All Chapters of ณ อนันต์ : Chapter 1 - Chapter 10

104 Chapters

คู่รักและการหย่าขาด 1

“เหอลี่อิง เราหย่ากันเถอะ!” ประโยคที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญถูกเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น จนทำให้ทัพพีตักข้าวที่อยู่ในมือของ ‘เหอลี่อิง’ ชะงักค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนทัพพีตักข้าวจะแปรเปลี่ยนมาเป็นอาวุธฟาดฟันคนที่พูดขึ้นมาเมื่อครู่นี้“เป็นบ้าอะไรตาแก่! แก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว จะมาหย่าอะไร ทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้สักสี่สิบปี มาพูดตอนฉันจะเจ็ดสิบ มันจะมีประโยชน์อะไร!”‘ซุนเจิง’ ปัดป้องการถูกทำร้ายด้วยทัพพีตักข้าวจากภรรยาเป็นพัลวัน และไม่อาจโต้กลับสิ่งใดได้ เพียงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธจัดของอีกฝ่าย พลันมือไม้ก็อ่อนระทวยขึ้นมาเสียดื้อๆ น้ำเสียงห้าวหาญหล่นหายไปอยู่ที่ใดแล้วก็ไม่ทราบ บัดนี้จึงได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ก้มหน้าก้มตาอย่างคนไร้หนทางสู้ ดูอย่างไรก็ช่างน่าเวทนาเสียจริง ก่อนหน้านี้เขาเป็นถึงนายทหาร ยศทางการทหารหรือก็ไม่น้อยหน้าใคร เป็นที่นับหน้าถือตา แต่เมียกลับไม่นับถือตนแม้สักนิด!“อยากหย่านักใช่ไหม นี่มันบ้านฉัน ถ้าไม่อยากอยู่ก็ออกไป ฉันไม่ได้ห้าม!”เสียงที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คนก้มหน้าก้มตาเมื่อครู่ต้องรีบเงยหน้าโดยพลัน “บ้านเธอ?! นี่ยายแ
Read more

คู่รักและการหย่าขาด 2

ยกน้ำขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ซุนเจิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก มองไปรอบๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย และตัดสินใจเดินออกจากบ้านไปไม่ต่างจากภรรยา สาวเท้าเนิบนาบอย่างไม่เร่งรีบ เข้าไปยังบ้านข้างๆ ที่ประตูรั้วเปิดอ้าอยู่แทบตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านไม่กลัวขโมยขโจรหรืออย่างไรซุนเจิงเดินเข้าบ้าน ‘อี้หมิง’ อย่างถือวิสาสะ เมื่อเดินเข้าไปยังภายในก็พบกับเจ้าของบ้านที่รู้ตัวเข้าพอดี“คุณปู่!” อี้หมิง เจ้าของบ้านร้องทักชายสูงวัยตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้แสดงความโกรธหรือโมโหที่อีกฝ่ายเข้าบ้านของตนโดยไม่บอกกล่าวแม้แต่น้อย เพราะอย่างไรเสียชายสูงวัยคนนี้ก็เลี้ยงตนมาไม่ต่างจากปู่แท้ๆ เหมือนกัน“เปิดบ้านไว้อย่างนี้ตลอด ไม่กลัวโจรมาปล้นบ้านหรือไง”“นิสัยเสียแบบนี้ แก้ไม่หายเสียทีครับ ว่าแต่คุณปู่มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า” อี้หมิงมองชายสูงวัยที่ทิ้งกายนั่งยังโซฟารับแขก ก่อนที่ตนจะหายเข้าไปในห้องครัวและกลับออกมาพร้อมกับชาร้อนๆ แต่ดูเหมือนว่าคำถามเมื่อครู่นี้ของเขาจะไม่ได้รับคำตอบ นอกเสียจากใบหน้าที่บึ้งตึงของอีกฝ่าย“ทะเลาะกับคุณย่ามาหรือครับ” อี้หมิงที่เห็นสีหน้าและท่าทีของอีกฝ่ายก็ถามขึ้น และเหมือนว่าจะถูกเสียด้ว
Read more

วาสนาที่มิอาจตัดขาด 1

ซุนเจิงกำมือแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก ในใจค่อนขอดตนเองไม่หยุดหย่อน แต่เครื่องมือสื่อสารที่พกติดตัวมาด้วยก็เสียงดังขึ้น จนคนเป็นเจ้าของแอบสะดุ้งตกใจ ก่อนจะคว้าเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั้นออกมารับ“ใคร?” แม้จะอารมณ์ขุ่นมัวหรือตกใจกับเสียงเรียกเข้า แต่เมื่อครู่นี้เขาก็สังเกตได้ว่าบนหน้าจอของเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั้นปรากฏชื่อของยายแก่เหอลี่อิง แต่ทำไมถึงมีเสียงผู้ชายดังขึ้นมาจากปลายสายกัน และเมื่อได้ยินคำอธิบาย คิ้วที่ขมวดเมื่อครู่ก็พลันหายไปในทันที แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแทน“ตอนนี้ยายแก่นั่นอยู่ไหน?!”ซุนเจิงรวบรวมสติที่เตลิดเปิดเปิงไปเมื่อครู่นี้กลับมา กดวางสายและรีบลุกออกจากบ้านของอี้หมิงโดยไม่บอกลาเจ้าของบ้านด้วยซ้ำ“คุณปู่มีอะไรหรือครับ คุณปู่!” อี้หมิงพยายามตะโกนถามตามหลังคนที่ปั้นปึ่งออกไปหลังจากรับโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเขาแม้แต่น้อย คุณปู่ซุนเจิงรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างรวดเร็ว จนเขาเองก็อดห่วงไม่ได้ชายชราที่พรวดพราดออกจากบ้านของหลานชายหันซ้ายแลขวาเมื่อมาถึงสถานที่หนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่แสนจะพลุกพล่าน เขากวาดสายตาไปจนทั่วบริเวณ กระทั่
Read more

วาสนาที่มิอาจตัดขาด 2

ซุนเจิงและเหอลี่อิงเข้าไปยังโรงแรมหรูที่มีภัตตาคารรสเลิศอยู่ด้านบนสุดไว้คอยให้บริการ ภัตตาคารที่พวกเขาเคยมานั้น บัดนี้ตกแต่งใหม่จนโอ่อ่า ผู้คนมากมายคลาคล่ำ ทว่าภัตตาคารที่ทั้งคู่ตั้งใจมา ทุกโต๊ะต่างถูกจองด้วยนายทหารยศใหญ่ที่ซุนเจิงเคยได้ยินชื่อมาบ้าง และนักธุรกิจคนหนึ่งที่ก็เคยได้ยินชื่อไม่ต่างกัน นายทหารยศใหญ่คบค้ากับพวกนักธุรกิจ อย่างไรเสียเรื่องนี้ไม่สามารถคาดการณ์ไปในทางที่ดีได้เลยแม้แต่น้อย“เรากลับไปกินที่บ้านไหม เดี๋ยวฉันทำให้กินเอง” เหอลี่อิงเสนอส่วนซุนเจิงก็ได้แต่ทอดถอนใจ แม้จะไม่พอใจกับการทำตัวใหญ่โตคับเมืองเช่นนี้ แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องเช่นกัน ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนเขาเป็นอย่างดีว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น อีกทั้งเรื่องไม่น่าไว้ใจนี่ก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาแม้แต่น้อย เขาเป็นเพียงคนแก่ที่รอวันตาย ไม่ใช่นายทหารคนนั้นที่บุกตะลุยทุกที่อย่างไม่กลัวตายในวันวานวัยรุ่นเลือดร้อน นอกคอก ผู้ใหญ่ดื้อรั้นไม่ฟังคนอื่น และคนแก่ไร้เหตุผล คนจำพวกนี้เขาเกลียดนักหนา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเขาเคยเป็นอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด และเพราะเคยเป็น ตอนนี้จึงได้แต่เดินหันหลังให้กับควา
Read more

แม้ตายแล้วก็หนีกันไม่พ้น 1

“ใต้เท้า! ตื่นเถิดขอรับ เกี้ยวเจ้าสาวจะมาถึงแล้ว!” เสียงที่ดังขึ้นข้างๆ หูทำให้ซุนเจิงเริ่มขยับรู้สึกตัว ปรือตาราวกับคนกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่กระนั้นเสียงเรียกที่รบเร้าอยู่ข้างๆ ก็น่ารำคาญเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้เมื่อฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักราวกับมีก้อนหินมหึมากดทับเอาไว้ก็ต้องชะงัก เมื่อดวงตาที่เคยพร่ามัวด้วยวัยอันร่วงโรยบัดนี้กลับแจ่มชัดอย่างไม่น่าเชื่อ แต่นั่นยังไม่น่าแปลกใจเท่าเพดานที่เขานอนมองอยู่นี่มันคือที่ไหนในโลกกันละเนี่ย!ความสับสนประดังประเดเข้ามาไม่หยุด พลันมองไปข้างกายยิ่งตื่นตะลึงกว่าเก่า ซุนเจิงรีบชันกายลุกขึ้นนั่งในทันทีเมื่อพบกับคนแปลกหน้าที่มีท่าทีร้อนรนอยู่ข้างกาย“นี่แกเป็นใคร?! ไอ้นายพลนั่นมันจับฉันมาขังไว้ใช่ไหม แล้วนี่เมียฉันอยู่ไหน?! แกพาเหอลี่อิงไปไว้ที่ไหน!” ซุนเจิงพ่นคำถามไปมากมาย แต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับมา อีกทั้งยังมีสีหน้าตื่นตะลึงมองเขาด้วยท่าทีฉงนสนเท่ห์ ก่อนเข้ามาเกาะขาทั้งสองข้างของเขาไว้ ใบหน้าสลดราวกับว่าเขาคือคนที่น่าสงสารและน่าเวทนาเกินผู้ใด“โถ...ใต้เท้า ท่านคงเสียใจมากใช่หรือไม่ขอรับ ที่ถูกจับแต่งงานเช่นนี้”ซุนเจิงมองชายหนุ่มที่เรียกเขาว่าใต้เท้าอย่า
Read more

แม้ตายแล้วก็หนีกันไม่พ้น 2

เมื่อทุกอย่างดำเนินมาถึงเวลาอันควร เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ถูกพาเข้าห้องหอ ซุนเจิงถอนหายใจครั้งที่ร้อย หันมองเจ้าสาวในชุดแดงที่ถูกคลุมหน้าคลุมตา ความจริงเธอมีท่าทีประหลาดในบางครั้งจนซุนเจิงสังเกตได้ เธอมักลอบมองเขาเป็นระยะๆ แต่ด้วยผ้าที่คลุมหน้าเธออยู่จึงอาจทำให้มองเขาได้ไม่ถนัดกระมัง หลายครั้งจึงดูเหมือนว่าเธอเพ่งมองมาทางเขาอย่างตั้งใจ“ฉันจะเปิดหน้าเธอเอง” ซุนเจิงเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเข้าใจหรือไม่ การพูดให้ดูเหมือนคนในยุคสมัยนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่คุ้นชินได้โดยง่ายเสียเมื่อไร แต่ธรรมเนียมประเพณีการแต่งงานนั้น เขาเองก็พอรู้อยู่บ้าง โดยเฉพาะการเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็เช่นกัน เจ้าบ่าวจะต้องเปิดผ้าคลุมหน้าให้แก่เจ้าสาวในคืนเข้าหอเช่นนั้นเขาจึงเคลื่อนกายเข้าไปใกล้เหอเสี่ยวอิง ค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้าสีแดงขึ้น และเมื่อสบตากับสตรีตรงหน้า ซุนเจิงก็ชะงัก ก่อนผละตัวออกห่างจากเจ้าสาวอย่างตกใจ ส่วนเจ้าสาวที่ถูกเปิดผ้าคลุมหน้าก็ไม่ต่างกัน“ยายแก่เหอลี่อิง!”“ตาเฒ่าซุนเจิง!”“นี่เธอจริงๆ หรือ!”“นี่คุณจริงๆ ด้วย!”ต่างคนต่างตกใจ ต่างคนต่างไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือความจริง กว
Read more

หลังคืนเข้าหอ 1

เช้าตรู่หลังจากการเข้าหอที่แสนจะสร้างภาพแล้ว ซุนเจิงก็ต้องมายืนงงกับเครื่องแต่งกายทั้งหลายที่วางเรียงรายกันตรงหน้า เขาไม่ค่อยสันทัดเรื่องการแต่งกาย แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเจ้าผ้าผ่อนพวกนี้ควรใส่สิ่งใดก่อนหลัง เมื่อคืนแม้จะเปลื้องท่อนบนออกก็ตามที แต่เพราะเป็นคนขี้ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร อีกทั้งไม่ได้ใส่ใจว่าใส่สิ่งใดบ้าง อะไรเกะกะก็ถอดออกหมด พอจะใส่ชุดที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ก็ยืนงงอยู่พักใหญ่“เหอลี่อิง เธอรู้ไหมว่าเสื้อผ้าพวกนี้ใส่ยังไง”เมื่อจนปัญญาก็หันไปถามคนที่หันหลังแต่งตัวอยู่ไม่ต่างกัน แต่ที่ต่างกันคือเหอลี่อิงจัดการอาภรณ์ของตนเสร็จเรียบร้อยในเวลาอันรวดเร็ว และหันมาถอนหายใจใส่ราวกับเหนื่อยหน่ายใจในตัวเขาเหลือหลาย แต่ก็จำต้องเดินอย่างปลงตกมาหา“ทำอะไรเป็นมั่งคุณน่ะ” แม้จะเอ่ยปากบ่น แต่ก็หยิบอาภรณ์ที่ยับยู่ยี่มาจัดการแต่งตัวให้อีกฝ่าย ส่วนคนที่ถูกบ่นจนเป็นปกติก็เอี้ยวตัวไปมา แกะนั่นเกานี่อยู่ไม่สุขเสียจนคนเข้ามาช่วยเหลือรำคาญใจ ถึงขั้นต้องเอ็ดออกมาอีกหน“อยู่นิ่งๆ ได้ไหม”“ก็ทำให้มันดีๆ หน่อยสิ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วนะ อ่อนโยนบ้างไม่เป็นหรือยังไง”“ใส่ให้มันถูกๆ หน่อยได้
Read more

หลังคืนเข้าหอ 2

ซุนจ้าวเฟิงจะได้ตระหนักถึงเรื่องนี้หรือไม่นั้นก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ซุนเจิงเริ่มตระหนักได้ตั้งแต่ไล่เลียงความทรงจำของอีกฝ่าย ยิ่งโดดเด่นมากเท่าใดก็เหมือนเป็นเป้านิ่งในที่แจ้ง เรื่องอิจฉาริษยานั้นไม่ว่ายุคสมัยไหนล้วนมีด้วยกันทั้งนั้น แต่เขาไม่ใช่ซุนจ้าวเฟิง จึงเริ่มกังวลว่าตนจะเก่งได้ถึงครึ่งของซุนจ้าวเฟิงหรือไม่“เป็นอะไรไป”คนที่อยู่ในห้วงภวังค์ผละออกจากความคิดเมื่อสตรีที่นิ่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้น“ฉันไม่รู้ว่าจะเก่งกาจเหมือนซุนจ้าวเฟิงหรือไม่ เขาอายุยังน้อย แต่กลับได้เป็นถึงรองเสนาบดี นับว่าไม่ธรรมดาเลย”เหอลี่อิงได้ยินเช่นนั้นก็กลับมาคิดทบทวนเรื่องของเหอเสี่ยวอิงบ้าง สตรีนางนี้เป็นบุตรสาวในตระกูลขุนนาง มีพี่ชายถึงสองคน คนหนึ่งตายในสนามรบ อีกคนเป็นขุนนาง นางเป็นที่รักของครอบครัว รักมากเสียจนให้นางแต่งงานกับซุนจ้าวเฟิง ขุนนางหนุ่มผู้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานกว่าบุรุษอื่น ด้วยหวังว่าเขาจะให้เกียรติและดูแลนางเป็นอย่างดี แต่กระนั้นชีวิตของผู้หญิงในยุคนี้ก็น่าเบื่อเสียเหลือเกินแม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะถูกบังคับให้แต่งงานกับซุนเจิง แต่ก็ยังได้ใช่ชีวิตในรูปแบบอื่นอยู่บ้าง เธอยังคงได้ทำงานที่อยาก
Read more

เยี่ยมบ้านภรรยา 1

วันเยี่ยมบ้านภรรยามาถึงอย่างรวดเร็ว ซุนเจิงนั้นไม่ได้แสดงอาการประหม่าแต่อย่างใด อย่างที่เขาเคยกล่าวไว้ตั้งแต่ต้น เขาไม่ได้สนใจว่าคนตระกูลเหอคิดเห็นอย่างไรหากพบเห็นท่าทีพิลึกพิลั่นจากทั้งเขาและภรรยา ซึ่งบัดนี้เหอลี่อิงคงจะคิดไม่ต่างกัน เธอจึงอยู่ข้างๆ เขาด้วยใบหน้าที่แต้มรอยยิ้ม ยามเมื่อสนทนากับเหอเทียน ผู้เป็นบิดาของเหอเสี่ยวอิง ในตอนนี้เธอไร้ความประหม่า แสดงทีท่าอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้เคอะเขินแต่อย่างใดพูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย ซุนเจิงก็ทราบในทันทีว่าใต้เท้าเหอผู้นี้ชมชอบซุนจ้าวเฟิงอยู่มากเอาการ ช่างนับว่าโชคดีเหลือเกิน อาจเพราะเป็นเช่นนี้ ใต้เท้าเหอจึงไม่คิดสงสัยสิ่งใดในตัวเขาและเหอลี่อิงพวกเขาก็ทำหน้าที่แทนซุนจ้าวเฟิงและเหอเสี่ยวอิงอย่างสุดความสามารถ ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครสงสัยสิ่งใดในตัวพวกเขา บัดนี้จึงมาเดินทอดน่องอยู่ในสวนของจวนตระกูลเหออย่างไม่ทุกข์ร้อน ชมนกชมไม้อย่างสบายอารมณ์“นี่นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีหรือไม่” เหอลี่อิงเอ่ยถาม ท่าทีของเหอเทียนดูจะไม่สงสัยในตัวเธอและซุนเจิงแม้แต่น้อย อีกทั้งยังยินดีเหลือหลายที่เห็นเธอและเขาเข้ากันได้ดี“ใช่ ใต้เท้าเหอคงจะยิ่งพอใจ เม
Read more

เยี่ยมบ้านภรรยา 2

“ข้าผิดเองขอรับที่วิ่งมาชนอาเขย”ซุนเจิงยังไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกไป เด็กน้อยที่นั่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นก่อน เพราะอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วและไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่“ไร้มารยาทเสียจริง ทำไมเวลาเดินถึงไม่มองทาง เหตุใดเจ้าชอบทำให้ตระกูลเหอขายหน้านัก”“เอาเถอะๆ” เมื่อได้ยินผู้ใหญ่ตำหนิเด็กที่ไม่มีความผิดใหญ่โต ซุนเจิงก็เอ่ยห้าม ร่างที่นั่งเคียงเด็กน้อยที่ล้มลงไปยืนเหยียดตรงพร้อมทั้งฉายยิ้มอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำเสียเท่าไร “ข้าไม่ใช่คนมากพิธีหรือมากมารยาทอะไร อีกอย่างที่เสี่ยวหยางไม่ได้ระวังก็เป็นเพราะเขามัวพะวงว่าพี่ชายจะวิ่งตามมาทำร้ายทัน จึงไม่ได้มองทาง”“ทำร้าย? ท่านกล่าวอะไรของท่าน”“นี่คงเป็นบุตรของท่านใช่หรือไม่ เหอชิงซาง” ซุนเจิงเอ่ยชื่อบุรุษที่ไม่ถูกชะตา“ใช่ นี่คือบุตรของข้าเอง”“เห็นทีข้าคงจะต้องลดงานที่กรมของท่านลงบ้างเสียแล้ว เผื่อว่าท่านจะมีเวลาสอนบุตรของตนเองให้มากกว่านี้”“นี่ท่าน!” เหอชิงซางที่ถูกตอกหน้าเข้าอย่างจังถึงขั้นควบคุมมือไม้ของตนเองไม่ได้ ชี้นิ้วใส่รองเสนาบดีอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน“ข้าไม่ได้อยู่ในฐานะที่ท่านจะมาชี้นิ้วใส่” ซุนเจิงเหยียดยิ้มอย่างผู้ที่เหนือกว่า
Read more
PREV
123456
...
11
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status