All Chapters of ณ อนันต์ : Chapter 141 - Chapter 150

150 Chapters

เพราะที่นั่นมีแต่คนที่กระหม่อมรัก

“โทษหนักของเขาคือสิ่งใด ถึงตายไหม” จักรพรรดิตรัสถามรัชทายาทถึงโทษทัณฑ์ของโอรสลำดับที่สาม โทษทัณฑ์ที่พระองค์แจ้งแก่พระทัยดี“หนักหนาเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ ทั้งเรื่องในอดีตที่เขาสร้าง และเรื่องที่เขากระทำเมื่อไม่นานมานี้ เขาคิดลักพาตัวองค์หญิงหวังซูเหยา อีกทั้งแม่ทัพอู่ก็อยู่ที่นี่ด้วย หากเราลงโทษไม่สมควรแก่ความผิดของเขา ย่อมเกิดความบาดหมาง ทำพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ...”“ข้ารักเขามากกว่าบุตรคนอื่น เขาเกิดจากสตรีที่ข้ารักมาก รักทะนุถนอมเขาจนทำให้เขากลายเป็นคนโง่เขลาและร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่ข้าหวังให้เขาเป็นคนที่กล้าหาญและปกครองต้าเว่ยของข้าได้”เว่ยหลางไม่เอ่ยสิ่งใด เขาเจ็บจนชินชาและตายด้านให้แก่ความรักลูกไม่เท่ากันของพระราชบิดาเสียแล้ว ฉะนั้นต่อให้เขาเสียใจสักเท่าใด พระราชบิดาก็ไม่ได้รักเขามากขึ้นแม้แต่น้อย หน้าที่ของเขาในยามนี้มีเพียงรับฟังเท่านั้น“เวลารู้ว่ากำลังจะมีลูกที่เกิดจากสตรีที่รักมากนั้น ทั้งชีวิตก็ดูมีค่าขึ้นเป็นเท่าทวี ข้าทุ่มทั้งชีวิตเพื่อดูแลเขา ใครว่าอย่างไรข้าก็ไม่สน ปิดหูปิดตา และพร่ำบอกว่านี่คือหลักฐานชิ้นเอกต่อความรักอันใหญ่หลวงที่ข้ามอบให้แก่สตรีที่ข้ารัก แต่แล้วอ
Read more

ตัวตนที่แท้จริง

แม้ว่าเรื่องต่างๆ จะจบลงแล้วก็ตาม แต่การที่รัชทายาทแห่งต้าเว่ยแวะเวียนมายังจวนของซุนจ้าวเฟิงนั้นกลับกลายเป็นเรื่องปกติของทุกคนไปเสียแล้ว ไม่เว้นแม้แต่หวังซูเหยาที่คัดค้านรัชทายาทพาไปพักในวังหลวงหลังจากเรื่องวุ่นวายจบลงแล้วก็ตาม แต่จนแล้วจนรอดเว่ยหลางก็พานางออกมาที่จวนของใต้เท้าผู้นี้พร้อมกับเขา และกลับกลายเป็นกิจวัตรในที่สุดที่ต้องพานางออกมาพบปะคนที่จวนนี้พร้อมกับตนในตอนนี้ที่ทุกคนนั่งรายล้อมโต๊ะอาหารที่ประกอบไปด้วยใต้เท้าซุน ฮูหยิน เว่ยหลาง เว่ยหลง หวังซูเหยา หลิวจวิน และเสี่ยวหยาง นับว่าโต๊ะกินข้าวในจวนเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ จนซุนเจิงต้องสั่งช่างไม้ให้ทำโต๊ะใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ทั้งๆ ที่คราแรกตอนเขามาที่นี่ ทั้งโต๊ะอาหารนี้มีเพียงเขาและเหอลี่อิงเท่านั้น“ความจริงวันนี้ข้าและฮูหยินมีเรื่องจะบอกทุกคน...” เจ้าของจวนเอ่ยด้วยใบหน้าที่ตึงเครียดเล็กน้อย แต่รัชทายาทแห่งต้าเว่ยกลับมองไม่เห็นและเอ่ยขึ้นอย่างขบขันแกมประชดประชัน“อะไรหรือ ไม่ใช่ว่าท่านจะตีตัวออกห่างจากข้าตั้งแต่ตอนนี้กระมัง”“เปล่า...เรื่องที่ข้าสัญ
Read more

ข้าก็แค่อยากพักบ้างก็เท่านั้น

วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วันใหม่ เหอลี่อิงค่อยๆ ลืมตาตื่นเพื่อจะรับแสงอาทิตย์ในยามเช้า ทว่ากลับไม่ได้รับแสงในยามเช้าแต่อย่างใด เพราะต้นเหตุที่ทำให้เธอตื่นนั้นคือสามีที่คุยกับลูกในครรภ์ของเธอกะหนุงกะหนิงอยู่นี้“วอหนึ่งเรียกวอสอง พลทหารในพุงคุณแม่ตอบด้วย นี่เสียงผู้พันซุนจากศูนย์อำนวยการ...”เหอลี่อิงขมวดคิ้วนิ่วหน้ามองคนที่เล่นกับลูกในท้องของเธอด้วยท่าทีขึงขังราวกับจะไปรบที่ไหน“รายงานสถานการณ์ข้างในให้ผมทราบด้วย ที่ศูนย์อำนวยการพบพลซุ่มสังเกตการณ์ ผมต้องรีบจัดการก่อน”“ซุนเจิงหยุด! ฉันจั๊กจี้!” เหอลี่อิงเอ่ยปรามสามี เสียงที่เริ่มอยู่ไม่สุขจนคนที่ทำให้เธอหัวเราะขำขันแต่เช้าต้องสบตากับภรรยา“แอบฟังคนอื่นคุยกันต้องเจอแบบนี้แหละ”“คนอื่นเสียที่ไหน ลูกอยู่ในท้องฉันนะ” เหอลี่อิงเอ่ยแย้งเชิงว่ากล่าว แต่ซุนเจิงก็ไม่ได้สะทกสะท้าน เข้าหันกลับไปมองพุงน้อยๆ ของเธอที่เริ่มใหญ่ขึ้น“เริ่มเห็นชัดแล้วนะ” เอ่ยและวางมือของตนลงบนหน้าท้องที่เริ่มนู
Read more

งานมงคล

“วันนี้เหนื่อยไหม” ซุนเจิงเอ่ยถามสตรีที่แช่เท้าในน้ำอุ่นโดยมีเขาคอยนวดให้อยู่ไม่ห่าง วันนี้คือวันแต่งงานของเว่ยหลาง ทั้งเขาและเธอต่างต้องเร่งเข้าวังตั้งแต่เช้าตรู่ จนอดเป็นห่วงภรรยาที่ตั้งครรภ์ใกล้คลอดไม่ได้ แต่จะห้ามปรามให้อยู่ที่จวนมีหรือที่อีกฝ่ายจะรับฟัง สุดท้ายก็ได้แต่มาบีบนวดให้เธอเช่นนี้“เหนื่อยสิ แต่สนุกดี ฉันไม่ได้ออกไปข้างนอกมานานแล้วเหมือนกันนะ”“ใช่ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าท้องโตเมื่อไหร่ ฉันจะขังเธอไว้แต่ที่จวนนี้แหละ ที่ได้ออกไปวันนี้เพราะเห็นว่าเป็นงานแต่งเว่ยหลาง”“พอแล้วคุณ ประเดี๋ยวฉันทำเองก็ได้” เหอลี่อิงร้องทักเมื่อซุนเจิงกำลังจะยกเท้าของเธอออกจากน้ำอุ่นและเช็ดเท้าให้แก่เธอ เรื่องแบบนี้เธอไม่อยากให้เขาทำให้สักเท่าไร“เธอทำได้อย่างนั้นหรือ ท้องโตขนาดนี้ ให้ฉันทำนี่แหละ ประเดี๋ยวล้มไปจะเป็นเรื่องใหญ่” ซุนเจิงบ่นอุบ มือก็เช็ดเท้าที่ชุ่มน้ำให้แก่ภรรยาอย่างไม่นึกรังเกียจ จัดแจงให้ภรรยาได้เอนหลังพักผ่อนแล้วตัวเขาจึงเข้านอน“เหนื่อยไหม คอยดูแลฉันแบบน
Read more

ครอบครัวที่สมบูรณ์

“ใต้เท้า!” หลิวจวินตะโกนขึ้นเสียงดัง จนเว่ยหลางและซุนเจิงที่สนทนากันอยู่ต้องหันกลับไปมอง ขุนนางที่ออกจากจวนเพื่อมาหารือเรื่องงานกับรัชทายาทที่ตำหนักบูรพาถึงกับชะงักการกระทำทุกอย่าง เพราะว่าหลิวจวินนั้นถูกรัชทายาทกำชับให้เฝ้าจวนของเขาไว้ แต่หากอีกฝ่ายหน้าตาตื่นมาเช่นนี้ แสดงว่าย่อมมีเรื่องเกิดขึ้นที่จวนเป็นแน่“มีอะไร ใครเป็นอะไร!” ซุนเจิงเอ่ยถามคนที่หอบเหนื่อย แต่พยายามจะพูดกับเขา“ฮูหยิน...ฮูหยินจะคลอดแล้วขอรับ”“คะ...คลอด!” คนที่ได้ยินเบิกตากว้าง ก่อนหน้านี้เขาอยู่กับเหอลี่อิงตลอดเวลาจนแทบจะกลายเป็นเงาตามตัว แต่พอวันนี้เขาออกมาจากจวนได้ไม่เท่าไร นางก็คลอดขึ้นมาเสียอย่างนั้น! ให้มันได้อย่างนี้สิ!ซุนเจิงพยายามตั้งสติที่กระเจิดกระเจิงไปไกลให้เข้าที่ และรีบออกจากตำหนักบูรพาทันทีโดยไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น เว่ยหลางและหลิวจวินเองก็ตั้งรับเรื่องนี้ไม่ถูกเช่นกัน ทั้งสองมีท่าทีตื่นตระหนกทำสิ่งใดไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้ ใต้เท้าซุนก็ออกจากตำหนักบูรพาไปเสียแล้ว“หลิวจวินเจ้า...เจ้า
Read more

ใครกลัวภรรยากัน ไม่มี!

ซุนเจิงใช้ชีวิตอย่างที่เป็นมา ไม่มีสิ่งใดแปลกใหม่ มีแต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเท่านั้น อย่างเช่นในตอนนี้ เขาต้องเรียนรู้ที่จะสอนเด็กหนุ่มที่ข้องใจในความสัมพันธ์ประหลาดให้ได้เข้าใจ และกลับไปง้อขอคืนดีกับภรรยาของตนเอง...“ก็บอกแล้วว่าให้พูดดีกับนางหน่อย ใจร้อนแล้วพาลใส่เธอ ผลก็เป็นอย่างนี้แหละ” ซุนเจิงเอ่ยพลางหยิบชาขึ้นมาดื่ม สายตามองไปยังเว่ยหลางที่กำลังคิดไม่ตก เว่ยหลางเอ่ยแต่เพียงว่ามีเรื่องให้ต้องคิดมาก งานของรัชทายาทนั้นมากมายจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่พอมีเวลาพักก็รีบตรงดิ่งไปหาชายาของเขาอย่างหวังซูเหยาในทันที แต่ก็มิวายเผลอทำตัวไม่ดีใส่ เพียงเพราะนางเซ้าซี้ถามเรื่องงานและเรื่องของอีกฝ่ายมากเกินไป และสรุปจบสุดท้ายคือหวังซูเหยางอนแน่นอนว่าเหอลี่อิงที่นั่งร่วมสนทนาอยู่ด้วยนั้นเข้าข้างสตรีด้วยกันอย่างไม่ต้องวิเคราะห์รูปการณ์ใดๆ เลย ส่วนเขาก็พอจะเห็นด้วยกับหวังซูเหยา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เขาทราบดีว่าเวลานี้ควรวางตัวไม่เป็นกลาง และด้วยประสบการณ์ที่มีทำให้เขาเลือกข้างภรรยาโดยไม่ต้องยั้งคิดใดๆ ทั้งสิ้น“ข้าเหนื่อยเลยหลุดปากไปเท่านั้น”
Read more

ถ้าไม่ใช่เพราะตั้งครรภ์ ก็เร่งมือเสีย

เมื่อเข้าตำหนักบูรพา เหอลี่อิงก็แยกตัวไปคุยกับชายาของรัชทายาททันที โดยทิ้งให้ซุนเจิงอยู่กับเว่ยหลางที่นั่งหน้าเครียดคิดไม่ตก“นั่งหน้าเครียดอย่างนี้ นางคงไม่หายโกรธท่านง่ายๆ ใช่หรือไม่” บุรุษที่ถูกภรรยาทิ้งให้อยู่กับต้นตอของปัญหาอย่างเว่ยหลางเอ่ยพลางรินน้ำชาให้กับตนเองและรัชทายาทที่ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน“เมื่อวานข้าไปหานางมา ท่านรู้ไหมว่าข้าเจออะไร”ซุนเจิงขมวดคิ้วเชิงตั้งคำถามว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเจอนั้นคือสิ่งใด“นางเขวี้ยงแจกันใส่ข้า! แจกันแตกเป็นเสี่ยงๆ ดีที่ข้าหลบทัน ไม่อย่างนั้นหัวข้าคงแตกพอๆ กับแจกัน”ได้ยินคำบอกเล่าก็ขมวดคิ้วเป็นปมเชิงสงสัย ท่าทีเช่นนี้เหมือนว่าเขาเคยประสบมาบ้าง “แปลกๆ นะ เหมือนตอนฮูหยินข้าตั้งครรภ์เลย อารมณ์แปรปรวนขนาดนี้ ไม่ใช่ว่านางตั้งครรภ์แล้วหรือ”“ไม่ใช่” เว่ยหลางปฏิเสธทันควัน “เมื่อวันก่อนนางเป็นลมหมดสติไป ข้าให้หมอหลวงไปตรวจมาแล้ว หมอหลวงบอกว่านางเครียด ประจวบเหมาะกับโมโหเรื่องข้าจนถึงขั้นเป็นลมไป”“ถ้า
Read more

ปรับความเข้าใจ

เว่ยหลางเดินมาหาหวังซูเหยาพร้อมกับใต้เท้าซุน เว่ยหลางไม่กล้าสบตากับชายาของตนเองด้วยซ้ำไป เขาเอาแต่มองฮูหยินของใต้เท้าซุน ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวลกับการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้“เรากลับกันดีกว่า ป่านนี้ลูกโยเยแล้วกระมัง” ซุนเจิงเอ่ยพลางจูงมือของเหอลี่อิงให้มายืนข้างตน มองหนุ่มสาวที่มีท่าทีเก้กังก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา“พวกท่านไม่ต้องไปส่งข้าหรอก ประเดี๋ยวข้าและฮูหยินจะกลับแล้ว” ซุนเจิงรีบเอ่ยขึ้น ด้วยรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมต้องมีคนใดคนหนึ่งหนีหน้าและหยิบยกเอาเขาและเหอลี่อิงมาเป็นข้ออ้าง และเมื่อพูดจบก็รีบจูงมือเหอลี่อิงกลับออกจากตำหนักบูรพา ใบหน้าทั้งสองประดับรอยยิ้มไว้ไม่คลาย เรื่องหลังจากนี้จะดีหรือร้าย ทั้งสองไม่อาจเข้าไปยุ่งได้เว่ยหลางมองใบหน้าของสตรีที่ไม่ได้พบกันมาหลายวัน หวังซูเหยายังคงมีสีหน้าบึ้งตึง จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ยอมพูดกับเขาจนถึงขั้นหันหลังและหนีเข้าห้องไป โดยที่เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้สักคำเดียว“ได้ หวังซูเหยา เราจะได้เห็นดีกัน!”เว่ยหลางเก็บงำความในใจมากมายต่อสตรีที่หันหลังให้เขาไว้ แ
Read more

พี่ใหญ่ของเด็ก ๆ

สองเดือนผ่านไป“ซุนเจิง หลิวจวินนำสารจากรัชทายาทมาให้” เหอลี่อิงร้องเรียกสามีที่กำลังหน้าเครียดทำงานกองเท่าภูเขา ส่งสารที่น่าจะสำคัญไม่น้อยให้แก่ซุนเจิงซุนเจิงรับสารจากภรรยาและคลี่อ่านอย่างรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่เขากลับคิดผิดถนัด ใบหน้าที่เคร่งขรึมถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับภรรยา“เตรียมรับขวัญหลานได้แล้วยายแก่”“หมายความว่าอย่างไร”“ชายาของรัชทายาทตั้งครรภ์แล้ว”เหอลี่อิงดีใจจนไม่อาจซ่อนความรู้สึกไว้ได้ ใบหน้าฉายยิ้มกว้างและเดินไปบอกข่าวดีกับคนเสียทั่วจวน จนซุนเจิงได้แต่ส่ายศีรษะไปมา แล้วกลับมาสนใจสารในมืออีกครั้ง นับว่าไม่เสียแรงที่เขาปากเปียกปากแฉะบ่นเจ้าเด็กโข่งนั่นไป!.สองปีผ่านไป“อย่าเขียนตำราเล่นสิ นั่นของพี่นะ”“เหมยเอ๋อร์ อย่าฉีกตำราสิ แล้วพี่จะเอาอะไรอ่านล่ะ”“ไม่ๆ เสี่ยวเหอ พี่บอกว่าอย่าเขียนเล่นอย่างไรเล่า”&ld
Read more

ชีวิตนับอนันต์ (ตอนจบ)

ลมแห่งการเปลี่ยนผันของฤดูกาลผันผ่าน ร่างบอบบางหนาวสะท้าน แต่กลับอุ่นขึ้นทันตาเมื่อมีคนโอบกอดเธอเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้ม“บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งออกมา มันหนาว” บุรุษที่ยืนซ้อนกายกอดภรรยาจากด้านหลังเอ่ยขึ้น “ฉันรักเธอนะลี่ลี่”“หืม เป็นอะไรไป มาบอกรักอะไรตรงนี้”“เมื่อเช้าลืมบอก เลยมาบอกตอนนี้แทนไง” เหอลี่อิงหัวเราะชอบใจ กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วกับคำบอกรักของซุนเจิง“แล้วนี่...ตัวเล็กยังไม่มาอีกหรือ” มือกร้านเคลื่อนไปยังหน้าท้องที่กลับมาแบนราบอีกครั้งหลังจากการคลอดบุตรชาย ด้วยหวังว่าเมล็ดพันธุ์เล็กๆ จะเริ่มงอกเงยอีกครั้ง“ยัง...แต่รอให้ซุนจิ้นเหอโตอีกสักหน่อยจะดีกว่า ดูเสี่ยวหยางสิ หัวหมุนไปหมดแล้ว”“ครั้งนี้ฉันอยากได้ลูกสาว”“ฉันรู้ แต่เรื่องนี้บังคับกันได้ที่ไหน”“ถ้าเป็นผู้ชายฉันก็รัก เพราะเป็นลูกฉันกับเธอ”“ฉันคิดไม่ออกเลย หากเราไม่มาอยู่ที่นี่ ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไง ฉันจะหย่ากับคุณได้
Read more
PREV
1
...
101112131415
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status