All Chapters of นางหงส์เหนือบัลลังก์: Chapter 121 - Chapter 130

187 Chapters

บทที่ 119 คำลวงของงูพิษ

พายุหิมะเริ่มซาลงทิ้งไว้เพียงความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูก แสงตะวันยามเช้าที่สาดส่องมายังตำหนักคุณหนิงมิได้ให้ความอบอุ่นแก่ผู้ที่อยู่ภายใน ทหารองครักษ์ในชุดเกราะหนักกลุ่มใหม่ที่มิใช่หน่วยพยัคฆ์ขาว ยืนเข้าเวรยามอย่างแน่นหนารอบกำแพงตำหนัก ทุกประตูถูกปิดตายด้วยราชโองการสายฟ้าแลบจากฮ่องเต้"กักบริเวณฮองเฮามู่หรงเสวี่ยไว้ในตำหนักคุณหนิง ห้ามผู้ใดเข้าพบโดยมิได้รับอนุญาต และริบตราประทับบริหารงานแผ่นดินทั้งหมดคืนสู่ฮ่องเต้"นี่คือ "รางวัล" ที่มู่หรงเสวี่ยได้รับจากการเสี่ยงชีวิตไปทวงยาแก้พิษให้บุตรชาย ภายในห้องทรงอักษร มังกรผู้ติดกับดักอำนาจ ภายในห้องทรงอักษรที่ตึงเครียด ตงฟางเย่ ประทับนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก พระพักตร์ของพระองค์ดูแก่ชราลงไปหลายปีในชั่วข้ามคืน เบื้องหน้าของพระองค์คือ เสนาบดีหวัง และเหล่ากลุ่มขุนนางอาวุโสที่พากันคุกเข่าเพื่อกดดันให้มีการลงทัณฑ์ฮองเฮาขั้นเด็ดขาด"ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ การกักบริเวณเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
Read more

บทที่ 120 กลลวง หมากซ้อนหมาก

เงามืดใต้แสงโคม หนอนบ่อนไส้คืนนั้น หลิวซิงลอบกลับเข้ามาพร้อมบัญชีรายชื่อสำคัญ "ฮองเฮาพะย่ะค่ะ กระหม่อมสืบพบแล้วว่า ขุนนางกรมโยธาและกรมคลังกว่าครึ่ง ได้รับ 'ของกำนัล' จากอ๋องเจ็ดผ่านเงินบริจาคกองทุน และมีขุนนางสามคนแอบส่งข่าวลับให้แคว้นเป่ยหรงตามรอยพระพันปีหลวงพะย่ะค่ะ"มู่หรงเสวี่ยกางม้วนกระดาษออก "อ๋องเจ็ดกำลังเร่งลงมือ เพราะเขารู้ว่ากักขังข้าได้ไม่นาน... หลิวซิง เจ้าจงทำหน้าที่เป็นหนอนบ่อนไส้เสียเอง แสร้งทำเป็นว่าคนของหน่วยพยัคฆ์ขาวบางส่วนเริ่มสั่นคลอนและอยากแปรพักตร์ไปอยู่กับอ๋องเจ็ด ล่อให้เขาเผยแผนการรัฐประหารออกมาให้ชัดเจนที่สุด""พะย่ะค่ะ!"มู่หรงเสวี่ยทอดมองออกไปที่พระจันทร์เสี้ยว "ตงฟางเย่... ข้าจะให้เวลาท่านได้สัมผัสกับ 'ความนุ่มนวล' ที่ท่านปรารถนา จนกว่าท่านจะรู้ตัวว่ามังกรที่ไร้เกราะนั้นน่าสมเพชเพียงใด... เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะก้าวออกจากตำหนักนี้ และวันนั้นเลือดของกบฏจะท่วมวังหลวงยิ่งกว่าพายุหิมะนี้เสียอีก!" บรรยากาศภายในตำหนักคุณหนิงที่ถู
Read more

บทที่ 121 หงส์แสร้งปีกหัก

การเผชิญหน้าผ่านบานประตู คำเตือนสุดท้าย ในขณะที่มู่หรงเสวี่ยกำลังวางแผนลับ เสียงกุญแจที่หน้าประตูตำหนักก็ดังขึ้น หลิวซิงรีบเร้นกายหายไปในเงาเพดานทันที บานประตูใหญ่ถูกเปิดออก อ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้ ก้าวเข้ามาพร้อมกับนางกำนัลที่ถือถาดอาหารเลิศรส"ฮองเฮาพะย่ะค่ะ... กระหม่อมนำอาหารจากพ่อครัวฝีมือดีที่สุดมาถวาย" อ๋องเจ็ดยิ้มอย่างสุภาพประดุจนักบุญ "กักบริเวณมาหลายวัน ทรงเบื่อบ้างหรือไม่พะย่ะค่ะ?"มู่หรงเสวี่ยปรายตามองถาดอาหาร "ท่านอ๋องเจ็ด... ท่านช่างขยันทำงานนักนะ งานในกรมโยธาก็หนัก กองกำลังรักษาเมืองที่ท่านเพิ่งตั้งขึ้นใหม่ก็ต้องดูแล ยังมีแก่ใจมาห่วงใยนักโทษเช่นข้าอีก"อ๋องเจ็ดชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาวาววับด้วยความฉลาดแกมโกง "พระนางช่างหูไวตาไวนักนะพะย่ะค่ะ ขนาดถูกขังยังทรงทราบเรื่องกองกำลังรักษาเมือง... ใช่พะย่ะค่ะ เมืองหลวงยามนี้วุ่นวายนัก กระหม่อมเพียงอยากช่วยแบ่งเบาภาระของฝ่าบาท ทหารเหล่านั้นล้วนซื่อสัตย์และพร้อมตายเพื่อราชวงศ์""ซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์... หรือซื่อสัตย์ต่อ 'ทองคำ' จากหัวเมืองใต้ของท่านกันแน่เพคะ?" มู่หรงเสวี่ยเดินเข
Read more

บทที่ 122 ใต้รอยยิ้มจอมปลอม

นางถอนใจแผ่วเบาพลางลูบไล้ลายปักรูปนกยวนยางบนสะดึง "ข้ากำลังปักปิ่นโตให้ฝ่าบาท หวังว่าเมื่อพระองค์เสด็จมาเยือนในวันปีใหม่ จะทรงเห็นว่าข้าเปลี่ยนไปแล้ว และทรงเมตตาให้ข้าได้กลับไปอยู่เคียงข้างพระองค์ในฐานะ 'เมีย' มิใช่ในฐานะ 'แม่ทัพ'"อ๋องเจ็ดหรี่ตาลงพิจารณา ท่าทางซึมเศร้าและกิริยาที่อ่อนน้อมลงของนางดูสมจริงจนเขาเริ่มคล้อยตาม"หากพระนางคิดได้เช่นนี้ กระหม่อมก็เบาใจพะย่ะค่ะ ยามนี้กองกำลังรักษาเมืองกำลังทำงานอย่างเข้มแข็ง เมืองหลวงสงบสุขยิ่งนัก พระนางมิต้องกังวลเรื่องการศึกอีกต่อไป ทรงเย็บปักถักร้อยไปเถิดพะย่ะค่ะ เรื่องแผ่นดิน... กระหม่อมจะดูแลแทนเอง" ใต้รอยยิ้มจอมปลอม กับดักที่ซ่อนในไหมปักมู่หรงเสวี่ยคลี่ยิ้มจางๆ "ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องรบกวนท่านอ๋อง ช่วยนำความไปบอกฝ่าบาทด้วยว่า ข้าสำนึกผิดแล้ว และขอประทานอภัยที่ก้าวร้าวต่อพระพันปีหลวง ยามนี้ข้ามอบ 'ตราพยัคฆ์ประจำกาย' ให้หลิวซิงนำไปเก็บไว้ในคลังหลวงแล้ว ข้าไม่อยากเห็นมันอีก...""จริงหรือพะย่ะค่ะ!" อ๋องเจ็ดเผลออุทานด้วยความดีใจ ตราพยัคฆ์คือสิ่งเดียวที่เขากริ่งเกรง เพราะมันส
Read more

บทที่ 123 ธาตุแท้ของจิ้งจอก

ในตำหนักทรงงาน กับดักเสน่หา ตงฟางเย่ประทับนั่งจมอยู่กับกองฎีกาด้วยความเหนื่อยล้า พระองค์ทรงรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นนับแต่กักบริเวณมู่หรงเสวี่ย แม้จะมีอำนาจในมือคืนมา แต่ความวุ่นวายในราชสำนักกลับดูจะจัดการยากขึ้นทุกวัน"ฝ่าบาทเพคะ... ดึกมากแล้ว ทรงพักผ่อนเสวยน้ำแกงรากบัวอุ่นๆ สักนิดเถิดเพคะ" ลู่เอ๋อร์เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแช่มช้อย นางบรรจงวางถาดอาหารลง และแอบหยดของเหลวจากขวดแก้วลงในกระถางกำยานข้างพระแท่นอย่างแนบเนียนควันสีขาวบางเบาเริ่มลอยละล่องอบอวลไปทั่วห้อง ตงฟางเย่สูดลมหายใจเข้าลึก พระองค์เริ่มรู้สึกถึงความผ่อนคลายที่มาพร้อมกับอาการมึนงงเล็กน้อย ภาพของลู่เอ๋อร์ตรงหน้าดูงดงามและน่าถนอมยิ่งกว่าทุกวัน"ลู่เอ๋อร์... เจ้าช่างแสนดีนัก" ตงฟางเย่รับสั่งน้ำเสียงพร่ามัว "ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนมองเห็นมู่หรงเสวี่ยในวันที่ข้ารักนางที่สุด""เพคะฝ่าบาท..." ลู่เอ๋อร์โน้มตัวลงมาใกล้จนได้กลิ่นหอมจากผิวกาย "มู่หรงเสวี่ยคนนั้นตายไปแล้วเพคะ ยามนี้เหลือเพียงหม่อมฉัน... ที่จะปรนนิบัติพระองค์ด้วยความภักดีทั้งหมดที่มี พระองค์เพียงแค่ลงนามใน 'ราชโองการมอบอำนาจคุ
Read more

บทที่ 124 พยานเท็จหรือความจริงที่ซ่อนเร้น

หงส์ผู้ทระนงและการสำนึกของมังกร"ลากนางไปขังคุกหลวง!" ตงฟางเย่สั่งด้วยเสียงสั่นเครือ พระองค์มองดูหยางลู่เอ๋อร์ที่ถูกลากออกไปทั้งที่ยังสบถด่าทอไม่หยุดเมื่อเหลือเพียงสองคนภายในตำหนัก ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ตงฟางเย่ทอดพระเนตรมองมู่หรงเสวี่ยในชุดสีขาวที่ดูสง่างามทว่าห่างเหิน พระองค์ทรงเดินเข้าไปใกล้หมายจะกอดนาง"เสวี่ยเอ๋อ... ข้าขอโทษ ข้ามันโง่เขลานักที่หลงเชื่อนาง..."มู่หรงเสวี่ยถอยหลังไปครึ่งก้าว ยอบกายถวายบังคมอย่างเป็นทางการ "ฝ่าบาทเพคะ... หม่อมฉันออกมาจากตำหนักกักบริเวณได้เพราะหลิวซิงจัดการองครักษ์หน้าประตูชั่วคราว ยามนี้หม่อมฉันช่วยพระองค์ไว้ได้แล้ว หม่อมฉันขอทูลลากลับไป 'เย็บผ้า' ต่อที่ตำหนักคุณหนิงเพคะ""ไม่! เจ้าไม่ต้องกลับไปที่นั่นแล้ว! ข้าจะคืนตราประทับให้เจ้า!""ไม่ต้องหรอกเพคะ" มู่หรงเสวี่ยสบตาพระองค์ แววตาไร้ซึ่งความอาลัย "ยามที่พระองค์มองลู่เอ๋อร์แล้วเห็นเป็นหม่อมฉัน... นั่นคือความเจ็บปวดที่สุดของหม่อมฉันแล้วเพคะ ต่อจากนี้ขอให้พระองค์ทรงมีสติและดูแลแผ่นดินให้ดี เพราะศึกใหญ่ของอ๋องเจ็ดกำลังจะเริ่มขึ้น และหม่
Read more

บทที่ 125 ชัยชนะบนรอยร้าว

มู่หรงเสวี่ยก้าวเดินเข้าไปหาแม่นมฉินช้าๆ นางยื่นข้อมือซ้ายออกมาให้ทุกคนดู "แม่นมฉิน... ท่านบอกว่าข้าต้องมีปานแดงงั้นหรือ? ปานที่เกิดจาก 'ดอกฝิ่นแดง' ที่ท่านจงใจแต้มไว้ตั้งแต่ข้ายังแบเบาะเพื่อให้จำได้ง่าย หรือปานที่เกิดจากสายเลือดกันแน่?"นางหัวเราะเยาะในลำคอ "ท่านอ๋องเจ็ดช่างลงทุนนัก ไปขุดเอาแม่นมที่ถูกไล่ออกจากจวนเพราะขโมยทรัพย์สินเมื่อสิบห้าปีก่อนมาเป็นพยาน... แม่นมฉิน ข้าถามท่านคำเดียว หากข้าไม่ใช่เสวี่ยเอ๋อร์ตัวจริง แล้วเหตุใดข้าถึงรู้ว่าท่านมีแผลเป็นที่หลังจากการถูกโบยเพราะลักลอบขายความลับค่ายทหารให้พวกเป่ยหรง?" หงส์ที่ไม่มีวันหัก ในเวลานั้นแม่นมฉินหน้าซีดเผือด"เจ้า... เจ้าข่มขู่ข้า! ฝ่าบาทเพคะ นางผู้นี้มีวิชาอาคม นางอ่านใจคนได้!""พอที!" อ๋องเจ็ดตวาด "ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรม กระหม่อมขอเสนอให้มีการ 'พิสูจน์สายเลือดในอ่างน้ำมนต์' โดยใช้โลหิตของฮองเฮาและอัฐิของอดีตแม่ทัพมู่หรงที่ถูกเก็บไว้ในสุสานหลวง หากโลหิตมิซึมเข้าสู่อัฐิ ย่อมพิสูจน์ได้ว่านางคือตัวปล
Read more

บทที่ 126 ความลับของตราประทับ

พายุหิมะด้านนอกโหมกระหน่ำจนเสียงลมหวีดหวิวลอดเข้ามาถึงในท้องพระโรง ประหนึ่งเสียงคร่ำครวญของบรรพชน บรรยากาศภายในโถงกว้างขวางทว่ากลับดูคับแคบลงทันตาเมื่อความขัดแย้งถึงจุดเดือด อ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้ ยังคงยืนหยัดด้วยท่าทีนอบน้อมที่ฉาบไว้บนใบหน้า ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้พญาหงส์ให้จมดินแม้มู่หรงเสวี่ยจะพิสูจน์ผ่านอ่างน้ำมนต์ไปแล้วในเบื้องต้น แต่อ๋องเจ็ดกลับเตรียม "หมากตาย" ตัวที่สองไว้เพื่อปิดทางรอดของนางอย่างเบ็ดเสร็จ การเปิดหลักฐานชิ้นสุดท้าย บันทึกลับแม่ทัพมู่หรง"ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ การพิสูจน์ด้วยโลหิตอาจถูกบิดเบือนได้ด้วยเล่ห์กลของสมุนไพร" อ๋องเจ็ดก้าวออกมาพลางชูม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าสีเหลืองซีดขึ้นเหนือศีรษะ "แต่นี่คือ 'บันทึกส่วนตัว' ของอดีตแม่ทัพมู่หรงที่กระหม่อมพบในห้องลับของจวนตระกูลมู่หรงที่ชายแดนเหนือ ในนี้ระบุชัดเจนว่า บุตรีที่แท้จริงของท่านแม่ทัพสิ้นใจไปในกองไฟยามศัตรูบุกค่าย และสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเรานี้... คือบุตรีของหัวหน้าเผ่าเร่ร่อนที่ท่านแม่ทัพชุบ
Read more

บทที่ 127 ชัยชนะบนความแตกแยก

ชัยชนะบนความแตกแยกอ๋องเจ็ดหน้าซีดเผือดประดุจคนตาย "มะ... ไม่จริง! ข้าตรวจดูแล้ว...""ท่านตรวจดูด้วยตาที่มืดบอดด้วยอำนาจ!" มู่หรงเสวี่ยหันไปหาตงฟางเย่ "ฝ่าบาทเพคะ วันนี้อ๋องเจ็ดทำลายเกียรติของตระกูลมู่หรง ทำลายชื่อเสียงของพ่อข้าที่สละชีพเพื่อแผ่นดิน หากพระองค์มิทรงให้ความเป็นธรรมในวันนี้ หม่อมฉันมู่หรงเสวี่ยขอคืนตำแหน่งฮองเฮา และจะนำหน่วยพยัคฆ์ขาวกลับไปรักษาชายแดนเหนือ ทิ้งให้พระองค์ปกครองแผ่นดินร่วมกับ 'อนุชาผู้แสนดี' คนนี้ต่อไปเถิดเพคะ!"ตงฟางเย่ผุดลุกขึ้นด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน "ตงฟางอวี้! เจ้าบังอาจทำหลักฐานปลอมเพื่อหลอกลวงข้าและสั่นคลอนรากฐานแผ่นดิน! ทหาร! ลากตัวอ๋องเจ็ดไปกักบริเวณในคุกใต้ดินทันที และริบเบี้ยหวัดทั้งหมดของเขาเป็นเวลาสามปี!"แม้จะเป็นชัยชนะของมู่หรงเสวี่ย ทว่าเมื่ออ๋องเจ็ดถูกลากออกไป นางกลับมิได้แสดงความยินดี นางมองไปที่บัลลังก์มังกรด้วยแววตาที่เย็นเยียบ"เสวี่ยเอ๋อร์... เจ้าอย่าโกรธข้าเลยนะ ข้าเพียงแค่ต้องทำตามขั้นตอน..." ตงฟางเย่พยายามจะก้าวลงมาหามู่หรงเสวี่ยยอบกายถวายบังคมอย่างห่างเหิน "
Read more

บทที่ 128 กับดักแห่งความกตัญญู

"เสนาบดีหวัง! เจ้าบอกว่าจารีตสำคัญกว่าความจริงงั้นหรือ?" ตงฟางเย่ตวาดถาม "ยามที่ข้าถูกยาพิษมอมเมา พวกเจ้าอยู่ที่ไหน? ยามที่กองกำลังกบฏประชิดเมือง ใครเป็นคนถือดาบออกไปสู้? ข้าจะบอกพวกเจ้าให้ชัดเจนในวันนี้... มู่หรงเสวี่ยมิใช่เพียงฮองเฮา แต่นางคือ 'หัวใจ' ของบัลลังก์นี้ ใครที่บังอาจหมิ่นนาง ก็เท่ากับหมิ่นข้า!""ฝ่าบาท! ทรงคิดให้ดีนะพะย่ะค่ะ หากขุนนางฝ่ายบริหารลาออกทั้งหมด ราชสำนักจะหยุดชะงัก!" เสนาบดีหวังขู่เป็นครั้งสุดท้าย"เช่นนั้นก็จงถอดหมวกขุนนางของพวกเจ้าวางไว้ที่นี่เดี๋ยวนี้!" ตงฟางเย่ประกาศก้อง "ใครที่อยากลาออก ข้าอนุมัติ! แผ่นดินต้าตงกว้างใหญ่ ข้าไม่เชื่อว่าจะหาคนดีที่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีมาแทนที่พวกเจ้าไม่ได้! ออกไปให้พ้นหน้าข้า ก่อนที่ข้าจะสั่งให้หน่วยพยัคฆ์ขาวลากพวกเจ้าออกไปในฐานะกบฏที่ข่มขู่ฮ่องเต้!" จุดสิ้นสุดของขุนนางเก่า นางหงส์ที่เริ่มกุมบังเหียน ค
Read more
PREV
1
...
1112131415
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status