ขณะนี้ภายในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมและเสียงฝนกระทบหน้าต่างครั้งนี้นับว่าหาได้ยากยิ่งที่เสิ่นซื่อเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน เขาปรายตามองจี้หานอี ภายใต้แสงสว่างอันอบอุ่น เรือนร่างของนางคล้ายถูกโอบล้อมด้วยแสงตะเกียงเลือนลาง อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอ่อนโยนละมุนละไม ทรวดทรงอันงดงามและกลิ่นหอมกรุ่นนั้นแทรกซึมไปทั่วทุกอณู ทั้งยังมีคิ้วตาที่หลุบต่ำอย่างสงบเสงี่ยมของนางอีกสายตาของเขากวาดผ่านริมฝีปากอวบอิ่ม อยากจุมพิตนางเหลือเกินอยากจุมพิตนางทุกวันทุกคืนภายในใจก่อเกิดความปรารถนาเกินควบคุม ทว่าเขากลับใช้มือยันที่วางแขนเพื่อหยัดกายลุกขึ้น ก่อนหลุบตามองจี้หานอีพลางพูดเสียงทุ้ม “ข้าต้องกลับแล้ว”จี้หานอีเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นซื่อด้วยความตกตะลึง “ใต้เท้าเสิ่นไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหรือเจ้าคะ?”นัยน์ตาดำขลับของเสิ่นซื่อจับจ้องจี้หานอีเขม็ง “เดิมทีก็ขี่ม้าตากฝนมา ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหรอก”จี้หานอีพลันเกิดความรู้สึกที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเมื่อได้ยินคำตอบนั้นนางหลงคิดว่าเสิ่นซื่อนั่งรถม้า แต่เขากลับขี่ม้ามาที่นี่ มิน่าเล่าถึงได้เปียกปอนไปทั้งตัวเช่นนี้นางอดสงสัยไม่ได้จึงถามขึ้น
Read more