جميع فصول : الفصل -الفصل 100

187 فصول

บทที่ 89 มังกรตื่นจากมนต์ตรา

หลิวซิงรับคำสั่งก่อนจะเร้นกายหายไปในความมืด มู่หรงเสวี่ยเดินไปที่หน้าต่าง ทอดมองไปยังทิศทางตำหนักทรงงานของสามี"ตงฟางเย่... หากพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ข้าจะได้เห็นหน้าท่าน ข้าก็ขอให้ท่านตื่นจากฝันร้ายนี้เสียที แม้ความจริงจะเจ็บปวดจนท่านต้องหลั่งน้ำตาไปตลอดชีวิตก็ตาม"กระชากหน้ากากกระต่าย ภายในตำหนักคุณหนิงที่เคยรุ่งโรจน์ บัดนี้กลับเงียบเชียบและวังเวง กลิ่นยาสมุนไพรขมปร่าอบอวลไปทั่วห้องบรรทมที่ปิดม่านมิดชิด มู่หรงเสวี่ย นอนทอดกายอยู่บนเตียงหยก ใบหน้าที่เคยผุดผ่องถูกแต่งแต้มด้วยแป้งจนดูซีดขาวประดุจคนใกล้สิ้นลม ลมหายใจของนางแผ่วเบาจนน่าใจหายเมื่อเสียงฝีเท้าเบาๆ กระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามา มู่หรงเสวี่ยแสร้งหลับตาลงพริ้ม หลิวชิงฉือ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าผู้ชนะ นางไม่ได้ก้มหัวสำรวมเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบปิ่นหงส์ทองคำของฮองเฮาขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาละโมบ ฉากการเผยธาตุแท้"ฮองเฮาเพคะ... ทรงตื่นมาทอดพระเนตรผลงานของหม่อมฉันหน่อยเป็นไ
اقرأ المزيد

บทที่ 90 การลงทัณฑ์จิ้งจอกในคราบกระต่าย

นางเดินเลี่ยงผ่านพระองค์ไป ราวกับว่าบุรุษตรงหน้าไม่มีความหมายต่อหัวใจนางอีกต่อไป ทิ้งให้ตงฟางเย่ยืนอ้างว้างท่ามกลางซากปรักหักพังของความเชื่อใจที่พระองค์เป็นคนทำลายมันเองกับมือบรรยากาศภายในห้องบรรทมตำหนักคุณหนิงพลันเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก ม่านมุกสีทองที่เคยบดบังร่างของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินถูกกระชากออกอย่างแรงจนหยาดมุกกระเด็นกระจายเกลื่อนพื้น ตงฟางเย่ ก้าวออกมาจากหลังม่านด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าสั่นเทา พระพักตร์ของพระองค์แดงก่ำด้วยโทสะที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยด้วยฤทธิ์ยาบัดนี้กลับมาวาวโรจน์และคมปลาบดุจเดิมสมุนไพร "สยบฝัน" ที่มู่หรงเสวี่ยแอบผสมลงในน้ำชาให้พระองค์เสวยก่อนหน้านี้ กำลังทำหน้าที่ชะล้างม่านหมอกพิษออกไปจากสติสัมปชัญญะ ความจริงที่ได้รับรู้เมื่อครู่ประดุจสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจมังกรการลงทัณฑ์จิ้งจอกในคราบกระต่ายหลิวชิงฉือเบิกตากว้าง ร่างที่เคยนวยนาดกลับทรุดลงกับพื้นประดุจถูกตัดเส้นเอ็น นางมองสลับระหว่างฮองเฮาที่ยืนตระหง่านกับฮ่องเต้ที่กำลังก้าวเข้ามาหาด้วยรังสีสังหาร
اقرأ المزيد

บทที่ 91 ทำลายอีกหนึ่งขวากหนาม

เสียงโห่ร้องของกองทัพกึกก้องไปทั่วทุ่งหญ้านอกประตูเมืองหลวง ควันไฟจากค่ายทหารกบฏตระกูลหลิวที่ถูกตีแตกพ่ายยังคงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามรุ่งอรุณ แสงอาทิตย์แรกของวันฉาบไล้ลงบนชุดเกราะเงินที่เปื้อนคราบโลหิตของ มู่หรงเสวี่ย นางประทับยืนอยู่อย่างองอาจท่ามกลางสายลมที่พัดโบกสะบัดชายผ้าคลุมสีแดงเพลิง ในหัตถ์ยังคงถือดาบยาวที่ผ่านศึกหนักมาตลอดทั้งคืนข้างกายของนางคือ ตงฟางเย่ ในชุดเกราะมังกรทองที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน พระองค์ทอดพระเนตรมองสตรีที่เคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าคมดาบศัตรูมาด้วยกัน ภาพของนางที่กวัดแกว่งดาบปกป้องแผ่นดินและปกป้อง "หลัง" ของพระองค์ในยามคับขัน ทำให้ม่านหมอกแห่งความเขลาในใจมังกรสลายไปจนสิ้นการสยบกบฏและการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ เมื่อทหารกบฏกลุ่มสุดท้ายถูกสยบลง และขุนนางตระกูลหลิวถูกคุมตัวเข้าสู่รถนักโทษ ความเงียบสงัดพลันปกคลุมทั่วบริเวณกองทัพนับหมื่น ตงฟางเย่ทรงทอดพระเนตรมองเหล่าขุนศึกและพลทหารที่บัดนี้ต่างก้มกราบฮองเฮามู่หรงเสวี่ยด้วยความเลื่อมใสยิ่งกว่าผู้ใดในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางสายตาของกองทัพแ
اقرأ المزيد

บทที่ 92 สมรภูมิบทใหม่

หมอกยามเช้ายังคงปกคลุมเหนือยอดหลังคาสีทองของพระราชวังหลวงต้าตง เสียงกวาดลานหินอ่อนของเหล่านางกำนัลและขันทีดังแว่วมาเป็นจังหวะ ราวกับจะพยายามลบเลือนร่องรอยแห่งความวุ่นวายที่เพิ่งผ่านพ้นไป ศึกตระกูลหลิวทิ้งบาดแผลไว้ในทุกอณูของกำแพงวัง ทว่าสิ่งที่ฟื้นตัวได้ยากที่สุดกลับมิใช่ความเสียหายของอิฐปูน แต่เป็นความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนระหว่าง "มังกร" และ "หงส์"ภายในตำหนักโถงใหญ่ แสงอาทิตย์ที่เริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก เผยให้เห็นร่างของ มู่หรงเสวี่ย ในฉลองพระองค์สีแดงเข้มที่เรียบง่ายทว่าทรงอำนาจ นางยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่าง ทอดมองออกไปไกลยังทิศทางของโรงซักล้างที่นางเคยต้องตกระกำลำบาก สถานที่ที่หล่อหลอมให้นางไม่ใช่เพียงสตรีที่รอความรัก แต่เป็นผู้ที่พร้อมจะกุมชะตาชีวิตด้วยตนเองเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นทว่ามีความเกรงอกเกรงใจดังขึ้นด้านหลัง นางไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร"เสวี่ยเอ๋อ..." เสียงของ ตงฟางเย่ ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดที่ยังคงเจือจางอยู่ในน้ำเสียงมู่หรงเสวี่ยหมุนกายกลับมา ยอบกายถวายบังคมอย่างอ่อนช้อยทว่ามีระย
اقرأ المزيد

บทที่ 93 การปรากฎตัวของอ๋องเจ็ด ตงฟางอี้

นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายอาภรณ์สีแดงเพลิงสยายปีกดูคล้ายหงส์ที่กำลังจะพุ่งทะยาน "ท่านบอกว่าสตรีบริหารคือความเสี่ยง แต่สำหรับหม่อมฉัน... ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการปล่อยให้แผ่นดินตกอยู่ในมือของขุนนางที่รู้จักเพียงการรักษากฎเกณฑ์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ทว่ากลับเมินเฉยต่อหยาดน้ำตาของราษฎร!""ฮองเฮา! ทรงกล่าวแรงเกินไปแล้ว!" เสนาบดีหวังโต้กลับเสียงสั่น "กระหม่อมเพียงหวังดีต่อราชวงศ์!""หากหวังดีจริง ท่านย่อมต้องรู้ว่าศึกครั้งนี้สอนอะไรเรา" ตงฟางเย่ตัดบทเสียงเฉียบขาด พระองค์หยิบตราประทับหยกขึ้นมาชูต่อหน้าทุกคน "ข้าไม่ได้มอบอำนาจให้นางเพราะนางคือเมียของข้า แต่ข้ามอบให้เพราะนางคือ 'ขุนพล' ที่เก่งกาจที่สุดที่ข้ามี และคือ 'หูตา' ที่ข้าเชื่อใจที่สุด นับแต่นี้ไป งานบริหารการคลังบางส่วนและสิทธิ์การเคลื่อนทัพพยัคฆ์ขาวจะขึ้นตรงต่อฮองเฮา ใครคัดค้าน... ก็เท่ากับคัดค้านการตัดสินใจของมังกร!"ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงทันที ขุนนางเก่าแก่มองหน้ากันด้วยความไม่พอใจ ทว่าไม่มีใครกล้าปริปากพูดต่อหน้าโทสะของฮ่องเต้ที่เพิ่งผ่านศึกสงครามมาหลังม่านมุก คำเตือนจากอดีต
اقرأ المزيد

บทที่ 94 มังกรผู้สงบและหงส์ผู้ตื่นรู้

การพบกันที่หน้าพระลาน มังกรผู้สงบและหงส์ผู้ตื่นรู้ที่หน้าพระลานหลวง ตงฟางเย่และมู่หรงเสวี่ยประทับยืนรอรับการกลับมาของอ๋องเจ็ด ท่ามกลางเหล่าขุนนางที่พากันมาชะเง้อคอมองด้วยความคาดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มของเสนาบดีหวังที่นัยน์ตาเป็นประกายประหลาดเมื่อตงฟางอวี้เดินมาถึงเบื้องหน้าบัลลังก์ เขาหาได้แสดงท่าทีโอหังอย่างอ๋องผู้มีบารมีไม่ ทว่าเขากลับทรุดกายลงคุกเข่าหมอบกราบอย่างเต็มรูปแบบตามธรรมเนียมโบราณที่หาได้ยากในปัจจุบัน"กระหม่อม ตงฟางอวี้ ถวายบังคมฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีพะย่ะค่ะ" เสียงของเขานุ่มนวลและกังวานใส ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกเลื่อมใสตงฟางเย่รีบก้าวลงจากแท่นประทับไปประคองอนุชาขึ้นด้วยพระทัยที่เบิกบาน "อาเจ็ด! เจ้ากลับมาเสียที ลุกขึ้นเถิด พี่น้องคนนึง เหตุใดต้องมากพิธีถึงเพียงนี้""มิได้พะย่ะค่ะฝ่าบาท จารีตต้องมาก่อนฐานะพี่น้อง แผ่นดินเพิ่งผ่านพ้นวิกฤต กระหม่อมในฐานะข้าบาทบริพารยิ่งต้องรักษาระเบียบแบบแผนเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ขุนนางทั้งปวงพะย่ะค่ะ" ตงฟางอวี้เอ่ยพลางยิ้มอย่างละมุน ก่อนจะหันไปทางมู่หรงเสวี่ยและยอบกายลงอย่างนอบน้
اقرأ المزيد

บทที่ 95 ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว

ความนิ่งที่สยบความเคลื่อนไหวในขณะเดียวกัน ภายในตำหนักพักของอ๋องเจ็ด เสนาบดีหวังได้ลอบเข้ามาเข้าพบยามวิกาล"ท่านอ๋องพะย่ะค่ะ วันนี้พระองค์ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ฮ่องเต้ทรงเริ่มลังเลใจเรื่องนโยบายของฮองเฮาแล้ว" เสนาบดีหวังกล่าวด้วยความลำพองตงฟางอวี้ที่บัดนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มซื่อๆ บนใบหน้า เขานั่งนิ่งอยู่หน้ากระดานหมากรุก นิ้วเรียวยาวหยิบหมากสีดำขึ้นมาวางลงในจุดยุทธศาสตร์อย่างใจเย็น"เสนาบดีหวัง..." เสียงของเขาบัดนี้เย็นเยียบและทรงอำนาจผิดกับตอนกลางวัน "การจะเด็ดปีกหงส์ มิใช่การใช้แรงดึง แต่คือการทำให้กรงที่นางอยู่นั้น 'แคบลง' จนพัดปีกมิได้เองต่างหาก ฮองเฮามู่หรงเสวี่ยเก่งกาจและเด็ดเดี่ยว แต่นั่นแหละคือจุดอ่อนของนาง ความเด็ดเดี่ยวจะกลายเป็นความโดดเดี่ยวในไม่ช้า"เขามองดูหมากบนกระดานแล้วยิ้มที่มุมปาก "เราจะเริ่มจากการ 'ขอนำเสด็จเสด็จแม่ (พระพันปีหลวง)' กลับมายังวังหลวง แผ่นดินที่มีฮองเฮาเก่งเกินไป ย่อมต้องการ 'ผู้อาวุโส' มาคอยสั่งสอนจริยธรรม... ถึงเวลานั้น ข้าอยากรู้นักว่าปีกแดงเพลิงของนางจะทนความหนาวเย็นของกฎกตัญญูได้นานเพียงใด"ตงฟา
اقرأ المزيد

บทที่ 96 คำเตือนจากงูพิษในคราบนักบุญ

"กบฏตระกูลหลิวจบไปแล้ว!" ซูไท่เฮาตบโต๊ะเบาๆ "ตอนนี้แผ่นดินต้องการระเบียบ มิใช่เพลิงสงคราม ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามอบอำนาจบริหารงานฝ่ายหน้าบางส่วนให้ฮองเฮา? เรื่องนี้ขัดต่อประเพณีบรรพชนอย่างร้ายแรง อ๋องเจ็ดบอกข้าว่าขุนนางต่างพากันอึดอัดใจแต่ไม่กล้าพูด เพราะกลัว 'อำนาจทหาร' ของนาง"มู่หรงเสวี่ยขยับจอกชาในมืออย่างใจเย็น "ทูลพระพันปี การบริหารงานของหม่อมฉันเน้นความโปร่งใสและผลประโยชน์ของราษฎร หากขุนนางคนใดอึดอัดใจ ย่อมหมายความว่าผลประโยชน์มืดของพวกเขาถูกขัดขวางเพคะ""เจ้าช่างฝีปากกล้านัก มู่หรงเสวี่ย!" ซูไท่เฮาจ้องหน้า "ความกตัญญูคือรากฐานของแผ่นดิน ข้ากลับมาคราวนี้ ในฐานะแม่ของแผ่นดิน ข้าขอสั่งให้เจ้าส่งมอบ 'ตราประทับบริหารงานฝ่ายใน' คืนมาให้ข้าดูแล เพื่อให้เจ้ามีเวลาไปทบทวนหน้าที่ 'ภรรยาที่ดี' และ 'ลูกสะใภ้ที่กตัญญู' เสียบ้าง"มู่หรงเสวี่ยเหลือบมองอ๋องเจ็ดที่นั่งนิ่งเป็นรูปสลักอมยิ้มบางๆ อยู่ด้านข้าง นางรู้ทันทีว่านี่คือแผนการ 'เด็ดปีกหงส์' โดยใช้จริยธรรมมากดขี่อำนาจ"ตราประทับฝ่ายใน หม่อมฉันยินดีส่งมอบให้เพคะ" มู่หรงเสวี่ยตอบอย่างประนีประนอมในขั้นแรก "ทว่างานบร
اقرأ المزيد

บทที่ 97 แผนซ้อนแผน หงส์ซ่อนเขี้ยว

การส่งมอบตราประทับ ศักดิ์ศรีที่ถูกท้าทายภายในห้องโถงกลางของตำหนักคุณหนิง มู่หรงเสวี่ยประทับนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างาม เบื้องหน้าของนางคือขบวนขันทีจากตำหนักพระพันปีที่ยืนรอรับ "ตราประทับบริหารงานฝ่ายใน" ด้วยท่าทีที่จองหองเกินหน้าที่ซูไท่เฮา เสด็จมาด้วยพระองค์เองในฉลองพระองค์สีเหลืองเข้มปักลายเมฆมงคล แววตาของพระนางจับจ้องไปที่หีบไม้จันทน์หอมบนโต๊ะ ซึ่งบรรจุตราหยกแกะสลักรูปหงส์สยายปีก—อำนาจสูงสุดในการควบคุมนางกำนัล ขันที และงบประมาณทั้งหมดของวังหลัง"ฮองเฮา... เจ้าคงเข้าใจเจตนาของข้า" ซูไท่เฮาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง "เจ้าทรงงานหนักเพื่อแผ่นดินเคียงข้างฮ่องเต้มามากพอแล้ว เรื่องเล็กน้อยในครัวเรือนเช่นการจัดสรรเบี้ยหวัด การเลือกนางกำนัล หรือการจัดงานเลี้ยงตามฤดูกาล ให้คนแก่อย่างข้าช่วยจัดการเถิด เจ้าจะได้มีเวลาไปปรนนิบัติฝ่าบาทให้สมกับหน้าที่ภรรยาที่ดี"มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืนช้าๆ ปลายนิ้วของนางสัมผัสผิวเย็นเยียบของหีบไม้ "ทูลพระพันปี... หน้าที่ดูแลวังหลังมิใช่ภาระสำหรับหม่อมฉัน แต่มันคือปราการด่านแรกที่จะคัด
اقرأ المزيد

บทที่ 98 ความพ่ายแพ้จอมปลอม

ความพ่ายแพ้จอมปลอมวันต่อมา มู่หรงเสวี่ยเข้าเฝ้า ตงฟางเย่ ด้วยท่าทีที่เศร้าสร้อยและอ่อนล้า นางไม่ได้บ่นหรือตัดพ้อเรื่องตราประทับแม้แต่คำเดียว กลับกัน นางแสดงความเห็นใจพระพันปีที่ต้องเหนื่อยแรงดูแลราชกิจฝ่ายใน"เสวี่ยเอ๋อร์... เจ้าไม่โกรธข้าหรือที่ข้าไม่ได้ห้ามเสด็จแม่?" ตงฟางเย่ถามด้วยความกังวลมู่หรงเสวี่ยคุกเข่าลงเคียงข้างบัลลังก์พลางกุมหัตถ์พระองค์ไว้ "หม่อมฉันจะโกรธได้อย่างไรเพคะ พระพันปีทรงหวังดีต่อสุขภาพของหม่อมฉัน หม่อมฉันเพียงแต่เป็นห่วงว่างานในวังหลังซับซ้อนนัก หากพระองค์ทรงเหนื่อยล้าไป หม่อมฉันคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต"ตงฟางเย่ที่เห็นความใจกว้างของฮองเฮา ก็ยิ่งรู้สึกรักและไว้วางใจนางมากขึ้น "เจ้าช่างแสนดีนัก... ข้าสัญญาว่าอำนาจฝ่ายนอกที่ข้ามอบให้เจ้า ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด"มู่หรงเสวี่ยก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะก้าวเล็กๆ ของนางภายใต้ภาพลักษณ์ "หงส์ที่ยอมจำนน" มู่หรงเสวี่ยเริ่มถักทอตาข่ายอย่างใจเย็น นางยอมเสียสละอำนาจเล็กๆ ในวังหลัง เพื่อรักษาอำนาจใหญ่ในราชสำนัก และที่สำคัญที
اقرأ المزيد
السابق
1
...
89101112
...
19
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status