Lahat ng Kabanata ng ณ อนันต์ : Kabanata 91 - Kabanata 100

104 Kabanata

อย่ามางอแงไปหน่อยเลย

เมื่อเห็นคนที่นั่งคิดไม่ตก ซุนเจิงก็จนปัญญา ใช่ว่าเขาจะมีอำนาจเด็ดขาดตัดสินใจในเรื่องพรรค์นี้ เขามีหน้าที่เพียงเสนอความเห็นและสนองรับสั่งเท่านั้น ให้ก้าวก่ายไปมากกว่านี้ก็คงจะไม่ควรสักเท่าไร บัดนี้จึงหันหน้ามองภรรยาข้างกายอย่างขอความเห็นว่าตนนั้นควรจะทำอย่างไรท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดนี้ เหอลี่อิงก็ได้แต่ส่งยิ้มให้และมองไปยังเจ้าเด็กหนุ่มที่นั่งอมทุกข์ไม่คลาย“พักเรื่องอื่นไปก่อนดีหรือไม่ ข้าเตรียมอาหารไว้มากมาย เชิญรัชทายาทและท่านราชองครักษ์ร่วมโต๊ะกับเราในมื้อนี้เถิด”สุดท้ายแล้วเรื่องหนักหนาของบุรุษทั้งหลายก็จบด้วยอาหารหนึ่งมื้อของสตรีตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว หากดาบคืออาวุธของบุรุษแล้ว อาหารก็คงไม่ต่างจากดาบเล่มคมของสตรีเช่นกัน เพราะบัดนี้คนที่นั่งหน้าเครียดมานานสองนานอย่างรัชทายาทและหลิวจวินก็ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารตรงหน้าประหนึ่งว่าหิวโซมาทั้งวัน อีกทั้งยังเกิดสงครามเล็กๆ บนโต๊ะ เมื่อเจ้าตัวกลมมองรัชทายาทตาเขม็งยามเมื่ออีกฝ่ายคีบอาหารจานโปรดของเขาไปต่อหน้าต่อตา“อันนั้นของข้า”“ของเจ้าที่ใดกัน ท่านแม่ของเจ้าทำให้เราทุกคนมิใช่รึ?” เว่ยหลางเอ่ยค้านด้วยน้ำเสียงที่จริงจังไม่ต่างกั
Magbasa pa

ดื่มจนรู้แจ้งว่าการลิ้มรสชาติแสนขมนั้นก่อให้เกิดสิ่งใดบ้าง

ซุนเจิงมองหาแขกที่เป็นถึงรัชทายาท แต่กลับไม่พบตัว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาอาจจะกลับตำหนักไปแล้วอย่างที่ซุนเจิงคิด แต่ในขณะที่กำลังจะกลับไปยังห้องนอน ซุนเจิงก็แอบเข้าไปดูบุตรบุญธรรมของเขาในห้องนอน แล้วก็พบร่างสูงของหลิวจวินนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องนอนของเสี่ยวหยาง“หลิวจวิน” เอ่ยเรียกและแตะที่แขนของราชองครักษ์เบาๆ ก็ทำให้คนที่นั่งสัปหงกสะดุ้งตื่นขึ้นมา“รัชทายาทเล่า”“อยู่ในห้องกับคุณชายน้อยขอรับ”ซุนเจิงพยักหน้ารับ มองบุรุษที่แทบไม่เคยเห็นว่าจะมีเวลาพักผ่อนเหมือนคนอื่นนั่งสะลึมสะลือก็อดห่วงไม่ได้ “ง่วงก็ไปนอนในห้อง ข้างๆ นี้มีห้องว่าง”“มิได้ขอรับ ข้าต้องดูแลรัชทายาท”“ประเดี๋ยวข้าดูให้ อยู่ที่นี่มีอะไรต้องกังวล เจ้าก็พักเสียบ้าง นอนเต็มตาครั้งสุดท้ายเมื่อใดกัน จำได้หรือไม่”คนที่ถูกถามก้มหน้าไม่ตอบคำถามนั้น“ไปพักเถอะ ไม่ต้องกังวลอะไร”“ขอรับ” สุดท้ายหลิวจวินก็มิอาจปฏิเสธความปรารถนาดีที่ใต้เท้าซุนหยิบยื่นให้แก่เขาได้ หลิงจวินเดินไปยังห้องข้างๆ คืนนี้อาจจะเป็นคืนแรกก็เป็นได้ที่เขาได้หลับเต็มตาส่วนซุนเจิงนั้นเดินเข้าไปยังห้องนอนของเสี่ยวหยาง แล้วก็พบว่าเด็กชายนั้นนอนหลับไปเสียแล
Magbasa pa

เรื่องที่ปิดบัง ยากจะพูดออกมา

ซุนเจิงมองใบหน้าของบุรุษที่กลายเป็นคนช่างสงสัย ก่อนจะแค่นหัวเราะและตอบกลับด้วยประโยคเดิม “...ก็คงจะอย่างนั้นกระมัง”“เช่นนั้นข้าคงไม่มีวันรู้เรื่องที่ท่านปิดบัง จนกว่าท่านจะยอมให้ข้ารับรู้”ซุนเจิงมองบุรุษที่ถอดใจง่ายกว่าที่เขาคิด แต่แล้วอย่างไร เรื่องที่เขาข้ามเวลามากับเหอลี่อิงใช่ว่าเป็นเรื่องปกติ หากพูดไป ดีไม่ดีรัชทายาทแห่งต้าเว่ยอาจคิดว่าเขาและเหอลี่อิงวิกลจริตก็เป็นได้เว่ยหลางมองบุรุษที่เอ่ยตอบกลับเขาด้วยรอยยิ้ม อาจนับได้ว่าวันนี้เขาเห็นรอยยิ้มของซุนจ้าวเฟิงมากกว่าทุกครั้งก็เป็นได้ อาจจะมีบ้างที่ขุนนางผู้นี้แสดงทีท่าไม่พอใจ แต่สุดท้ายเมื่อกลับเข้าจวนได้ เขาก็ฉายยิ้มราวกับไม่มีเรื่องใดต้องทุกข์ร้อนอีก ช่างเป็นสิ่งที่ยากจะเข้าใจเสียจริงๆ“ข้าถามเจ้าลูกหมีมา ที่เจ้านั่นดีใจยกใหญ่ที่จะได้เป็นพี่ เพราะว่าที่ผ่านมาตนเองนั้นเป็นน้องเล็กโดนแกล้งมาโดยตลอด ถ้าหากเขามีน้อง เขาจะปกป้องไม่ให้โดนรังแกอย่างที่เคยโดน อีกอย่างเขาจะเป็นพี่ที่ดีให้น้องรัก ไม่ใช่เกลียดชังอย่างที่เขาเคยรู้สึก”“ก่อนมาอยู่ที่นี่เขาโดนรังแกทั้งร่างกายและจิตใจ การที่เขารู้ว่าจะมีน้องอาจทำให้รู้สึกอยากเป็นพี่ที่ดี ไม่ใ
Magbasa pa

หนี้บุญคุณ

“ท่านจะพาข้าไปที่ใด” บุรุษที่ทุกคนต่างคิดว่าตายไปแล้ว เอ่ยถามรัชทายาทที่กำลังจะพาเขาไปที่ใดก็ไม่ทราบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเว่ยหลงรอดจากความตายด้วยความช่วยเหลือจากคนที่เขาตั้งใจลงมือฆ่าด้วยตนเอง ช่างเป็นการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางหนี้บุญคุณมากมายที่เขาไม่รู้ว่าจะชดใช้อย่างไร เขามองการกระทำของรัชทายาทและราชองครักษ์ที่ยังไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่พาเขาออกมาก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าด้วยซ้ำ ทุกอย่างกระทำการด้วยความรอบคอบระมัดระวังพ้นออกจากกำแพงวัง ทั้งสองก็คลายท่าทีตึงเครียด แต่ก็ยังไม่เอ่ยสิ่งใด อีกทั้งยังคงระแวดระวังสิ่งรอบกายเป็นอย่างดี“คนของอ๋องสามมิได้เดินเกลื่อนเมือง รัชทายาทโปรดเบาใจ” เว่ยหลงเอ่ยอย่างรู้เท่าทันว่ารัชทายาทและราชองครักษ์กังวลสิ่งใด “อีกอย่างหากจะลอบพาตัวข้าออกมา เหตุใดจึงไม่ใช้รถม้า”“เพราะจะเป็นที่สังเกตเอาได้ อีกอย่างที่นั่นก็ไม่ได้ไกลมากนัก” รัชทายาทตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ“แล้วที่นั่นคือที่ใดกัน”“ที่พักใหม่ของเจ้า เพื่อรอทำงานใหม่”“งานใหม่?” บุรุษที่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเอ่ยย้ำอีกครั้งหนึ่ง ทว่าก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนอะไรกลับมาเช่นเคย“ใช่ มีคนหนึ่งคิดว่าเจ้าสมควรจ
Magbasa pa

อยู่ที่นี่จะเป็นอะไรก็ได้

“อ้าว! มากันแล้วหรือ ทันมื้อเช้าพอดี”เว่ยหลงมองฮูหยินของซุนจ้าวเฟิงที่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม เชื้อเชิญให้พวกเขาร่วมโต๊ะอาหาร ทั้งๆ ที่นางควรจะตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่ารัชทายาทพาตัวเขามาด้วย แต่เปล่าเลย นางกุลีกุจอเตรียมอาหารมากมายด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งรัชทายาทและหลิวจวินก็กุลีกุจอไปช่วยนางเช่นกัน ช่างนับเป็นภาพที่แสนประหลาด บรรยากาศที่แสนประหลาด และความสัมพันธ์ที่แสนประหลาดเช่นกันนี่คือความสัมพันธ์ระหว่างรัชทายาทกับครอบครัวขุนนางใต้อาณัติหรือ...“นั่งเถิดฮูหยิน ประเดี๋ยวบ่าวรับใช้ก็ยกอาหารมาให้เอง” เว่ยหลางเอ่ยกับสตรีที่คุมบ่าวรับใช้ของตนไม่ห่าง ซึ่งนางหันมายิ้มรับคำของเขาแล้วจึงนั่งลงยังโต๊ะอาหาร นั่งได้ไม่เท่าไร เจ้าเด็กตัวกลมก็วิ่งหน้าตั้งตึกตักๆ พร้อมกับหนังสือในมือมาเกาะขาของเขาไว้แน่น“เว่ยหลาง ข้ามีคำถาม”“ประเดี๋ยวค่อยถาม เจ้าไม่หิวรึ?” เว่ยหลางมองเจ้าลูกหมีที่มีสีหน้าสลดได้เพียงครู่เดียวก็ยิ้มร่าออกมา วางหนังสือที่หอบหิ้วมาจากที่ใดก็ไม่ทราบลงและนั่งประจำที่ มองอาหารนานาชนิดอย่างใจจดใจจ่อ“รอท่านพ่อของเจ้าก่อนเจ้าลูกหมี เช็ดน้ำลายของเจ้าเสียด้วย ไหลยืดจะถึงโต๊ะอยู่แล้ว” รัชทายาทเอ่ย
Magbasa pa

ใช่ว่าคำพูดของทุกคนมีค่าเท่ากัน

เว่ยหลาง หลิวจวิน และเสี่ยวหยางทำหูทวนลมก้มหน้าจัดการกับอาหารของตนเอง ปล่อยให้คนที่มาใหม่ได้ซึมซับในสิ่งที่ใต้เท้าซุนเอ่ย และพวกเขาก็ไม่คิดจะเอ่ยสิ่งใดออกมาเช่นกัน ในเมื่อทุกอย่างนั้นถูกต้องอยู่แล้ว“อีกอย่างท่านต้องเตรียมตัวกับงานใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า วางเรื่องอะไรต่อมิอะไรที่ท่านไม่เข้าใจลงบ้าง เผื่อจะเข้าใจอะไรมากขึ้น”“ตอนที่ข้าได้ยินว่าท่านเร่งรัดให้ลงโทษข้า ข้าคิดว่าท่านแค้นเรื่องที่ข้าลอบทำร้ายท่าน และชักจูงรัชทายาทในเรื่องนี้”“ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนั้น หากไม่ทำคงไม่มีใครเอ่ยในเรื่องนี้เป็นแน่ และถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว สิ่งที่เว่ยหลางทำมาทั้งหมดก็จะพังไม่เป็นท่า หากท่านแค้นเคืองในเรื่องข้าก็ต้องขออภัยท่านด้วย แต่ถึงย้อนเวลากลับไปได้ ข้าก็จะทำเช่นเดิม”“ข้าคือคนผิดสินะ”“บางครั้งคนที่หลงทางก็ใช่ว่าเขาคือคนผิดที่พาตัวเองหลงเข้าไปในป่า แต่เพราะเขาไม่เข้าใจและสับสนในเส้นทาง เพราะฉะนั้นแล้วอย่าโทษตัวเองไปเลย หากท่านรู้สึกผิดบาปมากจริงๆ เรื่องที่ท่านจำเป็นจะต้องทำต่อไปนี้คือเครื่องพิสูจน์ท่าน”“พวกท่านจะให้ข้าทำอะไร”“เสียมารยาทมากแล้วเว่ยหลง เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกัน” เว่ยหลางเอ่ยปรา
Magbasa pa

เว่ยหลางทิ้งทั้งชีวิตเพื่อรักษาทุกอย่างไว้ แต่กลับไม่มีใครเห็นค่า

“เป็นอะไรไปซุนเจิง”ซุนเจิงที่พยายามสงบสติอารมณ์มองเหอลี่อิงที่เข้ามาหาเขาและเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงที่เขาสามารถสัมผัสได้ และเขาก็ไม่ลังเลใจที่จะเล่าทุกอย่างให้เธอฟังเช่นทุกเรื่องที่ผ่านมา สุดท้ายเขาก็ได้รับเสียงหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้ม“พี่น้องกันก็จริง แต่ใช่ว่าเขาจะเติบโตมาเหมือนกัน ใช่ว่าคุณไม่เคยบอกฉันเรื่องนี้”“เว่ยหลางยอมเสี่ยงขนาดไหนกับการช่วยเขาออกมาจากคุก ถึงขั้นนี้แล้ว แค่เชื่อว่าพี่ตัวเองมีความสามารถพอที่จะทำทุกอย่างได้โดยไม่ต้องมีขุนนางคอยเสี้ยม เขายังไม่เชื่อเลย เราเสี้ยมเขาอย่างไร เราเสนอแผนเรื่องนี้ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเราชี้นิ้วสั่งให้เขาทำเสียเมื่อไหร่”“แต่คุณก็ช่วยเว่ยหลางไม่น้อยเลย ไม่แปลกที่เว่ยหลงจะตีความผิดไป”“ลี่ลี่ เธอรู้ไหมว่าฉันคือคนที่กุมความลับของเว่ยหลางเอาไว้ ความลับที่แม้แต่เว่ยหลางเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไป”เหอลี่อิงนั่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด มองซุนเจิงที่กำลังจะเล่าทุกอย่างด้วยความตั้งใจ และปล่อยให้สามีระบายความอัดอั้นที่มีออกมา“ฉันพูดในสิ่งที่เขาคิด แต่ไม่กล้าที่จะลงมือทำ ฉันพูดในสิ่งที่ตัวเขาเองไม่กล้าเอ่ยออกมาด้วยซ้ำไป นี่คือความลับของเขาและมีแต่ฉันที่รู้
Magbasa pa

กังขาก่อนจะภักดี ยังดีกว่าภักดีโดยไร้ข้อกังขา

ซุนเจิงและเหอลี่อิงกลับเข้าไปหารัชทายาทที่นั่งหน้าเครียดประจันหน้ากับน้องชายของตนเอง ซุนเจิงได้แต่พยักหน้ารับยามที่เหอลี่อิงหันมายิ้มให้แก่เขา เธอปลีกตัวเดินไปอีกทางหนึ่ง ให้เขาได้สนทนากับสองพี่น้องได้สะดวกขึ้น ส่วนเสี่ยวหยางก็เล่นกับหลิวจวินอย่างไม่รู้ทุกข์รู้ร้อนอยู่ด้านนอก จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานั้นไม่ชอบบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดนี้เอาเสียเลย แต่สุดท้ายเขาก็ต้องนั่งลงระหว่างสองพี่น้องที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด“เรื่องแคว้นหนาน ข้า...”“ข้าไปเอง”ซุนเจิงมองใบหน้าของบุรุษที่ขันอาสา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขายังไม่เชื่อพี่ชายของตนเองด้วยซ้ำ แต่บัดนี้จะมาออกหน้าทำงานให้พี่ของตนเองด้วยความเต็มใจหรือ“เรื่องเจรจาข้าจะทำอย่างเต็มความสามารถ และข้าจะรอดูว่ารัชทายาทนั้นจะมีความสามารถมากน้อยเพียงไรต่อจากนี้”“เหมือนว่าข้าต้องพิสูจน์อะไรอีกเยอะเชียว ใต้เท้าว่าไหม” เว่ยหลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ซุนเจิงก็ไม่มั่นใจเสียเท่าไรนักว่า รอยยิ้มนั้นสื่อความถึงสิ่งใดกัน“มีคนกังขาก่อนจะภักดี ยังดีกว่าภักดีโดยไร้ข้อกังขา”ซุนเจิงมองเว่ยหลางที่ยังคงไม่คลายรอยยิ้มพิลึกนั่น ส่วนอีกฝ่ายก็ได้แต่พยักหน้ารับคำพูดขอ
Magbasa pa

ขาก็ดีกว่าพี่ชายที่ข้าเคยมี

สถานการณ์เช่นนี้เหมือนว่าเขาเคยพบมาก่อน แต่ไม่ใช่เขาและเหอลี่อิง มันเป็นเรื่องของพ่ออี้หมิง หากเขาจำไม่ผิด บิดาของหลานชายข้างบ้านมักเดินคอตกมาบ้านเขาด้วยเหตุที่ว่าภรรยาไม่ให้นอนด้วยอยู่หลายหน เขานั้นหัวเราะใส่เจ้าบื้อไม่เอาไหนคนนั้นเสียยกใหญ่ ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งเขาต้องมาเผชิญชะตากรรมเดียวกันด้วยไม่น่าเลยซุนเจิงแต่คิดไม่ตกอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่อาจทนต่อสิ่งที่เหอลี่อิงกระทำต่อเขาได้ สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นและเดินออกจากจวนไปอย่างรีบร้อน...ในจวนที่เต็มไปด้วยบุรุษก็ใช่ว่าจะน่าเบื่อเสียทีเดียว เว่ยหลงมองไปรอบๆ จวนขุนนางคนสนิทของรัชทายาทที่นับว่ามีเรื่องบันเทิงเริงใจให้เขาทำมากมายไม่แพ้ในโรงสุราก็ได้แต่ยิ้มร่า แม้ว่ามีคนจากวังหลวงเข้านอกออกในไม่ขาดสาย แต่ข่าวก็ไม่เคยรั่วไหลในข้อนี้ฮูหยินของซุนจ้าวเฟิงได้อธิบายเอาไว้ ว่าหลังจากที่รัชทายาทโปรดมาที่นี่บ่อยขึ้น จึงจำต้องคัดกรองบ่าวรับใช้ทั้งหลายอย่างเข้มงวด ถึงขั้นที่ว่าเขาไล่บ่าวรับใช้ออกไปเสียหลายคน ด้วยว่าคนน้อยย่อมคุมง่ายกว่ามาก และเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูที่ได้ผลเกินคาด บ่าวรับใช้ทั้งหลายจึงไม่เคยจับกลุ่มนินทา หรือหาเรื่องใส่ตนอย่างสิ้นคิดเช
Magbasa pa

คุณแม่ที่อารมณ์แปรปรวน

“ลี่ลี่” ซุนเจิงเคาะประตูห้องนอนและเอ่ยเรียกภรรยาที่ขลุกตัวอยู่แต่ภายในนั้น เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมา เขาก็ถือวิสาสะเปิดเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ใครจะสน ในเมื่อเขาก็เป็นเจ้าของห้องนี้เหมือนกันเมื่อเข้าไปภายใน จึงเห็นว่าสตรีที่เอ่ยปากไล่เขาตั้งแต่ตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้า เวลานี้เอาแต่นอนอยู่บนเตียงอย่างสตรีเกียจคร้าน และนั่นอาจนับว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ ซุนเจิงค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้กับเหอลี่อิงมากขึ้น มองใบหน้าที่หลับพริ้มด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเธอจะใจร้ายกับเขาเหลือเกินก็ตามที แต่เชยชมใบหน้าที่ไม่ได้เจอมาเกือบค่อนวันได้ไม่เท่าไร สตรีที่นอนหลับพริ้มก็ตื่นลืมตามามองเขาเขม็ง จนคนที่ถูกจับได้ลนลานไม่รู้จะทำอย่างไร จึงหมุนตัวเพื่อกลับออกไปให้พ้นหน้าเธอ ทว่าก็ต้องชะงัก“ซุนเจิง”ซุนเจิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าน้ำเสียงของเหอลี่อิงนั้นทำให้เขาผวาได้ถึงเพียงนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ บุรุษที่หันหลังให้ภรรยาและกำลังจะหลบหนีจากการจับผิดได้แต่จำใจหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเธอ“คือ...ฉันขอโทษ ฉันแค่จะเข้ามาดูเธอเฉยๆ ถ้าเธอไม่พอใจ ฉันจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้” พูดจบก็หันหลังกลับเตรียมจะออกไปอีกหน แต่ก็ต้องชะงักงันอีกครั้
Magbasa pa
PREV
1
...
67891011
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status