Todos os capítulos de นางหงส์เหนือบัลลังก์: Capítulo 141 - Capítulo 150

187 Capítulos

บทที่ 139 ความร้ายกาจในเงามืด การปกครองหลังม่าน

ความร้ายกาจในเงามืด การปกครองหลังม่านหลังจากที่ตงฟางเย่จำใจประทับตราด้วยพระหัตถ์ที่สั่นเทา หยางลู่เอ๋อร์เดินออกมาจากห้องบรรทมด้วยสีหน้าของผู้ชนะ นางพบกับ อาซวง สายลับคนสนิทที่ยืนรออยู่"อาซวง... ฮ่องเต้เริ่มอ่อนแอลงมากแล้ว อีกไม่เกินเจ็ดวัน พิษกำยานจะทำให้พระองค์สติเลอะเลือนจนสั่งการอะไรไม่ได้" ลู่เอ๋อร์กล่าวเสียงเรียบ แววตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน "แจ้งท่านอ๋องเจ็ดว่า ราชโองการสำเร็จราชการร่วมอยู่ในมือเราแล้ว ขั้นต่อไปคือการกวาดล้างพวกที่ยังภักดีต่อมู่หรงเสวี่ยในวังหลังให้สิ้นซาก""เพคะกุ้ยเฟย" อาซวงยอบกาย "แล้วเรื่ององค์ชายหมิงเล่าเพคะ?"ลู่เอ๋อร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มอำมหิต "เด็กคนนั้นคือเสี้ยนหนามที่เตือนให้ตงฟางเย่นึกถึงมู่หรงเสวี่ย... นำตัวเขาไปไว้ที่ตำหนักเย็น บอกว่าเขาประชวรด้วยโรคระบาด ห้ามใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาด หากเขาสิ้นใจไปในความหนาวเย็นนี้ ก็ถือว่าเป็นโชคชะตาของเขาเอง" มังกรที่ตื่นในกรงขัง ภายในห้องทรงอักษรที่เงียบเหงา ตงฟางเย่ทอดพระเนตรมองตราหยกที่วางอยู่บนโต๊ะ พระ
Ler mais

บทที่ 140 กรงเล็บจากเงามืด

นางแตะลงที่ตำแหน่ง "ประตูวังหลัง" บนแผนที่ "ส่วนนี้ข้าจะนำเอง เราจะเข้าทางอุโมงค์ลับที่ข้าเคยให้ทหารช่างตระกูลมู่หรงขุดไว้เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งอ๋องเจ็ดไม่มีวันรู้""แต่คุณหนูพะย่ะค่ะ อ๋องเจ็ดเพิ่งสั่งเคลื่อนพลกองกำลังรักษาเมืองเข้าล้อมวังหลวงแน่นหนาขึ้น" แม่ทัพฉินเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "ยามนี้ฝ่าบาทถูกหยางกุ้ยเฟยมอมยาเสน่ห์จนแทบไม่รับรู้สิ่งใด การบุกเข้าไปอาจเป็นการเผชิญหน้ากับทั้งกองทัพในคราวเดียว" หงส์ผู้เด็ดเดี่ยว เดิมพันด้วยวิญญาณมู่หรงเสวี่ยคลี่ยิ้มจางๆ ทว่าเย็นเยียบ "ท่านแม่ทัพฉิน... อ๋องเจ็ดคิดว่าเขาชนะแล้วเพราะเขามี 'ดาบ' อยู่ในมือจำนวนมาก แต่เขาหารู้ไม่ว่า ดาบที่ไม่มีจิตวิญญาณปกป้องแผ่นดินนั้น ยามปะทะกับดาบที่สู้เพื่อความยุติธรรม มันจะหักสะบั้นลงอย่างง่ายดาย"นางหยิบ "ตราพยัคฆ์ขาว" ของจริงที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อออกมาวางบนโต๊ะ "ยามที่ข้าสละตำแหน่งฮองเฮา ข้าสละเพียงหัวโขนที่เหนี่ยวรั้งข้าไว้ แต่ข้ามิเคยสละความเป็นผู้นำกองทัพพยัคฆ์ขาว วันปีใหม่ที่จะถึงนี้ ข้าจะแสดงให้พวกมันเห็นว่า... แผ่นดิ
Ler mais

บทที่ 141 ความนัยใต้แสงจันทร์  พันธสัญญาแห่งเหมันต์

ทว่านักฆ่าเหล่านี้ถูกฝึกมาเพื่อการรุมสังหาร พวกมันกระจายตัวล้อมนางไว้ทุกทิศทาง พลางขว้างมีดสั้นอาบยาพิษเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน มู่หรงเสวี่ยต้องใช้ความเร็วระดับขีดสุดในการปัดป้อง แต่นางเริ่มตระหนักว่าร่างกายที่อ่อนล้าจากการวางแผนและการเดินทางไกลเริ่มจะประท้วง"เจ้าจะทนได้นานแค่ไหน!" หัวหน้านักฆ่าซัดผงพิษเข้าใส่ใบหน้าของนางมู่หรงเสวี่ยรีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก ทว่าจังหวะนั้นเอง ดาบของนักฆ่าอีกคนก็แทงเข้าที่สีข้างของนาง "อึก!" นางครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงฉานซึมผ่านชุดสีดำออกมาอย่างรวดเร็ว การปรากฏตัวของเงาพิทักษ์: คมดาบที่คุ้นเคยในวินาทีที่ดาบของหัวหน้านักฆ่ากำลังจะฟันลงที่ลำคอของหงส์ที่กำลังบาดเจ็บ เสียงเหล็กกล้าปะทะกันดังสนั่น เคร้ง! ร่างสูงโปร่งในชุดดำอีกร่างพุ่งทะยานเข้ามาขวางไว้ทันท่วงที"ใครบังอาจแตะต้องฮองเฮา... ข้าจะส่งมันไปลงนรกเดี๋ยวนี้!" เสียงที่เต็มไปด้วยโทสะนั้นคือ หลิวซิงเขาวาดดาบสั้นคู่กายด้วยความเร็วที่เหนือกว่านักฆ่าคนใด พริบตาเดี
Ler mais

บทที่ 142 การเผชิญหน้ากับนางจิ้งจอก เสน่หาที่เปื้อนเลือด

ไอหมอกยามค่ำคืนในวังหลวงดูหนาทึบจนบดบังทัศนวิสัย ประหนึ่งกำแพงที่ไร้ตัวตนกักขัง ตงฟางเย่ ไว้ในความโดดเดี่ยว ภายในตำหนักทรงอักษรที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงกระดาษฎีกาที่ถูกพลิกไปมาและเสียงถอนหายใจแผ่วเบาของฮ่องเต้ผู้เหนื่อยล้า พระองค์ทรงรู้สึกได้ถึงสายตาขององครักษ์รักษาเมืองของอ๋องเจ็ดที่เฝ้าอยู่หน้าประตู ราวกับว่ากำแพงตำหนักนี้ได้กลายเป็นคุกที่สง่างามที่สุดในใต้หล้าทันใดนั้น เสียงลมพัดวูบหนึ่งทำเอาเปลวเทียนบนโต๊ะทรงงานสั่นไหว ตงฟางเย่ชะงักหัตถ์เมื่อทอดพระเนตรเห็น ลูกธนูขนาดเล็ก ปักลงบนคานไม้เหนือพระเศียรอย่างเงียบเชียบ ที่หางธนูมีม้วนผ้าไหมสีดำพันไว้อย่างแน่นหนา การค้นพบความจริง หัวใจมังกรที่แตกสลายตงฟางเย่รีบดึงม้วนผ้าไหมนั้นออกช้าๆ ลายมือบนผ้าคือลายมือที่พระองค์คุ้นเคยที่สุดในชีวิต ลายมือของ มู่หรงเสวี่ย ที่มักจะแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าสิ่งที่อยู่ภายในม้วนผ้านั้นกลับรุนแรงยิ่งกว่าคมดาบใดๆ มันคือ "สำเนาสัญญาลับ" ระหว่างอ๋องเจ็ดและแคว้นเป่ยหรง
Ler mais

บทที่ 143 ความกตัญญูที่กลายเป็นตรวน

ความโดดเดี่ยวที่แข็งแกร่งเมื่อหยางลู่เอ๋อร์เห็นว่าฮ่องเต้เข้าสู่ห้วงนิทรา (จากการแสร้งหลับ) นางจึงดับเทียนและเดินออกจากห้องไปพร้อมรอยยิ้มอำมหิตตงฟางเย่ลืมตาขึ้นในความมืดมิด พระองค์ลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบม้วนผ้าไหมสีดำออกมาอีกครั้ง พระองค์กอดมันไว้แนบอกประดุจเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้าย"เสวี่ยเอ๋อร์... เจ้าเสี่ยงชีวิตส่งข่าวนี้มาให้ข้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องเสียแรงเปล่า" ตงฟางเย่เอ่ยเสียงแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบ "ข้าจะแสร้งเป็นฮ่องเต้ที่โง่เขลา ข้าจะแสร้งเป็นมังกรที่ไร้เขี้ยวเล็บ เพื่อรอเวลาที่เจ้าจะนำทัพกลับมา... และเมื่อวันปีใหม่มาถึง ข้าจะเปิดประตูวังหลวงต้อนรับเจ้าด้วยมือของข้าเอง และเราจะกวาดล้างโจรขายชาติพวกนี้ไปพร้อมกัน!"พระองค์เดินไปที่หน้าต่าง ทอดมองไปยังทิศเหนือที่กองทัพพยัคฆ์ขาวกบดานอยู่ บัดนี้มังกรไม่ได้ตาบอดอีกต่อไปแล้ว ทว่าเขากำลังซ่อนคมเล็บไว้ภายใต้เกล็ดที่ดูอ่อนล้า เพื่อรอเวลาขย้ำศัตรูให้แหลกคามือในราตรีแห่งการล้างบาง พายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ ราวกับจะฝังกล
Ler mais

บทที่ 144 คืนล้างบาง

การลงนามที่สั่นสะท้าน: การแสร้งยอมจำนนตงฟางเย่หยิบตราหยกมังกรออกมาจากอกเสื้อ แสงจากเปลวเทียนสะท้อนกับเนื้อหยกสีเขียวเข้มดูสง่างามทว่าเศร้าสร้อย อ๋องเจ็ดจ้องมองตราหยกนั้นด้วยความละโมบ ลมหายใจของเขาถี่กระชั้นราวกับบัลลังก์ทองอยู่เพียงเอื้อมมือ"หากข้าลงนาม... พวกเจ้าจะไว้ชีวิตองค์ชายหมิง และปล่อยมู่หรงเสวี่ยไปใช่หรือไม่?" ตงฟางเย่ถามเสียงสั่น (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงละครที่พระองค์ฝึกฝนมาหลายราตรี)"แน่นอนพะย่ะค่ะฝ่าบาท... กระหม่อมมิใช่คนอำมหิต" อ๋องเจ็ดรีบสำทับตงฟางเย่บรรจงประทับตราหรกลงบนม้วนราชโองการช้าๆ ... ทว่า ในวินาทีที่ตราหยกสัมผัสกระดาษ พระองค์กลับทรงเอียงองศาเพียงเล็กน้อย—ซึ่งเป็นรหัสลับที่มู่หรงเสวี่ยเคยบอกไว้ว่า หากประทับตราในลักษณะนี้ ราชโองการจะถือเป็น "โมฆะ" ในสายตาของกองทัพพยัคฆ์ขาวและขุนนางฝ่ายมั่นคง"เรียบร้อยแล้ว..." ตงฟางเย่ปล่อยมือจากราชโองการ แววตาของพระองค์ว่างเปล่าประดุจคนที่สูญเสียทุกอย่าง ชัยชนะที่เปราะบาง เสียงนกหวีดกลางพายุอ๋องเจ็ดคว้าม้วนราชโองการขึ
Ler mais

บทที่ 145 หงส์พิฆาตมัจจุราช

ซูไท่เฮา (พระพันปีหลวง) เดินเข้ามาใกล้ พระนางมองดูบุตรชายคนโตด้วยแววตาที่ว่างเปล่าประดุจรูปสลักหิน "เย่เอ๋อร์... แม่บอกเจ้าแล้วว่าอย่าดื้อรั้น หากเจ้าลงนามด้วยความเต็มใจ แม่คงมิต้องให้เจ้าลิ้มรสความเจ็บปวดเช่นนี้ พิษนี้มิทรงทำให้ตายในทันที แต่มันจะทำให้เจ้า 'เสียสติ' จนมิอาจปกครองแผ่นดินได้ และเมื่อนั้น... การที่น้องชายเจ้าจะขึ้นครองบัลลังก์แทนพี่ชายที่วิกลจริต ย่อมชอบธรรมที่สุดในสายตาราษฎร" ท่ามกลางความสิ้นหวัง หน้ากากที่หลุดลอกตงฟางเย่รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน ผนังตำหนักดูเหมือนจะบีบอัดเข้าหาตัว "เสด็จแม่... ท่านเป็นแม่ข้า... ท่านอุ้มท้องข้ามา...""ใช่! ข้าอุ้มท้องเจ้ามาเพื่อให้เจ้าเป็นเกราะกำบังอำนาจของตระกูลซู!" ซูไท่เฮาตวาดก้อง ความแค้นที่ซุกซ่อนมานานปีระเบิดออกมา "แต่เจ้ากลับไปหลงเสน่ห์นางจิ้งจอกมู่หรงเสวี่ย เจ้าเชื่อเมียมากกว่าแม่ เจ้าพยายามจะริดรอนอำนาจตระกูลเดิมของข้า! ในเมื่อเจ้ามิอาจเป็นหุ่นเชิดที่ว่าง่าย ข้าก็ต้องเปลี่ยนตัวแสดงใหม่!"อ๋องเจ็ดหัวเราะแผ่วเบา เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างพระกรรณขอ
Ler mais

บทที่ 146 ความตายที่ร่ายรำ

การเคลื่อนพลในเงาจันทร์ พยัคฆ์เร้นกาย"คุณหนูพะย่ะค่ะ..." หลิวซิง ควบม้าเข้ามาประชิด ท่ามกลางเสียงฝีเท้าม้านับพันที่ถูกพันด้วยผ้าหนาเพื่อเก็บเสียง "หน่วยสอดแนมรายงานว่า อ๋องเจ็ดสั่งปิดประตูเมืองทุกด้านและวางกำลังทหารรักษาเมืองไว้อย่างหนาแน่นตามที่คาดการณ์ไว้ ทว่าประตูทิศตะวันตก... มีการโยกย้ายกำลังพลบางส่วนออกไปเพื่อเสริมที่ตำหนักโซ่วคังตามคำสั่งของพระพันปีหลวง"มู่หรงเสวี่ยกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาคมปลาบดุจตาเหยี่ยว "อ๋องเจ็ดเป็นคนขี้ระแวง เขาคิดว่าอันตรายจะมาจากขุนนางในวัง จึงสลัดกำลังภายนอกให้เบาบางลงเพื่อคุ้มกันตัวเอง หลิวซิง... แจ้งให้ แม่ทัพฉิน นำขุนศึกเก่าสามร้อยนายลอบเข้าทางอุโมงค์ระบายน้ำใต้กำแพงทิศตะวันออกทันทีที่ข้าให้สัญญาณ""พะย่ะค่ะ! แล้วกองกำลังส่วนใหญ่เล่าพะย่ะค่ะ?""กองกำลังห้าพันนายจะเคลื่อนที่ตามข้า..." มู่หรงเสวี่ยยกมือขึ้นช้าๆ ทหารทุกคนในหุบเขาต่างกระชับอาวุธนิ่งฟัง "เราจะเดินทัพประดุจเงา และจู่โจมประดุจสายฟ้าฟาด คืนนี้... เมืองหลวงจะต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริ
Ler mais

บทที่ 147 มังกรที่ถูกจองจำ

 เส้นทางสู่ใจกลางวังมู่หรงเสวี่ยควบม้าฝ่าเปลวไฟและเสียงคมดาบปะทะกันมุ่งหน้าสู่ประตูพระราชวังหลวง แววตาของนางจ้องมองไปที่ยอดตำหนักที่สูงที่สุด ที่นั่นคือที่ที่ตงฟางเย่กำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของยาพิษและเล่ห์เหลี่ยมของพระพันปีหลวงทุกก้าวที่ม้าย่ำลงบนถนนหินของเมืองหลวง คือทุกก้าวที่นางเข้าใกล้จุดตัดสินโชคชะตา "ตงฟางอวี้... เจ้าสร้างกำแพงวังหลวงด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่ข้าจะทำลายมันด้วยความภักดีที่เจ้าไม่มีวันเข้าใจ!" พายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรงประดุจจะฝังกลบความโสมมของวังหลวงไว้ใต้ปุยสีขาวโพลน คืนนี้คือคืนสุดท้ายก่อนที่พิธีสถาปนาฮ่องเต้องค์ใหม่จะเกิดขึ้นในยามเช้า อ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้ เตรียมฉลองชัยชนะบนกองซากศพของความภักดี ทว่าในเงามืดใต้กำแพงวังที่หนาหนัก ร่างในชุดรัดกุมสีดำสนิทของ มู่หรงเสวี่ย กำลังเคลื่อนที่ประดุจวิญญาณพยาบาทนางมิได้มาพร้อมกับกองทัพที่โห่ร้อง แต่มาพร้อมกับความแค้นที่สลักลึกถึงกระดูก และ "ตราพยัคฆ์ขาว" ที่เย็นเยียบอยู่ในมือ 
Ler mais

บทที่ 148 การก้าวสู่บัลลังก์ เงาจอมปลอม

การปะทะกับนางจิ้งจอก หน้ากากที่หลุดลอก"ช่างเป็นภาพที่ซาบซึ้งใจเหลือเกินเพคะ ฮองเฮาผู้ถูกเนรเทศลอบกลับมาหาชายเสียสติ" เสียงแหลมสูงที่เปี่ยมไปด้วยการเยาะเย้ยดังขึ้นจากประตู หยางลู่เอ๋อร์ (หยางกุ้ยเฟย) ก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์เสื้อแพรนับสิบ ในมือของนางถือพัดจีบที่งดงามทว่าแฝงคมมีดลับ"หยางลู่เอ๋อร์..." มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืนช้าๆ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้อากาศในห้องดูหนาวเหน็บยิ่งกว่าหิมะภายนอก "เจ้าทำร้ายลูกข้า เจ้ามอมยาผัวข้า... เจ้าคิดว่าคืนนี้เจ้าจะรอดออกไปจากตำหนักนี้ได้งั้นหรือ?""รอดหรือเพคะ?" ลู่เอ๋อร์หัวเราะร่า "พรุ่งนี้อ๋องเจ็ดจะขึ้นครองบัลลังก์ ข้าจะได้เป็นฮองเฮา ส่วนพระนาง... จะกลายเป็นกบฏที่ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ในคืนนี้! ทหาร! ฆ่านางเสีย!"องครักษ์พุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกัน มู่หรงเสวี่ยตวัดดาบพยัคฆ์เหินออกจากการสวมใส่ แสงดาบวาดผ่านอากาศเป็นวงโค้งสีเงินยวง นางเคลื่อนไหวประดุจเทพธิดาแห่งความตาย เพียงอึดใจเดียว องครักษ์สี่คนแรกก็ล้มลงจมกองเลือดนางพุ่งเป้าไปที่ลู่เอ๋อร์ทันที หยางกุ้ยเฟยพยายามจะใช้เข็มพิษซัดใส
Ler mais
ANTERIOR
1
...
1314151617
...
19
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status