Partager

ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง
ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง
Auteur: พีชร้ายแสนหวาน

บทที่ 1

Auteur: พีชร้ายแสนหวาน
“เวลาของคุณเหลือไม่มากแล้ว จากนี้ไปก็ใช้เวลาบอกลาครอบครัวให้ดีเถอะครับ”

น้ำเสียงของแพทย์เจ้าของไข้นั้นอ่อนโยน แฝงไปด้วยความเวทนา ทว่ามันกลับเปรียบเสมือนหินก้อนมหึมาที่ทุ่มลงกลางใจของฉัน

แม้จะคาดเดาผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เมื่อถูกประกาศ ‘โทษประหาร’ เข้าจริง ๆ ฉันก็ยังอดหลั่งน้ำตาไม่ได้

ฉันเพิ่งจะอายุยี่สิบแปดปี ฉันพยายามมาโดยตลอดเพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไป

แต่ใครจะไปคาดคิด หัวใจที่กว่าจะได้มากลับถูกสามีแย่งชิงไป

ถูกเขานำไปปลูกถ่ายให้กับคุณหนูตัวปลอมอย่างมั่วเฉียนเฉี่ยน ซึ่งมีอาการเพียงแค่หัวใจเสื่อมสภาพก่อนวัยเท่านั้น

ฉันเดินมายังห้องพักฟื้นของมั่วเฉียนเฉี่ยนด้วยความรู้สึกมึนงง ก็ได้เห็นพ่อแม่ของฉัน สามีของฉันอวี้ซิงฝาน และลูกชายอวี่จิ่ง ทุกคนต่างพากันรุมล้อมอยู่ข้างกายเธอเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ

เมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา อวี้ซิงฝานที่กำลังป้อนน้ำให้มั่วเฉียนเฉี่ยนอยู่ก็รีบวางแก้วลงทันที เขาเดินตรงเข้ามาถามว่า “หมอว่ายังไงบ้างครับ”

ฉันมองหน้าเขา เขารีบหลบสายตาด้วยความรู้สึกผิดทันที พลางอธิบายอย่างอึกอักว่า “ตอนนั้นสถานการณ์มันฉุกเฉิน ถ้าไม่เปลี่ยนหัวใจให้เฉียนเฉี่ยน เธอคงเจ็บจนขาดใจตายแน่ ๆ”

แม่ของฉันรีบพูดขึ้นมาทันทีว่า “อวี้ซิงฝานพูดถูกแล้ว สวินสวิน เรื่องนี้มันคอขาดบาดตาย แกคงจะไม่ทำตัวไม่รู้ความขนาดที่จะมาโกรธพวกฉันเรื่องนี้หรอกใช่ไหม”

คำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกมากลับต้องกลืนลงคอไป ฉันตอบกลับไปเรียบ ๆ ว่า “หนูไม่ได้โกรธค่ะ หมอบอกว่าอีกหนึ่งสัปดาห์จะมีข่าวดี”

ฉันหยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมขึ้นว่า “เป็นข่าวดีสำหรับพวกเราทุกคน”

อวี้ซิงฝานขยับแว่นกรอบทองบนดั้งจมูก นัยน์ตาดอกท้อหลังเลนส์แว่นฉายแววรอยยิ้มออกมาทันที “มีหัวใจที่เหมาะสมเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ผมรู้อยู่แล้วเชียวว่าการตัดสินใจในวันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง”

พ่อของฉันเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางหัวเราะและกล่าวว่า “เฉียนเฉี่ยนของเราเป็นคนมีวาสนาจริง ๆ ถ้าไม่ได้ยกหัวใจดวงนั้นให้เธอ เธอคงรอจนถึงสัปดาห์หน้าไม่ไหวแน่”

แม่พยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปทัดผมที่รุ่ยลงมาไว้หลังใบหูให้มั่วเฉียนเฉี่ยนอย่างอ่อนโยน แล้วพูดว่า “จากนี้ยังมีวาสนาเฉียนเฉี่ยนรออยู่อีก”

“ไม่เหมือนใครบางคน ทั้งที่รอหัวใจดวงใหม่ต่อไปได้แท้ ๆ แต่กลับต้องอาละวาดใหญ่โต ทำให้ตระกูลมั่วของเราต้องขายหน้าไปหมด”

ถึงแม้ฉันจะผิดหวังในตัวพวกเขาไปแล้ว แต่ในวินาทีนี้หัวใจของฉันก็ยังคงรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอยู่ดี

ฉันกำชายกระโปรงไว้แน่นเพื่อสะกดกลั้นความเศร้าเสียใจที่จ่อจะล้นทะลักออกจากดวงตาให้จางหายไป

อวี้ซิงฝานมองมาที่ฉันด้วยสายตาอ่อนโยน ทว่าคำพูดที่เอ่ยออกมากลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก “วันนั้นคุณวู่วามเกินไปจริง ๆ ผมคิดว่าคุณควรจะขอโทษเฉียนเฉี่ยนนะ”

ฉันมองไปที่เขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ

มั่วเฉียนเฉี่ยนแย่งหัวใจของฉันไปแท้ ๆ แต่เขากลับจะให้ฉันขอโทษหล่อนเนี่ยนะ

แม่รีบพูดเสริมขึ้นมาว่า “ใช่สิ แล้วถ้าไม่ใช่วันนั้นแกไปรังแกเฉียนเฉี่ยน อาการเจ็บหน้าอกของเธอก็คงไม่กำเริบหรอก”

“แกควรจะขอบคุณที่ตอนนี้เธอยังนอนอยู่ตรงนี้ได้อย่างปลอดภัย ไม่งั้นชาตินี้ฉันคงไม่นับแกเป็นลูกสาวอีกต่อไป”

ฉันหวนนึกถึงวันนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนยืนอยู่ตรงหน้าฉัน เธอยืดอกโชว์รอยรักบนลำคออย่างได้ใจ พลางโอ้อวดว่าอวี้ซิงฝานทะนุถนอมเธอแค่ไหน และเขาอดใจไม่ไหวมากเพียงใด...

ฉันทนไม่ไหวจึงตบหน้าเธอไปฉาดหนึ่ง แต่พวกเขากลับเข้ามาเห็นเข้าพอดี

อวี้ซิงฝานพุ่งเข้ามาผลักฉันออกด้วยความโกรธจัด

ร่างของฉันล้มกระแทกพื้น ในขณะที่โลกกำลังหมุนคว้าง แม่ก็พุ่งเข้ามาทุบตีฉันซ้ำ

พ่อทำเพียงยืนดูอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีเย็นชา ราวกับเห็นดีเห็นงามว่าฉันสมควรได้รับบทเรียนบ้าง

ทันใดนั้นโรคหัวใจของฉันก็กำเริบขึ้นมา ส่วนมั่วเฉียนเฉี่ยนเองก็กุมหน้าอกพลางร้องว่าเจ็บเหลือเกิน

แต่ทุกคนกลับคิดว่าฉันเสแสร้งแกล้งทำ ส่วนอาการของเธอนั้นเป็นเรื่องจริง

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างขมขื่น แล้วเอ่ยออกไปเสียงเรียบว่า “ขอโทษค่ะ เป็นความผิดของหนูเอง”

ทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าฉันจะยอมเอ่ยปากขอโทษอย่างว่าง่ายขนาดนี้

สายตาที่อวี้ซิงฝานมองมาแฝงไปด้วยความสงสัยใคร่รู้

มั่วเฉียนเฉี่ยนเองก็ขมวดคิ้วเรียวสวยมุ่น เผยสีหน้าทำนองว่า ‘ทำไมเธอถึงได้ตีสองหน้าเก่งขนาดนี้’ ออกมา

พ่อกับแม่ยิ่งจ้องมองฉันด้วยความระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าฉันจะลุกขึ้นมาอาละวาดอีก

มีเพียง ‘ผิงอัน’ ลูกชายของฉันเท่านั้นที่โผเข้าสู่อ้อมกอดของฉันอย่างดีใจ แล้วพูดว่า “คุณแม่ ดีจังเลยครับ ในที่สุดแม่ก็ยอมรับผิดสักที”

“ต่อไปนี้แม่ห้ามรังแกน้าอีกนะครับ ไม่งั้นผมจะไม่ชอบแม่เหมือนที่คุณตากับคุณยายไม่รักแล้วนะ”

ฉันหลุบตาลงมองเขา ความเย็นชา ความเข้าใจผิด และความลำเอียงของพ่อแม่และสามี ฉันพอจะทนได้

แต่มีเพียงแค่เขา ลูกที่ฉันอุ้มท้องมาถึงสิบเดือนกลับลำเอียงไปเข้าข้างมั่วเฉียนเฉี่ยน นี่เป็นเรื่องเดียวที่ฉันไม่อาจทานทนไหว

ทว่าฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะไปแย่งชิงอะไรอีกแล้ว

ฉันลูบใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับส่งยิ้มให้และกล่าวว่า “แม่จะเชื่อฟังลูกทุกอย่าง”

แม่ถึงได้พยักหน้าให้อย่างพึงพอใจและกล่าวว่า “อืม ดูท่ามั่วสวินจะรู้จักทำตัวเป็นเด็กดีขึ้นมาบ้างแล้วสินะ”

อวี้ซิงฝานเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเช่นกัน เขาเอ่ยขึ้นว่า “ภรรยาของผม ‘โตเป็นผู้ใหญ่’ แล้วสินะ”

เมื่อได้เห็นท่าทีแสร้งทำเป็นรักใคร่เอ็นดูของเขา ฉันกลับรู้สึกคลื่นไส้จุกแน่นขึ้นมาที่กลางอก

ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ มั่วเฉียนเฉี่ยนก็ร้องออกมาว่า “เจ็บจังเลย” อวี้ซิงฝานก็รีบพุ่งเข้าไปหาเธอทันที

ลูกชายที่เมื่อครู่ยังกอดฉันอยู่ก็คลายมือออกแล้ววิ่งตามไป พลางตะโกนว่า “น้าครับ เจ็บตรงไหนครับ เดี๋ยวผิงอันเป่าให้นะ”

พ่อกับแม่ต่างพากันขอบตาแดงก่ำด้วยความสงสารจับใจ

ในเวลานี้ ฉันที่ยืนอยู่ห่างออกไป กลับดูเหมือนตัวตลกไม่มีผิด

ฉันไม่อาจทนรับบรรยากาศแบบนี้ได้อีกต่อไป จึงอ้างว่าเหนื่อยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องพักฟื้นไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 10

    ฉินหลานถามด้วยขอบตาแดงก่ำ “ลูกสาวของฉันล่ะ ฉันอยากเจอลูกสาว”เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างเย็นชา “ลูกสาวของคุณหลับลึกไปแล้ว ตามกฎระเบียบ ห้ามใครเข้าเยี่ยมเธอเด็ดขาด”“ไม่อย่างนั้นการทดลองแช่แข็งจะหยุดชะงัก ถึงตอนนั้น เธอจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกเลย”ฉินหลานตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่...อย่าหยุดการทดลองนะ ฉัน...ฉันไม่เจอเธอแล้วก็ได้ ฉันไม่เจอเธอแล้ว”อวี้ซิงฝานได้รับฟังรายละเอียดการทดลองนี้จากผู้ช่วยมาแล้วระหว่างทาง แม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันหลุดโลกแต่ขอแค่มีความหวังเพียงหนึ่งในร้อยล้าน เขาก็ไม่อยากพลาดมันไปเขาถามด้วยดวงตาแดงก่ำ “ภรรยาของผม...ทิ้งอะไรไว้ให้ผมบ้างไหม”เจ้าหน้าที่จึงส่งซองจดหมายซองหนึ่งให้เขา แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ตามกฎแล้ว ผู้บริจาคทุกคนจะทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ครอบครัวเล็กน้อยครับ”“คุณฉินทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียว พวกคุณรับไปเถอะครับ”อวี้ซิงฝานรับจดหมายมา ก็รีบร้อนเปิดออกดูทันทีทว่าเมื่อเห็นกระดาษจดหมายที่ว่างเปล่า เขาก็ถึงกับตะลึงงันไปกระดาษจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น มั่วหยางก้มลงเก็บขึ้นมาดู พอเห็นเข้าก็เงียบกริบไปเช่นกันอวี้ซิงฝานเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 9

    มั่วเฉียนเฉี่ยนสะดุ้งได้สติกลับมา เธอรีบหุบยิ้มแล้วแก้ตัวอย่างลนลาน “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงคะ...ฉัน...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่ตาย พี่ต้องแกล้งตายเพื่อให้พวกเราตกใจแน่ ๆ”แต่ใจจริงเธอรู้ดีที่สุดว่ามั่วสวินตายแล้วจริง ๆเพราะเมื่อคืนวานซืนเธอได้รับแจ้งข้อมูลผู้บริจาคเข้ามาในกลุ่มแชตที่ทำงานซึ่งก็คือมั่วสวินเพียงแต่ตอนนั้นไม่มีรูปภาพแนบมา เธอเลยยังไม่แน่ใจในตอนแรกพอคิดได้ดังนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอยื่นมือไปให้อวี้ซิงฝานดูข้อมือที่มีแผลถลอกพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “พี่ฝานคะ ฉันเจ็บจังเลย...”อวี้ซิงฝานยังไม่ทันได้พูดอะไร มั่วหยางก็ตวาดถามเสียงแข็ง “แม่แกเป็นลมไปขนาดนั้น แกกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรสักนิด ห่วงแต่แผลถลอกแค่นั้น แกยังมีหัวใจอยู่ไหม”เวลานี้ ผู้ช่วยรีบป้อนยาช่วยชีวิตฉุกเฉินให้ฉินหลานแล้วแต่เธอก็ยังไม่ฟื้นทว่ามั่วเฉียนเฉี่ยนที่เธอประคบประหงมกลับไม่ถามไถ่อาการเธอสักคำ เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากอวี้ซิงฝานอย่างบ้าคลั่งซ้ำยังใช้ความคิดชั่วร้ายใส่ร้ายป้ายสีมั่วสวินอีกมั่วหยางมองลูกสาวที่เอาแต่อึกอัก ร้อนตัวจนพูดไม่ออกคนนี้ ในใจเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสา

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 8

    เวลานี้ ณ บ้านตระกูลอวี้มือของอวี้ซิงฝานที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาไม่หยุด เขาดูวิดีโอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวิดีโอ ใบหน้าที่มักจะดูอ่อนแอไร้เดียงสาของมั่วเฉียนเฉี่ยน บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดน่ากลัวเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ดอกไม้สีขาวที่แสนอ่อนโยน แท้จริงแล้วจะเป็นดอกไม้กินคนที่น่าสยดสยอง...ฉินหลานและมั่วหยางก็เช่นกันเวลานี้ทั้งคู่ต่างขอบตาแดงก่ำ ฉินหลานพูดเสียงสั่นว่า “ที่รักคะ พวกเราเข้าใจสวินสวินผิดไปจริง ๆ คุณรีบ...รีบไปตามสวินสวินกลับมาเร็วเข้า”“ฉันจะบอกเธอว่าแม่ผิดไปแล้ว...แม่ผิดไปแล้ว...”มั่วหยางพูดเสียงสะอื้นว่า “ผมจะโทรหาหมอเจ้าของไข้ของเธอเดี๋ยวนี้ สวินสวินต้องอยู่ที่นั่นแน่”“เธอคงโกรธเราก็เลยหลอกเราว่าตายแล้ว ใช่...ต้องเป็นแบบนั้นแน่”อวี้ซิงฝานพยักหน้า “ใช่ครับ เมื่อวานเธอยังส่งข้อความหาผม บอกว่าสบายดี บอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง...เธอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนได้ยังไง”พอฉินหลานได้ยินแบบนั้น ก็โล่งอกขึ้นมาเปราะหนึ่ง เธอถามด้วยความตระหนกว่า “จริงเหรอ”เพียงแต่พอพูดจบ สีหน้าของมั่วหยางและอวี้ซิงฝานก็เปลี่ยนไป เพราะพวกเขานึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมาตอนนั้นเอ

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 7

    มั่วหยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “คุณยกโทษให้ลูกแล้วเหรอ”ฉินหลานถอนหายใจแล้วเอ่ยถามว่า “คุณคะ เราเข้มงวดกับสวินสวินเกินไปหรือเปล่า”“ตอนนี้เธอก็รู้จักทำตัวเป็นเด็กดีแล้ว ต่อไปเรากลับมารักแก แล้วค่อย ๆ อบรมสั่งสอนเธอด้วยเหตุผลกันเถอะนะคะ”มั่วหยางพยักหน้ารับ “ผมตามใจคุณทุกอย่างอยู่แล้ว”อันที่จริงเขาไม่ได้เกลียดมั่วสวินขนาดนั้น เพราะถึงยังไงเค้าโครงหน้าของมั่วสวินก็ถอดแบบมาจากเขาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เห็นหน้าเธอทีไร เขาก็เหมือนได้เห็นตัวเองในสมัยหนุ่ม ๆหากไม่ใช่เพราะลูกทำให้เขาผิดหวังมากเกินไป เขาคงไม่ทำเมินเฉยใส่เพื่อสั่งสอน และคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาสั่งสอนแบบนั้นหรอกสองสามีภรรยาต่างปรึกษาหารือกันว่าจะชดเชยให้มั่วสวินอย่างไรดีโดยหารู้ไม่ว่าในเวลานี้ มั่วสวินได้ถูกนำร่างเข้าไปเก็บรักษาในแคปซูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลังจากอวี้ซิงฝานเข้ามาในบ้านตระกูลมั่ว เขาก็เริ่มตามหามั่วสวินอย่างบ้าคลั่งทว่าต่อให้เขารื้อค้นจนทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ยังไม่พบตัวมั่วสวินเขาโทรศัพท์หาเธอสายแล้วสายเล่า แต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแผ่ซ่านเกาะกุมหั

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 6

    เพื่อเป็นการลงโทษมั่วสวิน ก่อนที่จะไล่เธอมาที่นี่ คุณนายมั่วฉินหลานจึงสั่งให้คนรับใช้ทุกคนหยุดงานอวี้ซิงฝานเคาะประตูอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมพลางเอ่ยว่า “สวินสวิน ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณต้องเจอกับเรื่องลำบากใจมาตลอด”“หลายวันมานี้ผมกลับไปคิดทบทวนดูแล้ว ผมรู้ว่าสาเหตุที่คุณทำร้ายเฉียนเฉี่ยน เป็นเพราะพวกเราทุกคนใส่ใจคุณไม่มากพอ”“ผมจะคุยกับคุณลุงคุณป้าให้ ว่าขอให้พวกท่านใจเย็นกับคุณมากกว่านี้”“แล้วก็เรื่องผิงอัน เมื่อวานแกแอบมาบอกผมว่าจริง ๆ แกชอบคุณมากนะ”“แกยังอยากให้คุณเป็นแม่ของแก และอยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังเหมือนเดิม”เขาพร่ำพูดอยู่นานจนปากคอแห้งผาก ความอดทนเริ่มมอดลง ทว่าประตูบานใหญ่ตรงหน้ากลับยังคงปิดสนิทไร้การเคลื่อนไหวเขาเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาตงิด ๆ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขากลับเหงื่อแตกพลั่กด้วยความหวาดวิตกผู้ช่วยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ประธานอวี้ครับ ท่านแน่ใจเหรอครับว่าคุณนายอยู่ข้างใน”อวี้ซิงฝานเอ่ยเสียงขรึมคล้ายกับกำลังปลอบใจตัวเองว่า “ปกติเธอเชื่อฟังผมที่สุด ผมสั่งให้เธอกลับมา เธอก็ต้องกลับมาสิ”“แถมเมื่อวานเธอยังส่งข้อค

  • ฉันกลายเป็นเด็กดีหลังถูกแช่แข็ง   บทที่ 5

    เมื่ออวี้ซิงฝานกลับมาถึงคฤหาสน์ มั่วเฉียนเฉี่ยนยังคงหลับไม่ได้สติเขาเฝ้าดูอาการเธอด้วยความเป็นห่วงตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสางและพายุฝนสงบลงมั่วเฉียนเฉี่ยนที่นอนหลับจนเต็มอิ่มถึงได้ลืมตาตื่นขึ้น จากนั้นก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ฝาน กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”อวี้ซิงฝานยิ้มพลางกล่าวว่า “ฉันรีบกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แพทย์ประจำตระกูลตรวจอาการเธอแล้ว บอกว่าเธออารมณ์แปรปรวนมากเกินไป หัวใจเลยทำงานหนัก เขาบอกไม่ให้ฉันรบกวนเวลาพักผ่อน” “ฉันก็เลยไม่ได้ปลุกเธอ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง”มั่วเฉียนเฉี่ยนยิ้มตอบว่า “ได้นอนพักตื่นหนึ่งแล้วรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ”เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะแสร้งถามด้วยความห่วงใยว่า “แล้วพี่ล่ะคะ เธอไม่ได้มาเยี่ยมฉันพร้อมกับพี่เหรอ”อวี้ซิงฝานเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาทิ้งมั่วสวินไว้กลางทางพอคิดได้ว่าเมื่อคืนพายุฝนโหมกระหน่ำแถมยังมีลูกเห็บตก เขาก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างเหมือนกันแต่พอคิดอีกที มั่วสวินเป็นคนเก่งและพึ่งพาตัวเองได้มาตลอด แค่เรียกรถกลับเอง คงไม่ต้องให้เขาคอยเป็นห่วงแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ โทรศัพท์มือถือของมั่วสวินยังคงถูกลืมทิ้งไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status