หานอีกล่าวจบและกำลังจะเดินผ่านเสิ่นซื่อไป ข้อมือของนางกลับถูกเสิ่นซื่อคว้าหมับเอาไว้ปลายนิ้วของเสิ่นซื่อนั้นเย็นเฉียบ เยียบเย็นเสียจนจี้หานอีอดสั่นสะท้านไม่ได้ หญิงสาวหันขวับกลับไปมองด้วยความฉงน ก่อนสบเข้ากับดวงตาของเสิ่นซื่อซึ่งช้อนขึ้นมองมาพอดี ภายในดวงตาหงส์คู่นั้นอัดแน่นไปด้วยห้วงอารมณ์ลึกล้ำ ทำเอานางยืนตะลึงงันอยู่ที่เดิมเสิ่นซื่อรีบคลายมือออก ขณะมองจี้หานอีพลางเม้มริมฝีปาก “คุยกันให้จบก่อนเถิด”จี้หานอีลอบสังเกตอากัปกิริยาของเสิ่นซื่อ นางไม่อาจคาดเดาอารมณ์ของเขาในเวลานี้ และยิ่งไม่อาจหยั่งรู้ถึงเจตนาของเขาเช่นกัน ทว่านางก็ยอมเชื่อฟังคำพูดนั้น
Read more

บทที่ 359

แม้เสิ่นซื่อจะหลุบตาลง แสงเทียนสลัวลางสาดส่องใบหน้า ทว่าเขาก็ยังคงลอบมองจี้หานอีอยู่ตลอดเวลา เขาย่อมเห็นความตกตะลึงและความงุนงงบนใบหน้านางชัดเจนนางต้องการไปจากที่นี่ ต้องการเดินทางไปสู่อีกดินแดนหนึ่ง และต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีทว่าตัวเขาเองกลับอยากรั้งนางไว้ ให้นางอยู่สืบไปตราบชั่วกาลนาน นึกอยากรั้งนางไว้ข้างกายอย่างเห็นแก่ตัว ให้อยู่แต่ในจวนสกุลเสิ่นอันกว้างใหญ่ ซึ่งนั่นหาใช่วันเวลาอันแสนอิสระดั่งที่นางใฝ่ฝันไม่เขาเคยคิดที่จะปล่อยมือนางไป ทว่ากลับไม่อาจตัดใจมานานแล้วเมื่อนึกถึงว่าในภายหน้าข้างกายนางอาจมีบุรุษอื่น นางอาจแต่งงานใหม่อีกครั้ง หรือบางทีญาติผู้พี่ของนางผู้นั้นอาจเดินทางไปพร้อมกับนางเขาก็ยิ่งไม่อาจปล่อยมือทุกครั้งที่คิดว่านางอาจกลายเป็นของผู้อื่น เขาก็ไม่อาจปล่อยมือได้เลยเขาเองก็อยากจะเห็นแก่ตัวดูบ้างสักครั้งเขาถึงขั้นยอมปล่อยให้เนื้อตัวเปียกปอนเพื่อมาปรากฏกายตรงหน้านาง หมายใช้ท่าทีอันดูน่าสงสารเช่นนี้ทำให้นางใจอ่อนด้วยสุ้มเสียงที่แหบพร่าลงเล็กน้อย เสิ่นซื่อเม้มริมฝีปาก เรือนร่างสูงใหญ่โน้มไปด้านหน้า นัยน์ตาอันลึกล้ำจับจ้องไปที่จี้หานอี “ฮ่องเต้
Read more

บทที่ 360

ครึ่งค่อนชีวิตที่ผ่านมาของนางต้องทนอุดอู้อยู่แต่ในเรือนหลัง ใช้ชีวิตอย่างระแวดระวัง ทำตัวเชื่อฟังอย่างสงบเสงี่ยม แต่กลับไม่เคยได้รับความจริงใจ ซ้ำสุดท้ายยังไม่เหลือสิ่งใด บัดนี้ นางจึงอยากใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีจริง ๆความรู้สึกที่นางมีต่อเสิ่นซื่อคือความอุ่นใจ คือความเชื่อใจและพึ่งพา แต่คล้ายนั่นจะไม่ใช่ความรักฉันชายหญิงจี้หานอีลังเลเล็กน้อย ก่อนถามเสิ่นซื่อด้วยเสียงแผ่วเบา "ถึงไม่พูดเรื่องชาติตระกูล แต่ข้าน้อยก็เคยหย่าร้างมาแล้ว ฝ่ายสกุลเสิ่นจะยินยอมหรือเจ้าคะ?"เมื่อเสิ่นซื่อจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ปรากฏความลังเลของจี้หานอีก็พลันเข้าใจทันที ความจริงนางไม่ได้เต็มใจสักนิดแต่ตอนนี้เป็นเขาเองที่กำลังฝืนรั้งนางไว้แต่ต่อให้ต้องฝืนใจ เขาก็จะรั้งนางไว้ข้างกายให้จงได้หากนางยังคงยืนกรานที่จะจากไป เขาก็จะใช้สารพัดวิธีเพื่อรั้งนางไว้เช่นกันชั่วชีวิตนี้ เขาขอเห็นแก่ตัวเพียงครั้งนี้ และจะขอทำผิดต่อนางเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นเสิ่นซื่อก้มหน้าลง ทอดสายตามองหยดน้ำฝนที่ยังคงไหลลงมาจากปลายแขนเสื้อของตนทีละหยด สุ้มเสียงของเขาแหบพร่า "หานอี เจ้าไม่ต้องกังวลถึงเรื่องเหล่านั้นหรอก ข้าเพี
Read more
PREV
1
...
3435363738
...
48
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status