ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา のすべてのチャプター: チャプター 321 - チャプター 330

474 チャプター

บทที่ 321

กลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนกายจี้หานอีผู้ขยับเข้ามาใกล้พลันโชยแตะจมูก เสิ่นซื่อหลุบตาลง พลางทอดสายตามองไล่จากลำคอระหงที่ก้มต่ำ ขึ้นมาถึงเสี้ยวหน้าด้านข้างอันผุดผ่องกับติ่งหูขาวสะอาดของนางบนติ่งหูนั้นยังคงไร้ซึ่งเครื่องประดับ ดูเรียบง่ายและสงบนิ่ง ทว่ากลับชวนให้ผู้คนจินตนาการไปไกลเขาเคยจินตนาการถึงภาพนางสวมใส่ต่างหูคู่ที่เขามอบให้นับครั้งไม่ถ้วน นั่นคือภาพยามที่นางเองก็มีใจให้เขาเช่นกันทุกครั้งที่คิดเช่นนั้น เนื้อตัวก็จะเกิดความร้อนรุ่มที่ไม่อาจควบคุมได้พวยพุ่งขึ้นมา โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่เงียบสงัดไร้ผู้คน นั่นคือปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อนางตามสัญชาตญาณยามนี้นางยืนอยู่เคียงข้างเขาแล้ว ยากนักที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้มือที่ทิ้งตัวอยู่ข้างกายขยับเล็กน้อย ก่อนยกขึ้นมาแผ่วเบา สัมผัสปลายแขนเสื้อสีเขียวของนางที่ห้อยลงมาใต้โต๊ะ คล้ายตอนที่เขามักเฝ้ามองนางเสมอ แนบเนียนไร้สุ้มเสียงอยู่ในมุมมืด โดยที่นางไม่มีวันรู้แม้แต่น้อยขณะนี้จี้หานอีกำลังร้อนรน เพราะเสิ่นซื่อเรียกให้นางมาประทับลายนิ้วมือ แต่กวาดสายตามองไปทั่วโต๊ะแล้ว ก็ยังหาตลับชาดไม่เจออยู่ดีนางไม่อยากให้เขารู้สึกว่าตนเป็นคนเ
続きを読む

บทที่ 322

เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ นางก็พลันตั้งสติ รีบกล่าวทันทีว่า "เช่นนั้นให้ข้าน้อยได้เลี้ยงอาหารใต้เท้าเสิ่นที่หอสุราสักมื้อเถิดเจ้าค่ะ ถือเสียว่าเป็นการแสดงความขอบคุณจากข้าน้อยแล้วกัน"สายตาของเสิ่นซื่อตวัดมองท่าทีของจี้หานอีที่กอดกล่องเงินแน่นราวเด็กหวงของกิน เขากระตุกยิ้มมุมปาก พยักหน้ารับอย่างเรียบเฉย ก่อนหมุนตัวเดินนำออกไปจี้หานอีมองตามแผ่นหลังของเสิ่นซื่อ นางคุ้นชินกับความเย็นชาเช่นนี้ของเขานานแล้ว จึงรีบก้าวเท้าตามไปทว่าคนที่จี้หานอีคิดว่าต้องวิ่งเหยาะ ๆ ถึงจะตามทันผู้นั้น กลับหยุดรออยู่หน้าประตูคนทั้งสองเดินตามกันไป เสิ่นซื่อไม่ได้ก้าวเท้าเร็วนัก จี้หานอีจึงเดินตามเขาไปติด ๆ จนกระทั่งถึงด้านนอก เสิ่นซื่อก็หยุดเท้าแล้วถามนางว่า "ไปที่ใด?"จี้หานอีพลันรู้สึกลำบากใจขึ้นมาจริง ๆ นางไม่ได้ไปหอสุรามานานมากแล้ว จึงไม่รู้ว่ายามนี้มีหอสุราแห่งใดถูกใจเสิ่นซื่อบ้างยิ่งประกอบกับฐานะและชาติตระกูลของเสิ่นซื่อ นางย่อมไม่อาจเชิญเขาไปหอสุราธรรมดาแต่จะให้เจ้ามือถามแขกว่าอยากไปที่ใดก็ดูไม่ค่อยเข้าทีนัก จี้หานอีจึงตอบว่า "ไปแถวถนนใหญ่ทางใต้ของเมืองเจ้าค่ะ"เสิ่นซื่อพยักหน้ารับ แต่แล้วภายใต้ดวงต
続きを読む

บทที่ 323

ตอนแรกจี้หานอียังไม่ทันตั้งสติขณะเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดนั้นนางเพียงรู้สึกว่าฝ่ามือสัมผัสโดนบางสิ่งที่ทั้งนุ่มลื่นและอุ่นร้อน เบื้องหน้ามืดมิด กระทั่งได้ยินเสียงเหวินอันถามขึ้นจากนอกรถม้าว่า “บังเอิญมีรถม้าแล่นสวนมาด้านหน้า จึงต้องหยุดรถกะทันหัน นายท่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับ”เสิ่นซื่อตอบกลับไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ไม่เป็นไร”ร่างของจี้หานอีที่แนบชิดอยู่บนกายเสิ่นซื่อสัมผัสได้ถึงแผ่นอกที่สั่นสะเทือนแผ่วเบายามเขาเอื้อนเอ่ย เมื่อกลิ่นหอมของไม้กฤษณาเจือกลิ่นอายของตำราและน้ำหมึกจากร่างเขาลอยมากระทบจมูก นั่นเองจี้หานอีถึงเพิ่งรู้ตัว นางจ้องมองลวดลายที่ซ่อนอยู่บนอาภรณ์สีดำสนิท ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเสิ่นซื่อซึ่งก็กำลังก้มมองนางอยู่เช่นกันแววตาของเสิ่นซื่อนั้นราบเรียบยิ่ง เขาไม่ได้มีท่าทีตอบสนองใด ๆ ต่อการที่จี้หานอีพุ่งพรวดเข้ามาในอ้อมอกอย่างกะทันหัน จี้หานอีมองดูแววตาอันเย็นชานั้น ในชั่วขณะนี้นางรู้สึกอับอายถึงขีดสุด จึงพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นจากร่างของเสิ่นซื่อด้วยความลนลานทว่ายิ่งรีบร้อนก็คล้ายจะยิ่งผิดพลาด มือที่นางใช้ยันแผ่นอกของเสิ่นซื่อกลับลื่นไถล ร่างทั้งร่างจึงพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเสิ่นซื
続きを読む

บทที่ 324

หลังเสิ่นซื่อก้าวลงจากรถม้า เพียงเรือนร่างสูงใหญ่ของเขามายืนอยู่ข้างกาย ก็ทำให้รู้สึกถึงแรงกดดันขุมหนึ่งแล้วจี้หานอีต้องสูดลมหายใจเข้าลึกอยู่หลายครั้ง ถึงค่อยรวบรวมความกล้าเอ่ยกับเสิ่นซื่อว่าจะไปที่หอเต๋อเว่ยฝั่งตรงข้าม ก่อนกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "หากใต้เท้าเสิ่นไม่คุ้นชินกับอาหารที่นั่น พวกเราเปลี่ยนไปหออื่นก็ได้นะเจ้าคะ"เสิ่นซื่อก้มหน้าลง สายลมยามค่ำคืนโชยพัด ผ้าโปร่งสีขาวบนหมวกติดผ้าคลุมของนางพลิ้วไหว ปัดป่ายผ่านแขนเสื้อของเขา ราวกับเป็นภาพวาดอันเรียบง่ายและบริสุทธิ์สายตาของเขาชำเลืองผ่านตัวนางไปยังฝูงชนทางด้านหลัง ปรากฏบุรุษและสตรีเดินเคียงคู่กัน เฉกเช่นตัวเขากับจี้หานอีในเวลานี้หว่างคิ้วของชายหนุ่มคลายตัวลงเล็กน้อย "เจ้าจัดการเถิด"จี้หานอีรู้สึกว่าเสิ่นซื่อในชั่วขณะนี้ คล้ายมีสีหน้าอ่อนโยนเช่นคราวที่นางไปซื้อแท่นฝนหมึกให้ญาติผู้พี่อีกครั้ง ไม่ได้สูงส่งและเย็นชาเหมือนแต่ก่อนความประหม่าของนางจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ขณะพยักหน้ารับแผ่วเบาตอนที่สองหนุ่มสาวกำลังจะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามด้วยกัน ก็ได้ยินเสียงอันเปี่ยมด้วยความยินดีดังขึ้น "อาห้าขอรับ"เมื่อจี้หานอีหันไปมองตามเสียง
続きを読む

บทที่ 325

ตอนที่จี้หานอีเห็นเสิ่นฉางหลิงยื่นหยกพกมาให้ นางก็อดชะงักไปไม่ได้ หยกชิ้นนั้นสลักลายปลาคู่ทรงกลม ดูจากเนื้อหยกชั้นดีแล้วคล้ายเป็นของที่พกติดตัวเป็นประจำ นางจึงรีบปฏิเสธทันทีนางจะรับหยกพกประจำกายของเสิ่นฉางหลิงชิ้นนี้ไว้ไม่ได้เด็ดขาด ระหว่างนางกับเขาเพิ่งพบหน้ากันเพียงไม่กี่ครั้ง สิ่งของที่ดูสนิทสนมปานนี้ หากรับมาแล้วมีผู้ใดพบเห็นเข้า เกรงว่าจะเกิดคำครหาขึ้นมาได้ทว่าเสิ่นฉางหลิงกลับยังคงดึงดันยื่นส่งให้ “ไม่ใช่ของมีราคาอันใดหรอก หยกพกเช่นนี้ข้ามีมากมาย ข้าได้ยินท่านแม่บอกว่าเจ้าหย่าขาดแล้ว ตอนนี้คงลำบากไม่น้อย รับเอาไว้เถิด เผื่อวันหน้าเจ้าอาจมีความจำเป็นต้องใช้ขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้”“ในเมื่อตอนเด็กข้าเคยรังแกเจ้า วันนี้ก็ถือเสียว่าข้ามอบให้เป็นการไถ่โทษแล้วกัน”จี้หานอีรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเสิ่นฉางหลิงยิ่งนัก เรื่องราวในวัยเยาว์นั้น เวลาล่วงเลยมาหลายปี นางเลิกเก็บมาใส่ใจนานแล้วนางยังคงส่ายหน้า ทว่ายังไม่ทันอ้าปากปฏิเสธ ก็เห็นมือข้างหนึ่งพลันยื่นมากั้นกลางระหว่างตนเองกับชายหนุ่ม ปลายนิ้วเรียวยาวคว้าเอาหยกพกของเสิ่นฉางหลิงชิ้นนั้นไปต่อหน้าต่อตาสองหนุ่มสาวชะงักงัน ก่อนหันไปมองเสิ
続きを読む

บทที่ 326

นัยน์ตาอันลึกล้ำและเรียบเฉยของเสิ่นซื่อย่อมมองเห็นทุกอย่าง เขาก้าวออกไปยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินพลางทอดสายตามองดูแสงโคมไฟจากด้านล่างเหวินอันมองดูแผ่นหลังอันอ้างว้างของเจ้านายผู้เดินออกมา ความรู้สึกสูญเสียของเจ้านายในยามนี้ เกรงว่าคงมีเพียงเขาเท่านั้นที่เข้าใจสายลมยามราตรีโชยพัดแผ่วเบา ภายในแววตาอันเงียบงันของเสิ่นซื่อไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดเวลาที่เขาอยู่ข้างกายจี้หานอี นางไม่เคยมีสีหน้าผ่อนคลายเช่นยามที่อยู่ต่อหน้าเสิ่นฉางหลิงสักนิดนางถึงขั้นยอมเป็นฝ่ายออกหน้าขอร้องแทนเสิ่นฉางหลิง ซ้ำยังกระซิบกระซาบพูดคุยกัน สายตาที่ทั้งสองสบกันราวคนรู้ใจ สำหรับเสิ่นซื่อแล้ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความทรมานที่ยากทนรับไหวเขาไม่อาจทนมองได้อีกต่อไปเขาไม่ชอบให้มีบุรุษอื่นมาอยู่ข้างกายนางเหวินอันก้าวเท้าแผ่วเบาเข้าไปหาเสิ่นซื่อก่อนกระซิบถาม “นายท่าน แม่นางจี้กับคุณชายสามอยู่ด้วยกันตามลำพังด้านใน จะดูไม่ค่อยเหมาะสมหรือไม่ขอรับ?”เสิ่นซื่อหันกลับมาปรายตามองเหวินอันอย่างเรียบเฉย เขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนก้าวเท้าเดินกลับเข้าไปฝีเท้าของเขาหยุดลงตรงหน้าประตู ด้านในมีเสียงพูดคุยอย่างเบิกบานใจของเสิ่นฉาง
続きを読む

บทที่ 327

ความจริงเสิ่นฉางหลิงรู้สึกงุนงงอยู่บ้างเหตุใดท่านอาห้าถึงดูคล้ายไม่อยากให้เขาสนทนากับจี้หานอีเช่นนั้นเล่าสีหน้าอันเต็มไปด้วยความรำคาญใจของท่านอาห้านั้นดูเคร่งขรึมเป็นพิเศษ ทำเอาเสิ่นฉางหลิงไม่กล้าซักไซ้มากความ ได้แต่ปรายตามองจี้หานอี แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักเขาเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ครั้นเห็นจี้หานอีมองมา ก็ยกมือโบกให้นางอีกรอบเมื่อจี้หานอีละสายตากลับมา ก็เห็นว่าเสิ่นซื่อกำลังจ้องมองอยู่พอดีหัวใจนางพลันกระตุกวูบ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นซื่อพลางกระซิบถาม “ใต้เท้าเสิ่นไม่ถูกปากอาหารวันนี้หรือเจ้าคะ?”จากนั้นจึงก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ “วันนี้เดิมทีข้าน้อยสมควรเป็นคนเลี้ยงใต้เท้าเสิ่นแท้ ๆ”เสิ่นซื่อปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่ง นางขัดสนเงินทองถึงขั้นต้องนำเครื่องประดับของตนเองไปจำนำ เกรงว่าหากให้นางควักเงินจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ ก็ไม่รู้ว่านางจะต้องนำสิ่งใดไปจำนำอีกเขาไม่ได้ตอบคำถามของจี้หานอี เพียงแต่ปรายตามองนาง “ขึ้นไปคุยกันบนรถม้าเถิด”จี้หานอีมองดูเสิ่นซื่อที่ก้าวขึ้นรถม้าของนางไปอีกครั้ง หลังชะงักไปเล็กน้อยก็ก้าวตามขึ้นไปภายในรถม้าอันแสนจะธรรมดาซ้ำยังดู
続きを読む

บทที่ 328

เมื่อเสิ่นซื่อกล่าวจบก็หยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างเงียบงัน เขาเลิกม่านรถม้า เงาร่างอันเย็นชาและโดดเดี่ยวไม่ได้รั้งอยู่นาน ก่อนก้าวลงจากรถม้าไปจี้หานอีทอดสายตามองแผ่นหลังของเสิ่นซื่อผู้เดินจากไป หัวใจพลันสั่นสะท้าน นางเลิกม่านขึ้นมองตามเงาร่างของเขาไปโดยไม่รู้ตัว รูปร่างสูงโปร่งสง่างามดุจกระเรียนป่าโดดเด่นกลางฝูงชนที่เดินขวักไขว่ บนถนนซึ่งแสงโคมเพิ่งถูกจุดให้สว่างไสว อาภรณ์สีดำสนิทขับเน้นให้เขาดูเย็นชาและเหินห่างมากยิ่งขึ้น พาลให้จี้หานอีรู้สึกว่าเขาคงเป็นบุรุษผู้ไร้หัวใจมาแต่ไหนแต่ไรแล้วทว่าเขากลับยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางยามเดือดร้อนเสมอ ซ้ำเมื่อครู่ก็ยังทิ้งกุญแจดอกนั้นไว้ข้างกายนางอีกเขามักเงียบขรึมเช่นนั้น แต่ก็ล่วงรู้ความต้องการของนางมาโดยตลอดตอนที่นางล้มลงสู่อ้อมอกของเขา เขาก็หาได้ตำหนิไม่ ซ้ำยังจัดการทุกสิ่งให้เรียบร้อยด้วยท่าทีอันหนักแน่นและเปี่ยมด้วยพละกำลังทำให้นางรู้สึกอุ่นใจความจริงขณะนี้ นางอยากตะโกนเรียกเสิ่นซื่อผู้กำลังเดินจากไปให้หยุดก่อน ด้วยอยากถามเขาเหลือเกินว่าเหตุใดจึงยอมช่วยเหลือตน ไม่ทราบตัวนางในใจเขามีความสำคัญแตกต่างจากผู้อื่นบ้างหรือไม่แต่แผ่นหลังอันแสนเย
続きを読む

บทที่ 329

จี้หานอีทราบดีว่าการจะเกลี้ยกล่อมมารดาในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่านางเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมมารดาให้คล้อยตามได้แต่แรกอยู่แล้วแม้บางคราวมารดาของนางจะดื้อดึงไปบ้าง แต่หากเป็นเรื่องที่นางยืนกรานหนักแน่น มารดาก็ยอมตามใจนางเสมอนางตั้งใจว่าประเดี๋ยวจะออกไปเช่าเรือนด้านนอกไว้ก่อน ถึงเวลานั้นเมื่อข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ต่อให้มารดาไม่เห็นด้วยก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วจี้หานอีหลุบตาลงไม่เอ่ยคำใด นางเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อทอดสายตามองเรือนร่างของมารดาที่ซูบผอมลงเรื่อย ๆ ภายในใจก็ให้รู้สึกปวดร้าวขึ้นมาหลายส่วน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถิดเจ้าค่ะ ท่านแม่รีบเข้านอนแต่หัวค่ำเถิด”นางกู้กุมมือจี้หานอี เดิมทียังอยากรั้งตัวบุตรสาวให้อยู่พูดคุยกันตามประสาแม่ลูกต่ออีกสักหน่อย ทว่าเมื่อเห็นเค้าความเหนื่อยล้าปรากฏอยู่บนใบหน้าของจี้หานอี ถ้อยคำมากมายจึงถูกกลืนลงคอ นางเพียงพยักหน้าแผ่วเบา “ได้สิ”หลังจี้หานอีเดินออกมาด้านนอกและหยุดยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน สายลมหนาวก็โชยพัด นางระบายลมหายใจ ก่อนลดเสียงให้เบาลงเพื่อถามชุนจวี๋ที่ยืนอยู่ข้างกาย “ป้าสะใภ้ใหญ
続きを読む

บทที่ 330

เมื่อกล่องอาหารใบเล็กถูกเปิดออกตรงหน้าจี้หานอี กลิ่นอันหอมหวานก็พลันลอยขึ้นมาทันทีจี้หานอีชำเลืองมองขนมในกล่อง มีอยู่ด้วยกันสองชิ้นขนาดกำลังดี นางเคยทานมาแล้ว นับว่าอร่อยยิ่ง ทว่ากรรมวิธีการทำนั้นซับซ้อน ราคาจึงแพงตามไปด้วยนางยื่นมือไปรับ ก่อนช้อนตาขึ้นมองกู้เยี่ยนพลางกระซิบ "พี่เยี่ยน วันหน้าไม่ต้องเอามาให้แล้วนะเจ้าคะ พี่เยี่ยนมีงานรัดตัว ไม่ต้องคอยพะวงถึงข้าหรอกเจ้าค่ะ"กู้เยี่ยนระบายยิ้ม "แต่ข้าเต็มใจทำเพื่อเจ้า"คำตอบนี้ทำเอาหัวใจของจี้หานอีบีบรัด ถึงกับนึกไม่ออกว่าควรตอบกลับเช่นไรแต่ก็เห็นได้ชัดว่ากู้เยี่ยนไม่ได้คาดหวังคำตอบใดจากนาง เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวพลางเอ่ย "น้องหญิงอี เจ้ารีบพักผ่อนเถิด ข้าขอตัวก่อน"กล่าวจบกู้เยี่ยนก็หมุนตัวเดินจากไป เขาไม่ได้อาศัยเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อรั้งอยู่ต่อ ด้วยไม่อยากสร้างความลำบากใจให้จี้หานอีไปมากกว่านี้จี้หานอีทอดสายตามองแผ่นหลังของกู้เยี่ยนด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอกหรงชุนมองกล่องในมือจี้หานอีพลางกระซิบ "บ่าวยังจำได้ว่าสมัยก่อนตอนที่คุณหนูมาเยือนจวนสกุลกู้ คุณชายรองก็มักส่งขนมอร่อย ๆ มาให้คุณหนูอยู่เสมอ ผ่านมาตั้งหลายปี คุณชายรองก
続きを読む
前へ
1
...
3132333435
...
48
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status