All Chapters of นางหงส์เหนือบัลลังก์: Chapter 111 - Chapter 120

187 Chapters

บทที่ 109 หัวใจที่แหลกสลายใต้เกราะเหล็ก

ณ ศาลาอุทยาน พายุในใจมังกร"ฝ่าบาท..." ลู่เอ๋อเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางยื่นนกกระดาษที่พับเสร็จแล้วถวาย "หม่อมฉันเห็นพระองค์ทรงขมวดพระขนองอยู่ครู่ใหญ่ จึงหวังว่านกตัวน้อยนี้จะช่วยนำพาความกังวลของพระองค์ให้บินหายไปกับสายลมบ้างเพคะ"ตงฟางเย่รับนกตัวนั้นมา ปลายนิ้วสัมผัสกับมือนุ่มของนาง พระองค์รู้สึกใจสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน "เจ้าช่างเหมือน... เหมือนนางเหลือเกิน ลู่เอ๋อร์ ทั้งนิสัยใจคอและการพูดจา เจ้าทำให้ข้านึกถึงวันที่ข้ายังเป็นเพียงองค์ชายที่ไม่มีภาระใดๆ และนางก็เป็นเพียงบุตรีแม่ทัพที่ร่าเริงที่สุดในใต้หล้า"ลู่เอ๋อร์ช้อนสายตาขึ้นมองด้วยแววตาใสซื่อประดุจลูกกวาง "ฮองเฮาทรงเก่งกาจและน่านับถือนักเพคะ หม่อมฉันมิอาจบังอาจไปเทียบเคียงพระนางได้ เพียงแต่... บางครั้งหม่อมฉันก็แอบคิดว่า พระนางที่ทรงกุมดาบปกป้องแผ่นดินอย่างเคร่งครัดนั้น คงจะหลงลืมวิธี 'พับนก' เช่นนี้ไปเสียแล้วกระมังเพคะ"คำพูดนั้นเรียบง่ายทว่าปักลงกลางใจ ตงฟางเย่ทรงถอนปัสสาวะยาว "นางเปลี่ยนไปมาก ลู่เอ๋อร์... ยามข้ามองหน้านางในท้องพระโรง ข้าเห็นเพียง
Read more

บทที่ 110 กำแพงใจที่แข็งแกร่ง

มู่หรงเสวี่ยหยิบปิ่นหยกที่ตงฟางเย่เคยประทานให้เมื่อปีก่อนขึ้นมามอง "เขาไม่ได้รักหยางลู่เอ๋อร์หรอกหลิวซิง... เขาเพียงแค่รัก 'ความทรงจำ' เกี่ยวกับตัวข้าที่เขาสร้างขึ้นมาเอง และนางก็แค่ทำตัวเป็นกระจกสะท้อนภาพนั้น"นางกำปิ่นในมือแน่นจนปลายแหลมทิ่มแทงฝ่ามือ "แต่เขาโง่เขลาเหลือเกิน... เขาหารู้ไม่ว่ากระจกบานนั้นมันถูกฉาบไว้ด้วยยาพิษ วันใดที่เขาก้าวเข้าไปกอดมัน วันนั้นร่างของเขาก็จะถูกกัดกร่อนจนไม่เหลือซาก"มู่หรงเสวี่ยเชิดหน้าขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวปลาบดุจเดิม "ในเมื่อเขาเลือกที่จะอยู่กับฝันหวาน ข้าก็จะระวังภัยให้เขาในโลกแห่งความเป็นจริงเอง... แม้ว่าวันหนึ่งเขาจะเกลียดข้าเพียงใดก็ตาม!" พายุฤดูร้อนพัดผ่านวังหลวงทิ้งไว้เพียงความชื้นแฉะและกลิ่นดินที่อบอวลไปทั่ว ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักคุณหนิงกลับแห้งแล้งและหนาวเหน็บอย่างประหลาด มู่หรงเสวี่ย ประทับนั่งอยู่เบื้องหลังม่านมุกที่ส่องประกายวาววับ นางไม่ได้สวมเกราะเหล็กอย่างเช่นทุกวัน แต่กลับสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลายหงส์ร
Read more

บทที่ 111 การไต่สวนกลางความตาย

เงามืดใต้แสงโคม แผนร้ายที่เริ่มผลิบานในขณะที่ความสัมพันธ์ของมังกรและหงส์มาถึงจุดเยือกแข็ง อ๋องเจ็ดกลับใช้โอกาสนี้แทรกซึมขุนนางกรมโยธา เขาจัดสรรงบประมาณซ่อมเขื่อนที่มู่หรงเสวี่ย "ทิ้งไว้" อย่างรวดเร็ว แต่เป็นการใช้หินและทรายที่ด้อยคุณภาพเพื่อยักยอกเงินเข้าคลังส่วนตัว"อาซวง..." อ๋องเจ็ดเอ่ยกับสายลับสาว "ไปบอกหยางไฉ่เหริน ให้เตรียมตัว... เมื่อเขื่อนถล่มลงมาในหน้าฝนนี้ เราจะป้ายสีว่ามันคือความผิดพลาดของแผนผังที่มู่หรงเสวี่ยเขียนไว้แต่แรก ฮองเฮาที่ 'เย็นชา' จะกลายเป็นฮองเฮาที่ 'อำมหิต' ในสายตาประชาราษฎร์"อาซวงยิ้มรับ "เพคะท่านอ๋อง ตอนนี้ขุนนางเริ่มพากันเรียกพระนางว่า 'นางมารผมขาว' (เปรียบเปรยความใจดำ) กันถ้วนหน้าแล้วเพคะ ความนิ่งเฉยของพระนางคืออาวุธที่กลับมาทิ่มแทงพระนางเองจริงๆ" ความโดดเดี่ยวของพญาหงส์ คืนนั้น มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่ที่ระเบียง ทอดมองไปยังทิศตะวันออกที่เมฆฝนกำลังรวมตัว นางรู้ดีว่าเขื่อนที่อ๋องเจ็ดสั่งซ่อมนั้นไม่มีทางทนแรงน้ำได้ และนางรู้ดีว่านางกำลังถูกตราหน้าว่าเป็นค
Read more

บทที่ 112  คำสารภาพของนกต่อ

เล่ห์เหลี่ยมของงูพิษอ๋องเจ็ดก้าวออกมาเบื้องหน้า ยอบกายลงอย่างเศร้าสร้อย "ฮองเฮาพะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากจะเชื่อในความบริสุทธิ์ของพระนาง ทว่าหมอหลวงที่ตรวจสอบพบว่าพิษนี้ซึมลึกเข้าไปใน 'เนื้อใน' ของห่วงเงิน มิใช่เพียงการป้ายภายนอก นั่นหมายความว่าพิษถูกผสมลงไปในขณะที่ 'หลอม' เครื่องประดับพะย่ะค่ะ... และโรงหลอมนั้น ก็อยู่ในเขตพื้นที่ส่วนตัวของตระกูลมู่หรงที่ท่านหลิวซิงดูแลอยู่ มิใช่หรือพะย่ะค่ะ?""ท่านอ๋องเจ็ดช่างรอบรู้นัก" มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้ม "ท่านรู้แม้กระทั่งกระบวนการหลอมเงินของตระกูลข้า ทั้งที่ท่านเพิ่งกลับมาจากหัวเมืองใต้ไม่นาน... หรือว่าท่านจะเคย 'แอบส่งคน' เข้าไปในโรงหลอมของข้ามานานแล้วเพคะ?""กระหม่อมเพียงแต่พูดตามหลักฐาน!" อ๋องเจ็ดรีบทูลตงฟางเย่ "ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ ยามนี้คนในวังขวัญหนีดีฝ่อกันหมดแล้ว หากมิมีมาตรการเด็ดขาด เห็นทีโรคร้ายนี้จะคร่าชีวิตแม้กระทั่งพระองค์เอง... กระหม่อมเห็นควรให้ 'ปิดตาย' ตำหนักคุณหนิงและกักตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องไปสอบสวนพะย่ะค่ะ!""ไม่เพคะ!" มู่หรงเสวี่ยขัดขึ้นด้วยเสียงอันดัง "หากปิดตำหนักคุณหนิงตอนนี้ ใครจะเป็นค
Read more

บทที่ 113 คมปัญญาปะทะเล่ห์เหลี่ยม

"ฝ่าบาท! หม่อมฉันพบยาทิพย์ ที่อ๋องเจ็ดกำลังเตรียมจะอัญเชิญมาแล้วเพคะ!" มู่หรงเสวี่ยวางถ้วยยาลงอย่างแรง "ยาแก้พิษรากเลือดนก ที่ซ่อนอยู่ในตำหนักท่านอ๋องเจ็ด... ช่างบังเอิญนักที่ท่านอ๋องเจ็ดมีวิธีรักษาโรคร้ายที่แม้แต่หมอหลวงยังมืดแปดด้าน!"อ๋องเจ็ดหน้าซีดเผือดประดุจกระดาษ "ฮองเฮา... ท่าน... ท่านแอบอ้างสิ่งใด!""หม่อมฉันไม่ได้แอบอ้าง" มู่หรงเสวี่ยหันไปทางตงฟางเย่ที่กำลังอึ้ง "ฝ่าบาทเพคะ พิษอยู่ในแหล่งน้ำ และยาแก้อยู่นี่... หากพระองค์มิเชื่อ หม่อมฉันจะดื่มน้ำจากสระน้ำที่ปนเปื้อนให้พระองค์ดูเดี๋ยวนี้ และจะรักษาตนเองด้วยยานี้ให้พระองค์เห็น!""เสวี่ยเอ๋อร์ อย่า!" ตงฟางเย่ร้องห้ามด้วยความตกใจ เมื่อมู่หรงเสวี่ยยกน้ำปนเปื้อนขึ้นดื่มอย่างไม่ลังเลเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง มู่หรงเสวี่ยเริ่มมีอาการสั่นเทา ทว่านางรีบดื่มยาแก้พิษตามลงไป เพียงไม่กี่อึดใจ อาการที่เคยแสดงท่าทีว่าจะรุนแรงกลับสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ แววตาของนางกลับมาแจ่มใสและแข็งแกร่งดังเดิมมู่หรงเสวี่ยจ้องมองอ๋องเจ็ดด้วยแววตาของผู้พิพากษา "ท่านอ๋อง... ท่านอยากเป็นฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตราษ
Read more

บทที่ 114 แผนผังเงามืดและความเจ็บปวด

"หม่อมฉันมิได้กล่าวเช่นนั้นเพคะ" มู่หรงเสวี่ยเดินเข้าไปใกล้พลางส่งกล่องไม้เล็กๆ ให้ "เพียงแต่... หม่อมฉันพบว่าหญ้าน้ำค้างดำชนิดนี้ มักถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมใน 'ยาอายุวัฒนะ' ที่นิยมกันในหมู่สตรีสูงศักดิ์สมัยก่อน เพื่อคงความงามและพละกำลัง... ทว่ามันมีฤทธิ์ข้างเคียงคือหากผู้ใช้หยุดกินกะทันหัน จะเกิดอาการคลุ้มคลั่งและเส้นเลือดแตกซ่านเพคะ"มู่หรงเสวี่ยเปิดกล่องออก เผยให้เห็นก้อนเทียนไขสีดำสนิทที่มีกลิ่นหอมประหลาด "สิ่งนี้ถูกพบในห้องลับใต้ดินของตำหนักที่พระพันปีเคยประทับก่อนถูกเนรเทศ... ช่างบังเอิญนักที่มันคือ 'ยาเสพติด' ชนิดเดียวกับที่สำนักบรรพตทมิฬปรุงขึ้นเพคะ" การเผชิญหน้าท่ามกลางความเงียบสงครามประสาทซูไท่เฮาจ้องมองก้อนเทียนไขนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเรียบเฉยเป็นความอำมหิตที่ปิดไม่มิด "มู่หรงเสวี่ย... เจ้ากำลังขุดคุ้ยหลุมศพของอดีตเพื่อมาฝังตัวเองอยู่รู้ตัวหรือไม่? ความลับบางอย่างในวังนี้ แม้แต่ฮ่องเต้ก็มิควรทราบ หากเจ้ายังดึงดันจะเปิดโปงท
Read more

บทที่ 115 การเผชิญหน้าท่ามกลางเพลิงแค้น

การเผชิญหน้าท่ามกลางเพลิงแค้น ในจังหวะนั้นเอง ตงฟางเย่ เสด็จมาถึงพร้อมกับ อ๋องเจ็ด และ หยางลู่เอ๋อ ที่ทำหน้าตื่นตระหนกประดุจคนขวัญอ่อน"เกิดอะไรขึ้นกับหมิงเอ๋อ!" ตงฟางเย่ถามด้วยเสียงอันดัง แต่เมื่อพระองค์เห็นสภาพโอรสที่กำลังคลุ้มคลั่ง พระองค์กลับก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัวลึกๆ"หมิงเอ๋อร์ถูกวางยาเพคะ!" มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน ดวงตาที่เคยนิ่งสงบบัดนี้วาวโรจน์ด้วยรังสีสังหาร นางเดินตรงเข้าไปหาหยางลู่เอ๋อร์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังอ๋องเจ็ด "เจ้า! เจ้าเอาขนมกุ้ยฮวามาให้หมิงเอ๋อร์เมื่อเย็นนี้ใช่ไหม!"หยางลู่เอ๋อร์ทรุดตัวลงคุกเข่าทันที สะอื้นไห้จนตัวโยน "ฮองเฮาเพคะ... หม่อมฉันเพียงแต่หวังดี เห็นองค์ชายทรงโปรดขนมหวาน จึงนำมาถวายด้วยความบริสุทธิ์ใจ หม่อมฉันจะกล้าทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของฝ่าบาทได้อย่างไรเพคะ!""หุบปาก!" มู่หรงเสวี่ยตบหน้าหยางลู่เอ๋อร์จนล้มคว่ำ "เจ้ามันนางงูพิษ! อ๋องเจ็ด... ท่านช่างอำมหิตนักที่กล้าลงมือกับเด็กเพียงสามขวบ!""ฮองเฮา ทรงใจเย็นก่อนพะย่ะค่ะ" อ๋องเจ็ดเอ่ยน้ำเสียงนุ่
Read more

บทที่ 116 การปะทะคารมระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้

รอยร้าวที่มิอาจประสาน รุ่งเช้า หลังจากที่องค์ชายหมิงได้รับยาแก้พิษ อาการพุพองและอาการคลุ้มคลั่งก็เริ่มสงบลง ทว่าสติของพระองค์ยังคงเลอะเลือน ทรงจำมารดาของตนเองไม่ได้ ทรงมองมู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาหวาดกลัวและเรียกหาแต่ "พี่สาวลู่เอ๋อร์" ที่คอยมาป้อนน้ำหวานให้ตลอดคืนตงฟางเย่เดินเข้ามาดูอาการ ทอดมองมู่หรงเสวี่ยที่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ข้างเตียง"เขาปลอดภัยแล้ว... เจ้าพอใจหรือยังที่ก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่ววังเพียงเพื่อจะเอายาตัวเดียว?" ตงฟางเย่กล่าวอย่างเย็นชา "เจ้าทำให้เสด็จแม่ขวัญเสีย และทำให้ข้าละอายใจต่อขุนนางนัก"มู่หรงเสวี่ยไม่ได้เงยหน้ามองสามี นางเพียงแต่ลูบศีรษะลูกชายที่หลับไปอย่างแผ่วเบา "ความละอายของพระองค์... สำคัญกว่าชีวิตลูกงั้นหรือเพคะ?"นางหันมาสบตาตงฟางเย่ เป็นแววตาที่ไร้ซึ่งความรักความผูกพันเหลืออยู่แม้เพียงธุลี "จากนี้ไป หม่อมฉันจะไม่ขอร้องอะไรจากพระองค์อีก... และโปรดจำไว้เถิดเพคะ ว่ายามที่พระองค์ปล่อยให้คนอื่นมาทำร้ายลูกของเรา วันนั้นพระองค์ก็ได้สูญเสียสิทธิ์ในการเป็นพ่
Read more

บทที่ 117 พิษคำคนร้ายกว่าพิษศาสตรา

"พระองค์คือฆาตกรเพคะ!" มู่หรงเสวี่ยก้าวเข้าไปประชิดจนหน้าเกือบชนกัน "พระองค์จงฟังให้ดี... หม่อมฉันรู้เรื่องหญ้าน้ำค้างดำ รู้เรื่องการติดต่อกับเป่ยหรง และรู้ว่าเงินในกองทุนบริจาคของอ๋องเจ็ดถูกนำไปใช้ทำอะไร หากคืนนี้สติของหมิงเอ๋อร์ไม่กลับคืนมา หม่อมฉันจะนำหลักฐานทั้งหมดไปเผากลางเมืองหลวง ให้ราษฎรทั้งปวงได้เห็นว่า 'แม่ของแผ่นดิน' ที่พวกเขาเคารพ แท้จริงแล้วคือเฒ่าสารเลวที่ขายชาติเพื่ออำนาจ!""เจ้าไม่กล้าหรอก!" ซูไท่เฮาสุรเสียงสั่นด้วยความกลัว "ตงฟางเย่จะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำลายเกียรติของข้า!""งั้นพระองค์ก็ลองดูเพคะ" มู่หรงเสวี่ยแสยะยิ้มที่ดูน่าสยดสยองประดุจยมทูต "ยามนี้ความรักที่หม่อมฉันมีต่อฮ่องเต้มันมอดไหม้ไปพร้อมกับหยาดน้ำตาของลูกชายข้าแล้ว หม่อมฉันไม่มีอะไรต้องเสีย... แต่พระองค์มี มีทั้งชื่อเสียง มีทั้งลูกรักอย่างอ๋องเจ็ด และมีทั้งลมหายใจที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ปี!" ความจริงที่กรีดใจ อ๋องเจ็ดพยายามจะก้าวเข้ามาขวาง ทว่าหลิวซิงตวัดดาบออกจากฝักขวางทางไว้ทันที"ท่านอ๋องเจ็ด... อย่าหาเรื่องใส่ตัวในยามที่ฮองเฮากำลังพิโรธเลยพะย่ะค่ะ"
Read more

บทที่ 118 กรงขังแห่งเกียรติยศ

กับดักแห่งความกตัญญูในขณะนั้นเอง หยางลู่เอ๋อ หรือหยางไฉ่เหริน ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง นางทรุดลงข้างอ๋องเจ็ด ร่างกายสั่นเทาประดุจลูกนกต้องลมฝน"ฝ่าบาท... ฮองเฮาทรงน่ากลัวนักเพคะ!" ลู่เอ๋อร์สะอื้นไห้พลางซบลงที่พระเพลาของตงฟางเย่ "พระนางทรงประกาศกลางตำหนักว่า 'ความรักของฮ่องเต้มันมอดไหม้ไปแล้ว' และทรงบอกว่าพระองค์เป็นเพียงบุรุษขี้ขลาด... หม่อมฉันพยายามจะเข้าไปห้าม แต่พระนางกลับขู่ว่าจะสั่งให้หน่วยพยัคฆ์ขาวฆ่าล้างตำหนักฝ่ายในหากใครบังอาจขวางทางอำนาจของพระนางเพคะ!"ตงฟางเย่กำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน ความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อมู่หรงเสวี่ยเริ่มถูกแทนที่ด้วยความโกรธและความระแวง "นางกล้าด่าข้าว่าขี้ขลาดงั้นหรือ? นางกล้าข่มขู่เสด็จแม่ที่ให้กำเนิดข้ามาเชียวหรือ!""พะย่ะค่ะฝ่าบาท" อ๋องเจ็ดรีบทับถม "ยามนี้เหล่าขุนนางหน้าประตูตำหนักโซ่วคังต่างพากันหวาดกลัว พระนางทรงวางอำนาจเหนือจารีต ก้าวร้าวต่อบุพการีซึ่งเป็นบาปหนักที่สุดในใต้หล้า หากพระองค์มิทรงจัดการอย่างเด็ดขาด แผ่นดินจะครหาได้ว่
Read more
PREV
1
...
1011121314
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status