Share

บทที่ 2

Penulis: พีชร้ายแสนหวาน
เพิ่งมาถึงหน้าประตู ความเจ็บปวดที่แล่นพล่านขึ้นมาจากกลางอกก็ทำให้ฉันเกือบหมดสติ

ฉันทรุดตัวลงพิงผนัง รีบควานหายาแก้ปวดชนิดรุนแรง ก่อนจะกลืนมันลงคอไปหลายเม็ดรวด อาการจึงค่อยทุเลาลง

ภายในห้องพักฟื้น ฉันยังคงได้ยินเสียงแม่ก่นด่าเรื่องความเลือดเย็นของฉัน

ท่านคิดว่าฉันไม่เป็นห่วงมั่วเฉียนเฉี่ยน

แต่ฉันรู้ดีว่าขอเพียงแค่ฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็จะมีอาการไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวขึ้นมา

นี่เป็นลูกไม้ที่เธอใช้เรียกร้องความสนใจมาโดยตลอด

ซึ่งความจริงแล้วเธอไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลย เพราะไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ คนที่พ่อแม่ สามี และลูกชายของฉันรักก็มีเพียงเธอที่เป็นคุณหนูตัวปลอมคนนั้น

ส่วนฉันก็เป็นเหมือนกับชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ว่า ‘มั่วสวิน’ ที่แปลว่าอย่าได้ตามหา

พวกเขาไม่เคยคิดที่จะตามหาฉัน ดังนั้นตอนที่ฉันเป็นฝ่ายมาแสดงตัวว่าเป็นลูก พวกเขาถึงตั้งชื่อนี้ให้

ฉันเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยสติที่หลุดลอย แล้วเรียกรถไปยังสตูดิโอวิจัยของมั่วเฉียนเฉี่ยน

ฉันนัดกับทางนั้นไว้แล้ว เรื่องการบริจาคร่างไร้วิญญาณของตัวเองเพื่อให้พวกเขานำไปใช้ทดลองโปรเจกต์แช่แข็งเพื่อฟื้นคืนชีพ

ขณะกำลังเซ็นสัญญา เจ้าหน้าที่ก็เอ่ยถามขึ้นว่า “คุณมั่วคะ คุณพ่อคุณแม่และสามีรับทราบเรื่องการตัดสินใจของคุณหรือยังคะ”

ฉันยิ้ม ก่อนจะตอบกลับไปเสียงเรียบว่า “พวกเขาเคารพและสนับสนุนการตัดสินใจของฉันค่ะ”

เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉาเล็กน้อย “ดีจังเลยนะคะ ครอบครัวของคุณต้องรักคุณมากแน่ ๆ ถึงได้อยากให้คุณมีโอกาสฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง”

เมื่อมองสบสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมระคนอิจฉานั้น ฉันก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองกลายเป็นผู้หญิงที่โชคดี ได้รับความรักจากพ่อแม่และสามีจริง ๆ

มุมปากของฉันยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “นั่นสิคะ จะมีใครบ้างที่ไม่รักคนในครอบครัวของตัวเอง”

พูดจบฉันก็ยื่นเอกสารสัญญาคืนให้เธอ

หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว ฉันจึงเดินทางกลับบ้าน

ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าประตูไป ภาพที่เห็นคือข้าวของเครื่องใช้ของฉันกองเต็มห้องรับแขก

ฉันขมวดคิ้วมุ่นพลางมองไปที่ป้าเซี่ยงซึ่งยืนสั่งการทุกคนอยู่กลางห้อง เธอเป็นคนที่เลี้ยงดูมั่วเฉียนเฉี่ยนมาจนโต ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้

ป้าเซี่ยงเองก็เหมือนกับพ่อแม่ของฉันที่รังเกียจลูกสาวแท้ ๆ อย่างฉันเข้าไส้

เมื่อเห็นฉัน เธอก็แสยะยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาแล้วพูดว่า “คุณหนูใหญ่คะ วันนี้เฉียนเฉี่ยนออกจากโรงพยาบาลแล้ว ประธานอวี้สั่งให้ป้ามาดูแลเธอ แล้วก็ให้ช่วยเลือกห้องพักฟื้นให้เธอด้วยค่ะ”

“ป้าดูแล้วห้องนอนใหญ่อากาศถ่ายเท ก็เลยจัดการเคลียร์ห้องนั้นไว้ให้เฉียนเฉี่ยนพักรักษาตัวค่ะ”

“ส่วนห้องอื่น ๆ ในบ้านก็มีคนอยู่หมดแล้ว คงต้องรบกวนให้คุณหนูใหญ่ลำบากไปนอนห้องเก็บของชั้นล่างแทนนะคะ”

ฉันตอบกลับเรียบ ๆ ว่า “ได้ค่ะ”

ป้าเซี่ยงคงคาดไม่ถึงว่าฉันจะยอมง่ายดายขนาดนี้ คำพูดแดกดันมากมายที่เตรียมมาจึงต้องกลืนลงคอไป

เธอมองฉันด้วยสายตาเคลือบแคลงพลางถามว่า “คุณหนูใหญ่ไม่โกรธเหรอคะ”

ฉันส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังห้องเก็บของ

ได้ยินเสียงป้าเซี่ยงพูดดูแคลนว่า “ดูท่าคุณหนูใหญ่จะรู้จักโตสักทีนะคะ ถ้าเป็นแบบนี้แต่แรกก็จบเรื่อง”

“ถ้าเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก นายท่านกับคุณนายก็คงไม่เกลียดคุณขนาดนี้หรอก”

ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไร เมื่อเปิดประตูห้องเก็บของ กลิ่นเหม็นอับชื้นรุนแรงก็โชยปะทะจมูก

ภายในห้องอันคับแคบเต็มไปด้วยข้าวของวางระเกะระกะ มีเพียงเตียงขนาดหนึ่งเมตรเล็ก ๆ ตั้งอยู่ ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ถูกวางทับถมด้วยกองหนังสือ เหลือที่ว่างให้นอนเพียงครึ่งเดียว

ฉันล้มตัวลงนอนทั้งอย่างนั้น แล้วผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

ฉันเหนื่อยเหลือเกิน อยากจะแค่หลับให้เต็มอิ่มสักตื่น...

แต่ใครจะไปคิดว่า แม้แต่ความปรารถนาเล็กน้อยเพียงแค่นี้ก็ยังเป็นไปไม่ได้

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ฉันถูกกระชากอย่างรุนแรง เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือนัยน์ตาของอวี้ซิงฝานที่ฉายแววตื่นตระหนก

ทันทีที่เห็นว่าฉันรู้สึกตัว แววตาที่เคยฉายความกังวลเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาตะคอกถามเสียงดังลั่นว่า “ทำไมคุณถึงเอาเรื่องการแต่งงานของเราไปโพสต์บนโซเชียล”

“คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ทัวร์ลงเฉียนเฉี่ยนหนักขนาดไหน เฉียนเฉี่ยนเพิ่งผ่าตัดมา ร่างกายเธอยังอ่อนแออยู่”

“เพราะเรื่องนี้ทำให้เธอโมโหจัดจนหมดสติไปแล้ว!”

“อุตส่าห์หลงคิดว่าคุณรู้จักทำเป็นคนดีขึ้นแล้ว ที่แท้คุณก็แค่แอบวางแผนจะแก้แค้นพวกเราลับหลังนี่เอง!”

ฉันรู้สึกราวกับมีค้อนขนาดใหญ่กำลังทุบลงที่ศีรษะอย่างแรง

ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ทำได้เพียงเอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรง “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย…ถ้าไม่เชื่อ คุณเอามือถือฉันไปดูก็ได้”

อวี้ซิงฝานตะคอกด้วยความเดือดดาลว่า “พอได้แล้ว! พวกนักข่าวยอมรับกันหมดแล้วว่าเป็นคุณที่ให้เงินพวกเขา ให้พวกเขาประโคมข่าวเรื่องนี้”

“คุณยังจะแสร้งทำไปถึงเมื่อไหร่ รีบไปกับผม ไปคุกเข่าขอโทษเฉียนเฉี่ยนซะ!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 10

    ฉินหลานถามด้วยขอบตาแดงก่ำ “ลูกสาวของฉันล่ะ ฉันอยากเจอลูกสาว”เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างเย็นชา “ลูกสาวของคุณหลับลึกไปแล้ว ตามกฎระเบียบ ห้ามใครเข้าเยี่ยมเธอเด็ดขาด”“ไม่อย่างนั้นการทดลองแช่แข็งจะหยุดชะงัก ถึงตอนนั้น เธอจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกเลย”ฉินหลานตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่...อย่าหยุดการทดลองนะ ฉัน...ฉันไม่เจอเธอแล้วก็ได้ ฉันไม่เจอเธอแล้ว”อวี้ซิงฝานได้รับฟังรายละเอียดการทดลองนี้จากผู้ช่วยมาแล้วระหว่างทาง แม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันหลุดโลกแต่ขอแค่มีความหวังเพียงหนึ่งในร้อยล้าน เขาก็ไม่อยากพลาดมันไปเขาถามด้วยดวงตาแดงก่ำ “ภรรยาของผม...ทิ้งอะไรไว้ให้ผมบ้างไหม”เจ้าหน้าที่จึงส่งซองจดหมายซองหนึ่งให้เขา แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ตามกฎแล้ว ผู้บริจาคทุกคนจะทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ครอบครัวเล็กน้อยครับ”“คุณฉินทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียว พวกคุณรับไปเถอะครับ”อวี้ซิงฝานรับจดหมายมา ก็รีบร้อนเปิดออกดูทันทีทว่าเมื่อเห็นกระดาษจดหมายที่ว่างเปล่า เขาก็ถึงกับตะลึงงันไปกระดาษจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น มั่วหยางก้มลงเก็บขึ้นมาดู พอเห็นเข้าก็เงียบกริบไปเช่นกันอวี้ซิงฝานเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 9

    มั่วเฉียนเฉี่ยนสะดุ้งได้สติกลับมา เธอรีบหุบยิ้มแล้วแก้ตัวอย่างลนลาน “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงคะ...ฉัน...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่ตาย พี่ต้องแกล้งตายเพื่อให้พวกเราตกใจแน่ ๆ”แต่ใจจริงเธอรู้ดีที่สุดว่ามั่วสวินตายแล้วจริง ๆเพราะเมื่อคืนวานซืนเธอได้รับแจ้งข้อมูลผู้บริจาคเข้ามาในกลุ่มแชตที่ทำงานซึ่งก็คือมั่วสวินเพียงแต่ตอนนั้นไม่มีรูปภาพแนบมา เธอเลยยังไม่แน่ใจในตอนแรกพอคิดได้ดังนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอยื่นมือไปให้อวี้ซิงฝานดูข้อมือที่มีแผลถลอกพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “พี่ฝานคะ ฉันเจ็บจังเลย...”อวี้ซิงฝานยังไม่ทันได้พูดอะไร มั่วหยางก็ตวาดถามเสียงแข็ง “แม่แกเป็นลมไปขนาดนั้น แกกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรสักนิด ห่วงแต่แผลถลอกแค่นั้น แกยังมีหัวใจอยู่ไหม”เวลานี้ ผู้ช่วยรีบป้อนยาช่วยชีวิตฉุกเฉินให้ฉินหลานแล้วแต่เธอก็ยังไม่ฟื้นทว่ามั่วเฉียนเฉี่ยนที่เธอประคบประหงมกลับไม่ถามไถ่อาการเธอสักคำ เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากอวี้ซิงฝานอย่างบ้าคลั่งซ้ำยังใช้ความคิดชั่วร้ายใส่ร้ายป้ายสีมั่วสวินอีกมั่วหยางมองลูกสาวที่เอาแต่อึกอัก ร้อนตัวจนพูดไม่ออกคนนี้ ในใจเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสา

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 8

    เวลานี้ ณ บ้านตระกูลอวี้มือของอวี้ซิงฝานที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาไม่หยุด เขาดูวิดีโอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวิดีโอ ใบหน้าที่มักจะดูอ่อนแอไร้เดียงสาของมั่วเฉียนเฉี่ยน บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดน่ากลัวเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ดอกไม้สีขาวที่แสนอ่อนโยน แท้จริงแล้วจะเป็นดอกไม้กินคนที่น่าสยดสยอง...ฉินหลานและมั่วหยางก็เช่นกันเวลานี้ทั้งคู่ต่างขอบตาแดงก่ำ ฉินหลานพูดเสียงสั่นว่า “ที่รักคะ พวกเราเข้าใจสวินสวินผิดไปจริง ๆ คุณรีบ...รีบไปตามสวินสวินกลับมาเร็วเข้า”“ฉันจะบอกเธอว่าแม่ผิดไปแล้ว...แม่ผิดไปแล้ว...”มั่วหยางพูดเสียงสะอื้นว่า “ผมจะโทรหาหมอเจ้าของไข้ของเธอเดี๋ยวนี้ สวินสวินต้องอยู่ที่นั่นแน่”“เธอคงโกรธเราก็เลยหลอกเราว่าตายแล้ว ใช่...ต้องเป็นแบบนั้นแน่”อวี้ซิงฝานพยักหน้า “ใช่ครับ เมื่อวานเธอยังส่งข้อความหาผม บอกว่าสบายดี บอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง...เธอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนได้ยังไง”พอฉินหลานได้ยินแบบนั้น ก็โล่งอกขึ้นมาเปราะหนึ่ง เธอถามด้วยความตระหนกว่า “จริงเหรอ”เพียงแต่พอพูดจบ สีหน้าของมั่วหยางและอวี้ซิงฝานก็เปลี่ยนไป เพราะพวกเขานึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมาตอนนั้นเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 7

    มั่วหยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “คุณยกโทษให้ลูกแล้วเหรอ”ฉินหลานถอนหายใจแล้วเอ่ยถามว่า “คุณคะ เราเข้มงวดกับสวินสวินเกินไปหรือเปล่า”“ตอนนี้เธอก็รู้จักทำตัวเป็นเด็กดีแล้ว ต่อไปเรากลับมารักแก แล้วค่อย ๆ อบรมสั่งสอนเธอด้วยเหตุผลกันเถอะนะคะ”มั่วหยางพยักหน้ารับ “ผมตามใจคุณทุกอย่างอยู่แล้ว”อันที่จริงเขาไม่ได้เกลียดมั่วสวินขนาดนั้น เพราะถึงยังไงเค้าโครงหน้าของมั่วสวินก็ถอดแบบมาจากเขาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เห็นหน้าเธอทีไร เขาก็เหมือนได้เห็นตัวเองในสมัยหนุ่ม ๆหากไม่ใช่เพราะลูกทำให้เขาผิดหวังมากเกินไป เขาคงไม่ทำเมินเฉยใส่เพื่อสั่งสอน และคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาสั่งสอนแบบนั้นหรอกสองสามีภรรยาต่างปรึกษาหารือกันว่าจะชดเชยให้มั่วสวินอย่างไรดีโดยหารู้ไม่ว่าในเวลานี้ มั่วสวินได้ถูกนำร่างเข้าไปเก็บรักษาในแคปซูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลังจากอวี้ซิงฝานเข้ามาในบ้านตระกูลมั่ว เขาก็เริ่มตามหามั่วสวินอย่างบ้าคลั่งทว่าต่อให้เขารื้อค้นจนทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ยังไม่พบตัวมั่วสวินเขาโทรศัพท์หาเธอสายแล้วสายเล่า แต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแผ่ซ่านเกาะกุมหั

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 6

    เพื่อเป็นการลงโทษมั่วสวิน ก่อนที่จะไล่เธอมาที่นี่ คุณนายมั่วฉินหลานจึงสั่งให้คนรับใช้ทุกคนหยุดงานอวี้ซิงฝานเคาะประตูอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมพลางเอ่ยว่า “สวินสวิน ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณต้องเจอกับเรื่องลำบากใจมาตลอด”“หลายวันมานี้ผมกลับไปคิดทบทวนดูแล้ว ผมรู้ว่าสาเหตุที่คุณทำร้ายเฉียนเฉี่ยน เป็นเพราะพวกเราทุกคนใส่ใจคุณไม่มากพอ”“ผมจะคุยกับคุณลุงคุณป้าให้ ว่าขอให้พวกท่านใจเย็นกับคุณมากกว่านี้”“แล้วก็เรื่องผิงอัน เมื่อวานแกแอบมาบอกผมว่าจริง ๆ แกชอบคุณมากนะ”“แกยังอยากให้คุณเป็นแม่ของแก และอยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังเหมือนเดิม”เขาพร่ำพูดอยู่นานจนปากคอแห้งผาก ความอดทนเริ่มมอดลง ทว่าประตูบานใหญ่ตรงหน้ากลับยังคงปิดสนิทไร้การเคลื่อนไหวเขาเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาตงิด ๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขากลับเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดวิตกผู้ช่วยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ประธานอวี้ครับ ท่านแน่ใจเหรอครับว่าคุณนายอยู่ข้างใน”อวี้ซิงฝานเอ่ยเสียงขรึมคล้ายกับกำลังปลอบใจตัวเองว่า “ปกติเธอเชื่อฟังผมที่สุด ผมสั่งให้เธอกลับมา เธอก็ต้องกลับมาสิ”“แถมเมื่อวานเธอยังส่งข้อค

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 5

    เมื่ออวี้ซิงฝานกลับมาถึงคฤหาสน์ มั่วเฉียนเฉี่ยนยังคงหลับไม่ได้สติเขาเฝ้าดูอาการเธอด้วยความเป็นห่วงตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสางและพายุฝนสงบลงมั่วเฉียนเฉี่ยนที่นอนหลับจนเต็มอิ่มถึงได้ลืมตาตื่นขึ้น จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ฝาน กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”อวี้ซิงฝานยิ้มพลางกล่าวว่า “ฉันรีบกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แพทย์ประจำตระกูลตรวจอาการเธอแล้ว บอกว่าเธออารมณ์แปรปรวนมากเกินไป หัวใจเลยทำงานหนัก เขาบอกไม่ให้ฉันรบกวนเวลาพักผ่อน” “ฉันก็เลยไม่ได้ปลุกเธอ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง”มั่วเฉียนเฉี่ยนยิ้มตอบว่า “ได้นอนพักตื่นหนึ่งแล้วรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ”เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะแสร้งถามด้วยความห่วงใยว่า “แล้วพี่ล่ะคะ เธอไม่ได้มาเยี่ยมฉันพร้อมกับพี่เหรอ”อวี้ซิงฝานเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาทิ้งมั่วสวินไว้กลางทางพอคิดได้ว่าเมื่อคืนพายุฝนโหมกระหน่ำแถมยังมีลูกเห็บตก เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างเหมือนกันแต่พอคิดอีกที มั่วสวินเป็นคนเก่งและพึ่งพาตัวเองได้มาตลอด แค่เรียกรถกลับเอง คงไม่ต้องให้เขาคอยเป็นห่วงแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ โทรศัพท์มือถือของมั่วสวินยังคงถูกลืมทิ้งไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status