Share

บทที่ 3

Author: พีชร้ายแสนหวาน
อวี้ซิงฝานกระชากฉันลงจากเตียงอย่างหยาบคาย แล้วลากฉันออกไปข้างนอก

เขาเดินเร็วเกินไป ขาของฉันจึงกระแทกเข้ากับวงกบประตูอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘ตึ้ง’ ความเจ็บปวดทำให้ฉันตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที

แต่เขากลับทำเพียงหันมามองฉันแวบหนึ่ง แล้วลากฉันออกไปข้างนอกต่อ

เมื่อมาถึงห้องโถง เขาก็เหวี่ยงฉันลงกับพื้นอย่างแรง ฉันรู้สึกราวกับกระดูกทั่วร่างแตกหักละเอียด พอจะหยัดกายลุกขึ้น แม่ก็พุ่งเข้ามาตบหน้าฉันฉาดใหญ่หลายทีติดต่อกัน

กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ราวกับกลิ่นเน่าเหม็นที่ฝาท่อระบายน้ำไม่อาจปิดกั้นได้ไหว

ฉันเงยหน้าขึ้น ก็เห็นอวี้ซิงฝานซบหน้าตวาดร้องไห้อย่างน่าเวทนาอยู่ในอ้อมกอดของพ่อ ส่วนแม่ก็จ้องมองฉันด้วยสายตาถมึงทึง

ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นฉายแววรังเกียจและเคียดแค้นที่มีต่อตัวฉันจนเต็มเปี่ยม

ราวกับต่อให้แล่เนื้อเถือหนังฉันเป็นพันชิ้นก็ยังไม่สาสมใจ

อาจเป็นเพราะสายตาของฉันดูเย็นชาจนเกินไป แม่จึงง้างมือตบลงมาที่ฉันอีกครั้ง

ฉันไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป จึงกระอักเลือดออกมาคำโต

เลือดสีแดงสดพุ่งกระจายเปรอะเปื้อนเต็มมือและใบหน้าของแม่ ทำให้ท่านชะงักค้างไปครู่หนึ่ง

มือข้างนั้นหยุดค้างอยู่ที่ใบหน้าของฉัน ราวกับว่ากำลังลูบไล้มันอย่างแผ่วเบา

ฉันอดไม่ได้ที่จะแนบแก้มถูไถมือของท่านด้วยความโหยหา น้ำตาไหลรินออกมาอย่างสุดกลั้น

ฉันเองก็ปรารถนา ปรารถนาเหลือเกินที่จะให้แม่ลูบหัวฉันเหมือนอย่างที่ทำกับมั่วเฉียนเฉี่ยนบ้าง

ไม่ใช่เอาแต่ใช้ฝ่ามืออันเย็นชาตบตีเพื่อระบายความรังเกียจที่มีต่อกันแบบนี้

แม่รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด

ฉันล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนล้า เลือดกำเดาเริ่มไหลออกมาจากจมูก

อวี้ซิงฝานพุ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก เอ่ยถามอย่างร้อนรนว่า “คุณเป็นอะไรไป ทำไมถึงกระอักเลือดออกมาเยอะขนาดนี้”

ฉันมองดูเขา มือทั้งสองข้างของเขากำลังสั่นเทา

ราวกับว่าเป็นห่วงฉันจริง ๆ อย่างนั้นแหละ

ฉันปัดมือที่ยื่นเข้ามาจะประคองออก พอจะพยุงตัวลุกขึ้น ก็กลับต้องสำลักเลือดออกมาคำโตอย่างน่าสังเวชอีกครั้ง

ในที่สุดแววตาของแม่ก็ฉายความหวาดกลัวออกมาให้เห็น

ท่านส่ายหน้าพลางว่า “ฉัน...ฉันแค่ตบหน้าแกไปไม่กี่ทีเองนะ ไม่ได้ทำอะไรเลย”

พูดจบ ท่านก็เอ่ยถามฉันด้วยความห่วงใยที่ยากนักจะได้เห็น “สวินสวิน แกเป็นอะไรไป แม่...แม่จะพาแกไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ”

พ่อเองก็เดินเข้ามาถามเช่นกัน “เกิดอะไรขึ้น เร็วเข้า รีบพยุงสวินสวินลุกขึ้นก่อน”

ผิงอัน ลูกชายของฉันก็โผเข้ามาหา ร้องไห้โฮพลางว่า “แม่ครับ เลือดไหลออกมาเยอะเลย แม่กำลังจะตายเหรอ”

แม่ตวาดเสียงแข็งว่า “ห้ามพูดจาเหลวไหลนะ”

ทันใดนั้น ป้าเซี่ยงก็เดินออกมา ในมือถือของสิ่งหนึ่งไว้ นางพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวว่า “คุณหนูใหญ่คะ คุณทำแบบนี้ได้ยังไง เอาถุงเลือดมาหลอกให้คุณนายกับประธานอวี้ตกใจเล่นเนี่ยนะ”

ถุงเลือดเหรอ ถุงเลือดอะไรกัน

ยังไม่ทันที่ฉันจะเข้าใจเรื่องราว แม่ก็พุ่งเข้าไปหาป้าเซี่ยง ท่านก้มมองของในมือป้าเซี่ยงครู่หนึ่ง ก่อนจะขว้างมันลงพื้นด้วยความเดือดดาล

ท่านด่าทอด้วยความโมโหว่า “มั่วสวิน! แกนี่มันเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวจริง ๆ คิดจะใช้ถุงเลือดมาหลอกขอความเห็นใจจากพวกเราเหรอ”

ฉันยิ้มอย่างขมขื่นพลางส่ายหน้า ทั้งที่ฉันยอมเป็นเด็กดีแล้วแท้ ๆ ทำไมพวกเขาถึงยังไม่ยอมปล่อยฉันไปเสียที

อวี้ซิงฝานย่อตัวลงนั่ง มองฉันด้วยสายตาผิดหวังแล้วพูดว่า “สวินสวิน ทำไมคุณถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”

พ่อเดินกลับไปหามั่วเฉียนเฉี่ยนด้วยความโกรธเกรี้ยว เอ่ยด้วยความรังเกียจว่า “นังลูกทรพี สมกับเป็นเด็กเหลือขอจากบ้านนอกจริง ๆ ทำทุกอย่างได้โดยไม่เลือกวิธีการ เลือดเย็นไร้หัวใจสิ้นดี”

“เทียบกับเฉียนเฉี่ยนไม่ได้สักนิด ไม่สิ แกเทียบกับเส้นผมของเฉียนเฉี่ยนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

ฉันไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบ ทำเพียงกัดฟันกลืนเลือดที่กำลังจะขย้อนออกมากลับลงคอไป

ผิงอันที่โผเข้ามากอดฉันเมื่อครู่ ตอนนี้กลับผลักฉันล้มลงกับพื้นด้วยความรังเกียจ

เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “แม่ครับ อุตส่าห์หลงคิดว่าแม่กลับตัวกลับใจแล้ว แม่นิสัยไม่ดีแบบนี้ ผมจะไม่ชอบแม่อีกต่อไปแล้ว”

พูดจบเขาก็วิ่งไปหามั่วเฉียนเฉี่ยน ซบลงที่ตักของเธอแล้วพูดว่า “ผมจะให้น้ามาเป็นแม่ของผม!”

หัวใจของฉันแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ฉันกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งน้ำตาที่รินไหลได้

อวี้ซิงฝานถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ฉันแล้วถามว่า “คุณเองก็รู้ซึ้งแล้วใช่ไหมว่ารสชาติของการถูกคนที่รักที่สุดหักหลังมันเจ็บปวดแค่ไหน”

“แล้วทำไมคุณถึงยังทำเรื่องพรรค์นั้นลงไป ตอนนี้ชื่อเสียงของเฉียนเฉี่ยนพังยับเยิน หุ้นบริษัทของเราก็กำลังปั่นป่วน”

“เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณ ดังนั้นนอกจากคุณต้องขอขมา ยังต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปด้วย”

ฉันอยากจะบอกว่าฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่มั่วเฉียนเฉี่ยนกลับร้องไห้โฮขึ้นมา เธอพูดปนเสียงสะอื้นว่า “ช่างเถอะค่ะ พี่เขย...พี่ทำร้ายฉันมาตั้งหลายครั้ง ถ้าไปบังคับให้พี่ขอโทษอีก ฉันกลัวว่าพี่จะยิ่งเกลียดฉันเข้าไปใหญ่”

“ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงเกลียดฉันขนาดนี้ แต่...เพื่อคุณพ่อคุณแม่ และเพื่อพี่เขย ฉันยอมไม่ถือสาหาความพี่ก็ได้”

แม่พูดด้วยความสงสารจับใจว่า “เฉียนเฉี่ยน ลูกจิตใจดีเกินไปแบบนี้แหละ ถึงได้โดนเธอรังแกเอา”

“ไม่ต้องห่วงนะ พ่อกับแม่จะอยู่ข้างลูกเสมอ มีเราคอยปกป้อง เธอจะไม่มีโอกาสทำร้ายลูกได้อีก”

พูดจบ ท่านก็หันมามองฉันด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “ฟังให้ชัด ๆ เพื่อชื่อเสียงของตระกูลมั่วและตระกูลอวี้ เราทั้งสองบ้านได้ปรึกษาหาทางออกกันเรียบร้อยแล้ว”

“พรุ่งนี้แกกับอวี้ซิงฝานไปหย่ากันซะ แล้วให้เขาจดทะเบียนสมรสกับเฉียนเฉี่ยนแทน”

“เราจะประกาศออกสื่อว่าอวี้ซิงฝานกับเฉียนเฉี่ยนจดทะเบียนกันมาตั้งนานแล้ว แต่เพราะแกสุขภาพไม่ดี แถมยังไปหลงรักเขา พวกเขาเลยต้องปิดบังความจริงเอาไว้”

ฉันมองหน้าอวี้ซิงฝานแล้วถามว่า “คุณเองก็เห็นด้วยงั้นเหรอ”

อวี้ซิงฝานหลบสายตาฉัน เขาขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ “มันเป็นเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้ ใครใช้ให้คุณก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาล่ะ”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า “แต่คุณไม่ต้องห่วง นี่เป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รอให้ข่าวเงียบลงเมื่อไหร่ ผมจะหย่ากับเฉียนเฉี่ยนทันที”

ฉันจ้องมองเขา พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

อาจเป็นเพราะความรู้สึกผิด หรือเขาอาจคิดว่าความเงียบของฉันคือการต่อต้าน จึงทำให้เขาไม่พอใจ เขาตีหน้าขรึมแล้วพูดว่า “ไม่ว่าคุณจะยอมหรือไม่ยอม ผมก็จะ...”

ฉันเอ่ยขึ้นมาช้า ๆ ว่า “ยินดีด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับการแต่งงานใหม่”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 10

    ฉินหลานถามด้วยขอบตาแดงก่ำ “ลูกสาวของฉันล่ะ ฉันอยากเจอลูกสาว”เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างเย็นชา “ลูกสาวของคุณหลับลึกไปแล้ว ตามกฎระเบียบ ห้ามใครเข้าเยี่ยมเธอเด็ดขาด”“ไม่อย่างนั้นการทดลองแช่แข็งจะหยุดชะงัก ถึงตอนนั้น เธอจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกเลย”ฉินหลานตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่...อย่าหยุดการทดลองนะ ฉัน...ฉันไม่เจอเธอแล้วก็ได้ ฉันไม่เจอเธอแล้ว”อวี้ซิงฝานได้รับฟังรายละเอียดการทดลองนี้จากผู้ช่วยมาแล้วระหว่างทาง แม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันหลุดโลกแต่ขอแค่มีความหวังเพียงหนึ่งในร้อยล้าน เขาก็ไม่อยากพลาดมันไปเขาถามด้วยดวงตาแดงก่ำ “ภรรยาของผม...ทิ้งอะไรไว้ให้ผมบ้างไหม”เจ้าหน้าที่จึงส่งซองจดหมายซองหนึ่งให้เขา แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ตามกฎแล้ว ผู้บริจาคทุกคนจะทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ครอบครัวเล็กน้อยครับ”“คุณฉินทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียว พวกคุณรับไปเถอะครับ”อวี้ซิงฝานรับจดหมายมา ก็รีบร้อนเปิดออกดูทันทีทว่าเมื่อเห็นกระดาษจดหมายที่ว่างเปล่า เขาก็ถึงกับตะลึงงันไปกระดาษจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น มั่วหยางก้มลงเก็บขึ้นมาดู พอเห็นเข้าก็เงียบกริบไปเช่นกันอวี้ซิงฝานเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 9

    มั่วเฉียนเฉี่ยนสะดุ้งได้สติกลับมา เธอรีบหุบยิ้มแล้วแก้ตัวอย่างลนลาน “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงคะ...ฉัน...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่ตาย พี่ต้องแกล้งตายเพื่อให้พวกเราตกใจแน่ ๆ”แต่ใจจริงเธอรู้ดีที่สุดว่ามั่วสวินตายแล้วจริง ๆเพราะเมื่อคืนวานซืนเธอได้รับแจ้งข้อมูลผู้บริจาคเข้ามาในกลุ่มแชตที่ทำงานซึ่งก็คือมั่วสวินเพียงแต่ตอนนั้นไม่มีรูปภาพแนบมา เธอเลยยังไม่แน่ใจในตอนแรกพอคิดได้ดังนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอยื่นมือไปให้อวี้ซิงฝานดูข้อมือที่มีแผลถลอกพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “พี่ฝานคะ ฉันเจ็บจังเลย...”อวี้ซิงฝานยังไม่ทันได้พูดอะไร มั่วหยางก็ตวาดถามเสียงแข็ง “แม่แกเป็นลมไปขนาดนั้น แกกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรสักนิด ห่วงแต่แผลถลอกแค่นั้น แกยังมีหัวใจอยู่ไหม”เวลานี้ ผู้ช่วยรีบป้อนยาช่วยชีวิตฉุกเฉินให้ฉินหลานแล้วแต่เธอก็ยังไม่ฟื้นทว่ามั่วเฉียนเฉี่ยนที่เธอประคบประหงมกลับไม่ถามไถ่อาการเธอสักคำ เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากอวี้ซิงฝานอย่างบ้าคลั่งซ้ำยังใช้ความคิดชั่วร้ายใส่ร้ายป้ายสีมั่วสวินอีกมั่วหยางมองลูกสาวที่เอาแต่อึกอัก ร้อนตัวจนพูดไม่ออกคนนี้ ในใจเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสา

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 8

    เวลานี้ ณ บ้านตระกูลอวี้มือของอวี้ซิงฝานที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาไม่หยุด เขาดูวิดีโอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวิดีโอ ใบหน้าที่มักจะดูอ่อนแอไร้เดียงสาของมั่วเฉียนเฉี่ยน บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดน่ากลัวเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ดอกไม้สีขาวที่แสนอ่อนโยน แท้จริงแล้วจะเป็นดอกไม้กินคนที่น่าสยดสยอง...ฉินหลานและมั่วหยางก็เช่นกันเวลานี้ทั้งคู่ต่างขอบตาแดงก่ำ ฉินหลานพูดเสียงสั่นว่า “ที่รักคะ พวกเราเข้าใจสวินสวินผิดไปจริง ๆ คุณรีบ...รีบไปตามสวินสวินกลับมาเร็วเข้า”“ฉันจะบอกเธอว่าแม่ผิดไปแล้ว...แม่ผิดไปแล้ว...”มั่วหยางพูดเสียงสะอื้นว่า “ผมจะโทรหาหมอเจ้าของไข้ของเธอเดี๋ยวนี้ สวินสวินต้องอยู่ที่นั่นแน่”“เธอคงโกรธเราก็เลยหลอกเราว่าตายแล้ว ใช่...ต้องเป็นแบบนั้นแน่”อวี้ซิงฝานพยักหน้า “ใช่ครับ เมื่อวานเธอยังส่งข้อความหาผม บอกว่าสบายดี บอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง...เธอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนได้ยังไง”พอฉินหลานได้ยินแบบนั้น ก็โล่งอกขึ้นมาเปราะหนึ่ง เธอถามด้วยความตระหนกว่า “จริงเหรอ”เพียงแต่พอพูดจบ สีหน้าของมั่วหยางและอวี้ซิงฝานก็เปลี่ยนไป เพราะพวกเขานึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมาตอนนั้นเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 7

    มั่วหยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “คุณยกโทษให้ลูกแล้วเหรอ”ฉินหลานถอนหายใจแล้วเอ่ยถามว่า “คุณคะ เราเข้มงวดกับสวินสวินเกินไปหรือเปล่า”“ตอนนี้เธอก็รู้จักทำตัวเป็นเด็กดีแล้ว ต่อไปเรากลับมารักแก แล้วค่อย ๆ อบรมสั่งสอนเธอด้วยเหตุผลกันเถอะนะคะ”มั่วหยางพยักหน้ารับ “ผมตามใจคุณทุกอย่างอยู่แล้ว”อันที่จริงเขาไม่ได้เกลียดมั่วสวินขนาดนั้น เพราะถึงยังไงเค้าโครงหน้าของมั่วสวินก็ถอดแบบมาจากเขาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เห็นหน้าเธอทีไร เขาก็เหมือนได้เห็นตัวเองในสมัยหนุ่ม ๆหากไม่ใช่เพราะลูกทำให้เขาผิดหวังมากเกินไป เขาคงไม่ทำเมินเฉยใส่เพื่อสั่งสอน และคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาสั่งสอนแบบนั้นหรอกสองสามีภรรยาต่างปรึกษาหารือกันว่าจะชดเชยให้มั่วสวินอย่างไรดีโดยหารู้ไม่ว่าในเวลานี้ มั่วสวินได้ถูกนำร่างเข้าไปเก็บรักษาในแคปซูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลังจากอวี้ซิงฝานเข้ามาในบ้านตระกูลมั่ว เขาก็เริ่มตามหามั่วสวินอย่างบ้าคลั่งทว่าต่อให้เขารื้อค้นจนทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ยังไม่พบตัวมั่วสวินเขาโทรศัพท์หาเธอสายแล้วสายเล่า แต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแผ่ซ่านเกาะกุมหั

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 6

    เพื่อเป็นการลงโทษมั่วสวิน ก่อนที่จะไล่เธอมาที่นี่ คุณนายมั่วฉินหลานจึงสั่งให้คนรับใช้ทุกคนหยุดงานอวี้ซิงฝานเคาะประตูอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมพลางเอ่ยว่า “สวินสวิน ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณต้องเจอกับเรื่องลำบากใจมาตลอด”“หลายวันมานี้ผมกลับไปคิดทบทวนดูแล้ว ผมรู้ว่าสาเหตุที่คุณทำร้ายเฉียนเฉี่ยน เป็นเพราะพวกเราทุกคนใส่ใจคุณไม่มากพอ”“ผมจะคุยกับคุณลุงคุณป้าให้ ว่าขอให้พวกท่านใจเย็นกับคุณมากกว่านี้”“แล้วก็เรื่องผิงอัน เมื่อวานแกแอบมาบอกผมว่าจริง ๆ แกชอบคุณมากนะ”“แกยังอยากให้คุณเป็นแม่ของแก และอยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังเหมือนเดิม”เขาพร่ำพูดอยู่นานจนปากคอแห้งผาก ความอดทนเริ่มมอดลง ทว่าประตูบานใหญ่ตรงหน้ากลับยังคงปิดสนิทไร้การเคลื่อนไหวเขาเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาตงิด ๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขากลับเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดวิตกผู้ช่วยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ประธานอวี้ครับ ท่านแน่ใจเหรอครับว่าคุณนายอยู่ข้างใน”อวี้ซิงฝานเอ่ยเสียงขรึมคล้ายกับกำลังปลอบใจตัวเองว่า “ปกติเธอเชื่อฟังผมที่สุด ผมสั่งให้เธอกลับมา เธอก็ต้องกลับมาสิ”“แถมเมื่อวานเธอยังส่งข้อค

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 5

    เมื่ออวี้ซิงฝานกลับมาถึงคฤหาสน์ มั่วเฉียนเฉี่ยนยังคงหลับไม่ได้สติเขาเฝ้าดูอาการเธอด้วยความเป็นห่วงตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสางและพายุฝนสงบลงมั่วเฉียนเฉี่ยนที่นอนหลับจนเต็มอิ่มถึงได้ลืมตาตื่นขึ้น จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ฝาน กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”อวี้ซิงฝานยิ้มพลางกล่าวว่า “ฉันรีบกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แพทย์ประจำตระกูลตรวจอาการเธอแล้ว บอกว่าเธออารมณ์แปรปรวนมากเกินไป หัวใจเลยทำงานหนัก เขาบอกไม่ให้ฉันรบกวนเวลาพักผ่อน” “ฉันก็เลยไม่ได้ปลุกเธอ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง”มั่วเฉียนเฉี่ยนยิ้มตอบว่า “ได้นอนพักตื่นหนึ่งแล้วรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ”เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะแสร้งถามด้วยความห่วงใยว่า “แล้วพี่ล่ะคะ เธอไม่ได้มาเยี่ยมฉันพร้อมกับพี่เหรอ”อวี้ซิงฝานเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาทิ้งมั่วสวินไว้กลางทางพอคิดได้ว่าเมื่อคืนพายุฝนโหมกระหน่ำแถมยังมีลูกเห็บตก เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างเหมือนกันแต่พอคิดอีกที มั่วสวินเป็นคนเก่งและพึ่งพาตัวเองได้มาตลอด แค่เรียกรถกลับเอง คงไม่ต้องให้เขาคอยเป็นห่วงแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ โทรศัพท์มือถือของมั่วสวินยังคงถูกลืมทิ้งไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status