Lahat ng Kabanata ng ณ อนันต์ : Kabanata 71 - Kabanata 80

104 Kabanata

อัครเสนาบดี

“ยังไม่เตรียมตัวอีกหรือขอรับ” แขกที่ซุนเจิงเชื้อเชิญให้นั่งเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“ประเดี๋ยวค่อยไปเปลี่ยนชุดก็ได้ ชุดของบุรุษมิได้ยุ่งยากอะไร”“รัชทายาทให้ข้ามารับใต้เท้ากับฮูหยินด้วยตนเอง”ซุนเจิงพยักหน้ารับ แม้ว่ารัชทายาทจะกระทำกับเขาเหมือนเด็กน้อยที่เดินเข้าตำหนักบูรพาไม่ถูก“งานวันนี้คงลือไปทั่วเมืองหลวงกระมัง”“ขอรับ ความจริงไม่มีใครคิดด้วยซ้ำไปว่ารัชทายาทจะใช้พระราชอำนาจที่จักรพรรดิมอบให้ก่อนหน้านี้ นำตัวท่านเข้ามาอยู่ในสำนักตรวจสอบ”“คงจะอย่างนั้น แต่มีอำนาจแล้วไม่ใช้ ก็จะมีไปทำไมกัน”“เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็ก อัครเสนาบดีแห่งต้าเว่ยมีเพียงสามคน และท่านกำลังเป็นหนึ่งในนั้น”“ฮะ! อัครเสนาบดี!” คนที่ได้ยินชื่อตำแหน่งของตนทำตาโต เอ่ยถามราชองครักษ์ด้วยความฉงนสนเท่ห์“ขอรับ ตำแหน่งที่รัชทายาทจะแต่งตั้งให้แก่ท่านคืออัครเสนาบดี ทั้งแผ่นดินนี้มีเพียงสามคน คุมทั้งสามสำนัก และดูแลทั้งหกกรม ก่อนหน้านี้ตำแหน่งนี้ร้างราเพราะจักรพรรดิแต่งตั้งให้รัชทายาทเข้ามาควบคุม แต่บัดนี้รัชทายาทกลับแต่งตั้งใต้เท้าขึ้นมาแทน”“ไหนรัชทายาทเอ่ยว่าเอาข้าไปแทนที่ชายชราอย่างไรเล่า”“เกรงว่าที่สำนักตรวจสอบจะไม่มีชายช
Magbasa pa

ท่านยัดตำแหน่งให้ข้าเสียออกหน้าออกตาเลยทีเดียว

วังบูรพาที่ไม่เคยเปิดต้อนรับคนนอก กลับเปิดกว้างรับแขกมากมายที่หอบเอาทั้งคำครหา ข้อถกเถียงต่างๆ นานามาสนทนากันเสียจนเจ้าของตำหนักเริ่มเวียนหัว แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มอย่างคนเขลาเบาปัญญาและฟังเสียงสนทนาที่ลอยมาตามลมเท่านั้น‘ที่ซุนจ้าวเฟิงไม่รับตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังอาจเพราะเรื่องนี้ก็เป็นได้!’เปล่าเลย ข้าเพิ่งจะจับเขานั่งตำแหน่งอัครเสนาบดีเมื่อสองวันก่อน...รัชทายาทที่นั่งจิบชาตอบเสียงสนทนาทั้งหลายที่ลอยมาตามลมภายในใจ แต่กลับยิ้มย่องด้วยความพอใจ และนั่งเงี่ยหูฟังต่อไป‘เช่นนี้แล้วรัชทายาทถือหางเขาอย่างนั้นรึ หรือว่าเขาถือหางรัชทายาทกันเล่า’ข้อนี้ข้าก็ไม่ทราบ แต่หากพวกเจ้าพูดต่อ ข้าอาจถือดาบไปฟันพวกเจ้าก็เป็นได้...เว่ยหลางแสยะยิ้มในใจ มือข้างหนึ่งโบกพัดเพื่อดับโทสะที่เหมือนจะเริ่มก่อตัวขึ้นมาเสียแล้ว“รัชทายาท”เว่ยหลางดึงสติกลับมาอยู่กับตนอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียก มองชายสูงวัยที่เข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้ม และมองสิ่งของในมือที่อีกฝ่ายหอบหิ้วมาให้แก่เขา “กระหม่อมนำสุราชั้นดีมาถวายแก่รัชทายาท โปรดทรงรับไว้ด้วยเถิด”“ไม่เห็นใต้เท้าต้องลำบากเลย งานวันนี้เป็นของใต้เท้าซุน แต่กลับมีคนเอาของมาให้ข
Magbasa pa

คนฉลาดนักมักพลาดพลั้ง

“ใจเย็นก่อนใต้เท้า” รัชทายาทเอ่ยปรามขุนนางที่มีทีท่าไม่พอใจเขาด้วยรอยยิ้ม “ข้าก็แค่มีเรื่องสงสัยเท่านั้น แต่ว่ามีเพียงท่านและฮูหยินที่จะไขความกระจ่างนี้ได้ หากท่านยังไม่อยากจะบอกข้าในตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เรายังมีเรื่องอีกมากที่ต้องกระทำ”ซุนเจิงหันมองหน้าเหอลี่อิงพร้อมทั้งถอนหายใจออกมายาวเหยียด ส่วนเหอลี่อิงก็ได้แต่ส่ายศีรษะไม่ให้เอาความจากเว่ยหลาง“มีเรื่องมากมายที่มนุษย์อย่างเรานั้นไม่สามารถเข้าใจหรืออธิบายได้” เหอลี่อิงเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง มองไปยังเด็กหนุ่มที่เธอทราบแล้วว่าฉลาดเฉลียวเพียงใด “แต่หากพูดไป ดีไม่ดีข้าและใต้เท้าอาจกลายเป็นคนวิกลจริตไปเสีย อย่างไรเรื่องนี้ก็คนละเรื่องกับงานของรัชทายาทและใต้เท้า เช่นนั้นก็อย่าหยิบยกมาใส่ใจกันเลย”“ข้ามิได้นำเรื่องนั้นมาเพื่อตั้งข้อบาดหมางแต่ประการใด ข้าเพียงอยากรู้จักพวกท่านเหมือนที่ท่านรู้จักข้าก็เท่านั้น เอ่ยตามตรง นอกจากพวกท่านแล้ว ก็คงจะไม่มีใครรู้จักตัวตนของข้าเลยแม้สักคนเดียว”ซุนเจิงที่ได้ยินก็มิได้คลายใบหน้าที่เคร่งขรึมลง กลับกันเขามองใบหน้าที่สลดลงถนัดตาด้วยความรู้สึกต่างออกไปจากเมื่อครู่นี้ “เอาเถอะ สนใจเรื่องของวันนี้จะดีกว่า”“วัน
Magbasa pa

หากไม่รู้จักกันมาก่อน คงร้องไห้อยู่ข้างเตียงเป็นแน่

“ใต้เท้าขอรับ!”ซุนเจิงที่กำลังจะหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรากลับต้องรีบชันกายขึ้นมาจากเตียง พร้อมๆ กับเหอลี่อิงที่ยังหลับไม่สนิทดี เขาเดินไปเปิดประตูห้องของตนเอง เมื่อได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นหู พอเปิดออกก็พบกับหลิวจวินที่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬและแววตาฉายความวิตกกังวลจนไม่อาจซ่อนเร้นเอาไว้ได้“รัชทายาทต้องพิษขอรับ! ตอนนี้เพ้อเรียกใต้เท้าไม่หยุด ข้าเลยมาตามตัวใต้เท้าเข้าตำหนักบูรพาขอรับ”“!!!”ซุนเจิงเดินเข้าตำหนักบูรพากลางดึก โดยเส้นทางลับที่หลิวจวินนำเขาเข้ามา ไม่นานเขาก็มายืนอยู่ภายในห้องที่ประทับของรัชทายาทที่ไร้คนเฝ้า มีเพียงรัชทายาทที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงหลิวจวินเมื่อพาตัวขุนนางคนสนิทมาพบรัชทายาทแล้วก็กลับออกไป เหลือเพียงรัชทายาทและซุนเจิงภายในห้องกว้าง ซุนเจิงทรุดตัวนั่งชันเข่ากับพื้นข้างเตียงของรัชทายาท พร้อมทั้งทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายออกมา “บอกแล้วว่าอย่าดื่มสุรา ดื้อรั้นแล้วก็มาเพ้อเรียกหาข้าเช่นนี้”สิ้นเสียงพูดต่อว่า คนที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ก็หัวเราะขึ้นมาในทันที พร้อมทั้งลืมตามองบุรุษที่นั่งชันเข่าอยู่ข้างเตียง“ตบตาท่านไม่ได้หรือ ข้านี่เสแสร้งไม่เก่งเอาเสียเลยว่าไหม
Magbasa pa

หากประจันหน้าแล้วผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

“ยังไม่นอนอีกหรือ”ซุนเจิงที่กลับถึงจวนก็เอ่ยถามภรรยาที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเตียง ทั้งๆ ที่เธอควรจะหลับใหลไปแล้ว และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น ในมือของเธอยังเต็มไปด้วยของกินอีกต่างหาก“ดึกแล้วนะ ยังจะกินอีกหรือ” บุรุษที่ทิ้งกายนั่งข้างภรรยาเอ่ยถาม“ใช่ นั่งรอคุณกลับจนหิวไปหมด”“จะรอทำไม ง่วงก็นอนไปก่อน” ซุนเจิงเอ่ยพลางยื้อแย่งขนมที่เหอลี่อิงถือไว้มาเข้าปากเช่นกัน โดยอีกฝ่ายไม่เอ่ยขัดแต่อย่างใด กลับกลายเป็นว่าเขาทั้งสองนั่งกินขนมอยู่บนเตียงเหมือนเด็กไม่รู้จักโตไปเสียได้“อยากรู้ว่ารัชทายาทเป็นอย่างไรบ้าง”“เธอเชื่อเจ้าเด็กนั่นรึ วันนี้เขาเกือบหลอกถามเอาความจากเรา จำไม่ได้หรือ” ซุนเจิงหยิบยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นขึ้นมา ยามที่เขาโดนเจ้าเด็กนั่นหลอกไม่เป็นท่าเรื่องระบบระเบียบการปกครองของที่นี่ จนพานให้อีกฝ่ายคิดว่าเขามีบางอย่างปกปิดเอาไว้ “เขาไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก ก็แค่แผนการหนึ่งของเขาเท่านั้น”“ดีแล้วที่เขาตามเล่ห์เหลี่ยมคนอื่นทัน ไม่อย่างนั้นฉันคงได้มานั่งกังวลใจอีก”“เขาฉลาดจะตายไป ไม่ต้องไปห่
Magbasa pa

นอนไม่ได้สติ แต่ยังไม่ตาย เช่นนี้แล้วจะมีประโยชน์อันใ

เข้าวันที่สามของข่าวที่ลือสะพัดไปทั่วว่ารัชทายาทนั้นยังไม่ฟื้นจากพิษไข้ อีกทั้งยังนอนไม่ได้สติมาหลายวันหลายคืน มีเพียงขันทีรับใช้ ราชองครักษ์ และขุนนางคนสนิทเท่านั้นที่คอยเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง จนข่าวลือต่างๆ นานาเริ่มผิดเพี้ยนไป บ้างก็ว่ารัชทายาทนั้นทำงานข้ามหน้าข้ามตาจักรพรรดิจนพระองค์กริ้วถึงขั้นที่ว่าประทานยาพิษมาให้ถึงตำหนักบ้างก็ว่าเพราะขุนนางที่รับใช้ในสำนักตรวจราชการนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ขุนนางอย่างซุนจ้าวเฟิงก้าวหน้าจนเกินงาม จึงส่งพิษมาปะปนกับอาหารที่งานวันฉลองตำแหน่ง แต่รัชทายาทต้องมารับเคราะห์แทน ซึ่งเรื่องจริงจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบ ด้วยว่าไม่มีใครสามารถเข้าเฝ้ารัชทายาทในยามนี้ได้ ซึ่งก็นำพาความหนักใจมาให้แก่คนที่คิดร้ายต่อรัชทายาทเช่นกัน“นอนไม่ได้สติ แต่ยังไม่ตาย เช่นนี้แล้วจะมีประโยชน์อันใด” เว่ยมู่ โอรสองค์ที่สามของจักรพรรดิเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก มองไปยังน้องชายของเขาที่เข้ามาบอกข่าวคราวภายในตำหนักบูรพาตั้งแต่เช้าตรู่“ท่านใจร้อนไปหรือไม่ ข้าเพียงต้องการให้เขาตระหนักว่าเรานั้นก็ใช่ว่าจะขลาดเขลาจนไม่อาจทำอะไรเขาได้” อ๋องแปดเอ่ยพลางยกน้ำชาขึ้นมาดื่มดับกระหาย
Magbasa pa

หรือว่าก้าวพลาดตั้งแต่ต้น

เว่ยหลงวิเคราะห์และไล่เรียงทุกอย่าง ภาพบุรุษที่เขาเห็นยามเมื่อออกจากจวนของซือจงนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ วันนั้นหากเขาไม่เห็นซุนจ้าวเฟิงก่อน เขาคงมุ่งหน้ามาที่วังของอ๋องสามโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเพื่อรายงานข่าวให้อ๋องสามได้ทราบ แต่เพราะเห็นซุนจ้าวเฟิง เขาจึงเลือกเดินเลี่ยงไปอีกทางและเข้าไปดื่มสุราอย่างเช่นบุรุษไม่เอาไหนหรือว่าเขาก้าวพลาดตั้งแต่ต้น...“เช่นนั้นต้องจัดการกับรัชทายาท ไม่อย่างนั้นพวกขุนนางฝ่ายนั้นจะได้ใจในเรื่องนี้ แล้วนั่นจะนำภัยมาให้เจ้า เว่ยหลง” อ๋องสามเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ มองบุรุษที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลจนเขาไม่อาจประเมินได้ว่า ความกังวลที่ว่านั้นมาจากสิ่งใด เพียงแต่ยิ่งเจ้านี่กังวลมากเท่าไรยิ่งเป็นการดีแก่เขา เพราะไม่ต้องจัดการรัชทายาทด้วยตนเอง เพียงยืมมือคนอื่นจัดการ เท่านี้พระราชบิดาที่เตือนเขานักหนาว่าอย่าทำอะไรผลีผลามกับรัชทายาทก็จะได้รู้เสียทีว่า รัชทายาทก็เป็นเพียงหุ่นล่อเป้าที่ถึงเวลาต้องกำจัดทิ้ง เพื่อให้เจ้าของตำแหน่งรัชทายาทตัวจริงได้ขึ้นนั่งเสียที“แต่ฝ่าบาทเคยตรัสกับท่านไม่ใช่หรือว่า ไม่ควรทำสิ่งใดพลการหากไม่ได้ปรึกษากับพระองค์ก่อน”“ก็แค่รัชทายาท เจ้าหว
Magbasa pa

เว่ยหลางก็กำลังจะเรียนรู้บางสิ่งเช่นกัน

“วันนี้อารมณ์ไหนกัน ถึงมานั่งตกปลาไกลขนาดนี้” เหอลี่อิงเอ่ยพลางทิ้งกายลงนั่งข้างซุนเจิงที่เอ่ยชวนเธอและเสี่ยวหยางออกมานอกจวน ลงหลักปักฐานนั่งข้างริมแม่น้ำใหญ่และตกปลาอย่างสบายอารมณ์ โดยมีเสี่ยวหยางนั่งอยู่ข้างๆ ในอิริยาบถเดียวกับซุนเจิง กิริยาไม่ต่างกันแม้แต่น้อย อาจจะผิดกันที่เสี่ยวหยางเริ่มนิ่วหน้าเพราะนั่งถือคันเบ็ดที่ทำมาจากไม้ไผ่อยู่นานสองนานแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววที่จะได้ปลาสักตัว“มาปิกนิกไง สามีเป็นใหญ่เป็นโตถึงเพียงนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานทุกวันหรอก ทำตัวเหมือนขุนนางแก่ๆ เอาเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระได้แล้ว” คนที่นั่งถือคันเบ็ดเอ่ย สายตาจับจ้องไปยังปลายคันเบ็ดอย่างจดจ่อ“ปิดฉันได้หรือ คิดว่าพูดอย่างนี้แล้วจะไม่ถูกซักไซ้หรือ”ซุนเจิงหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ก็แค่เบื่อ ที่นี่ไม่มีอะไรที่สร้างความบันเทิงเหมือนที่โน่นเลยสักอย่าง บันเทิงสุดก็คงมาตกปลาแบบนี้กระมัง”“มีอะไรไม่ได้ดั่งใจอยู่ละสิ ถึงออกมาหาอะไรไร้สาระทำแบบนี้”“เฮ้อ รู้แบบนี้แล้วจะมาซักไซ้เอาความอะไร” ซุนเจิงละสายตาจากคันเบ็ดมามองภรรยาข้างกายพร้อมรอยยิ้มจางๆ“คุณคิดว่าวันนี้เขาจะลงมือแล้วหรือ”“เขาไม่น่า
Magbasa pa

ไปเที่ยว

จักรพรรดิแห่งต้าเว่ยที่กำลังอ่านฎีกามากมายในยามวิกาล แต่ก็จำต้องหรี่พระเนตรมองขันทีรับใช้ที่กุลีกุจอเข้ามาหาอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะวางฎีกาในมือลงอย่างกระแทกกระทั้นพร้อมกับความเดือดดาลภายในใจ“ตามตัวเว่ยมู่มาพบข้า!”ขันทีรับใช้น้อมรับจักรพรรดิอย่างไม่รีรอ รีบเดินไปสั่งการทหารองครักษ์ให้เร่งตามตัวอ๋องสามพระราชโอรสที่จักรพรรดิโปรดปรานมาเข้าเฝ้า และกลับมาอยู่ข้างกายจักรพรรดิเช่นเดิม มองพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจและโกรธเกรี้ยวเหลือประมาณ แต่จะพิโรธผู้ใดนั้น ขันทีเช่นตนไม่อาจทราบได้“เว่ยมู่เดินหมากผิดอีกหนแล้ว เหตุใดเจ้านั่นถึงมิเคยฟังข้า!”“ท่านอ๋องยังหนุ่ม คงเลือดร้อนไปบ้างตามวิสัย”“ตามวิสัยรึ! บัดนี้เว่ยมู่กำลังให้ขุนนางทั้งหลายหันมาตั้งข้อครหากับข้า” ใครกันจะไม่ครหา การปองร้ายรัชทายาทนั้นมีโทษทัณฑ์ถึงตาย เรื่องนี้ไม่ต้องมาถึงจักรพรรดิ แต่ตัดสินโทษทัณฑ์ในทันทีก็ยังได้ทว่าเว่ยหลางกลับส่งเรื่องนี้มาให้พระองค์ เช่นนี้แล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการดึงจักรพรรดิออกมาด้านหน้า หากตัดสินเป็นธรรมไม่โอนเอนไปทางใดย่อมได้ความเลื่อมใส หากไม่แล้วก็อาจมีขุนนางอีกไม่น้อยที่ไม่ยอมความจนตั้งตนเป็นปรปักษ์
Magbasa pa

ข้าจะทำตามแผนที่ฮูหยินเสนอ!

“ไม่แปลกหน่อยหรือท่าทีเช่นนี้น่ะ แล้วเธอยังมาบอกฉันยอมลงให้เขาอีก” ซุนเจิงกระซิบถามเหอลี่อิงที่นั่งอยู่เคียงกาย“เพราะแปลกเลยยอมลงให้แก่เขา คนเราหากไม่มีเรื่องทุกข์ใจก็คงไม่ยอมทำอะไรที่ผิดจากวิสัยเช่นนี้หรอก เขาอาจจะทุกข์ใจเรื่องของอ๋องแปดจนอยากจะออกไปให้ไกลจากปัญหา ไม่ก็หาที่พึงในยามอ่อนไหว แต่นอกจากอ๋องแปดที่เป็นเพื่อนเที่ยวเล่นแล้ว เขาก็ไม่มีใครนอกจากเรา”ซุนเจิงนิ่งเงียบ ฟังในสิ่งที่เหอลี่อิงกล่าวมาก็ต้องยอมรับว่ามีเหตุผลอยู่เช่นกัน แม้ว่าเขาจะชอบกล่าวหาว่ารัชทายาทผู้นี้ชอบทำอะไรตามใจเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต แต่ก็ใช่ว่าเว่ยหลางจะไร้เหตุผลในการกระทำเสียทีเดียวเขาเก็บคำถามมากมายไว้ในใจ และเมื่อรถม้าหยุดลง ณ ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ทราบว่าคือที่ใด เพียงแต่ที่นี่มีบ้านไม้หลังน้อยอยู่หนึ่งหลังท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าและลำธาร ทันทีที่ลงจากรถม้า เสี่ยวหยางเด็กเพียงคนเดียวที่ออกมาเที่ยวเล่นในครั้งนี้ก็วิ่งวุ่นเสียทั่วบริเวณอย่างลิงโลด“เจ้าลูกหมี! วิ่งดีๆ ประเดี๋ยวตกน้ำตกท่าขึ้นมาจะเดือดร้อนข้าอีก!” เว่ยหลางตะโกนตามหลังเสียงดัง ส่วนเจ้าตัวปัญหาในสายตาของเว่ยหลางก็หันมาฉีกยิ้มให้ จนผู้ใหญ่ทั้ง
Magbasa pa
PREV
1
...
67891011
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status