All Chapters of ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

“เวลาของคุณเหลือไม่มากแล้ว จากนี้ไปก็ใช้เวลาบอกลาครอบครัวให้ดีเถอะครับ”น้ำเสียงของแพทย์เจ้าของไข้นั้นอ่อนโยน แฝงไปด้วยความเวทนา ทว่ามันกลับเปรียบเสมือนหินก้อนมหึมาที่ทุ่มลงกลางใจของฉันแม้จะคาดเดาผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เมื่อถูกประกาศ ‘โทษประหาร’ เข้าจริง ๆ ฉันก็ยังอดหลั่งน้ำตาไม่ได้ฉันเพิ่งจะอายุยี่สิบแปดปี ฉันพยายามมาโดยตลอดเพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไป แต่ใครจะไปคาดคิด หัวใจที่กว่าจะได้มากลับถูกสามีแย่งชิงไปถูกเขานำไปปลูกถ่ายให้กับคุณหนูตัวปลอมอย่างมั่วเฉียนเฉี่ยน ซึ่งมีอาการเพียงแค่หัวใจเสื่อมสภาพก่อนวัยเท่านั้นฉันเดินมายังห้องพักฟื้นของมั่วเฉียนเฉี่ยนด้วยความรู้สึกมึนงง ก็ได้เห็นพ่อแม่ของฉัน สามีของฉันอวี้ซิงฝาน และลูกชายอวี่จิ่ง ทุกคนต่างพากันรุมล้อมอยู่ข้างกายเธอเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา อวี้ซิงฝานที่กำลังป้อนน้ำให้มั่วเฉียนเฉี่ยนอยู่ก็รีบวางแก้วลงทันที เขาเดินตรงเข้ามาถามว่า “หมอว่ายังไงบ้างครับ”ฉันมองหน้าเขา เขารีบหลบสายตาด้วยความรู้สึกผิดทันที พลางอธิบายอย่างอึกอักว่า “ตอนนั้นสถานการณ์มันฉุกเฉิน ถ้าไม่เปลี่ยนหัวใจให้เฉียนเฉี่ยน เธอคงเจ็บจนขา
Read more

บทที่ 2

เพิ่งมาถึงหน้าประตู ความเจ็บปวดที่แล่นพล่านขึ้นมาจากกลางอกก็ทำให้ฉันเกือบหมดสติฉันทรุดตัวลงพิงผนัง รีบควานหายาแก้ปวดชนิดรุนแรง ก่อนจะกลืนมันลงคอไปหลายเม็ดรวด อาการจึงค่อยทุเลาลงภายในห้องพักฟื้น ฉันยังคงได้ยินเสียงแม่ก่นด่าเรื่องความเลือดเย็นของฉันท่านคิดว่าฉันไม่เป็นห่วงมั่วเฉียนเฉี่ยนแต่ฉันรู้ดีว่าขอเพียงแค่ฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็จะมีอาการไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวขึ้นมานี่เป็นลูกไม้ที่เธอใช้เรียกร้องความสนใจมาโดยตลอดซึ่งความจริงแล้วเธอไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลย เพราะไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ คนที่พ่อแม่ สามี และลูกชายของฉันรักก็มีเพียงเธอที่เป็นคุณหนูตัวปลอมคนนั้นส่วนฉันก็เป็นเหมือนกับชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ว่า ‘มั่วสวิน’ ที่แปลว่าอย่าได้ตามหาพวกเขาไม่เคยคิดที่จะตามหาฉัน ดังนั้นตอนที่ฉันเป็นฝ่ายมาแสดงตัวว่าเป็นลูก พวกเขาถึงตั้งชื่อนี้ให้ฉันเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยสติที่หลุดลอย แล้วเรียกรถไปยังสตูดิโอวิจัยของมั่วเฉียนเฉี่ยนฉันนัดกับทางนั้นไว้แล้ว เรื่องการบริจาคร่างไร้วิญญาณของตัวเองเพื่อให้พวกเขานำไปใช้ทดลองโปรเจกต์แช่แข็งเพื่อฟื้นคืนชีพขณะกำลังเซ
Read more

บทที่ 3

อวี้ซิงฝานกระชากฉันลงจากเตียงอย่างหยาบคาย แล้วลากฉันออกไปข้างนอกเขาเดินเร็วเกินไป ขาของฉันจึงกระแทกเข้ากับวงกบประตูอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘ตึ้ง’ ความเจ็บปวดทำให้ฉันตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาทันทีแต่เขากลับทำเพียงหันมามองฉันแวบหนึ่ง แล้วลากฉันออกไปข้างนอกต่อเมื่อมาถึงห้องโถง เขาก็เหวี่ยงฉันลงกับพื้นอย่างแรง ฉันรู้สึกราวกับกระดูกทั่วร่างแตกหักละเอียด พอจะหยัดกายลุกขึ้น แม่ก็พุ่งเข้ามาตบหน้าฉันฉาดใหญ่หลายทีติดต่อกันกลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ราวกับกลิ่นเน่าเหม็นที่ฝาท่อระบายน้ำไม่อาจปิดกั้นได้ไหวฉันเงยหน้าขึ้น ก็เห็นอวี้ซิงฝานซบหน้าตวาดร้องไห้อย่างน่าเวทนาอยู่ในอ้อมกอดของพ่อ ส่วนแม่ก็จ้องมองฉันด้วยสายตาถมึงทึงดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นฉายแววรังเกียจและเคียดแค้นที่มีต่อตัวฉันจนเต็มเปี่ยมราวกับต่อให้แล่เนื้อเถือหนังฉันเป็นพันชิ้นก็ยังไม่สาสมใจอาจเป็นเพราะสายตาของฉันดูเย็นชาจนเกินไป แม่จึงง้างมือตบลงมาที่ฉันอีกครั้งฉันไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป จึงกระอักเลือดออกมาคำโตเลือดสีแดงสดพุ่งกระจายเปรอะเปื้อนเต็มมือและใบหน้าของแม่ ทำให้ท่านชะงักค้างไปครู่หนึ่งมือข้างนั้นหยุดค้างอยู่ที่ใบห
Read more

บทที่ 4

เสียงของอวี้ซิงฝานขาดห้วงไปทันทีเขาจ้องมองฉันอย่างเหม่อลอย ในใจเกิดความหวาดหวั่นที่ยากจะอธิบายรู้สึกเหมือนกับว่าตัวฉันในตอนนี้เปรียบเสมือนกระดาษสีขาวที่เบาหวิว พร้อมที่จะปลิวหายไปในที่ที่เขามองไม่เห็นได้ทุกเมื่อฉันค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น ใช้มือยันผนังพลางเช็ดคราบเลือดบนใบหน้า แล้วหันไปพูดกับแม่ว่า “หนูกับอวี้ซิงฝานไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันค่ะ”“ดังนั้นเขาสามารถไปจดทะเบียนกับมั่วเฉียนเฉี่ยนได้เลย”แม่ถามด้วยความแปลกใจว่า “พวกแกยังไม่ได้จดทะเบียนกันงั้นเหรอ”สีหน้าของอวี้ซิงฝานดูไม่ดีนัก เขาขมวดคิ้วแล้วอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ผมยุ่งมากครับ หลัง ๆ มาก็เลยลืมไปเลย”แต่แม่กลับปรบมือแล้วพูดว่า “ไม่ได้จดทะเบียนก็ดีแล้ว”ผิงอันลูกชายของฉันเหลือบมองฉันอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วถามว่า “งั้นต่อไปน้าก็จะเป็นแม่ของผมแล้วใช่ไหมครับ”ฉันพยักหน้าให้เขา ยิ้มแล้วถามว่า “ดีใจไหมครับ”ผิงอันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจพลางตะโกนว่า “เย้ ต่อไปน้าจะเป็นแม่ของผมแล้ว!”พูดจบ ดูเหมือนเขาจะกลัวฉันไม่พอใจ จึงรีบพูดเสริมว่า “แม่...อ๊ะ ไม่สิ ป้าครับ ขอแค่ป้าสัญญาว่าจะไม่รังแกน้าอีก ผมก็จะยังชอบป้าเหมือนเดิมครับ”ฉ
Read more

บทที่ 5

เมื่ออวี้ซิงฝานกลับมาถึงคฤหาสน์ มั่วเฉียนเฉี่ยนยังคงหลับไม่ได้สติเขาเฝ้าดูอาการเธอด้วยความเป็นห่วงตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสางและพายุฝนสงบลงมั่วเฉียนเฉี่ยนที่นอนหลับจนเต็มอิ่มถึงได้ลืมตาตื่นขึ้น จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ฝาน กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”อวี้ซิงฝานยิ้มพลางกล่าวว่า “ฉันรีบกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แพทย์ประจำตระกูลตรวจอาการเธอแล้ว บอกว่าเธออารมณ์แปรปรวนมากเกินไป หัวใจเลยทำงานหนัก เขาบอกไม่ให้ฉันรบกวนเวลาพักผ่อน” “ฉันก็เลยไม่ได้ปลุกเธอ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง”มั่วเฉียนเฉี่ยนยิ้มตอบว่า “ได้นอนพักตื่นหนึ่งแล้วรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ”เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะแสร้งถามด้วยความห่วงใยว่า “แล้วพี่ล่ะคะ เธอไม่ได้มาเยี่ยมฉันพร้อมกับพี่เหรอ”อวี้ซิงฝานเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาทิ้งมั่วสวินไว้กลางทางพอคิดได้ว่าเมื่อคืนพายุฝนโหมกระหน่ำแถมยังมีลูกเห็บตก เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างเหมือนกันแต่พอคิดอีกที มั่วสวินเป็นคนเก่งและพึ่งพาตัวเองได้มาตลอด แค่เรียกรถกลับเอง คงไม่ต้องให้เขาคอยเป็นห่วงแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ โทรศัพท์มือถือของมั่วสวินยังคงถูกลืมทิ้งไ
Read more

บทที่ 6

เพื่อเป็นการลงโทษมั่วสวิน ก่อนที่จะไล่เธอมาที่นี่ คุณนายมั่วฉินหลานจึงสั่งให้คนรับใช้ทุกคนหยุดงานอวี้ซิงฝานเคาะประตูอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมพลางเอ่ยว่า “สวินสวิน ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณต้องเจอกับเรื่องลำบากใจมาตลอด”“หลายวันมานี้ผมกลับไปคิดทบทวนดูแล้ว ผมรู้ว่าสาเหตุที่คุณทำร้ายเฉียนเฉี่ยน เป็นเพราะพวกเราทุกคนใส่ใจคุณไม่มากพอ”“ผมจะคุยกับคุณลุงคุณป้าให้ ว่าขอให้พวกท่านใจเย็นกับคุณมากกว่านี้”“แล้วก็เรื่องผิงอัน เมื่อวานแกแอบมาบอกผมว่าจริง ๆ แกชอบคุณมากนะ”“แกยังอยากให้คุณเป็นแม่ของแก และอยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังเหมือนเดิม”เขาพร่ำพูดอยู่นานจนปากคอแห้งผาก ความอดทนเริ่มมอดลง ทว่าประตูบานใหญ่ตรงหน้ากลับยังคงปิดสนิทไร้การเคลื่อนไหวเขาเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาตงิด ๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขากลับเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดวิตกผู้ช่วยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ประธานอวี้ครับ ท่านแน่ใจเหรอครับว่าคุณนายอยู่ข้างใน”อวี้ซิงฝานเอ่ยเสียงขรึมคล้ายกับกำลังปลอบใจตัวเองว่า “ปกติเธอเชื่อฟังผมที่สุด ผมสั่งให้เธอกลับมา เธอก็ต้องกลับมาสิ”“แถมเมื่อวานเธอยังส่งข้อค
Read more

บทที่ 7

มั่วหยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “คุณยกโทษให้ลูกแล้วเหรอ”ฉินหลานถอนหายใจแล้วเอ่ยถามว่า “คุณคะ เราเข้มงวดกับสวินสวินเกินไปหรือเปล่า”“ตอนนี้เธอก็รู้จักทำตัวเป็นเด็กดีแล้ว ต่อไปเรากลับมารักแก แล้วค่อย ๆ อบรมสั่งสอนเธอด้วยเหตุผลกันเถอะนะคะ”มั่วหยางพยักหน้ารับ “ผมตามใจคุณทุกอย่างอยู่แล้ว”อันที่จริงเขาไม่ได้เกลียดมั่วสวินขนาดนั้น เพราะถึงยังไงเค้าโครงหน้าของมั่วสวินก็ถอดแบบมาจากเขาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เห็นหน้าเธอทีไร เขาก็เหมือนได้เห็นตัวเองในสมัยหนุ่ม ๆหากไม่ใช่เพราะลูกทำให้เขาผิดหวังมากเกินไป เขาคงไม่ทำเมินเฉยใส่เพื่อสั่งสอน และคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาสั่งสอนแบบนั้นหรอกสองสามีภรรยาต่างปรึกษาหารือกันว่าจะชดเชยให้มั่วสวินอย่างไรดีโดยหารู้ไม่ว่าในเวลานี้ มั่วสวินได้ถูกนำร่างเข้าไปเก็บรักษาในแคปซูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลังจากอวี้ซิงฝานเข้ามาในบ้านตระกูลมั่ว เขาก็เริ่มตามหามั่วสวินอย่างบ้าคลั่งทว่าต่อให้เขารื้อค้นจนทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ยังไม่พบตัวมั่วสวินเขาโทรศัพท์หาเธอสายแล้วสายเล่า แต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแผ่ซ่านเกาะกุมหั
Read more

บทที่ 8

เวลานี้ ณ บ้านตระกูลอวี้มือของอวี้ซิงฝานที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาไม่หยุด เขาดูวิดีโอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวิดีโอ ใบหน้าที่มักจะดูอ่อนแอไร้เดียงสาของมั่วเฉียนเฉี่ยน บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดน่ากลัวเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ดอกไม้สีขาวที่แสนอ่อนโยน แท้จริงแล้วจะเป็นดอกไม้กินคนที่น่าสยดสยอง...ฉินหลานและมั่วหยางก็เช่นกันเวลานี้ทั้งคู่ต่างขอบตาแดงก่ำ ฉินหลานพูดเสียงสั่นว่า “ที่รักคะ พวกเราเข้าใจสวินสวินผิดไปจริง ๆ คุณรีบ...รีบไปตามสวินสวินกลับมาเร็วเข้า”“ฉันจะบอกเธอว่าแม่ผิดไปแล้ว...แม่ผิดไปแล้ว...”มั่วหยางพูดเสียงสะอื้นว่า “ผมจะโทรหาหมอเจ้าของไข้ของเธอเดี๋ยวนี้ สวินสวินต้องอยู่ที่นั่นแน่”“เธอคงโกรธเราก็เลยหลอกเราว่าตายแล้ว ใช่...ต้องเป็นแบบนั้นแน่”อวี้ซิงฝานพยักหน้า “ใช่ครับ เมื่อวานเธอยังส่งข้อความหาผม บอกว่าสบายดี บอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง...เธอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนได้ยังไง”พอฉินหลานได้ยินแบบนั้น ก็โล่งอกขึ้นมาเปราะหนึ่ง เธอถามด้วยความตระหนกว่า “จริงเหรอ”เพียงแต่พอพูดจบ สีหน้าของมั่วหยางและอวี้ซิงฝานก็เปลี่ยนไป เพราะพวกเขานึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมาตอนนั้นเอ
Read more

บทที่ 9

มั่วเฉียนเฉี่ยนสะดุ้งได้สติกลับมา เธอรีบหุบยิ้มแล้วแก้ตัวอย่างลนลาน “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงคะ...ฉัน...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่ตาย พี่ต้องแกล้งตายเพื่อให้พวกเราตกใจแน่ ๆ”แต่ใจจริงเธอรู้ดีที่สุดว่ามั่วสวินตายแล้วจริง ๆเพราะเมื่อคืนวานซืนเธอได้รับแจ้งข้อมูลผู้บริจาคเข้ามาในกลุ่มแชตที่ทำงานซึ่งก็คือมั่วสวินเพียงแต่ตอนนั้นไม่มีรูปภาพแนบมา เธอเลยยังไม่แน่ใจในตอนแรกพอคิดได้ดังนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอยื่นมือไปให้อวี้ซิงฝานดูข้อมือที่มีแผลถลอกพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “พี่ฝานคะ ฉันเจ็บจังเลย...”อวี้ซิงฝานยังไม่ทันได้พูดอะไร มั่วหยางก็ตวาดถามเสียงแข็ง “แม่แกเป็นลมไปขนาดนั้น แกกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรสักนิด ห่วงแต่แผลถลอกแค่นั้น แกยังมีหัวใจอยู่ไหม”เวลานี้ ผู้ช่วยรีบป้อนยาช่วยชีวิตฉุกเฉินให้ฉินหลานแล้วแต่เธอก็ยังไม่ฟื้นทว่ามั่วเฉียนเฉี่ยนที่เธอประคบประหงมกลับไม่ถามไถ่อาการเธอสักคำ เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากอวี้ซิงฝานอย่างบ้าคลั่งซ้ำยังใช้ความคิดชั่วร้ายใส่ร้ายป้ายสีมั่วสวินอีกมั่วหยางมองลูกสาวที่เอาแต่อึกอัก ร้อนตัวจนพูดไม่ออกคนนี้ ในใจเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสา
Read more

บทที่ 10

ฉินหลานถามด้วยขอบตาแดงก่ำ “ลูกสาวของฉันล่ะ ฉันอยากเจอลูกสาว”เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างเย็นชา “ลูกสาวของคุณหลับลึกไปแล้ว ตามกฎระเบียบ ห้ามใครเข้าเยี่ยมเธอเด็ดขาด”“ไม่อย่างนั้นการทดลองแช่แข็งจะหยุดชะงัก ถึงตอนนั้น เธอจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกเลย”ฉินหลานตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่...อย่าหยุดการทดลองนะ ฉัน...ฉันไม่เจอเธอแล้วก็ได้ ฉันไม่เจอเธอแล้ว”อวี้ซิงฝานได้รับฟังรายละเอียดการทดลองนี้จากผู้ช่วยมาแล้วระหว่างทาง แม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันหลุดโลกแต่ขอแค่มีความหวังเพียงหนึ่งในร้อยล้าน เขาก็ไม่อยากพลาดมันไปเขาถามด้วยดวงตาแดงก่ำ “ภรรยาของผม...ทิ้งอะไรไว้ให้ผมบ้างไหม”เจ้าหน้าที่จึงส่งซองจดหมายซองหนึ่งให้เขา แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ตามกฎแล้ว ผู้บริจาคทุกคนจะทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ครอบครัวเล็กน้อยครับ”“คุณฉินทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียว พวกคุณรับไปเถอะครับ”อวี้ซิงฝานรับจดหมายมา ก็รีบร้อนเปิดออกดูทันทีทว่าเมื่อเห็นกระดาษจดหมายที่ว่างเปล่า เขาก็ถึงกับตะลึงงันไปกระดาษจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น มั่วหยางก้มลงเก็บขึ้นมาดู พอเห็นเข้าก็เงียบกริบไปเช่นกันอวี้ซิงฝานเอ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status