เข้าสู่ระบบหัวใจที่ฉันเฝ้ารอมานานถึงสองปีกลับถูกสามีนำไปปลูกถ่ายให้กับคุณหนูตัวปลอมอย่างมั่วเฉียนเฉี่ยน หมอบอกว่าฉันเหลือเวลาชีวิตอีกเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ ฉันจึงตัดสินใจที่จะแช่แข็งร่างของตัวเองเอาไว้ ฉันบริจาคร่างกายของตัวเองให้สตูดิโอของมั่วเฉียนเฉี่ยน ในวันที่เซ็นหนังสือบริจาค ลูกชายโผเข้ามากอดฉันและพูดว่าในที่สุดแม่กับน้าเล็กก็คืนดีกันแล้ว พ่อกับแม่เอ่ยชมฉันว่า ในที่สุดก็รู้จักรักพี่น้อง รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสียที สามีเอ่ยด้วยความพึงพอใจว่า ในที่สุดฉันก็ยอมลดทิฐิและรู้จักมีเหตุผลบ้าง ฉันได้แต่ยิ้มบาง ๆ ใช่แล้วละ ครั้งนี้ฉันเป็นเด็กดีแล้วจริง ๆ ฉันจะคืนตำแหน่งคุณหนูตระกูลมั่วให้กับมั่วเฉียนเฉี่ยน เพื่อให้พวกคุณทุกคนได้สมหวังกันถ้วนหน้า
ดูเพิ่มเติม「ええと、お約束はされてますでしょうか? でなければ、ちょっと……」
有名企業の自動ドアをくぐって直ぐ、受付担当の若い女性が困ったような表情で私をその場に引き止めてきた。 当然と言えば当然の足止めを食らって、どうしようかと迷っている時。偶然にターゲットが数人の部下と共に歩いてこちらに向かってくるのが見えた。 すぐ隣の美人は秘書……だろうか? 上司と部下にしては、随分距離も近いように見える。彼に聞いた通り、きっと軽薄で無責任な男に違いない。 「ああ、もう大丈夫です。今日の私は運が良いみたいなので」 「え? あの、お客様!?」 新人であろう受付の女性からの返事も聞かず、私は目的とする人物へと迷いなく向かって行く。 ……この時の自分がちょっとラッキーどころか、完全に幸運の女神に見放されているとも知らずに。 ターゲットの目前に憮然と立ちはだかり、これ以上ないくらいの笑顔を相手に向けた。 「あなたが神楽《かぐら》朝陽《あさひ》さん、ですよね? はじめまして、そして……!」 「は? え、おいっ!? ……っぐ!」 すぐに標的を殴れるようにと準備しておいた拳を、その男めがけて遠慮なく繰り出した。突然現れた女に殴られることなど予想しなかったであろう、その男性は私の拳を顔面で受け止める羽目になったのだが。 それでも私の怒りはとてもじゃないが納まらない。この男の所為で自分の人生が大きく狂わされたのだと思うと、後二~三発ほど殴らせてもらいたいくらいで。 「お、お前はなんてことをしてるんだっ! この男性が誰なのかを知らないのか!?」 「いいえ、ちゃんと知ってますよ。神楽 朝陽、この神楽グループの御曹司様でしょう? 最初に名前を確認したじゃない」 コイツの取り巻きか何からしい男が私に真っ青な顔してわあわあ言ってくるけれど、そんなこと知った事じゃない。私がここまでするのにはちゃんと理由がある、これは立派な復讐なんだから。 「……へえ、じゃあ貴女は俺を神楽 朝陽だと知ったうえでこの暴挙に出たと? 随分勇気ある女性ですね、面白い」 「そう? 私は全然面白くないけれど。こういうのがお好きなら、もっと殴って差し上げましょうか?」 そうは言ったものの、すでに私は数人の男性から身体を拘束されているので実現するのは難しいだろう。 一回だけなのに殴った拳はジンジンと痛いし、ギリギリと複数人に抑えつけられていて窮屈だ。 ……これも全部、元はと言えばこの男のいい加減で軽薄な行動の所為だというのに。薄っすらと意地の悪い笑みを浮かべる神楽 朝陽を、私は負けじとギリギリと睨み返しすしか出来ないが。 ――それでも私が、こんなとんでもない行動に出たのにはちゃんと訳があって。 けれど感情的になって喧嘩を売った相手が、この神楽朝陽でなかったら……そう何度も彼に悩まされ、この胸を痛めなければならない未来が待ってるなんて。 この時の私は、本当にこれっぽっちも想像していなかった。ฉินหลานถามด้วยขอบตาแดงก่ำ “ลูกสาวของฉันล่ะ ฉันอยากเจอลูกสาว”เจ้าหน้าที่ตอบกลับอย่างเย็นชา “ลูกสาวของคุณหลับลึกไปแล้ว ตามกฎระเบียบ ห้ามใครเข้าเยี่ยมเธอเด็ดขาด”“ไม่อย่างนั้นการทดลองแช่แข็งจะหยุดชะงัก ถึงตอนนั้น เธอจะไม่มีความเป็นไปได้ที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกเลย”ฉินหลานตกใจจนรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่...อย่าหยุดการทดลองนะ ฉัน...ฉันไม่เจอเธอแล้วก็ได้ ฉันไม่เจอเธอแล้ว”อวี้ซิงฝานได้รับฟังรายละเอียดการทดลองนี้จากผู้ช่วยมาแล้วระหว่างทาง แม้เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันหลุดโลกแต่ขอแค่มีความหวังเพียงหนึ่งในร้อยล้าน เขาก็ไม่อยากพลาดมันไปเขาถามด้วยดวงตาแดงก่ำ “ภรรยาของผม...ทิ้งอะไรไว้ให้ผมบ้างไหม”เจ้าหน้าที่จึงส่งซองจดหมายซองหนึ่งให้เขา แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ตามกฎแล้ว ผู้บริจาคทุกคนจะทิ้งของดูต่างหน้าไว้ให้ครอบครัวเล็กน้อยครับ”“คุณฉินทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียว พวกคุณรับไปเถอะครับ”อวี้ซิงฝานรับจดหมายมา ก็รีบร้อนเปิดออกดูทันทีทว่าเมื่อเห็นกระดาษจดหมายที่ว่างเปล่า เขาก็ถึงกับตะลึงงันไปกระดาษจดหมายในมือร่วงหล่นลงพื้น มั่วหยางก้มลงเก็บขึ้นมาดู พอเห็นเข้าก็เงียบกริบไปเช่นกันอวี้ซิงฝานเอ
มั่วเฉียนเฉี่ยนสะดุ้งได้สติกลับมา เธอรีบหุบยิ้มแล้วแก้ตัวอย่างลนลาน “จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงคะ...ฉัน...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพี่ตาย พี่ต้องแกล้งตายเพื่อให้พวกเราตกใจแน่ ๆ”แต่ใจจริงเธอรู้ดีที่สุดว่ามั่วสวินตายแล้วจริง ๆเพราะเมื่อคืนวานซืนเธอได้รับแจ้งข้อมูลผู้บริจาคเข้ามาในกลุ่มแชตที่ทำงานซึ่งก็คือมั่วสวินเพียงแต่ตอนนั้นไม่มีรูปภาพแนบมา เธอเลยยังไม่แน่ใจในตอนแรกพอคิดได้ดังนั้น มั่วเฉียนเฉี่ยนก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอยื่นมือไปให้อวี้ซิงฝานดูข้อมือที่มีแผลถลอกพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “พี่ฝานคะ ฉันเจ็บจังเลย...”อวี้ซิงฝานยังไม่ทันได้พูดอะไร มั่วหยางก็ตวาดถามเสียงแข็ง “แม่แกเป็นลมไปขนาดนั้น แกกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรสักนิด ห่วงแต่แผลถลอกแค่นั้น แกยังมีหัวใจอยู่ไหม”เวลานี้ ผู้ช่วยรีบป้อนยาช่วยชีวิตฉุกเฉินให้ฉินหลานแล้วแต่เธอก็ยังไม่ฟื้นทว่ามั่วเฉียนเฉี่ยนที่เธอประคบประหงมกลับไม่ถามไถ่อาการเธอสักคำ เอาแต่เรียกร้องความสนใจจากอวี้ซิงฝานอย่างบ้าคลั่งซ้ำยังใช้ความคิดชั่วร้ายใส่ร้ายป้ายสีมั่วสวินอีกมั่วหยางมองลูกสาวที่เอาแต่อึกอัก ร้อนตัวจนพูดไม่ออกคนนี้ ในใจเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสา
เวลานี้ ณ บ้านตระกูลอวี้มือของอวี้ซิงฝานที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาไม่หยุด เขาดูวิดีโอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวิดีโอ ใบหน้าที่มักจะดูอ่อนแอไร้เดียงสาของมั่วเฉียนเฉี่ยน บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดน่ากลัวเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ดอกไม้สีขาวที่แสนอ่อนโยน แท้จริงแล้วจะเป็นดอกไม้กินคนที่น่าสยดสยอง...ฉินหลานและมั่วหยางก็เช่นกันเวลานี้ทั้งคู่ต่างขอบตาแดงก่ำ ฉินหลานพูดเสียงสั่นว่า “ที่รักคะ พวกเราเข้าใจสวินสวินผิดไปจริง ๆ คุณรีบ...รีบไปตามสวินสวินกลับมาเร็วเข้า”“ฉันจะบอกเธอว่าแม่ผิดไปแล้ว...แม่ผิดไปแล้ว...”มั่วหยางพูดเสียงสะอื้นว่า “ผมจะโทรหาหมอเจ้าของไข้ของเธอเดี๋ยวนี้ สวินสวินต้องอยู่ที่นั่นแน่”“เธอคงโกรธเราก็เลยหลอกเราว่าตายแล้ว ใช่...ต้องเป็นแบบนั้นแน่”อวี้ซิงฝานพยักหน้า “ใช่ครับ เมื่อวานเธอยังส่งข้อความหาผม บอกว่าสบายดี บอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง...เธอจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อนได้ยังไง”พอฉินหลานได้ยินแบบนั้น ก็โล่งอกขึ้นมาเปราะหนึ่ง เธอถามด้วยความตระหนกว่า “จริงเหรอ”เพียงแต่พอพูดจบ สีหน้าของมั่วหยางและอวี้ซิงฝานก็เปลี่ยนไป เพราะพวกเขานึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมาตอนนั้นเอ
มั่วหยางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “คุณยกโทษให้ลูกแล้วเหรอ”ฉินหลานถอนหายใจแล้วเอ่ยถามว่า “คุณคะ เราเข้มงวดกับสวินสวินเกินไปหรือเปล่า”“ตอนนี้เธอก็รู้จักทำตัวเป็นเด็กดีแล้ว ต่อไปเรากลับมารักแก แล้วค่อย ๆ อบรมสั่งสอนเธอด้วยเหตุผลกันเถอะนะคะ”มั่วหยางพยักหน้ารับ “ผมตามใจคุณทุกอย่างอยู่แล้ว”อันที่จริงเขาไม่ได้เกลียดมั่วสวินขนาดนั้น เพราะถึงยังไงเค้าโครงหน้าของมั่วสวินก็ถอดแบบมาจากเขาถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เห็นหน้าเธอทีไร เขาก็เหมือนได้เห็นตัวเองในสมัยหนุ่ม ๆหากไม่ใช่เพราะลูกทำให้เขาผิดหวังมากเกินไป เขาคงไม่ทำเมินเฉยใส่เพื่อสั่งสอน และคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาสั่งสอนแบบนั้นหรอกสองสามีภรรยาต่างปรึกษาหารือกันว่าจะชดเชยให้มั่วสวินอย่างไรดีโดยหารู้ไม่ว่าในเวลานี้ มั่วสวินได้ถูกนำร่างเข้าไปเก็บรักษาในแคปซูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลังจากอวี้ซิงฝานเข้ามาในบ้านตระกูลมั่ว เขาก็เริ่มตามหามั่วสวินอย่างบ้าคลั่งทว่าต่อให้เขารื้อค้นจนทั่วทั้งคฤหาสน์ก็ยังไม่พบตัวมั่วสวินเขาโทรศัพท์หาเธอสายแล้วสายเล่า แต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแผ่ซ่านเกาะกุมหั