Semua Bab นางหงส์เหนือบัลลังก์: Bab 81 - Bab 90

187 Bab

บทที่ 79 หน้ากากที่พังทลาย

พญาหงส์คืนชีพทว่า ในจังหวะที่แตรเขาสัตว์ส่งสัญญาณการเริ่มพิธี ประตูกลางที่สลักลวดลายมังกรเฟิ่งหวงพลันเปิดออกอย่างแรง ลมหนาววูบหนึ่งพัดผ่านเข้าสู่ลานหลวง พร้อมกับการปรากฏกายของสตรีที่ทุกคนคิดว่า 'นอนรอความตาย'มู่หรงเสวี่ย ก้าวออกมาในชุดฉลองพระองค์สีแดงเพลิงที่ปักด้วยลวดลายมังกรทองอร่ามพาดผ่านช่วงอกไปจนถึงชายกระโปรง ยอดมงกุฎหงส์เหนือเศียรของนางสะท้อนแสงแดดจนดูราวกับนางมีรัศมีเทพธิดาล้อมรอบ นางเดินตัวตรงอย่างมั่นคง ท่วงท่าสง่างามประดุจพญาหงส์ที่เพิ่งผ่านการผลัดขนใหม่ ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหรืออาการประชวรแม่แต่เพียงนิดเดียวข้างกายของนางคือ ตงฟางเย่ ที่ประทับเดินเคียงคู่มาด้วยสีหน้ามั่นใจ พระองค์ทรงกุมมือนางไว้แน่นและทอดพระเนตรมองมเหสีของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวหน้ากากที่พังทลายสนมทั้งสามนางถึงกับหน้าถอดสี ราวกับเห็นวิญญาณปรากฏกายต่อหน้ากลางวันแสกๆ พวกนางต่างลนลานคุกเข่าลงแทบพื้นหินที่เย็นเฉียบ ตัวสั่นระริกด้วยความสับสนและหวาดกลัว"เหตุใดพว
Baca selengkapnya

บทที่ 80 สัญญาณสั่งตาย

คืนสีเลือดใต้แสงโคมบรรยากาศของเทศกาลชมโคมไฟในปีนี้ช่างงดงามราวกับดินแดนในฝัน โคมไฟกระดาษนับหมื่นดวงถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวไปทั่วผืนฟ้าเหนือพระนคร กลิ่นหอมของขนมและเสียงหัวเราะของราษฎรดังระงมไปทุกหย่อมหญ้า ตงฟางเย่ และ มู่หรงเสวี่ย เสด็จออกประทับบนหอคอยสูงเสียดฟ้า เพื่อทอดพระเนตรความรุ่งเรืองของแผ่นดินร่วมกับพสกนิกร แสงไฟสีส้มสาดส่องลงบนฉลองพระองค์ไหมทองของทั้งคู่จนดูสง่างามดุจเทพเซียนคมดาบใต้แสงโคม ท่ามกลางเสียงดนตรีที่รื่นรมย์ สตรีสามนางในชุดหรูหราทว่าเรียบง่ายกว่าปกติค่อยๆ คลานเข่าเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นบน สนมเหม่ย สนมจิง และสนมถิง ผู้ซึ่งเพิ่งพ้นจากการกักบริเวณในตำหนักเย็น สภาพของพวกนางดูซูบเซียวลงเล็กน้อยทว่าสายตาที่ก้มลงต่ำนั้นกลับแฝงไปด้วยบางอย่างที่เยือกเย็นกว่าเดิม"พี่หญิง... วันนี้ช่างงดงามนักนะเพคะ" สนมเหม่ย เอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับสำนึกผิด นางหมอบราบแทบเท้าของมู่หรงเสวี่ย "ขอบพระทัยที่ทรงเมตตาให้พวกหม่อมฉันได้มีโอกาสออกมาร่วมงานสำคัญเช่นนี้"
Baca selengkapnya

บทที่ 81 มังกรออกศึกและรอยร้าวในกองทัพ

มังกรออกศึกและรอยร้าวในกองทัพตงฟางเย่ เมื่อเห็นเมียรักถูกลอบประทุษร้าย โทสะของพระองค์ก็ปะทุขึ้นดุจภูเขาไฟระเบิด พระองค์ชักกระบี่มังกรทองที่สลักลวดลายวิจิตรออกมา บารมีแห่งโอรสสวรรค์แผ่ซ่านจนเหล่านักฆ่าชะงักไปครู่หนึ่ง"ทหาร! อารักขาฮองเฮาและองค์ชาย! ใครเด็ดหัวกบฏได้ ข้าจะตบรางวัลอย่างงาม!" ตงฟางเย่คำรามสั่งการทว่า... สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดกลับเกิดขึ้น เมื่อองครักษ์เสื้อแพรเกือบครึ่งหนึ่งที่ควรจะเป็นกำแพงเหล็ก กลับหันคมดาบเข้าหาพวกเดียวกันเอง พวกเขาเดินข้ามฝั่งไปยืนเคียงข้างกองกำลังกบฏ เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของ สนมเหม่ย และ สนมถิง ดังประสานขึ้นท่ามกลางวงล้อมที่บีบกระชับเข้ามา"ฝ่าบาททรงมองดูให้เต็มตาเถิดเพคะ!" สนมเหม่ยตะโกนพลางกรีดนิ้วชี้มาที่มู่หรงเสวี่ย "แม้แต่ทหารของพระองค์ยังรู้ว่าใครคือ 'กาลกิณี' วันนี้แหละ... ตำแหน่งฮองเฮาจะว่างลง และประวัติศาสตร์จะจารึกชื่อของนางในฐานะกบฏที่ถูกกำจัด!"สถานการณ์หลังชนฝาสถานการณ์คับขันถึงขีดสุด กบฏนับร้อยและทหาร
Baca selengkapnya

บทที่ 82 คำพิพากษาจากพญาหงส์

การกวาดล้างภายใต้แสงโคม"ทหาร! จับกุมกบฏทุกคน! ใครขัดขืน... ฆ่าได้ทันที!" ตงฟางเย่ประกาศกร้าวกึกก้องสถานการณ์พลิกผันภายในพริบตา เหล่ากบฏที่เคยล้อมกรอบกลับกลายเป็นผู้ถูกล่า สนมทั้งสามนางทรุดฮวบลงกับพื้นหินด้วยความสิ้นหวัง พวกนางเพิ่งตระหนักได้ว่า พญาหงส์ที่พวกนางพยายามจะเด็ดปีกนั้น แท้จริงแล้วคือผู้ที่ถือด้ายหมากทุกเส้นไว้ในมือมาโดยตลอด"จบสิ้นกันที... ความทะเยอทะยานที่วางอยู่บนกองเลือดของราษฎร" มู่หรงเสวี่ยหุบพัดเหล็กในมือลงเบาๆ "คืนนี้... พระนครจะสว่างไสวด้วยโคมไฟ แต่ในวังหลวงจะสว่างไสวด้วยแสงแห่งความยุติธรรม!"จุดจบของความริษยาการต่อสู้บนหอคอยสิ้นสุดลงเร็วพอๆ กับเปลวไฟของปะทัดที่มอดดับ คราบเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนโคมไฟกระดาษที่ฉีกขาด กองกำลังกบฏที่เคยเหิมเกริมบัดนี้กลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณหรือไม่ก็ถูกสยบแทบพื้นด้วยคมดาบของหน่วยเงาพยัคฆ์ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสยดสยอง สนมเหม่ย สนมจิง และสนมถิง ถูกทหารองครักษ์กระชากตัวมากองรวมกันกลางลานหินที่เย็นเยียบ พวกนางถูกมัดด้วยเชือกป่านเส
Baca selengkapnya

บทที่ 83 วาจาที่ปลอบประโลม... หรือกับดักที่เยือกเย็น

หลังจากเหตุการณ์คืนสีเลือด ตงฟางเย่สั่งยุบระบบสนมเอกทั้งหมด และประกาศต่อแผ่นดินว่าจะไม่มีสตรีใดเข้าวังหลังอีกต่อไป มู่หรงเสวี่ยไม่ได้เป็นเพียงฮองเฮา แต่คือ 'แม่ทัพฝ่ายใน' ที่ช่วยฮ่องเต้บริหารบ้านเมืองอย่างเป็นทางการใต้แสงเดือนที่กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ตงฟางเย่กุมมือมู่หรงเสวี่ยเดินบนกำแพงเมือง"เสวี่ยเอ๋อ... ข้าเหนื่อยเหลือนักกับสงครามในวังหลวง""พักผ่อนเถิดเพคะฝ่าบาท... ต่อจากนี้ไป หม่อมฉันจะเป็นคนเฝ้าประตูหัวใจพระองค์เอง ไม่ให้ความริษยาใดๆ ย่างกรายเข้ามาได้อีก"เป็นอีกครั้งที่เกิดความวุ่นวายในรั้ววังหลวง ชื่อของมู่หรงเสวี่ยถูกจดจำในฐานะฮองเฮาผู้เดียวที่สยบทั้งศึกในและศึกนอก ด้วยมือที่เคยซักผ้า... แต่แข็งแกร่งปานเหล็กกล้า เป็นทั้งสตรีคู่ใจ และจอมนางผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเรืองอำนาจของพญามังกรหลังจากการรัฐประหารที่ล้มเหลวผ่านพ้นไป บรรยากาศในวังหลังดูเหมือนจะกลับมาเงียบสงบ ทว่ามันคือความสงบก่อนพายุใหญ่จะตั้งเค้าอีกครั้ง เมื่อการคัดเลือกสนมใหม่ (เหม่ยเหริน) สิ้นสุดลง วังหลวงก็ถูกเติมเต็มด้วยบุปผางามหลากสีสันที่ถูกส่งมาจากตระกูลขุนนางที่หว
Baca selengkapnya

บทที่ 84 รอยร้าวใต้แสงจันทร์

 รอยร้าวใต้แสงจันทร์ยามวิกาลอันเงียบสงัดภายในตำหนักทรงอักษร แสงเทียนวูบไหวสะท้อนกับเงาม่านที่สั่นไหวตามแรงลมฤดูใบไม้ร่วง ตงฟางเย่ ประทับนั่งอยู่หน้ากองฎีกาที่ทับถมกันหนาเตอะ พระขนอง (คิ้ว) ขมวดมุ่นด้วยความตึงเครียดจากข้อพิพาทชายแดนที่มู่หรงเสวี่ยเพิ่งนำมาหารือเมื่อตอนพลบค่ำ คำพูดของฮองเฮานั้นถูกต้องแม่นยำ เด็ดขาด และเต็มไปด้วยกลยุทธ์ ทว่ามันกลับหนักอึ้งจนมังกรเช่นเขาเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดุจปุยหิมะก็ดังขึ้นทางด้านข้าง หลิวชิงฉือ ก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดไม้ใบเล็กที่มีชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา นางไม่ได้ประกาศตัวเสียงดังให้ทหารองครักษ์ต้องวุ่นวาย แต่กลับแฝงตัวเข้ามาในความเงียบได้อย่างแนบเนียนมนต์เสน่ห์ในเงามืด นางบรรจงวางชามน้ำแกงรากบัวตุ๋นลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำตาลกรวดและรากบัวช่วยบรรเทากลิ่นหมึกอันฉุนกึก"หม่อมฉันเห็นแสงเทียนในตำหนักยังมิดับลง จึงถือวิสาสะต้มน้ำแกงมาถวายเพคะ" หลิวชิงฉือเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางยอบกายลงอย่างสำรวม "ห
Baca selengkapnya

บทที่ 85 เสน่หาหลอนจิต

กับดักกิ่งหลิว เมื่อมู่หรงเสวี่ยก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะของนาง หลิวชิงฉือแสร้งทำเป็นลนลาน มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบกาน้ำชาที่เพิ่งเดือดจัดด้วยท่าทีสั่นเทา ก่อนจะจงใจปล่อยให้มือกระแทกกับขอบถ้วยจนน้ำชาร้อนจัดสาดรดลงบนหลังมือขาวเนียนของตนเอง"อ๊ะ!" นางอุทานแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด (ที่แฝงไปด้วยการแสดง) ทว่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้นสบตากับมู่หรงเสวี่ยที่เดินมาหยุดตรงหน้า แทนที่จะร้องขอความช่วยเหลือ นางกลับรีบชักมือที่แดงพุพองซ่อนไว้ข้างหลังอาภรณ์สีฟ้าอ่อนทันที ร่างกายของนางสั่นระริกประดุจลูกนกที่หวาดกลัวนักล่ามู่หรงเสวี่ยหยุดกึก คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น นางมองเห็นไอน้ำร้อนที่ยังกรุ่นอยู่บนโต๊ะและท่าทีผิดปกติของสนมใหม่"เจ้าบาดเจ็บ เหตุใดไม่บอกหมอหลวง?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ ทว่ามีอำนาจ นางก้าวเข้าไปหาหมายจะตรวจดูแผล เพราะไม่อยากให้งานเลี้ยงเสียฤกษ์ทว่าหลิวชิงฉือกลับถอยกรูดจนเกือบตกจากม้านั่งหิน ใบหน้าที่เคยอ่อนหวานบัดนี้ซีดเผือด นางก้มหน้าจนชิดอก ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงประดุจว่าการขยับเข้า
Baca selengkapnya

บทที่ 86 พญาหงส์ผู้โดดเดี่ยว

"ตงฟางเย่... บัลลังก์นี้ควรเป็นของข้าแต่แรก" เสียงของนางในฝันดังกึกก้องประดุจสายฟ้าฟาด"ไม่! เสวี่ยเอ๋อร์ อย่าทำข้า!" ตงฟางเย่ตะโกนก้องก่อนจะสะดุ้งพระวรกายตื่นขึ้นมาด้วยความตระหนกสุดขีดการเผชิญหน้าท่ามกลางความคลั่งในจังหวะนั้นเอง มู่หรงเสวี่ยที่ได้รับแจ้งว่าฮ่องเต้ทรงประชวรหนักจนละเมอ รีบเสด็จเข้ามาในห้องบรรทมด้วยความห่วงใย นางตรงเข้าไปที่ข้างพระแท่น พยายามจะเอื้อมหัตถ์ไปซับเหงื่อและปลอบประโลมสามี"ออกไป! เสวี่ยเอ๋อร์ อย่าเข้ามาใกล้ข้า!" ตงฟางเย่ตวาดลั่นพลางปัดมือของนางออกอย่างแรง จนร่างของฮองเฮาเซถลาไปเบื้องหลัง แววตาของพระองค์ที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจราวกับเห็นอสูรกาย"ฝ่าบาท! หม่อมฉันเองเพคะ นี่เสวี่ยเอ๋อร์ของพระองค์เอง!" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ นางพยายามจะก้าวเข้าไปหาอีกครั้งด้วยหัวใจที่แหลกสลาย "พระองค์เพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้นเพคะ ได้โปรดตื่นจากภวังค์เถิด!""ข้าเห็น... ข้าเห็นเจ้าถือดาบ! เจ้าจะฆ่าข้าเพื่อชิงแผ่นดิน!" ตงฟางเย่ขดตัวเข้ากับมุมเตี
Baca selengkapnya

บทที่ 87 ความจริงที่ถูกบดบังด้วยหมอกมารยา

คมมีดที่กรีดลงบนรอยร้าว ตงฟางเย่ทรงชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพในความฝันที่เห็นมู่หรงเสวี่ยถือดาบจ่อคอหอยพลันซ้อนทับขึ้นมาในห้วงคำนึง พระหัตถ์ที่วางบนพนักบัลลังก์สั่นเทาด้วยความโกรธที่ปนไปกับความระแวง"เสวี่ยเอ๋อร์... นางจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร? องค์ชายหมิงยังเยาว์นัก!""นั่นแหละคือแผนการพะย่ะค่ะ!" เสนาบดีหลิวรีบสำทับ "หากองค์ชายหมิงขึ้นครองราชย์ในยามนี้ อำนาจการสำเร็จราชการทั้งหมดจะตกอยู่ในมือของฮองเฮาและแม่ทัพหลิวซิงอย่างสมบูรณ์ พระนางมิต้องการเป็นเพียง 'คู่บัลลังก์' อีกต่อไป ทว่าพระนางปรารถนาจะครองแผ่นดินนี้ในฐานะ 'นางพญา' พะย่ะค่ะ!"เสนาบดีหลิวโน้มตัวลงกราบอีกครั้งพลางเอ่ยประโยคที่เด็ดขาดที่สุด "ฝ่าบาท... ทหารตระกูลมู่หรงภักดีต่อ 'ตราประทับแม่ทัพ' มากกว่าพระราชโองการ หากไม่ริบตราประทับและกุญแจเคลื่อนทัพคืนจากพระนางในตอนนี้ เห็นทีบัลลังก์มังกรจะสั่นคลอนและล่มสลายในไม่ช้าพะย่ะค่ะ!"การตัดสินใจของผู้ที่ตกอยู่ในมนต์ตรา ตงฟางเย่ทรงทุบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะทรงงานจนจอกน้ำชากระเด็น
Baca selengkapnya

บทที่ 88 เดิมพันด้วยชีวิต

พระองค์เบือนพระพักตร์หนี ก่อนจะหันไปทางหลิวชิงฉือแล้วตรัสด้วยน้ำเสียงที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน "ชิงฉือ... นับจากนี้ไป ข้าขอมอบอำนาจบริหารวังหลังและตราประทับชั่วคราวให้เจ้าดูแล เจ้าเป็นคนที่ข้าไว้ใจที่สุดในยามนี้"หลิวชิงฉือยอบกายลงอย่างอ่อนน้อม "หม่อมฉันจะดูแลวังหลังให้สงบสุข เพื่อมิให้ฝ่าบาทต้องกังวลพระทัยเพคะ"กำแพงที่กั้นขวางสองหัวใจ มู่หรงเสวี่ยทรุดกายลงนั่งบนแท่นหินหน้าตำหนักอย่างหมดแรง นางมองดูขบวนเสด็จที่เคลื่อนลับตาไป พร้อมกับเสียงประตูป่าไม้หนาหนักของตำหนักคุณหนิงที่ถูกปิดลงและลงกลอนจากภายนอก"ความปลอดภัยของท่านงั้นหรือ..." มู่หรงเสวี่ยพึมพำกับความว่างเปล่า หยาดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ไหลอาบแก้ม "ตงฟางเย่... ท่านเพิ่งจะหยิบยื่นคมดาบให้งูพิษใช้บั่นคอตนเอง และท่านก็ได้สูญเสียคนเดียวที่พร้อมจะตายแทนท่านไปแล้วจริงๆ"ภายใต้ความเงียบสงัดของตำหนักที่ถูกลืม พญาหงส์ไม่ได้ร่ำไห้เนิ่นนานนัก นางค่อยๆ เช็ดน้ำตา แววตาเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวปลาบดุจคมดาบ"หากท่านอยากให้ข้าอยู่ที่นี่เงียบๆ ข้าก็จะอยู่... แต่เมื่อใดที่เพลิงกัลป์เผาวังหลวงแ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
7891011
...
19
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status