หลิวซิงรับคำสั่งก่อนจะเร้นกายหายไปในความมืด มู่หรงเสวี่ยเดินไปที่หน้าต่าง ทอดมองไปยังทิศทางตำหนักทรงงานของสามี"ตงฟางเย่... หากพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ข้าจะได้เห็นหน้าท่าน ข้าก็ขอให้ท่านตื่นจากฝันร้ายนี้เสียที แม้ความจริงจะเจ็บปวดจนท่านต้องหลั่งน้ำตาไปตลอดชีวิตก็ตาม"กระชากหน้ากากกระต่าย ภายในตำหนักคุณหนิงที่เคยรุ่งโรจน์ บัดนี้กลับเงียบเชียบและวังเวง กลิ่นยาสมุนไพรขมปร่าอบอวลไปทั่วห้องบรรทมที่ปิดม่านมิดชิด มู่หรงเสวี่ย นอนทอดกายอยู่บนเตียงหยก ใบหน้าที่เคยผุดผ่องถูกแต่งแต้มด้วยแป้งจนดูซีดขาวประดุจคนใกล้สิ้นลม ลมหายใจของนางแผ่วเบาจนน่าใจหายเมื่อเสียงฝีเท้าเบาๆ กระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามา มู่หรงเสวี่ยแสร้งหลับตาลงพริ้ม หลิวชิงฉือ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าผู้ชนะ นางไม่ได้ก้มหัวสำรวมเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบปิ่นหงส์ทองคำของฮองเฮาขึ้นมาพิจารณาด้วยสายตาละโมบ ฉากการเผยธาตุแท้"ฮองเฮาเพคะ... ทรงตื่นมาทอดพระเนตรผลงานของหม่อมฉันหน่อยเป็นไ
اقرأ المزيد