Share

บทที่ 4

Author: พีชร้ายแสนหวาน
เสียงของอวี้ซิงฝานขาดห้วงไปทันที

เขาจ้องมองฉันอย่างเหม่อลอย ในใจเกิดความหวาดหวั่นที่ยากจะอธิบาย

รู้สึกเหมือนกับว่าตัวฉันในตอนนี้เปรียบเสมือนกระดาษสีขาวที่เบาหวิว พร้อมที่จะปลิวหายไปในที่ที่เขามองไม่เห็นได้ทุกเมื่อ

ฉันค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น ใช้มือยันผนังพลางเช็ดคราบเลือดบนใบหน้า แล้วหันไปพูดกับแม่ว่า “หนูกับอวี้ซิงฝานไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันค่ะ”

“ดังนั้นเขาสามารถไปจดทะเบียนกับมั่วเฉียนเฉี่ยนได้เลย”

แม่ถามด้วยความแปลกใจว่า “พวกแกยังไม่ได้จดทะเบียนกันงั้นเหรอ”

สีหน้าของอวี้ซิงฝานดูไม่ดีนัก เขาขมวดคิ้วแล้วอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ผมยุ่งมากครับ หลัง ๆ มาก็เลยลืมไปเลย”

แต่แม่กลับปรบมือแล้วพูดว่า “ไม่ได้จดทะเบียนก็ดีแล้ว”

ผิงอันลูกชายของฉันเหลือบมองฉันอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แล้วถามว่า “งั้นต่อไปน้าก็จะเป็นแม่ของผมแล้วใช่ไหมครับ”

ฉันพยักหน้าให้เขา ยิ้มแล้วถามว่า “ดีใจไหมครับ”

ผิงอันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจพลางตะโกนว่า “เย้ ต่อไปน้าจะเป็นแม่ของผมแล้ว!”

พูดจบ ดูเหมือนเขาจะกลัวฉันไม่พอใจ จึงรีบพูดเสริมว่า “แม่...อ๊ะ ไม่สิ ป้าครับ ขอแค่ป้าสัญญาว่าจะไม่รังแกน้าอีก ผมก็จะยังชอบป้าเหมือนเดิมครับ”

ฉันหลุบตาลงต่ำ ตอบเสียงเบาว่า “เข้าใจแล้วครับ”

มั่วเฉียนเฉี่ยนร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เธอถามว่า “พี่ยอมให้พี่เขยแต่งงานกับฉันจริง ๆ เหรอคะ”

ฉันตอบเสียงเรียบว่า “อืม ต่อไปไม่ต้องเรียกเขาว่า ‘พี่เขย’ แล้วนะ”

มั่วเฉียนเฉี่ยนปรายตามองอวี้ซิงฝานด้วยความเขินอาย

เธอคิดว่าอวี้ซิงฝานจะดีใจ แต่กลับพบว่าเขาเอาแต่จ้องมองฉัน เธอจึงกำแขนเสื้อแน่น หลุบตาลงเพื่อซ่อนความริษยาในแววตา

ทว่าพอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แววตาของเธอก็เหลือเพียงความไร้เดียงสา เธอพูดอย่างจริงใจว่า “ขอบคุณนะคะพี่”

ฉันส่ายหน้า ตอบกลับไปเรียบ ๆ ว่า “คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจหรอก”

“อีกอย่าง ต่อไปฉันยังต้องฝากให้เธอช่วยดูแลอีกเยอะ”

มั่วเฉียนเฉี่ยนไม่รู้ว่าฉันได้บริจาคร่างกายให้กับสตูดิโอที่เธอทำงานอยู่ เธอนึกว่าฉันแค่พูดตามมารยาท จึงรีบยิ้มรับและพูดว่า “เราเป็นพี่น้องกัน ฉันต้องดูแลพี่อยู่แล้วค่ะ”

พอแม่เห็นพวกเรา “กลับมาคืนดีกัน” ท่านถึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วพูดว่า “แบบนี้สิถึงจะถูก ถ้าแกรู้จักทำตัวให้ว่านอนสอนง่ายแบบนี้แต่แรก ฉันกับพ่อจะไปโกรธแกทำไม”

ฉันมองหน้าแม่ ใจจริงอยากจะถามท่านเหลือเกินว่าฉันไม่รู้ความจริง ๆ งั้นเหรอ

ทั้งที่ฉันคือคุณหนูตระกูลมั่วตัวจริง แต่ทุกคนกลับคิดว่าฉันเป็นเพียงลูกบุญธรรม

ทั้งที่ตอนแรกอวี้ซิงฝานเป็นคนมาตามตื๊อขอแต่งงานกับฉันเองแท้ ๆ แต่ทุกคนกลับมองว่าฉันเป็นมือที่สามที่น่ารังเกียจ

ทั้งที่ฉันยอมไร้ตัวตน คอยดูแลพวกเขาสองพ่อลูกโดยไม่เคยปริปากบ่น แต่ทุกคนกลับมองว่าฉันอารมณ์ร้ายและจิตใจอำมหิต...

ฉันค่อย ๆ หลับตาลง ข่มกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลทะลักออกมาให้ย้อนกลับเข้าไป

ฉันไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าพวกเขาอีก

เพราะฉันรู้ดีว่าถ้าฉันร้องไห้ มั่วเฉียนเฉี่ยนจะยิ่งร้องไห้หนักกว่าฉัน

และเมื่อถึงตอนนั้น แม้แต่น้ำตาของฉันก็จะกลายเป็นความผิด

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่าหัวใจที่เจ็บปวดมาตลอดดูเหมือนจะด้านชาไปจนหมดสิ้น

ราวกับนาฬิกาเก่าคร่ำครึที่หยุดเดินไปแล้วอย่างถาวร

ฉันมองไปที่อวี้ซิงฝาน เห็นเขายังคงจ้องมองฉันอยู่ แววตาคู่นั้นกลับฉายความเจ็บปวดออกมาให้เห็น

ความรู้สึกนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดี ฉันถามเสียงเบาว่า “ตอนนี้ฉันกลับไปพักได้หรือยังคะ”

อวี้ซิงฝานพยักหน้าตอบ “อืม ไปพักเถอะ”

ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ค่อย ๆ ขยับตัวเดินไปยังห้องเก็บของ

แต่แม่กลับพูดขึ้นว่า “แกไปเก็บของแล้วกลับไปอยู่ที่บ้านเถอะ”

“ตอนนี้ข้างนอกมีแต่นักข่าว ขืนให้คนรู้เข้าว่าแกอาศัยอยู่บ้านน้องเขย เดี๋ยวจะเอาไปลือกันเสียหายอีก”

ฉันพยักหน้าอย่างว่าง่ายและตอบว่า “ค่ะ”

แม่สั่งให้อวี้ซิงฝานขับรถไปส่งฉัน พอออกมาข้างนอก จู่ ๆ เขาก็คว้ามือฉันไว้แล้วพูดว่า “อีกหนึ่งสัปดาห์ ผมจะเข้าไปในห้องผ่าตัดเป็นเพื่อนคุณเอง”

“รอให้คุณผ่าตัดเสร็จแล้ว เราค่อยมาคุยกันดี ๆ นะ”

“เรื่องผมกับเฉียนเฉี่ยน...มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดแน่นอน”

ฉันมองสีหน้าของมั่วเฉียนเฉี่ยนที่เปลี่ยนไปกะทันหัน แล้วหันไปยิ้มให้อวี้ซิงฝานพลางตอบว่า “ค่ะ”

อวี้ซิงฝานมองฉันด้วยความแปลกใจ เขารู้สึกเหมือนกับว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้เป็นเพียงท่อนไม้ไร้ความรู้สึก

เขาพูดด้วยความหงุดหงิดว่า “ไปกันเถอะ”

ตลอดทางบนรถไม่มีบทสนทนาใด ๆ

อวี้ซิงฝานพยายามจะเอ่ยปากพูดอยู่หลายครั้ง แต่พอเห็นใบหน้าซีดเผือดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดของฉัน เขาก็หมดอารมณ์ที่จะพูด

รถแล่นมาได้เพียงครึ่งทาง เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่

วินาทีต่อมา เขาก็จอดรถเทียบข้างทางทันที แล้วพูดด้วยความร้อนรนว่า “จู่ ๆ เฉียนเฉี่ยนก็หมดสติไป อาจเป็นเพราะร่างกายต่อต้านอวัยวะใหม่รุนแรง”

“ผมต้องรีบกลับไปดู คุณเรียกรถกลับเองแล้วกันนะ”

ฉันเหลือบมองนาฬิกาหน้ารถ ตอนนี้ตีสามแล้ว

แถมตรงนี้ยังเป็นทางด่วนที่เปลี่ยวขนาดนี้ จะให้เรียกรถงั้นเหรอ ฉันจะไปเรียกรถจากที่ไหนได้

แต่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงก้าวลงจากรถอย่างว่าง่าย

ยังไม่ทันที่ฉันจะยืนทรงตัวได้มั่นคง อวี้ซิงฝานก็เหยียบคันเร่งออกตัวไปทันที

เสียงเครื่องยนต์สปอร์ตคำรามกึกก้อง บาดลึกเข้าไปในหัวใจของฉันจนเจ็บปวดรวดร้าว

ฉันกุมหน้าอก ยืนพักอยู่นานกว่าจะหลุดพ้นจากความเจ็บปวดเหมือนใจจะขาดนั้นได้

แต่พออาการเริ่มดีขึ้น ท้องฟ้าก็ส่งเสียงฟ้าร้องคำรามต่ำ ๆ ราวกับว่าสวรรค์เองก็ทนดูความอ่อนแอของฉันไม่ไหวจนต้องตะโกนด่าออกมา

ไม่นานนัก เม็ดฝนขนาดเท่าถั่วก็ตกลงมา บางเม็ดตกใส่ศีรษะของฉันจนรู้สึกเจ็บ

ฉันได้ยินเสียงดัง “ปัง ปัง ปัง” ถึงได้รู้ตัวว่าฝนลูกเห็บตกลงมาแล้ว

ฉันรีบยกมือขึ้นป้องหัวแล้วเดินต่อไป ลูกเห็บแข็ง ๆ ระดมตกลงมาใส่แขนและใบหน้าของฉันไม่หยุด

มันเจ็บเหลือเกิน

ฉันกลั้นไม่ไหวจนต้องร้องไห้โฮออกมา

ฉันไม่ได้อยากร้องไห้หรอกนะ เพียงแต่ลูกเห็บที่ตกลงมาใส่มันเจ็บมากจริง ๆ

เดินไปได้สักพัก ฉันก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้ามืดดับลง แล้วร่างทั้งร่างก็ล้มฟุบลงกับพื้น

ผ่านไปนานแสนนาน ฉันเหมือนจะได้ยินเสียงรถพยาบาล ตามมาด้วยเสียงที่คุ้นเคยของแพทย์เจ้าของไข้

เขาดูเหมือนกำลังร้องไห้ พลางตะโกนถามซ้ำ ๆ ว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งที่เธอยังมีชีวิตอยู่ได้อีกตั้งหนึ่งสัปดาห์ ทำไมจู่ ๆ ถึง...จู่ ๆ ถึงไม่ไหวแล้วล่ะ”

เจ็บซี่โครงจังเลย คุณหมอคะ เหมือนหมอกำลังออกแรงกดหน้าอกฉันแรงมากเลยนะ

กำลังปั๊มหัวใจให้ฉันอยู่เหรอคะ แต่ว่า...ฉันเจ็บจริง ๆ นะคะ...

การมีชีวิตอยู่มันเจ็บปวดเหลือเกิน...

ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ...

“ติ๊ด...”

ผู้ป่วยมั่วสวิน เสียชีวิตเมื่อวันที่หนึ่งมิถุนายน เวลาตีห้า เนื่องจากกู้ชีพไม่สำเร็จ อายุเพียง 28 ปี

ในขณะเดียวกัน ห้องปฏิบัติการวิจัยทางการแพทย์เจี้ยงซินที่มีชื่อเสียงได้รับร่างของเธอไปเพื่อดำเนินการแช่แข็งตามกระบวนการ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 10

    ฉินหลานถามด้วยขอบตาแดงก่ำ “ลูกสาวของฉันล่ะ ฉันอยากเจอลูกสาว”เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างเย็นชา “ลูกสาวของคุณหลับลึกไปแล้ว ตามกฎระเบียบ ห้ามใครเข้าเยี่ยมเธอเด็ดขาด”“ไม่อย่างนั้นการทดลองแช่แข็งจะหยุดชะงัก ถึงตอนนั้น เธอจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกเลย”ฉินหลานตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่...อย่าหยุดการทดลองนะ ฉัน...ฉันไม่เจอเธอแล้วก็ได้ ฉันไม่เจอเธอแล้ว”อวี้ซิงฝานได้รับฟังรายละเอียดการทดลองนี้จากผู้ช่วยมาแล้วระหว่างทาง แม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันหลุดโลกแต่ขอแค่มีความหวังเพียงหนึ่งในร้อยล้าน เขาก็ไม่อยากพลาดมันไปเขาถามด้วยดวงตาแดงก่ำ “ภรรยาของผม...ทิ้งอะไรไว้ให้ผมบ้างไหม”เจ้าหน้าที่จึงส่งซองจดหมายซองหนึ่งให้เขา แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ตามกฎแล้ว ผู้บริจาคทุกคนจะทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ครอบครัวเล็กน้อยครับ”“คุณฉินทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียว พวกคุณรับไปเถอะครับ”อวี้ซิงฝานรับจดหมายมา ก็รีบร้อนเปิดออกดูทันทีทว่าเมื่อเห็นกระดาษจดหมายที่ว่างเปล่า เขาก็ถึงกับตะลึงงันไปกระดาษจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น มั่วหยางก้มลงเก็บขึ้นมาดู พอเห็นเข้าก็เงียบกริบไปเช่นกันอวี้ซิงฝานเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 9

    มั่วเฉียนเฉี่ยนสะดุ้งได้สติกลับมา เธอรีบหุบยิ้มแล้วแก้ตัวอย่างลนลาน “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงคะ...ฉัน...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่ตาย พี่ต้องแกล้งตายเพื่อให้พวกเราตกใจแน่ ๆ”แต่ใจจริงเธอรู้ดีที่สุดว่ามั่วสวินตายแล้วจริง ๆเพราะเมื่อคืนวานซืนเธอได้รับแจ้งข้อมูลผู้บริจาคเข้ามาในกลุ่มแชตที่ทำงานซึ่งก็คือมั่วสวินเพียงแต่ตอนนั้นไม่มีรูปภาพแนบมา เธอเลยยังไม่แน่ใจในตอนแรกพอคิดได้ดังนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอยื่นมือไปให้อวี้ซิงฝานดูข้อมือที่มีแผลถลอกพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “พี่ฝานคะ ฉันเจ็บจังเลย...”อวี้ซิงฝานยังไม่ทันได้พูดอะไร มั่วหยางก็ตวาดถามเสียงแข็ง “แม่แกเป็นลมไปขนาดนั้น แกกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรสักนิด ห่วงแต่แผลถลอกแค่นั้น แกยังมีหัวใจอยู่ไหม”เวลานี้ ผู้ช่วยรีบป้อนยาช่วยชีวิตฉุกเฉินให้ฉินหลานแล้วแต่เธอก็ยังไม่ฟื้นทว่ามั่วเฉียนเฉี่ยนที่เธอประคบประหงมกลับไม่ถามไถ่อาการเธอสักคำ เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากอวี้ซิงฝานอย่างบ้าคลั่งซ้ำยังใช้ความคิดชั่วร้ายใส่ร้ายป้ายสีมั่วสวินอีกมั่วหยางมองลูกสาวที่เอาแต่อึกอัก ร้อนตัวจนพูดไม่ออกคนนี้ ในใจเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสา

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 8

    เวลานี้ ณ บ้านตระกูลอวี้มือของอวี้ซิงฝานที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาไม่หยุด เขาดูวิดีโอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวิดีโอ ใบหน้าที่มักจะดูอ่อนแอไร้เดียงสาของมั่วเฉียนเฉี่ยน บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดน่ากลัวเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ดอกไม้สีขาวที่แสนอ่อนโยน แท้จริงแล้วจะเป็นดอกไม้กินคนที่น่าสยดสยอง...ฉินหลานและมั่วหยางก็เช่นกันเวลานี้ทั้งคู่ต่างขอบตาแดงก่ำ ฉินหลานพูดเสียงสั่นว่า “ที่รักคะ พวกเราเข้าใจสวินสวินผิดไปจริง ๆ คุณรีบ...รีบไปตามสวินสวินกลับมาเร็วเข้า”“ฉันจะบอกเธอว่าแม่ผิดไปแล้ว...แม่ผิดไปแล้ว...”มั่วหยางพูดเสียงสะอื้นว่า “ผมจะโทรหาหมอเจ้าของไข้ของเธอเดี๋ยวนี้ สวินสวินต้องอยู่ที่นั่นแน่”“เธอคงโกรธเราก็เลยหลอกเราว่าตายแล้ว ใช่...ต้องเป็นแบบนั้นแน่”อวี้ซิงฝานพยักหน้า “ใช่ครับ เมื่อวานเธอยังส่งข้อความหาผม บอกว่าสบายดี บอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง...เธอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนได้ยังไง”พอฉินหลานได้ยินแบบนั้น ก็โล่งอกขึ้นมาเปราะหนึ่ง เธอถามด้วยความตระหนกว่า “จริงเหรอ”เพียงแต่พอพูดจบ สีหน้าของมั่วหยางและอวี้ซิงฝานก็เปลี่ยนไป เพราะพวกเขานึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมาตอนนั้นเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 7

    มั่วหยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “คุณยกโทษให้ลูกแล้วเหรอ”ฉินหลานถอนหายใจแล้วเอ่ยถามว่า “คุณคะ เราเข้มงวดกับสวินสวินเกินไปหรือเปล่า”“ตอนนี้เธอก็รู้จักทำตัวเป็นเด็กดีแล้ว ต่อไปเรากลับมารักแก แล้วค่อย ๆ อบรมสั่งสอนเธอด้วยเหตุผลกันเถอะนะคะ”มั่วหยางพยักหน้ารับ “ผมตามใจคุณทุกอย่างอยู่แล้ว”อันที่จริงเขาไม่ได้เกลียดมั่วสวินขนาดนั้น เพราะถึงยังไงเค้าโครงหน้าของมั่วสวินก็ถอดแบบมาจากเขาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เห็นหน้าเธอทีไร เขาก็เหมือนได้เห็นตัวเองในสมัยหนุ่ม ๆหากไม่ใช่เพราะลูกทำให้เขาผิดหวังมากเกินไป เขาคงไม่ทำเมินเฉยใส่เพื่อสั่งสอน และคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาสั่งสอนแบบนั้นหรอกสองสามีภรรยาต่างปรึกษาหารือกันว่าจะชดเชยให้มั่วสวินอย่างไรดีโดยหารู้ไม่ว่าในเวลานี้ มั่วสวินได้ถูกนำร่างเข้าไปเก็บรักษาในแคปซูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลังจากอวี้ซิงฝานเข้ามาในบ้านตระกูลมั่ว เขาก็เริ่มตามหามั่วสวินอย่างบ้าคลั่งทว่าต่อให้เขารื้อค้นจนทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ยังไม่พบตัวมั่วสวินเขาโทรศัพท์หาเธอสายแล้วสายเล่า แต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแผ่ซ่านเกาะกุมหั

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 6

    เพื่อเป็นการลงโทษมั่วสวิน ก่อนที่จะไล่เธอมาที่นี่ คุณนายมั่วฉินหลานจึงสั่งให้คนรับใช้ทุกคนหยุดงานอวี้ซิงฝานเคาะประตูอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมพลางเอ่ยว่า “สวินสวิน ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณต้องเจอกับเรื่องลำบากใจมาตลอด”“หลายวันมานี้ผมกลับไปคิดทบทวนดูแล้ว ผมรู้ว่าสาเหตุที่คุณทำร้ายเฉียนเฉี่ยน เป็นเพราะพวกเราทุกคนใส่ใจคุณไม่มากพอ”“ผมจะคุยกับคุณลุงคุณป้าให้ ว่าขอให้พวกท่านใจเย็นกับคุณมากกว่านี้”“แล้วก็เรื่องผิงอัน เมื่อวานแกแอบมาบอกผมว่าจริง ๆ แกชอบคุณมากนะ”“แกยังอยากให้คุณเป็นแม่ของแก และอยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังเหมือนเดิม”เขาพร่ำพูดอยู่นานจนปากคอแห้งผาก ความอดทนเริ่มมอดลง ทว่าประตูบานใหญ่ตรงหน้ากลับยังคงปิดสนิทไร้การเคลื่อนไหวเขาเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาตงิด ๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขากลับเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดวิตกผู้ช่วยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ประธานอวี้ครับ ท่านแน่ใจเหรอครับว่าคุณนายอยู่ข้างใน”อวี้ซิงฝานเอ่ยเสียงขรึมคล้ายกับกำลังปลอบใจตัวเองว่า “ปกติเธอเชื่อฟังผมที่สุด ผมสั่งให้เธอกลับมา เธอก็ต้องกลับมาสิ”“แถมเมื่อวานเธอยังส่งข้อค

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 5

    เมื่ออวี้ซิงฝานกลับมาถึงคฤหาสน์ มั่วเฉียนเฉี่ยนยังคงหลับไม่ได้สติเขาเฝ้าดูอาการเธอด้วยความเป็นห่วงตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสางและพายุฝนสงบลงมั่วเฉียนเฉี่ยนที่นอนหลับจนเต็มอิ่มถึงได้ลืมตาตื่นขึ้น จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ฝาน กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”อวี้ซิงฝานยิ้มพลางกล่าวว่า “ฉันรีบกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แพทย์ประจำตระกูลตรวจอาการเธอแล้ว บอกว่าเธออารมณ์แปรปรวนมากเกินไป หัวใจเลยทำงานหนัก เขาบอกไม่ให้ฉันรบกวนเวลาพักผ่อน” “ฉันก็เลยไม่ได้ปลุกเธอ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง”มั่วเฉียนเฉี่ยนยิ้มตอบว่า “ได้นอนพักตื่นหนึ่งแล้วรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ”เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะแสร้งถามด้วยความห่วงใยว่า “แล้วพี่ล่ะคะ เธอไม่ได้มาเยี่ยมฉันพร้อมกับพี่เหรอ”อวี้ซิงฝานเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาทิ้งมั่วสวินไว้กลางทางพอคิดได้ว่าเมื่อคืนพายุฝนโหมกระหน่ำแถมยังมีลูกเห็บตก เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างเหมือนกันแต่พอคิดอีกที มั่วสวินเป็นคนเก่งและพึ่งพาตัวเองได้มาตลอด แค่เรียกรถกลับเอง คงไม่ต้องให้เขาคอยเป็นห่วงแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ โทรศัพท์มือถือของมั่วสวินยังคงถูกลืมทิ้งไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status