Todos os capítulos de นางหงส์เหนือบัลลังก์: Capítulo 131 - Capítulo 140

187 Capítulos

บทที่ 129 คำลวงที่เดิมพันด้วยบัลลังก์

ซูไท่เฮาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาหม่นแสงดูน่าเวทนา "เย่เอ๋อร์... แม่คงอยู่ดูความรุ่งเรืองของเจ้าได้อีกไม่นานแล้ว แผ่นดินระสับระสาย ขุนนางเก่าแก่ที่เป็นเสาหลักถูกโค่นทิ้ง... ใจแม่มันสลายไปพร้อมกับจารีตของบรรพชนเสียแล้ว""เสด็จแม่ โปรดอย่าตรัสเช่นนั้น พักผ่อนให้มากเถิดพะย่ะค่ะ""แม่พักไม่ได้..." ซูไท่เฮาเค้นเสียงไออย่างรุนแรงจนนางกำนัลต้องรีบนำผ้าเช็ดพระพักตร์ที่เปื้อนคราบโลหิต (ปลอม) มาซับ "ยามนี้ราชสำนักไร้คนทำงาน เจ้าเพียงลำพังจะรับมือได้อย่างไร? แม่ขอร้องเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย... ในฐานะแม่ที่กำลังจะสิ้นลม... ปล่อยอาเจ็ดออกมาเถิด ให้เขาได้ช่วยเจ้าบริหารราชกิจในฐานะ 'ผู้ช่วยบริหาร' อย่างน้อยเขาก็มีบารมีเหนือขุนนางเหล่านั้น เขาจะช่วยตามคนพวกนั้นกลับมาทำงานเพื่อความมั่นคงของเจ้าได้..." คำลวงที่เดิมพันด้วยบัลลังก์ ตงฟางเย่ชะงักไป พระองค์มองไปยังมู่หรงเสวี่ยที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง มู่หรงเสวี่ยก้าวออกมาข้างหน้า แววตาของนางนิ่งสงบประดุจน้ำแข็ง"ทูลพระพันปี... การที่ขุนนางเหล่านั้นลาออก คือการข่มขู่ฝ่าบาท หากเราตามพวกเขากลับมาด้วยการใช้
Ler mais

บทที่ 130 ความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่

ความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่ ในคืนนั้น ตงฟางเย่พยายามมาหาเมียที่ตำหนักเพื่อขอโทษที่ตัดสินใจขัดใจนาง ทว่ามู่หรงเสวี่ยกลับปฏิเสธการเข้าเฝ้า โดยอ้างว่ากำลังสวดมนต์ถวายพระพรให้พระพันปีหลวงที่ "ประชวรหนัก"ตงฟางเย่ยืนอยู่หน้าประตูที่ปิดสนิท ทรงรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่เริ่มกัดกินใจ พระองค์หารู้ไม่ว่า การยอมรับคำขอของแม่ในครั้งนี้ คือการเริ่มต้นของจุดจบของความเชื่อใจสุดท้ายที่มู่หรงเสวี่ยมีให้ และเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองที่จะเปลี่ยนวังหลวงเป็นทะเลเลือดในอีกไม่กี่ราตรี ไอหมอกยามเช้าปกคลุมตำหนักคุณหนิงจนดูเหมือนเกาะร้างที่ลอยอยู่กลางทะเลสีเทา หลังจากที่อ๋องเจ็ดได้รับการแต่งตั้งเป็น "ผู้ช่วยบริหารราชกิจ" ราชสำนักก็ดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ขุนนางเก่ากลุ่มเดิมทยอยกลับมารับตำแหน่ง ราวกับว่าความขัดแย้งที่ผ่านมาเป็นเพียงฝันร้ายที่ตื่นขึ้นมาก็หายไป ทว่าสำหรับ มู่หรงเสวี่ย นี่คือสัญญาณเตือนภัยที่ดังสนั่นที่สุดในชีวิตนางไม่ได้ประทับอยู่บนบัลลังก์หงส์เพื่อคอยทัดทานตงฟางเย่ที่กำลังหลงระเริงกับความสงบ
Ler mais

บทที่ 131 อ๋องเจ็ด วีรบุรุษจอมปลอม

เงามืดที่เคลื่อนไหว  คำสั่งสุดท้าย คืนนั้น ใต้แสงจันทร์ที่ถูกเมฆบดบัง หน่วยพยัคฆ์ขาวกว่าสามร้อยนายในชุดพลเรือน ทยอยลอบออกจากประตูเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ พวกเขาพกพาสัญลักษณ์นกหวีดเงินติดตัว—สัญญาณที่บอกว่า "หงส์สั่งประหาร"มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่บนหอคอยสูง ทอดมองเงาดำที่จางหายไปในความมืด นางรู้ดีว่าตงฟางเย่ที่ประทับอยู่กับพระพันปีในตอนนี้ กำลังถูกมอมเมาด้วยคำเยินยอและภาพลวงตาแห่งอำนาจ"พะย่ะค่ะฮองเฮา ทุกคนออกเดินทางแล้ว" หลิวซิงรายงานมู่หรงเสวี่ยพยักหน้าช้าๆ "การรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มิใช่การใช้ดาบฟันคอศัตรู แต่คือการทำให้ศัตรูไม่มีแม้แต่แรงจะชูพละกำลังขึ้นมาสู้กับเรา... อ๋องเจ็ด ท่านคิดว่าท่านกักขังพยัคฆ์ไว้ในวังได้ แต่ท่านลืมไปว่าพยัคฆ์ของข้า... มีอยู่ทุกหนแห่งในแผ่นดินนี้!"นางหมุนตัวเดินกลับเข้าตำหนัก ทิ้งความกังวลไว้กับลมหนาว บัดนี้หมากถูกวางไว้ทั่วกระดานแล้ว เหลือเพียงรอเวลาที่อ๋องเจ็ดจะเดินเบี้ยตัวสุดท้าย... และนั่นจะเป็นวันที่นางจะทำการ "ปิดป่าล่าพยัคฆ์กบฏ" อย่างแท้จริง 
Ler mais

บทที่ 132 เมล็ดพันธุ์แห่งความหายนะ

การกลับมาของผู้ชนะ คำลวงที่มัดใจมังกร เพียงไม่กี่ชั่วยาม อ๋องเจ็ดก็ควบม้ากลับเข้าสู่เขตวังหลวงพร้อมกับ "หัวหน้ากบฏ" ที่ถูกคลุมหน้าและธงชัยที่ขาดวิ่น เขาเดินเข้าสู่โถงพระโรงทั้งที่ยังสวมชุดเกราะที่เปื้อนคราบเลือด"กราบทูลฝ่าบาท... จลาจลถูกปราบปรามราบคาบแล้วพะย่ะค่ะ!" อ๋องเจ็ดคุกเข่าลงอย่างสง่างาม "ทหารของกระหม่อมพลีชีพไปหลายนาย แต่เราปกป้องประตูวังไว้ได้สำเร็จ!"ตงฟางเย่ก้าวลงจากราชบัลลังก์ไปประคองน้องชายขึ้นมาด้วยความตื้นตัน "อาเจ็ด... เจ้าคือเสาหลักของข้าจริงๆ หากไม่มีกองกำลังรักษาเมืองของเจ้า วังหลวงคงถูกเผาไปแล้ว"ซูไท่เฮาที่แสร้งประชวรหนัก บัดนี้กลับมีรอยยิ้มอิ่มเอิบ "เย่เอ๋อร์... เห็นหรือไม่ว่าอาเจ็ดจงรักภักดีเพียงใด ยามที่แผ่นดินมีภัย มีเพียงสายเลือดเดียวกันเท่านั้นที่จะปกป้องเจ้าได้ มิใช่กองกำลังพยัคฆ์ขาวที่มัวแต่กบดานอยู่ในค่าย!"มู่หรงเสวี่ยที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน "ท่านอ๋องเจ็ดช่างเก่งกาจนักนะเพคะ ปราบกบฏนับร้อยได้ภายในไม่กี่ชั่วยาม แถมยังมีเวลาเลือก 'ตัดหัว' เฉพาะคนที่มีรอยสักของตระกูลหลิวที่ล่มสลายไป
Ler mais

บทที่ 133 กระจกเงาแห่งความโดดเดี่ยว

ณ ในห้องทรงอักษร กระจกเงาแห่งความโดดเดี่ยว หลังเลิกประชุม ตงฟางเย่เสด็จกลับไปยังห้องทรงอักษรเพียงลำพัง พระองค์ทรงเรียกขันทีคนสนิทให้ไปตามมู่หรงเสวี่ยมาพบ ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำให้ใจมังกรกระตุกวูบ"ทูลฝ่าบาท... ฮองเฮาทรงติดภารกิจตรวจเยี่ยมโรงทานที่ท้ายวัง และทรงกำชับว่ายามนี้พระนางมิได้กุมอำนาจบริหาร จึงมิกล้าก้าวล่วงราชกิจของฝ่าบาทและท่านอ๋องเจ็ดพะย่ะค่ะ"ตงฟางเย่ทรุดกายลงบนตั่งไม้ "นางกำลังประชดข้า... หรือนางกำลังทอดทิ้งข้ากันแน่?"ในจังหวะนั้นเอง อ๋องเจ็ดก้าวเข้ามาในห้องโดยมิได้รอการขานชื่อ แววตาของเขาดูมั่นใจและลำพองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ กระหม่อมนำบัญชีรายชื่อขุนนางชุดใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่งที่ว่างลงมาถวายพะย่ะค่ะ ทุกคนล้วนเป็นผู้มีความสามารถและ 'ซื่อสัตย์' ต่อพระองค์อย่างยิ่ง"ตงฟางเย่รับบัญชีมาดู รายชื่อเหล่านั้นล้วนเป็นคนสนิทของอ๋องเจ็ดหรือขุนนางหัวเมืองใต้ทั้งสิ้น "อาเจ็ด... เจ้าจัดการทุกอย่างรวดเร็วนัก จนบางครั้งข้าก็รู้สึกว่า... ข้าแทบไม่ต้องทำอะไรเลย""นั่นคือความตั้งใจของกระหม่อ
Ler mais

บทที่ 134 นอกกำแพงวัง  การเริ่มต้นของพยัคฆ์เร้นกาย

ไอหมอกยามเช้าปกคลุมวังหลวงจนดูสลัวลาง ประหนึ่งม่านมายาที่บดบังความจริงอันโสมมไว้เบื้องหลัง บรรยากาศภายในท้องพระโรงวันนี้เงียบสงัดทว่ากลับหนักอึ้งด้วยแรงกดดัน ขุนนางทุกฝ่ายต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง รวมถึง อ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้ ที่ประทับนั่งด้วยสีหน้าผู้ชนะ เขามั่นใจว่ายามนี้มู่หรงเสวี่ยถูกต้อนจนมุม อำนาจบริหารในมือพระนางถูกริดรอน และความสัมพันธ์กับฮ่องเต้ก็ร้าวรานเกินประสานทว่า สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดคือการปรากฏตัวของ มู่หรงเสวี่ย ในเช้านี้ นางมิได้สวมชุดพิธีการฮองเฮาที่หรูหรา แต่นางสวมชุดผ้าไหมเรียบง่ายสีขาวบริสุทธิ์ไร้ลวดลาย ปล่อยผมสยายเรียบตรงประดับเพียงปิ่นไม้ชิ้นเดียว ในมือถือถาดหยกที่วาง "ตราประทับฮองเฮา" และ "มงกุฎนกยูงทอง" เอาไว้อย่างสงบหงส์สละขนเพื่อโบยบินมู่หรงเสวี่ยก้าวเดินผ่านเหล่าขุนนางด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างามกว่าครั้งใด นางหยุดอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์ของ ตงฟางเย่ ที่จ้องมองนางด้วยความตระหนกและสับสน"ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยน้ำเสียงกังวานและนิ่งสงบ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา หม่อมฉันพยายามทำหน้าที่ฮองเฮาเพื่อปกป้องราชบัลลังก์และแผ่นดิน ทว่าในยามที่ความหวังดีขอ
Ler mais

บทที่ 135 การลองเชิง  เหยื่อที่ล่อให้เสือออกจากถ้ำ

การสืบลับในเงามืด หลักฐานสีเลือดมู่หรงเสวี่ยในชุดนักเดินทางนิรนามลอบเข้าไปในเขตหุบเขาเพลิง ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดตายภายใต้การดูแลของคนสนิทอ๋องเจ็ด นางพบขบวนเกวียนขนส่ง "หินก่อสร้าง" ที่แท้จริงคือการลักลอบขนส่ง "ดินประสิวและน้ำมันดิน" จำนวนมหาศาลเพื่อเตรียมใช้เผาเมืองหลวงในวันรัฐประหาร"เจ้าดูนี่ หลิวซิง" มู่หรงเสวี่ยกระซิบขณะหลบอยู่หลังโขดหิน "พวกมันไม่ได้เตรียมแค่จะยึดวัง แต่มันจะเผาเมืองเพื่อสร้างความโกลาหล แล้วอ้างว่าเป็นฝีมือของหน่วยพยัคฆ์ขาว เพื่อให้ราษฎรเกลียดชังข้าและตระกูลมู่หรงอย่างถึงที่สุด""อำมหิตนัก!" หลิวซิงกำหมัดแน่น "เราควรนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฝ่าบาท...""กราบทูลตอนนี้ พระองค์ก็คงคิดว่าข้า 'กุเรื่อง' เพราะความแค้นที่สละตำแหน่ง" มู่หรงเสวี่ยแววตาเย็นเยียบ "ข้าจะไม่ทูล... แต่ข้าจะ 'เปลี่ยน' ทิศทางของเพลิงเหล่านี้ วันที่อ๋องเจ็ดสั่งจุดไฟเพื่อกบฏ ไฟนั้นจะย้อนกลับไปเผาจวนของมันเอง!"หงส์ที่ไม่มีวันตายในค่ำคืนนั้น มู่หรงเสวี่ยนั่งอยู่หน้ากองไฟเล็กๆ ในป่าลึก นางหยิบปิ่นไม้ที่ตงฟางเย่เคยเหลาให้ในวันวานขึ้นมามอง ก่อนจะโยนมันเข้าสู่กองไฟช้าๆ แววตาของนางที่เคยหวั่นไหวบัดนี้กลายเป็น
Ler mais

บทที่ 136 ในเงามืดของค่ายทหาร การสืบลาลับที่ปวดร้าว

ในเงามืดของค่ายทหาร การสืบลาลับที่ปวดร้าวหลังจากการปะทะในโรงเตี๊ยม อาเสวี่ยถูกพาตัวมายังค่ายทหารรับจ้างลับที่ซ่อนอยู่หุบเขาปีศาจทิศใต้ ที่นี่นางเห็นความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่หลิวซิงรายงาน ทหารนับหมื่นนายไม่ได้สวมชุดเกราะของราชวงศ์ แต่กลับสวมชุดเกราะสีดำทมิฬไร้ตราสังกัด และที่สำคัญ... มีธงของ "แคว้นเป่ยหรง" ศัตรูที่นางเคยรบพุ่งด้วย แขวนอยู่อย่างลับๆ ในกระโจมบัญชาการ"ท่านอ๋องเจ็ด... ท่านขายวิญญาณให้ปีศาจจริงๆ ด้วย" อาเสวี่ยรำพึงกับตนเองขณะแสร้งเดินตรวจตราค่ายในฐานะแขกรับเชิญนางพบกับ แม่ทัพเฉิน คนสนิทของอ๋องเจ็ดที่เป็นผู้ดูแลค่ายแห่งนี้ "แม่นางอาเสวี่ย... เจ้าบอกว่ามีบัญชีลับของแม่ทัพทิศเหนือ ไหนข้าขอดูหน่อยสิ"อาเสวี่ยหยิบม้วนผ้าไหมสีดำออกมา แววตาของนางนิ่งสนิท "ในนี้คือรายชื่อ 'ไส้ศึก' ที่ตระกูลมู่หรงฝังไว้ในกองทัพพยัคฆ์ขาว หากท่านอ๋องส่งคนไปกำจัดคนเหล่านี้ตามบัญชี วันปีใหม่กองทัพทิศเหนือจะระสับระสายจนไม่มีใครมาช่วยฝ่าบาทได้ทัน"แม่ทัพเฉินหัวเราะร่า "ดี! ดีมาก! ท่านอ๋องเ
Ler mais

บทที่ 137 คมแค้นใต้เงาจันทร์

คมแค้นใต้เงาจันทร์"คุณหนู... พบอะไรพะย่ะค่ะ?" หลิวซิง เร้นกายเข้ามาทางช่องระบายอากาศ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นทันทีที่ได้เห็นเนื้อความในสัญญา"หลิวซิง... เจ้าดูนี่สิ" มู่หรงเสวี่ยยื่นม้วนผ้าไหมให้ "ความกตัญญูที่เขาพร่ำบอกฝ่าบาท ความรักที่มีต่อราษฎร ทั้งหมดคือเรื่องโกหกที่ซ่อนงูพิษไว้ข้างหลัง เขาจะฆ่าพี่ชายตนเองเพื่อขึ้นครองบัลลังก์ที่เหลือเพียงเปลือก เพราะข้างในเขาขายให้เป่ยหรงไปหมดแล้ว""เราต้องนำสิ่งนี้ไปถวายฝ่าบาททันทีพะย่ะค่ะ!" หลิวซิงกล่าวเสียงเข้ม "นี่คือหลักฐานกบฏขายชาติที่ดิ้นไม่หลุด ต่อให้พระพันปีจะแสร้งตายอีกสิบรอบก็ช่วยเขาไม่ได้!""ยังก่อน..." มู่หรงเสวี่ยเก็บม้วนผ้าไหมเข้าอกเสื้อ แววตาของนางกลับมาเยือกเย็นและเฉียบคม "หากข้าเอาไปถวายตอนนี้ อ๋องเจ็ดจะสั่งให้กองทัพสีดำที่รออยู่ข้างนอกบุกทันที เมืองหลวงจะกลายเป็นทะเลเพลิงก่อนที่ฝ่าบาทจะทันได้ขยับตัว เราต้อง 'ซ้อนแผน' ให้หนักกว่านี้" การปะทะที่เหนือความคาดหมาย: กับดักในค่ายทันใดนั้น เสียงแตรเขาสัตว์ดังกังวานไปทั่ว
Ler mais

บทที่ 138 หน้ากากจิ้งจอกในคราบหงส์

นางควบม้าหายไปในความมืดมิดของผืนป่า ทิ้งไว้เพียงค่ายทหารที่พังทลายและสัญญาขายชาติที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ บัดนี้ หมากทุกตัวถูกเปิดเผยหมดสิ้นแล้ว สงครามที่แท้จริงกำลังจะอุบัติขึ้นที่เมืองหลวง และครั้งนี้... มู่หรงเสวี่ยจะกลับไปในฐานะ "ผู้พิพากษา" ที่ไม่มีคำว่าเมตตาให้แก่คนทรยศแผ่นดินอีกต่อไป ไอหมอกยามเช้าในวังหลวงปีนี้ดูหนาทึบและเยือกเย็นผิดปกติ ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกยังมิอาจเทียบได้กับบรรยากาศภายใน ตำหนักเฉิงเฉียน ที่บัดนี้กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ของวังหลัง นับตั้งแต่มู่หรงเสวี่ยสละตำแหน่งและจากไป หยางลู่เอ๋อร์ ซึ่งเคยถูกจองจำในคุกหลวง กลับได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วยแผนการ "กตัญญูบังหน้า" ของอ๋องเจ็ดและพระพันปียิ่งไปกว่านั้น นางยังได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น "หยางกุ้ยเฟย" ตำแหน่งสนมเอกผู้มีอำนาจสูงสุดในยามที่บัลลังก์หงส์ว่างเว้น ตงฟางเย่ที่บัดนี้ดูซูบเซียวและเหนื่อยล้า ประทับอยู่ท่ามกลางกลิ่นกำยานที่หอมหวานจนน่าเวียนหัว โดยมีหยางลู่เอ๋อร์คอยปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง มัง
Ler mais
ANTERIOR
1
...
1213141516
...
19
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status