All Chapters of ณ อนันต์ : Chapter 121 - Chapter 130

138 Chapters

โอกาสที่ได้รับนั้นมีค่า

ซุนเจิงนั้นก็มานอนอย่างสบายใจบนเตียงพร้อมกับภรรยาที่นอนหนุนแขนของเขาต่างหมอนและเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอได้รับฟัง จนบัดนี้เหอลี่อิงก็มองเขาด้วยสีหน้าประหลาด“ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรืออย่างไร เอ่ยไปตรงๆ แบบนั้น”“ช้าเร็วฉันก็ต้องพูด ที่ผ่านมาหลายสิบปีเราแทบไม่มีช่วงเวลาพักจริงๆ ด้วยซ้ำไป ฉันก็แค่ต้องการใช้เวลาต่อจากนี้กับเธอโดยไร้ความกังวลใจบ้างเท่านั้น”“แต่สำหรับเว่ยหลางแล้ว เขาอาจคิดว่าเราทอดทิ้งเขา”“ฉันไม่ได้จากไปไหน ฉันแค่ถอยมายืนในจุดที่ดีสำหรับเราและเขา รัชทายาทที่มีขุนนางอย่างฉันเคียงข้างไม่รู้ว่าจะมีคนเอาไปพูดเสียหายมากน้อยเท่าไร เขาหยัดยืนได้ด้วยตัวเองก็ไม่มีเหตุผลให้ฉันต้องยืนตรงนั้น ความจริงไม่สมควรมีขุนนางใดได้ยืนตรงนี้ด้วยซ้ำ ที่ตรงนี้มีอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือ เมื่อใดที่ฉันพูด ขุนนางผู้ใหญ่ทั้งหลายก็พร้อมที่จะฟัง และเพราะเหตุนี้จึงเป็นที่ที่ควรเว้นว่างไว้อย่างยิ่ง คนเราน่ะอยู่ใกล้อำนาจขนาดนี้ก็ยากที่จะพูดได้เต็มปากว่าจะไม่เปลี่ยนไป อำนาจเปลี่ยนคนได้เสมอนั่นแหละ”“คุณไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้น&
Read more

คนเขลา

ข่าวการพบหน้ากันของแม่ทัพจากแคว้นหนานและขุนนางคนสนิทของรัชทายาทนั้นแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว และยิ่งทวีความสับสนระคนสงสัยให้แก่คนทั้งหลายอยู่ไม่น้อย ด้วยว่าข้อกล่าวหาก่อนหน้าที่ดึงรัชทายาทเข้าไปเกี่ยวข้องโดยผ่านราชองครักษ์นั้นถูกปัดตกไปจนหมดสิ้น บัดนี้จึงต้องทำการสืบสวนกันใหม่เพื่อตามหาองค์หญิงแห่งแคว้นหนานที่ยังไม่พบร่องรอย และนี่ก็เท่ากับว่ารัชทายาทนั้นรอดพ้นจากทุกข้อกล่าวหาแล้ว จึงไม่จำเป็นจะต้องพบหน้าแม่ทัพที่มาสืบความ ทว่าอย่างไรเสียการปรากฏตัวของขุนนางคนสนิทก็ทำให้ทุกคนต้องกลับมาคิดหนักกันอีกครั้ง ว่ารัชทายาทกำลังคิดทำสิ่งใดอยู่“เว่ยหลางคิดจะทำสิ่งใด เขาส่งซุนจ้าวเฟิงไปคุยกับแม่ทัพอู่ แสดงว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่ในใจเป็นแน่” อ๋องสามประเมินข่าวที่ได้ล่วงรู้มา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความกระหายใคร่รู้เป็นที่สุด“เช่นนี้ดูท่าจะไม่ดีเสียแล้วกระมัง” คนสนิทที่นำข่าวมารายงานเอ่ยด้วยความหวาดหวั่น นับวันเขายิ่งหวั่นใจเป็นเท่าทวี ว่ารัชทายาทจะลุกขึ้นมาฆ่าฟันอ๋องสามผู้เป็นนายและเดือดร้อนมาถึงตน“ช่วงนี้มีหลายเรื่องที่ผิดแปลกไป แม้แต่
Read more

เป็นไปอย่างที่หวัง

“ข้าละหน่ายใจนัก เหตุใดท่านต้องให้ข้ายอมลงให้คนไร้มารยาทเช่นนั้นด้วย” เอ่ยด้วยเสียงราบเรียบที่ไม่ได้ดังมากนัก แต่ก็ชัดเจนพอสำหรับซุนเจิงที่ยืนข้างกายเว่ยหลาง“พูดแย้งไปก็เหมือนบรรเลงขิมให้วัวฟัง อย่าไปให้ความสำคัญกับเขามากนัก จบเรื่องวุ่นวายนี้เมื่อใด ท่านจะเมินเฉยต่อเขาราวกับคนไร้ค่าทีเดียว”“ข้าอยากให้วันนั้นมาถึงใจจะขาด”ซุนเจิงส่ายศีรษะแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อย และเมื่อเห็นขันทีของจักรพรรดิเข้ามาในท้องพระโรง เขาก็กลับไปยืนอยู่ในตำแหน่งของตนเอง และทำหน้าที่รับฟังปัญหามากมายในบ้านเมืองที่ขุนนางทั้งหลายนำมารายงานให้จักรพรรดิพิจารณาและหาทางออกให้แก่ราษฎรของพระองค์ ซึ่งจักรพรรดิก็ตรัสถามรัชทายาทอยู่บ้างเป็นครั้งคราว เพื่อขอความเห็นในสิ่งที่พระองค์คิดว่าไม่อาจตัดสินพระทัยเพียงคนเดียวได้ และนั่นก็นำมาซึ่งสายตาริษยาจากอ๋องสามจนเวลาล่วงเลย ขันทีก็ขานชื่อของแม่ทัพผู้หนึ่งที่ทางแคว้นหนานส่งตัวมาขอเข้าเฝ้าจักรพรรดิ ไม่นานร่างกายสูงใหญ่ของแม่ทัพอู่ก็เข้ามาในท้องพระโรงท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางที่จับจ้องไปยังแม่ทัพผู้น่ายำเกรงกั
Read more

หรือว่าจะเป็นเพียงหมากบนกระดาน

เมื่อถึงวันนัดหมายกับซือเฉิงชินอ๋องแห่งแคว้นจ้าว อ๋องสามจัดการทุกอย่างด้วยความรอบคอบระมัดระวัง นัดเจอในสถานที่ลับ แต่ก็มากไปด้วยเครื่องดื่ม อาหาร และหญิงงาม เหมาะแก่การรับรองแขกต่างเมือง และสะดวกต่อการสนทนา“คราแรกข้าดีใจเสียยกใหญ่ที่ได้ยินว่าท่านอ๋องจะได้รับแต่งตั้งเป็นชินอ๋อง แต่มาบัดนี้ข่าวกลับเงียบหายไป มิทราบว่าพระราชบิดาของท่านนั้นเกิดระแคะระคายสิ่งใดในตัวท่านหรือไม่”“ไม่อย่างแน่นอน” เอ่ยปัดทั้งที่ภายในใจก็เคลือบแคลงในเรื่องนี้ไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่อาจปริปากเอ่ยได้อย่างตรงไปตรงมา “แต่เรื่องนี้ก็เป็นความผิดของข้าเองด้วย ข้ากระทำการหลายอย่างมิรอบคอบจนตกเป็นเป้าสายตาของขุนนางทั้งหลาย พระราชบิดาจึงเกรงว่าหากแต่งตั้งข้าในตอนนี้จะไม่เป็นการอันควร”“แล้วเรื่องแคว้นหนานท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ในท้องพระโรงวันนี้มีสิ่งใดที่ข้าควรรู้หรือไม่”“แคว้นหนานส่งสัญญาณแล้วว่าถ้าหากไม่จัดการเรื่ององค์หญิงหวังซูเหยาให้ชัดเจน จะเปิดศึกกับเราในทันที”“เช่นนี้ก็เป็นการดีสำ
Read more

บุรุษทั้งหลายล้วนแปลกไป

“ถูกต้อง!”ซุนเจิงสะดุ้งตกใจเล็กน้อยเมื่อภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยออกมาเสียงดังพร้อมใบหน้าราวกับกำชัยชนะบางอย่างเอาไว้ในมือก็มิปาน“เป็นอะไร ดีใจอะไรขนาดนั้น”“เพิ่งจะเคลียร์บัญชีเสร็จน่ะ”ซุนเจิงมุ่นคิ้วสงสัย เพียงแค่จัดการเรื่องบัญชีเสร็จเท่านั้น เหตุใดเหอลี่อิงต้องดีอกดีใจเหมือนกอบกู้โลกสำเร็จด้วย “แค่นี้น่ะหรือ เสียงดังเสียจนฉันตกใจ นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่โต”“อ้าว คุณนี่! บัญชีนี่ก็เงินคุณทั้งนั้น ฉันมานั่งทำให้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว”“ก็นี่จวนเรา หากเธอไม่ทำแล้วใครจะทำ”“อ้าว นี่เห็นฉันเป็นข้ารับใช้คุณหรือยังไง!”ซุนเจิงขมวดคิ้วยิ่งกว่าเก่าเมื่อเหอลี่อิงแผดเสียงดังใส่เขาพร้อมทั้งใบหน้าที่กำลังมีโทสะ เมื่อเห็นท่าไม่ดี คิ้วที่ขมวดกันเป็นปมก็คลายออก และแทนที่ด้วยรอยยิ้มร่าโอบประคองศรีภรรยาด้วยความรักใคร่เหลือประมาณ“เย็นนี้กินอะไรดี เธออยากกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันไปมาซื้อมาให้ หรือจะออกไปหาอะไรมากินดีล่ะ เธอว่าอย่าง
Read more

พลาด

“ชายคนนั้นคือใคร ท่านรู้จักหรือไม่” อีกมุมหนึ่ง ซือเฉิงชินอ๋องและอ๋องสามก็จับจ้องไปยังบุรุษสามคนที่พากันออกมาจากจวนขุนนางคนสนิทของรัชทายาท ซือเฉิงชินอ๋องมองไปยังบุรุษทั้งสามที่เขาไม่มั่นใจสักเท่าไรว่าคือใคร เว้นเสียแต่ใต้เท้าซุนที่พอจะได้เห็นหน้าค่าตาบ้างจากการลอบมาที่เมืองหลวงนี้หลายครั้งหลายครา“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่เห็นว่าช่วงนี้มีคนแปลกหน้าเข้าออกที่นี่บ่อยนัก บ้างเข้าไปแล้วไม่กลับออกมาเลยก็มี บ้างเข้าไปเป็นคนหนึ่ง พออีกวันก็มีอีกคนหนึ่งกลับออกมา ข้าเองก็ไม่แจ้งแก่ใจในเรื่องนี้ จวนขุนนาง แต่คนแปลกหน้าเข้าออกเป็นว่าเล่นเช่นนี้ ไม่ปกติเอาเสียเลย”“แต่ออกมาด้วยกันเช่นนี้ แสดงว่าต้องสนิทสนมกันไม่มากก็น้อย”“ข้ามิเคยเห็นใต้เท้าซุนสนิทสนมกับใคร เว้นเสียจากรัชทายาทและคนของรัชทายาทเท่านั้น” อ๋องสามเอ่ยในสิ่งที่เขารับรู้มาโดยตลอด“แล้วบุรุษผู้นั้นจะให้ข้าเข้าใจว่าอย่างไร คนแปลกหน้าที่คุยกันถูกคอถึงขั้นออกมาข้างนอกด้วยกันน่ะหรือ ข้าไม่คิดว่าคนอย่างซุนจ้าวเฟิงจะคลุกคลีกับใครง่ายๆ เขาเป็นถึงขุนนางระดับสูงย่อมต้องระวังตัว”“ขุนนางผู้นี้ยากที่จะคาดเดาได้ เขามิใช่พวกขุนนางกระทำตัวสูงส่ง ทุกวันนี้เ
Read more

ความสุขที่ไม่อยากให้สูญเสียไปอีก

“ซุนเจิง...” เหอลี่อิงร้องเรียกบุรุษที่กักตัวเธอไว้ในอ้อมกอดมาค่อนคืน จนเช้าตรู่แล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอเป็นอิสระ “ฉันรู้ว่าคุณตื่นแล้ว ไม่ต้องมาแสร้งว่าหลับอยู่เลย”คนที่แสร้งหลับตามที่ภรรยากล่าวหาก็ค่อยๆ เปิดตามองภรรยาที่อยู่ในอ้อมกอด“คุณจะนอนทั้งวันเลยหรือ ลุกได้แล้ว สายโด่งแล้ว”“นอนต่อไม่ได้หรือ เธอท้องอยู่นะ จะรีบตื่นไปไหน พักบ้าง ดูซิเนี่ย ลูกเลยไม่โตกัน” ซุนเจิงเอ่ยพลางเลื่อนมือไปวางลงบนหน้าท้องที่หากไม่สังเกตก็ไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่ามีอีกหนึ่งชีวิตพักพิงอยู่ “ใช่ไหมครับ คุณแม่ชอบดื้อใช่ไหม หนูเลยไม่โตเสียที” ซุนเจิงคลายอ้อมกอด โน้มใบหน้าไปใกล้หน้าท้องของเหอลี่อิงและเอ่ยด้วยเสียงที่อ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ“แล้วนี่เธอยังแพ้ท้องอยู่หรือเปล่า พักนี้ฉันไม่ค่อยเห็นเธอเวียนหัวหรืออาเจียนแล้วนี่ ดีขึ้นแล้วหรือ” สนทนากับลูกได้ไม่เท่าไรก็แหงนหน้าสนทนากับแม่ของลูกต่อ“ก็มีบ้างเรื่อยๆ แต่ก็โชคดีที่ไม่แพ้หนักเหมือนคนอื่นๆ เขา ตอนแม่ของอี้หมิง ฉันจำได้ว่าหล่อนแพ้หนักเอาการ ฉันเองก็หวั่นใจอยู่เหมือนกัน”“อ้อ...เพราะหนูเป็นเด็กดี หนูเลยไม่แกล้งคุณแม่ใช่ไหมครับ” เมื่อได้คำตอบจากภรรยาก็หันไป
Read more

หมากที่ไร้ประโยชน์

ซุนเจิงทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับภรรยา เขาพาออกมารับประทานของหวานที่เธอโปรดปรานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อรับประทานอาหารกันอิ่มหนำ ชมบรรยากาศโดยรอบจนอิ่มเอม ก็พากันกลับจวน ไม่ได้สนใจสิ่งรอบกายเท่าที่ควรนัก จนซุนเจิงละเลยและไม่อาจสังเกตถึงสายตาที่คอยจับตาดูพวกเขามาตั้งแต่ต้น สายตาที่จับจ้องราวกับจะค้นหาความจริงบางประการจากผู้เป็นขุนนางคนสนิทของรัชทายาท ขุนนางที่แม้แต่รัชทายาทยังต้องยอมรับฟัง...“...วันพรุ่งนี้ข้าต้องกลับแคว้นของข้าแล้ว เรื่องของพวกนั้นยังไม่ถึงไหนเลย หากกล่าวตามตรง ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถวางใจในตัวท่านได้เหมือนแต่ก่อน อ๋องสาม” ซือเฉิงชินอ๋องกล่าวกับบุรุษที่เฝ้าสังเกตขุนนางมากบารมีผู้หนึ่งอยู่ด้วยกัน สายตาจับจ้องไปยังขุนนางที่บัดนี้มีอำนาจบารมีเหลือล้น แต่กลับหละหลวมถึงขั้นที่ว่ามาเดินเล่นในตลาดอย่างไร้ผู้ติดตาม“ซือเฉิงชินอ๋อง ท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่”“ข้าได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับท่านมาเช่นกัน ทั้งขุนนางและชาวบ้านต่างเอาเรื่องของท่านมาคุยกันสนุกปากว่าอีกไม่นานท่านจะสิ้นชื่อ และไม่ใช่ที่โปรดปรานอีกต่อไป” การมาพักอาศัยในเมืองหลวงทำให้ซือเฉิ
Read more

คนเขลาอย่างไรเสียก็ไม่มีวันฉลาดขึ้นมาได้

จักรพรรดิแห่งต้าเว่ยทอดพระเนตรโอรสที่มาสนทนากับพระองค์ถึงที่ประทับ แต่เรื่องที่สนทนาคือเรื่องที่พระองค์คาดไม่ถึงว่าจะหลุดออกมาจากโอรสที่ทรงรักนักหนา“เจ้ากล่าวว่าให้ข้ามอบสิทธิ์ค้าขายชายแดนทั้งหมดของต้าเว่ยให้แก่ซือเฉิงชินอ๋องแห่งแคว้นจ้าว...”“พ่ะย่ะค่ะ ข้าเห็นว่าจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีแก่ทั้งสองแคว้น เรื่องของแคว้นหนานจะออกมาดีหรือร้ายยังไม่ทราบได้ เราควรจะผูกมิตร...”“เจ้ารู้หรือไม่ว่าชายแดนที่เจ้าเอ่ยถึงนั้นติดต่อกับแคว้นใดบ้าง”อ๋องสามนิ่งไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา รับฟังสุรเสียงอันสั่นเครือของจักรพรรดิ“หากเราให้สิทธิ์แก่คนเพียงคนเดียวแล้วชาวบ้านร้านตลาดจะทำอย่างไร คิดบ้างหรือไม่!” สุรเสียงตวาดดังลั่นด้วยความไม่พอพระทัย “กลับออกไปเสียตอนนี้ แล้วข้าจะทำเป็นว่าเจ้าไม่เคยมาพูดเรื่องไร้สาระเช่นนี้กับข้า”“แต่หาก...”“เว่ยมู่!” จักรพรรดิทรงพยายามกลั้นอารมณ์เดือดดาลในพระทัยอย่างสุดความสามารถ “...เจ้าออกหน้าแทนชินอ๋องผู้นั้น เจ้ากำลังคิดการใดกันแน่!”“ข้า...”“สิ่งที่เจ้าคิดนั้น หากมีผู้อื่นล่วงรู้เข้า เจ้าคงไม่พ้นโดนกล่าวว่าเป็นกบฏ เช่นนั้นจงเงียบปากเสีย และอย่านำเรื่องนี้มาพูดกับข้าอีก”“ฝ่าบาท
Read more

ความลับที่ถูกค้นพบ

อ๋องสามที่มีแต่โทสะรีบกลับวังของตนอย่างไม่สนใจสิ่งใด จนกระทั่งคนสนิทของเขามายืนขว้างหน้าด้วยท่าทีรีบร้อน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ท่านอ๋องขอรับ ข้า...ข้าได้ข่าวมาขอรับ”“ข่าวอะไรของเจ้า!” ตวาดเสียงดังลั่นด้วยความที่ไม่พอใจต่อจักรพรรดิเป็นทุนเดิม บัดนี้อ๋องสามจึงมิอาจสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป“อ๋องแปด อ๋องแปดยังมีชีวิตอยู่ขอรับ!”“เจ้ารู้ได้อย่างไร!” เมื่อได้ยินคำรายงาน บุรุษที่เต็มไปด้วยความเดือดดาลก็กระชากคนของตนมาเค้นเอาความ“ข้าได้ข่าวจากหอคณิกาขอรับ ว่ามักมีบุรุษแปลกหน้าแต่ท่าทีกิริยาการพูดจาคล้ายกับอ๋องแปดแวะเวียนไปอยู่เสมอ อีกทั้งยังมีสตรีนางหนึ่งอ้างตนว่าอ๋องแปดแห่งต้าเว่ยมาเกี้ยวพานางขอรับ และพาใต้เท้าซุนไปช่วยดูตัวด้วยขอรับ เป็นไปได้ว่ารัชทายาทอาจรู้เห็นเป็นใจในเรื่องนี้ขอรับ”ผลักคนของตนให้ออกห่างเมื่อทราบเรื่องที่ต้องการ “มันแน่อยู่แล้ว...มีหรือที่เว่ยหลางจะไม่รู้ว่าขุนนางคนสนิทลอบกระทำสิ่งใด!”คิดใคร่ครวญทุกอย่างที่ตนนั้นพลั้งพลาดไป และหาหนทางเอาตัวรอด หากเป็นเช่นนี้เห็นทีว่าเขามิอาจหลีกเลี่ยงสิ่งใดได้อีกแล้ว ทุกคนบีบบังคับให้เขานั้นจนตรอก...แต่ก็ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่มีท
Read more
PREV
1
...
91011121314
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status